ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 216: เปิดเผยทั่วเน็ต! ไปตี้คือหลินจือไป๋!
ใต้หัวข้อฮอตเสิร์ชของจี๋กวงเต็มไปด้วยความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับหลินจือไป๋
‘อ๊ายยย!’
‘หน้าตาดีเกินไปแล้ว!’
‘สามีฉันหล่อจริงๆ!’
‘หลินจือไป๋? เดี๋ยวนะ หลินจอมเก๊ก?’
‘โลกนี้มันไม่ยุติธรรมเลย เป็นทายาทเศรษฐีแล้วยังหล่อขนาดนี้อีก!’
‘เป็นประธานสำนักพิมพ์เสินฮวาตั้งแต่ปีสอง เหมือนพระเอกประธานบริษัทจอมวางมาดในโลกนิยายก้าวออกมาสู่โลกจริงเลย!’
‘ลูกหลานตระกูลเศรษฐีพวกนี้หน้าตาดีแทบทุกคน เพราะภรรยาแต่ละคนก็งามหยดย้อย ทำให้ยีนดีขึ้นเรื่อยๆ รุ่นต่อรุ่น แต่คนนี้หล่อเกินไปจริงๆ ขนาดเทียบกับดาราชายที่หล่อๆ ในวงการยังไม่แพ้เลย!’
‘ผู้ชายที่เหมือนหลุดออกมาจากการ์ตูน!’
“พวกเธออวยเวอร์ไปป่ะ?”
‘รูปพวกนี้ต้องแต่งด้วย Photoshop ชัวร์ๆ’
‘ฉันไม่เชื่อหรอกว่าตัวจริงจะหล่อขนาดนี้’
มีคนไม่พอใจ โดยเฉพาะเมื่อเห็นเด็กสาวจำนวนมากในเน็ตเรียกหลินจือไป๋ว่าสามี ยิ่งรู้สึกหมั่นไส้เข้าไปใหญ่
แต่หลังจากนั้นก็มีคนเข้ามาคอมเมนต์ใต้โพสต์ว่า “ฉันเรียนที่เดียวกับหลินจือไป๋ ยืนยันเลยว่าเขาไม่ได้แต่งรูป!”
หลินจือไป๋เป็นนักศึกษาวิทยาลัยศิลปะฉินโจว แม้หลินจือไป๋จะรู้จักคนในมหาวิทยาลัยไม่กี่คน
แต่คนที่รู้จักเขากลับเยอะไม่น้อย มหาวิทยาลัยก็เป็นแบบนี้แหละ
นักศึกษาชายหญิงที่หน้าตาดีมักจะมีชื่อเสียงกระจายไปไกลเสมอ
ดังนั้นพอข่าวของหลินจือไป๋เผยแพร่ออกไป นักศึกษาวิทยาลัยศิลปะฉินโจวจํานวนมากก็เข้ามาร่วมถกหัวข้อนี้กันอย่างคึกคัก
‘เคยเจอหลินจือไป๋ที่มหาลัยอยู่เหมือนกัน’
‘บอกเลยว่ารูปนี้สู้ตัวจริงไม่ได้!’
‘พระเจ้า!’
‘ไม่คิดเลยว่าเขาคือทายาทรุ่นสามของเสินฮวา!’
‘เคยเจอที่มหาลัยสองสามครั้ง ไม่รู้เลยว่าเป็นลูกเศรษฐี เขาใช้ชีวิตธรรมดามาก!’
‘พวกที่สงสัยในหน้าตาหลินจือไป๋เงียบไปได้เลย’
‘แม้แต่ที่วิทยาลัยศิลปะฉินโจวที่เต็มไปด้วยหนุ่มหล่อสาวสวย เขาก็ยังเป็นระดับเดือนมหาลัยเลยนะ’
‘ก่อนหน้านี้ในเว็บบอร์ดของมหาลัยก็มีโพสต์เกี่ยวกับเขาไม่น้อยเลย’
‘แต่ก่อนหน้านี้พวกเราไม่เคยรู้เลยว่าเขาเป็นทายาทรุ่นสามสายตรงของเสินฮวา’
เมื่อมีนักศึกษาฉินโจวเข้าร่วมการสนทนามากขึ้นเรื่อยๆ ก็มีบางคนเผยภาพถ่ายส่วนตัวของหลินจือไป๋ออกมา
ดูจากมุมภาพแล้วก็รู้ทันทีว่าเป็นภาพที่แอบถ่ายจากในมหาลัยทั้งนั้น
แต่ถึงจะเป็นภาพแอบถ่าย ใบหน้าที่หล่อสามร้อยหกสิบองศาไร้มุมตายนั้น ก็เพียงพอจะสยบทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับหน้าตาของเขาได้แล้ว!
เพียงแต่พอหลินจือไป๋เห็นภาพแอบถ่ายเหล่านี้ก็อดอึ้ง
เพราะหลินจือไป๋เองก็ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามีคนในมหาลัยแอบถ่ายเขาไว้เยอะขนาดนี้
และเพราะภาพเหล่านี้ หัวข้อยอดนิยมนี้จึงขยับอันดับจากที่สิบขึ้นมาถึงอันดับห้าทันที
ทีนี้ก็ยิ่งมีคนเข้ามาร่วมพูดคุยมากขึ้นไปอีก
‘มองแวบเดียวก็รู้เลยว่าของจริง หล่อจริง!’
‘หน้าตาแบบนี้เดบิวต์เป็นดาราได้สบาย’
‘เขาจะเดบิวต์ทำไม ดาราพวกนั้นต่างหากที่ต้องทำงานให้บ้านเขา!’
‘ทายาทรุ่นสามของเสินฮวามีตั้งเยอะขนาดนั้น เขาคือคนที่หล่อที่สุด สมฉายาหลินจอมเก๊ก’
‘เขาชื่อหลินจือไป๋! หลินจอมเก๊กอะไร น่าเกลียดเกิน!’
‘เหอะๆ พวกลูกหลานตระกูลคนรวยแบบนี้ ถ้าไม่มีครอบครัวหนุนหลังก็ไม่มีอะไรหรอก มีแต่พวกบูชาหน้าตาอย่างพวกเธอนั่นแหละที่ยกยอปอปั้น’
‘ถ้าเขาไม่ใช่หลานชายประธานเสินฮวาจะได้ขึ้นเทรนด์เหรอ?’
‘ก็แค่โชคดีเกิดในครอบครัวดีๆ เท่านั้นแหละ’
ยิ่งคนพูดถึงเยอะ เสียงเหน็บแนมและคำวิจารณ์แง่ลบก็เริ่มตามมา
เพราะบนโลกนี้มีคนเกลียดคนรวยอยู่ไม่น้อย คนพวกนี้ไม่ชอบกลุ่มทุนอยู่แล้ว
พอเห็นหลินจือไป๋ที่เป็นลูกหลานตระกูลเศรษฐีแล้วยังมีหน้าตาดีอีก ก็ยิ่งของขึ้น!
‘สวรรค์จะลำเอียงไปหน่อยไหม?’
‘อายุแค่นี้ได้เป็นประธานสำนักพิมพ์เสินฮวา ไม่เกี่ยวอะไรกับวัย ไม่เกี่ยวกับประสบการณ์ ไม่แม้แต่จะเกี่ยวกับความสามารถ ทั้งหมดเพราะเกิดมาบนกองเงินกองทองล้วนๆ’
‘การตัดสินว่าใครเก่งไม่เก่งไม่ควรดูที่ชาติตระกูล’
‘และยิ่งไม่ควรวัดกันที่หน้าตาอีก หน้าตาก็เป็นเรื่องของโชคชะตาล้วนๆ’
‘มาตรฐานที่แท้จริงของการตัดสินคนคือความสามารถต่างหาก’
‘ถ้าตัดออร่าจากชาติกำเนิดของหลินจือไป๋ออกไป เขายังเหลืออะไรอีก?’
‘เหอะๆ’
‘ไม่มีอะไรเลย!’
‘นักศึกษาปีสองอายุสิบเก้าจะไปมีอะไรได้ล่ะ?’
อิจฉาก็ได้ ความจริงก็คือความจริง
อย่างไรเสียครั้งนี้หลินจือไป๋ก็โด่งดังอย่างรวดเร็วจากกระแสออนไลน์
แม้ความคิดเห็นต่อทายาทเศรษฐีคนนี้จะปะปนกันไปทั้งชมทั้งด่าก็ตาม
แต่แล้ว… ช่วงบ่ายวันเดียวกันนั้นเอง
ขณะที่ภาพส่วนตัวของหลินจือไป๋ถูกเผยแพร่โดยเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยจำนวนมาก
จู่ๆ ก็มีคนในเน็ตถามขึ้นว่า “พวกเธอรู้สึกไหมว่ารูปหลินจือไป๋นี่มันคุ้นๆ ยังไงไม่รู้?”
ตอนแรกคนคนนี้ก็แค่พูดไปอย่างนั้น แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าข้อความนี้จะถูกชาวเน็ตจำนวนมากกดไลก์รัวๆ
หลายคนรู้สึกเหมือนกันเป๊ะ
‘พูดก็พูดเถอะนะ’
“พอเธอว่าแบบนี้แล้วก็รู้สึกคุ้นจริงๆ ด้วย?”
‘รู้สึกเหมือนเคยเห็นคนคนนี้ที่ไหนมาก่อนเลย’
‘ไม่นะ หรือเขาจะหน้าคล้ายดาราคนไหนหรือเปล่า?’
‘หรืออาจเพราะหน้าเหมือนปู่ประธานเสินฮวากรุ๊ป?’
‘ไม่นะ ฉันมั่นใจว่าเคยเห็นรูปเขาที่ไหนแน่ๆ!’
‘ไม่อย่างนั้นจะรู้สึกคุ้นแบบไม่มีเหตุผลอย่างนี้ได้ไง!’
ถ้ามีแค่ไม่กี่คนคิดคงไม่แปลก แต่เมื่อมีคนจำนวนมากคิดเหมือนกัน เรื่องนี้ดูจะไม่ธรรมดาเสียแล้ว
ขณะนั้นเอง ชาวเน็ตพากันแปลงร่างเป็นยอดนักสืบ ในที่สุดก็มีคนปล่อยภาพงานเลี้ยงที่ค่อนข้างเบลอรูปหนึ่งออกมา
“พวกเธอดูสิ หลินจือไป๋กับคนคนนี้หน้าตาคล้ายกันเลยใช่ไหม!”
‘หือ?’
‘รูปนี้น่าจะถ่ายตอนจางซีหยางคว้าแชมป์รายการ I Am a Singer คืนนั้นเลย จำได้ว่าในข่าวก็ลง!’
‘ในรูปมีจางซีหยาง หลินโส่วจัว แล้วก็คนแปลกหน้าอีกคน’
‘ในเน็ตลือกันว่าชายแปลกหน้าคนนั้นก็คือไปตี้’
‘ไปตี้เหรอ!’
‘เฮ้ย! ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคุ้นหน้า!’
‘รูปหลินจือไป๋กับผู้ชายที่ลือว่าเป็นไปตี้นี่เหมือนกันเป๊ะเลย ถึงจะเบลอหน่อยแต่ฟิลลิ่งคือใช่!’
‘ฉันขยายสิบเท่าแล้ว พวกเธอลองเทียบดูอีกที’
มีคนเอารูปชายลึกลับที่ลือกันว่าเป็นไปตี้มาขยายให้ใหญ่ขึ้นหลายเท่า แล้วเอามาเทียบกับภาพแอบถ่ายของหลินจือไป๋
มุมถ่ายของสองรูปคล้ายกันมาก พอเทียบกันแล้วเห็นชัดเจนสุดๆ!!
‘เหมือนเกินไปแล้ว!’
‘ไม่ใช่แค่เหมือน!’
‘มันคนเดียวกันเด๊ะเลย!’
‘คืนนั้นจางซีหยางได้แชมป์รายการ I Am a Singer คนที่ไปกินข้าวด้วยกันก็คือหลินจือไป๋เหรอเนี่ย?’
‘แล้วตอนนั้นเน็ตก็ลือกันว่าผู้ชายคนนั้นมีโอกาสเกินเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ที่จะเป็นไปตี้!’
‘ถ้าอย่างนั้น…’
หลังจากไล่เทียบรูปเป็นขั้นๆ ชาวเน็ตก็ค่อยๆ ได้ข้อสรุปชวนช็อกว่า
ถ้าคนในภาพที่กินข้าวกับจางซีหยางคือไปตี้จริงๆ ก็เป็นไปได้สูงที่ไปตี้ก็คือหลินจือไป๋ ทายาทรุ่นสามของเสินฮวากรุ๊ป!?
ไปตี้…
หลินจือไป๋…
สองคนนี้ชื่อมีคำว่า ‘ไป๋’ เหมือนกัน หรือว่านี่มันบังเอิญเหรอ?
ไม่มีใครเชื่อว่านี่คือความบังเอิญ!
ในวินาทีนันเอง! โซเชียลก็ระเบิดตูม!
จากนั้นก็มีหัวข้อเทรนด์ฮอตใหม่โผล่ขึ้นมา #หลินจือไป๋ก็คือไปตี้
แม้จะเป็นแค่การคาดเดา แต่แฮชแท็กนี้ก็พุ่งติดหนึ่งในสิบอันดับเทรนด์ฮอตเสิร์ชภายในเวลาไม่นาน!
อยู่ถัดจากหัวข้อ #ทายาทมหาเศรษฐีที่หล่อที่สุดในประวัติศาสตร์ พอดี
แต่พอชาวเน็ตกดเข้ามาดูหัวข้อนี้ ตอนแรกทุกคนก็ยังงงๆ จนกระทั่งได้เห็นภาพเปรียบเทียบเหล่านั้น
‘แม่เจ้า!’
‘วันนั้นคนที่ไปกินข้าวกับจางซีหยางคือหลินจือไป๋จริงๆ ด้วย!’
‘งั้นหลินจือไป๋ก็คือไปตี้!? ก่อนหน้านี้ก็ว่ากันว่าคนนี้คือไปตี้ไม่ใช่เหรอ?’
‘ตัวอักษร “ไป๋” คือจุดสำคัญนะ วงไว้ออกสอบ!’
‘ใช่เขาแน่นอน!’
‘จริงป่ะเนี่ย?’
‘ตัวจริงของไปตี้คือหลินจือไป๋ที่เพิ่งติดเทรนด์ฮอตวันนี้เนี่ยนะ!?’
มีคนเชื่อ! มีคนไม่แน่ใจ!
บางคนวิ่งไปถามจางซีหยาง บางคนไปคอมเมนต์ถามซุนกู บางส่วนไปถามหลินโส่วจัว
แต่ที่มากที่สุดคือคอมเมนต์ในจี๋กวงของไปตี้ มีชาวเน็ตจำนวนมากแห่เข้าไปถามความจริง
‘หลินจือไป๋?’
‘ใช่นายไหม?’
‘รีบยอมรับมาเถอะ!’
‘รูปถ่ายถูกชาวเน็ตเทียบชัดแล้วนะ!’
‘ไปตี้ นายโป๊ะแตกแล้ว!’
‘พวกเรากระชากหน้ากากนายออกมาแล้ว!’
ขณะนั้น หลินจือไป๋กำลังจะเลิกเรียน จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าสายตาของทุกคนในห้องกลับมองเขาแปลกๆ อีกครั้ง
ไม่น่าใช่ นี่นา… เมื่อกี้ยังคุยกับทุกคนอยู่เลย สายตาที่เพื่อนร่วมชั้นมองมาก็เริ่มเป็นปกติแล้ว
ทำไมพอเลิกเรียนสายตาพวกเขากลับเปลี่ยนไปอีกแล้วล่ะ?
“มีอะไรเหรอ?”
หลินจือไป๋เผลอถามผู้หญิงข้างๆ ไปโดยไม่รู้ตัว
นักศึกษาหญิงคนนั้นเงยหน้าขึ้นมองหลินจือไป๋ แล้วก้มดูมือถือไปมาหลายรอบ ก่อนจะพูดขึ้นอย่างลังเลว่า
“ละ… อาจารย์ไปตี้”
ราวกับกระดาษกั้นหน้าต่างโดนเจาะทะลุ ในชั่วพริบตาเพื่อนทั้งห้องกรูกันเข้ามา
สีหน้าแต่ละคนตื่นเต้นสุดขีด ต่างจากตอนที่รู้ว่าหลินจือไป๋คือทายาทรุ่นที่สามของเสินฮวากรุ๊ปโดยสิ้นเชิง
พวกเขาดูจะคลั่งกันไปหน่อย
“ใช่นายจริงๆ เหรอ?”
“ที่เน็ตพูดกันเป็นเรื่องจริงหมดเลยเหรอ!?”
“หลินจือไป๋ นายคือไปตี้สินะ!”
“ต้องใช่แน่ๆ!”
“กระซิบบอกพวกเราเงียบๆ ก็ได้!”
“ขอลายเซ็นหน่อย!”
“ฉันชอบนายมากเลยนะ!”
“ฉันรักนาย!”
“ฉันเป็นแฟนพันธุ์แท้ของนายเลย!”
“ฉันเคยไปด่าอูฉือบนเน็ตเพื่อปกป้องนายด้วยนะ!”
หลินจือไป๋อ้าปากค้าง หลังจากเขาเห็นตัวเองติดเทรนด์ทายาทตระกูลเศรษฐีอะไรนั่นก็ไม่ได้เล่นเน็ตต่อแล้ว
เกิดอะไรขึ้นกันแน่? ใครเปิดเผยตัวตนฉันเนี่ย?
แค่ไม่กี่ชั่วโมงเอง ทำไมเหมือนคนทั้งโลกรู้หมดแล้วว่าฉันคือไปตี้?
ชีวิตอันสงบสุขได้พังทลายจริงๆ แล้วสินะ
แต่สิ่งที่หลินจือไป๋ยังไม่รู้คือตอนนี้หน้าประตูวิทยาลัยศิลปะฉินโจวได้ถูกล้อมจนแน่นขนัดไม่เหลือที่ว่างแล้ว!
นักข่าวนับไม่ถ้วนแห่กันมา! กล้องเลนส์ยาวเลนส์สั้นตั้งเต็มหน้าประตู
ฝ่ายรักษาความปลอดภัยของมหาวิทยาลัยถูกระดมเต็มกำลังเพื่อควบคุมสถานการณ์ กลัวนักข่าวจะบุกเข้ามา
ถึงอย่างนั้นทุกคนก็ยังงุนงง เพราะไม่ใช่ทุกคนจะนั่งเฝ้าเน็ตตลอดทั้งวัน
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ฝ่ายบริหารของมหาวิทยาลัยก็แตกตื่นกันใหญ่!
“ข้างนอกมีแต่นักข่าวเต็มไปหมด!”
“มหาลัยเราถูกล้อมไว้หมดแล้ว!”
“ยังมีสื่อใหญ่ๆ อีกหลายเจ้ากำลังเดินทางมา พวกเขาอยากขออนุญาตเข้ามาสัมภาษณ์!”
“สัมภาษณ์อะไรล่ะ?”
“มหาลัยมีอะไรเกิดขึ้นเหรอ!?” อธิการบดีตกใจมาก นึกว่าเกิดเรื่องในวิทยาลัยขึ้นแล้ว
รองอธิการบดีฝืนยิ้มพูดว่า “เปล่าครับ ตัวตนของไปตี้ถูกเปิดเผย เขาคือนักศึกษาปีสองของเรา หลินจือไป๋ ทายาทรุ่นสามเสินฮวากรุ๊ปที่ขึ้นข่าวการเงินวันนี้นะครับ…”
อธิการบดีเบิกตากว้าง ในฐานะวิทยาลัยศิลปะ ฝ่ายบริหารย่อมรู้จักชื่อเสียงของไปตี้เป็นอย่างดี
ไม่นึกเลยว่าอีกฝ่ายจะเป็นนักศึกษาปีสองของวิทยาลัยตน แถมยังเป็นหลานชายของหลินเจามู่ ประธานแห่งเสินฮวากรุ๊ป!?
“กันนักข่าวไว้!” อธิการบดีรีบพรวดพราดออกไป
“คุณจะไปไหนครับ?”
“ไปขอลายเซ็นให้ลูกสาวฉันไงละ!” อธิการตอบทั้งที่ไม่หันกลับมา “รู้ไหมว่าพ่อเพลงน้อยคนนี้ล้ำค่าแค่ไหน!”
แม้ว่าพ่อเพลงน้อยจะยังเด็กอยู่มากก็เถอะ ทุกคน “…”
จากนั้นทุกคนก็พากันวิ่งตามอธิการราวกับคนบ้ามุ่งหน้าไปยังอาคารคณะศิลปะที่หลินจือไป๋เรียนอยู่
ในวิทยาลัยศิลปะฉินโจวทายาทมหาเศรษฐีมีหลายคนไม่ได้มีแค่หลินจือไป๋คนเดียว
แม้จะหายากแต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกจนต้องตะลึง
แต่พ่อเพลงน้อย ‘ไปตี้’ มีแค่คนเดียว!
ที่สำคัญคือไปตี้ยังเรียนอยู่ปีสองที่วิทยาลัยศิลปะฉินโจวอีกด้วย!?
ระดับหายากสุดยอด! ไม่สิ ต้องเรียกว่าระดับสมบัติของ ‘ทวีป’!