ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 215: ทายาทมหาเศรษฐีที่หล่อที่สุดในประวัติศาสตร์!
โอ้โฮ!
นี่มัน ‘บันทึกจอมโจรสุสาน’!
นิยายเล่มนี้เหมาะทำเป็น ‘นิยายเสียง’ สุดๆ เลย
ซอฟต์แวร์นิยายเสียงของ หลินจือไป๋ ก็กำลังอยู่ในระหว่างพัฒนาพอดี
ทีมงานก็อยู่ในช่วงค้นหาและติดต่อผู้บรรยายสำหรับนิยายเสียง
ถ้ารีบเขียน ‘บันทึกจอมโจรสุสาน’ ให้เสร็จเร็วหน่อย น่าจะดึงดูดผู้ใช้งานให้ซอฟต์แวร์นิยายเสียงได้ไม่น้อยเลยสินะ?
หลินจือไป๋พอใจกับผลลัพธ์การสั่งทำครั้งนี้มาก
เขารีบแลกยาเสริมพลังจากระบบ เตรียมปั่นนิยายเรื่องนี้ออกมาให้ไวที่สุด
อีกไม่กี่วันถัดมา
ยอดขายหนังสือเล่มใหม่ของปู่เยโหว ‘เจตนาเลือด’ พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แม้สื่อเครือนาเซินจะออกมาย้ำว่าแผนกลใน ‘เจตนาเลือด’ นั้นธรรมดาเกินไป
ไม่อาจเรียกว่าเป็นนิยายสืบสวนชั้นยอด แต่สื่อส่วนใหญ่กลับยังอยู่ข้างปู่เยโหว
เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่านิยายเรื่องนี้ไม่ได้คิดจะใช้แผนกลเป็นจุดขายแต่แรกอยู่แล้ว
โดยเฉพาะในวงการ ‘กลลวงเชิงบรรยาย’ ของปู่เยโหวกลายเป็นที่กล่าวถึงกันอย่างกว้างขวาง
เทคนิคนี้มอบแรงบันดาลใจล้ำค่าให้เหล่านักเขียนสืบสวนมากมาย
นี่คือวิธีเขียนเชิงบุกเบิกที่ส่งอิทธิพลต่อวงการนิยายสืบสวน
นักเขียนหลายคนแสดงความชื่นชมต่อหนังสือเล่มนี้อย่างเปิดเผย และนับถือปู่เยโหวเป็นบรมครูแห่ง ‘กลลวงเชิงบรรยาย’
ฮวาไหล หนึ่งในนักเขียนนิยายสืบสวนระดับท็อปแห่งฉินโจว
เขาออกมาชื่นชมอย่างออกนอกหน้าบนแพลตฟอร์มโซเชียล
“ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเทคนิคกลลวงเชิงบรรยายที่ปู่เยโหวคิดค้นขึ้นใน ‘เจตนาเลือด’ นี้ เป็นวิธีเขียนที่แปลกใหม่ล้ำเลิศ ซึ่งอนาคตต้องมีนักเขียนสืบสวนอีกมากมายแห่กันเลียนแบบ ขณะเดียวกันหนังสือเล่มนี้จะทำให้ปู่เยโหวกลายเป็นบิดาผู้บุกเบิกกลลวงเชิงบรรยายนี้อย่างแน่นอน!”
ที่น่าสนใจก็คือ… ฮวาไหลคือนักเขียนที่มีสัญญากับสำนักพิมพ์นาเซิน
สำนักพิมพ์นาเซินกำลังยุ่งอยู่กับการโจมตีปู่เยโหว แต่เขากลับสวนทางต้นสังกัด นับว่ามีบุคลิกเป็นของตัวเองสุดๆ
แต่นักเขียนระดับฮวาไหล ต่อให้ใช้เสรีภาพในการแสดงความเห็น สำนักพิมพ์นาเซินก็ไม่กล้าทำอะไรเขาอยู่ดี
อย่างไรเขาก็เป็นนักเขียนชื่อดังระดับแนวหน้าของสำนักพิมพ์
ส่วนทางฝั่งสำนักพิมพ์เสินฮวา
หลินจือไป๋ในฐานะประธานผู้เป็นฮีโร่คนสำคัญซึ่งดึงตัวปู่เยโหวมาได้
ย่อมวางมาดอวดเก่งกับผู้บริหารระดับสูงของสำนักพิมพ์มากขึ้นเรื่อยๆ
ผู้บริหารเหล่านี้นับว่ารู้ความว่าอะไรคือการหลบเลี่ยงคมดาบชั่วคราว ในที่ประชุมจึงแสดงท่าทีถ่อมตนลงอย่างเห็นได้ชัด
วันนี้หลังประชุมเสร็จ เลขานุการคนใหม่ของหลินจือไป๋ก็พูดขึ้นทันที
“ท่านประธานคะ ข่าวการเงินมีข่าวของคุณด้วยค่ะ!”
“ข่าวการเงิน?”
หลินจือไป๋ชะงัก ก่อนเห็นเลขาหยิบแท็บเล็ตเดินเข้ามา พร้อมเปิดข่าวที่เกี่ยวข้องให้ดู
พาดหัวข่าวคือ [ประธานคนใหม่ของสำนักพิมพ์เสินฮวา] และมีพาดหัวรองว่า [ผู้บริหารอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของเสินฮวากรุ๊ป!]
‘หลินจือไป๋ หลานชายคนเล็กสุดของหลินเจามู่ ประธานเสินฮวากรุ๊ป วัยเพียงสิบเก้าปี ก็ได้ขึ้นเป็นประธานสำนักพิมพ์เสินฮวาอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนที่แล้ว’
‘สำนักพิมพ์นี้เป็นบริษัทในเครือเสินฮวา มีมูลค่านับหมื่นล้าน มีพนักงานเกินแปดร้อยคน เมื่อไม่นานมานี้เป็นหนึ่งในสามสำนักพิมพ์ยักษ์ใหญ่แห่งฉินโจว’
‘และหลินจือไป๋ที่มารับตำแหน่งประธานสำนักพิมพ์เสินฮวาคนใหม่ ยังเป็นแค่นักศึกษาปีสองเท่านั้น’
‘สำหรับคนทั่วไป การที่นักศึกษาปีสองมาบริหารบริษัทระดับหมื่นล้าน แทบจะเป็นเรื่องเหลือเชื่อเลยทีเดียว…’
[ภาพซ้าย – หลินเจามู่]
[ภาพขวา – หลินจือไป๋]
‘ตามข่าวลือที่เชื่อถือได้ หลินเจามู่ล้มป่วยและเข้าโรงพยาบาลแล้ว เจ้าพ่อวงการบันเทิงผู้สร้างอาณาจักรเสินฮวาคนนี้ ถึงเวลาต้องเลือกผู้สืบทอดแล้ว’
‘หลินจือไป๋อายุยังน้อย แต่กลับได้รับตำแหน่งประธานสำนักพิมพ์เสินฮวา ซึ่งอาจเป็นผลจากความตั้งใจของปู่เขาเอง’
‘อีกทั้งหลินจือไป๋ก็มีความสามารถโดดเด่น พอเขารับตำแหน่งก็สามารถดึงตัวนักเขียนและนักเขียนบทละครชื่อดังระดับท็อปอย่างปู่เยโหว มาร่วมงานกับสำนักพิมพ์เสินฮวาได้ทันที…’
‘แต่อย่างไรก็ตาม ทายาทสายตรงรุ่นที่สองและสามของเสินฮวากรุ๊ปยังมีอีกมาก’
‘หรือศึกชิงตำแหน่งผู้สืบทอดธุรกิจของเสินฮวากรุ๊ปจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเงียบๆ แล้ว?’
การเป็นข่าวไม่ใช่เรื่องแปลก หลินจือไป๋แค่ไม่คิดว่ารูปของตัวเองจะปรากฏคู่กับปู่บนข่าวด้วยต่างหาก
ภาพนี้ถ่ายไว้ตอนที่หลินจือไป๋เข้าทำงานที่สำนักพิมพ์เสินฮวาใหม่ๆ
เช่นนั้นข่าวนี้ก็มีโอกาสสูงมากที่มีคนในเสินฮวากรุ๊ปจงใจปล่อยออกมา หรือไม่ก็อาจเป็นความคิดของปู่เอง?
หลินจือไป๋ลองค้นข่าวเกี่ยวกับทายาทรุ่นสองรุ่นสามของเสินฮวาคนอื่นๆ ดู
แน่นอนว่ามีข่าวออกมามากมายเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นหลินกง หรือแม้แต่หลินหู หลินเปา
พวกนี้ก็ปรากฏตัวในข่าวการเงินในฐานะสมาชิกสายตรงรุ่นสามของเสินฮวากรุ๊ปด้วยเหมือนกัน
เอาละ ทีนี้ชีวิตอันแสนสงบสุขก็พังทลายลงในพริบตาแล้ว
ไม่นานนัก หลินจือไป๋ก็ได้รับโทรศัพท์จากหยินตงหน่วน
เธอล้อว่า “หล่อขึ้นกล้องดีจังนะท่านประธานบริษัทหมื่นล้าน”
“หยินตงหน่วน…”
“ตอนนี้นายดีกว่าฉันเยอะเลยนะ ฉันยังเป็นแค่หัวหน้าแผนกเล็กๆ ในฝ่ายโทรทัศน์ของนาเซินอยู่เลย”
หลังจากนั้นซูฉานก็โทรมา “ปู่เยโหว มาร่วมงานกับเสินฮวากรุ๊ปเพราะเห็นแก่คุณสินะ?”
“ผมให้ตัวแทนเจียงเป็นคนจัดการครับ”
“ทำไมตัวแทนเจียงถึงดีกับคุณขนาดนี้? พวกคุณต้องมีความลับที่ฉันไม่รู้อยู่แน่ๆ…”
“ลองเดาดูสิครับ”
หลังจากวางสายซูฉาน เจียงเฉิงก็โทรมา
“ยินดีด้วยครับเจ้านาย ได้ขึ้นข่าวการเงินเป็นครั้งแรก ก่อนหน้านี้มีแต่ผมที่ได้ออกหน้าบนข่าวการเงินตลอดเลย”
ในฐานะตัวแทนคุนเผิง ข่าวการเงินลงข่าวเกี่ยวกับเจียงเฉิงบ่อยๆ อยู่แล้ว
จากนั้นเจียงเฉิงก็พูดเข้าเรื่อง
“เกมของบริษัท MG ที่เจ้านายเคยบอกว่าจะพิจารณาลงทุน ผมได้ข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมมาแล้ว เดี๋ยวส่งให้ดูนะครับ…”
หลินจือไป๋ดวงตาเป็นประกาย เกมแนวตีป้อมที่คล้ายกับ ‘League of Legends’ ในชาติก่อนสินะ?
หลังรับไฟล์จากเจียงเฉิงมาแล้ว หลินจือไป๋ก็เปิดดูทันที
เกมนี้เหมือนกับ ‘League of Legends’ มากจริงๆ
วิธีการเล่นก็เป็นแบบตีป้อม ด้วยตำแหน่งที่คุ้นเคยอย่างเลนบน เลนกลาง เลนล่าง ป่า และซัพพอร์ต ให้ความรู้สึกคุ้นเคยสุดๆ
ชื่อเกมที่ตั้งไว้ชั่วคราวคือ ‘Quake’ ตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนาจนถึงเปิดให้เล่นจริง คาดว่าจะใช้เงินลงทุนราวสองพันล้าน
“ตอนนี้คุนเผิงของเรามีเงินหมุนเวียนที่พร้อมใช้ราวๆ พันล้านครับ”
ตอนนี้คุนเผิงร่ำรวยมาก เงินสดหนึ่งพันล้านนี่ไม่ใช่เงินจำนวนน้อยเลย
เงินส่วนนี้ได้มาจากรายได้ละคร รายการวาไรตี้ รวมถึงเงินปันผลจากเว็บไซต์หลื่อวี่ไลฟ์
สภาพคล่องขนาดนี้ อย่างไรสำนักพิมพ์เสินฮวาก็ไม่มีทางดึงออกมาได้
ไม่ใช่ว่าบริษัทที่มีมูลค่าหมื่นล้านจะสามารถควักเงินสดพันล้านออกมาได้ทันที
เจียงเฉิงกล่าวต่อ “ถ้าเจ้านายจะร่วมลงทุน ต้องยอมรับเงื่อนไขหนึ่งของพวกเขาก่อนครับ”
“เงื่อนไขอะไรครับ?”
“ฉูฉือจะต้องเป็นคนทำเพลงธีมให้เกมนี้”
“เรื่องนี้ง่ายมาก”
หลินจือไป๋คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ยว่า “พี่ไปตรวจสอบเพิ่มอีกหน่อย ถ้าไม่มีปัญหาอะไร เราจะลงทุนหนึ่งพันล้านเลย”
“คาดว่าพวกเขาน่าจะยอมให้หุ้นแค่ประมาณสี่สิบเปอร์เซ็นต์ครับ”
“เพียงพอแล้วล่ะครับ”
อย่างไรเกมนี้ก็เป็นของอีกฝ่ายที่พัฒนา หลินจือไป๋จึงไม่อยากเข้าไปแทรกแซงมากเกินไป
เขาแค่รู้สึกว่าโปรเจกต์นี้มีศักยภาพที่ดีมาก ถ้าเกมเปิดตัวแล้วได้รับความนิยม เขาก็แค่นั่งรอรับส่วนแบ่งกำไร ซึ่งก็เป็นเป้าหมายเดียวกับที่ลงทุนในหลื่อวี่ไลฟ์นั่นแหละ
“แต่ว่าชื่อ ‘Quake’ นี่มันธรรมดาไปหน่อยนะ”
หลินจือไป๋ว่า “พี่ลองแนะนำให้พวกเขาเปลี่ยนชื่อเกมดูสิครับ อย่าง ‘League of Legends’ เป็นไง?”
หรืออาจจะเป็นเพราะเขาคุ้นเคยกับชื่อนี้มาก่อน?
ยังไงหลินจือไป๋ก็ยังรู้สึกว่า ‘League of Legends’ ฟังดูเท่กว่าเยอะ
“หรือจะเป็น ‘เกียรติยศวีรบุรุษ’ ก็ยังได้นะครับ”
ไม่ได้ลอก ‘เกียรติยศราชา’ ซะหน่อย!
อย่างไรเกมที่ดังที่สุดของ MG ตอนนี้ก็ชื่อ ‘เกียรติยศศึกโต้กลับ’ อยู่แล้วนี่นา
“ฟังดูดีกว่าชื่อ ‘Quake’ เยอะเลยครับ”
เจียงเฉิงครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วยิ้มออกมา “งั้นเดี๋ยวผมไปเสนอพวกเขาดูนะครับ”
ตอนนี้คุนเผิงรวยขึ้นเรื่อยๆ ถ้ารวมทรัพย์สินทั้งหมดแล้ว ตอนนี้หลินจือไป๋น่าจะมีทรัพย์สินอย่างน้อยหมื่นล้านขึ้นไป
เกรงว่าในบรรดาสายตรงรุ่นที่สามของเสินฮวาในขณะนี้ หลินจือไป๋คงเป็นคนที่รวยที่สุดแล้ว!
เพราะพวกหลินกงยังไม่ได้รับการสืบทอดธุรกิจของเสินฮวากรุ๊ปอย่างเป็นทางการ
และถ้าหลินจือไป๋สามารถกุมสำนักพิมพ์เสินฮวาไว้ในมือ มูลค่าทรัพย์สินของเขาคงเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวได้ไม่ยาก
รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นมหาเศรษฐีระดับหมื่นล้านไปซะแล้ว แล้วเศรษฐีแสนล้านจะยังอยู่อีกไกลเหรอ?
วันจันทร์ หลินจือไป๋ไปมหาวิทยาลัย
ทันทีที่เดินเข้าห้องเรียน หลินจือไป๋รู้สึกได้ว่าเพื่อนร่วมชั้นต่างก็มองมาที่เขาด้วยสายตาร้อนแรงปนเกรงขาม
แต่พอเขามองกลับไป ทุกคนก็รีบหลบสายตาอย่างไม่เป็นธรรมชาติ หลายคนเริ่มกระซิบกระซาบกัน
“ประธานสำนักพิมพ์เสินฮวา… หลานชายของหลินเจามู่แห่งเสินฮวากรุ๊ป… ไม่คิดเลยว่าเพื่อนร่วมชั้นของเราจะเป็นคนใหญ่คนโตขนาดนี้!”
“ทำไมก่อนหน้านี้ฉันไม่เคยนึกถึงเลยนะ?”
“เขาแซ่หลิน!”
“คนแซ่หลินมีตั้งเยอะ ใครจะไปคิดล่ะว่าเขาเป็นหลินของเสินฮวากรุ๊ป!”
“ฉันว่าแล้วทำไมถึงรู้สึกมาตลอดว่าหลินจือไป๋เหมือนอยู่คนละโลกกับพวกเรา ตอนแรกนึกว่าเพราะหน้าตา ตอนนี้เพิ่งรู้ว่าไม่ได้เกี่ยวกับหน้าตาเลย!”
“พวกเธอดูภาพในข่าวสิ”
“ช่วงคิ้วตาของหลินจือไป๋คล้ายกับปู่ของเขาอยู่เหมือนกันนะ”
ตามที่หลินจือไป๋คาดไว้ ชีวิตที่สงบสุขพังทลายลงแล้ว
แต่ดูเหมือนจะยังไม่ถึงกับพังหมดซะทีเดียว แม้เพื่อนร่วมชั้นจะรู้แล้วว่าเขาคือหลานชายของประธานเสินฮวากรุ๊ปหลินเจามู่
แต่กลับไม่มีใครกล้าเข้ามาคุยด้วย ความสัมพันธ์จึงดูห่างเหินกว่าเดิมเสียอีก
แต่ก็ยังมีนักศึกษาหญิงสองสามคนรวบรวมความกล้าเข้ามาถามเขา
“หลินจือไป๋ คนที่ข่าวการเงินพูดถึงคือนายใช่ไหม ประธานสำนักพิมพ์เสินฮวา หลานชายของประธานเสินฮวา?”
เขายิ้มตอบ ไม่จำเป็นต้องทำตัวเย็นชา
นักศึกษาชายบางคนเดินเข้ามาอย่างเกร็งๆ “แล้วนายเรียนไปด้วยบริหารบริษัทไปด้วยได้ยังไงอะ?”
“ทำงานเฉพาะเสาร์อาทิตย์นะ”
“พวกเราจบแล้วไปทำงานที่บริษัทนายได้ไหม?” บางคนรวบรวมความกล้าพูดติดตลก
“ก็ต้องผ่านสัมภาษณ์ด้วยตัวเอง” หลินจือไป๋ยิ้ม “ส่วนตัวฉันยินดีต้อนรับนะ”
ทุกคนหัวเราะตามไปด้วย การมีเพื่อนร่วมชั้นเจ๋งขนาดนี้ ทำให้พวกเขารู้สึกว่าโลกนี้มันน่าเหลือเชื่อจริงๆ
จู่ๆ นักศึกษาหญิงคนหนึ่งก็ร้องขึ้นอย่างตื่นเต้น “หลินจือไป๋ นายติดเทรนด์ฮอตเสิร์ชด้วยละ!”
เทรนด์ฮอตเสิร์ช?
หลินจือไป๋เปิดแอปจี๋กวงขึ้นมาดู แล้วก็พบว่าตัวเองขึ้นเทรนด์จริงๆ
หัวข้อที่ติดเทรนด์คือ #ทายาทมหาเศรษฐีที่หล่อที่สุดในประวัติศาสตร์ ตอนนี้อยู่อันดับที่สิบของเทรนด์ ใต้หัวข้อแนบรูปหลินจือไป๋จากข่าวการเงิน
หน้าตาหล่อจนเทียบกับพระเอกในนิยายได้สบายๆ
ถ้าไม่รู้คงคิดว่าเป็นดาราในยุคอินเทอร์เน็ต หน้าตาคือใบเบิกทางสู่ความโด่งดัง
บวกกับการที่หลินจือไป๋ยังเรียนปีสองแต่กลับบริหารบริษัทสำนักพิมพ์มูลค่าหมื่นล้าน
จึงทำให้หัวข้อในเทรนด์นี้ถูกพูดถึงกันอย่างหนาหู…