ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 218 แถวสามแล้ว?
‘ไป๋ตี้ บุตรแห่งสวรรค์!’
‘หลินจือไป๋ ผู้ครองแสงสปอตไลต์นับหมื่นพัน!’
‘เปิดเผยตัวตนไป๋ตี้ ที่แท้เขาคือหลานชายคนเล็กของหลินเจามู ประธานเสินฮว่ากรุ๊ป!’
‘หลินจือไป๋ ดุจพระเอกนิยายหรือการ์ตูน!’
‘หล่อ? ชาติตระกูลดี? พรสวรรค์ไร้เทียมทาน? ไป๋ตี้เหมาหมด!’
‘ตัวตนไป๋ตี้เปิดเผย ยอดผู้ติดตามในจี๋กวงเพิ่มขึ้นหลักสิบล้าน!’
‘ยืนยันแล้ว หลินจือไป๋ก็คือไป๋ตี้!’
‘สะเทือนวงการเพลง! พ่อเพลงน้อยไป๋ตี้ยังเป็นนักศึกษาปีสอง!’
‘หลินจือไป๋ ปาฏิหาริย์วัยสิบเก้า!’
‘ไป๋ตี้ อัจฉริยะทางดนตรีที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์วงการเพลงบลูสตาร์!’
ตู้ม! ข่าวจากสื่อต่างกระหน่ำยิงรัวๆ!
ประโยคนั้นไม่ผิดเลย ไป๋ตี้ก็คือหลินจือไป๋ หลานชายคนเล็กของหลินเจามู ประธานเสินฮว่ากรุ๊ป ความจริงนี้ทำให้ทุกคนตื่นตะลึงจริงๆ!
แต่เมื่อเทียบกับจุดนี้ สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่า กลับเป็นอายุที่น้อยจนน่าขนลุกของหลินจือไป๋!
คนในวงการเพลงมากมายเคยเดาอายุของไป๋ตี้ คนส่วนใหญ่เชื่อว่าไป๋ตี้ต้องอายุอย่างน้อยสามสิบปีขึ้นไป หรือแม้แต่จะสามสิบห้าหรือสี่สิบปีก็ไม่แปลกเลย เพราะพรสวรรค์ด้านดนตรีของไป๋ตี้ร้ายกาจเกินไป!
เก่งจนยากจะเชื่อว่านี่คือระดับที่วัยรุ่นจะทำได้!
“อายุแบบนี้มันเกินไปแล้ว!”
“ที่แท้พ่อเพลงน้อยไป๋ตี้ที่พลิกวงการเพลงในช่วงสองปีที่ผ่านมา กลับเป็นเด็กที่ขนอ่อนยังไม่ทันขึ้น?”
“รุ่นพี่ที่คลุกคลีกับวงการเพลงมาหลายสิบปี โดนเขาจัดการราบคาบ!”
“อย่างกับพระเอกมังงะเลย?”
“บ้าเอ๊ย! ขนาดนิยายเกรดสามยังไม่กล้าเขียนแบบนี้เลย”
“อายุแค่สิบเก้าก็ได้ชื่อว่าพ่อเพลงแล้ว ถ้าอายุยี่สิบเก้า สามสิบเก้า ความสำเร็จทางดนตรีจะขนาดไหน ฉันไม่กล้าจินตนาการเลย!”
“พ่อเพลงระดับท็อปในวงการตอนอายุเท่านี้ ก็ยังสู้ไป๋ตี้ไม่ได้เลยใช่ไหม?”
“ไม่ใช่แค่สู้ไม่ได้! แต่ต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยละ!”
“ได้เกิดยุคเดียวกับคนแบบนี้ช่างโชคดีและน่าเศร้าในคราวเดียวกันเนอะ”
“แล้วเขายังเป็นหลานของประธานเสินฮว่ากรุ๊ปด้วย ฉันได้ยินว่าเสินฮว่ากรุ๊ปกำลังแยกบริษัทใหม่ ไม่แน่ว่าอาจจะมีบริษัทเพลงเสินฮว่าออกมาโดยเฉพาะ และไป๋ตี้ก็มีโอกาสสูงมากที่จะได้รับช่วงต่อบริษัทนั้น! เมื่อถึงเวลานั้น ไป๋ตี้อาจกลายเป็นราชาแห่งวงการเพลงฉินโจวจริงๆ เลยก็ได้ ฉันพูดถึงราชาในทุกความหมาย!”
หากก่อนหน้านี้มีคนเรียกไป๋ตี้ว่า ‘พ่อเพลงน้อย’ แล้วมีคนไม่ยอมรับ เช่นนั้นเมื่อเห็นอายุที่แท้จริงของไป๋ตี้แล้ว ทุกคนก็ต่างต้องยอมรับโดยไม่มีข้อแม้!
ด้วยสถานการณ์ของไป๋ตี้ เขาจะเติบโตเป็นพ่อเพลงในอนาคตก็น่าจะเป็นเรื่องที่แน่นอนแล้ว!
ท่ามกลางกระแสข่าวเปิดเผยตัวตนไป๋ตี้ของหลินจือไป๋นี้ กลุ่มที่ตื่นเต้นยินดีที่สุดยังเป็นแฟนคลับที่ชื่นชอบไป๋ตี้มาโดยตลอด!
‘ฉันเลือกคนไม่ผิด!’
‘จะเก่งเกินไปแล้วมั้งเนี่ย!’
‘ภาพลักษณ์ไป๋ตี้ในใจฉันทั้งสูงส่งทั้งลึกลับมาตลอด แต่ฉันก็เข้าใจว่ามีผลงานที่ประสบความสำเร็จขนาดนี้ อายุของไป๋ตี้ก็น่าจะไม่น้อยแล้ว ที่ไหนได้? เขาอายุน้อยกว่าฉันตั้งสองปี!’
‘เห็นหัวข้อเทรนด์อันดับหนึ่ง #บุตรแห่งสวรรค์ กันหรือยัง?’
‘55555 คราวนี้ในที่สุดอูฉือก็โดนไป๋ตี้แซงแบบไม่เห็นฝุ่นแล้ว!’
‘เรื่องอายุ! อูฉือคงไม่มีทางอายุน้อยกว่าไป๋ตี้ได้หรอกมั้ง?’
‘แล้วฐานะอีก อูฉือจะเหนือกว่าทายาทเสินฮว่ากรุ๊ปแบบนี้ได้เหรอ?’
‘รักไป๋ตี้ที่สุดเลย!’
‘เมื่อก่อนชอบพรสวรรค์ ตอนนี้ฉันชอบหน้าตาเขายิ่งกว่าซะอีก!’
คราวนี้! ไป๋ตี้ชนะอูฉือแล้ว!
แต่ตอนนี้โลกภายนอกไม่สนใจสถานการณ์ของอูฉือที่ถูกขนานนามคู่กับไป๋ตี้เป็น ‘ดาวคู่แห่งวงการเพลง’ แล้ว ใครจะไปสนใจเรื่องนั้นอีกล่ะ?
สื่อบ้าคลั่ง! คนในวงการก็บ้าคลั่ง! เหล่านักร้องเองก็งงเป็นไก่ตาแตก! ชาวเน็ตทุกคนต่างตกใจสุดขีด!
ในฉินโจวหรือแม้แต่วงการเพลงบลูสตาร์ทั้งหมด ไม่เคยมีอัจฉริยะทางดนตรีที่เก่งกาจขนาดนี้เกิดขึ้นมาก่อน หลินจือไป๋อายุเพียงสิบเก้าปี แต่กลายเป็นนักแต่งเพลงระดับท็อปโดยไม่ต้องสงสัย กระทั่งเทียบเคียงพ่อเพลงได้อย่างสูสี!
นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย!? ต่อให้เป็นคนใจกว้างขนาดไหนก็อยากจะด่ากันสักที!
เมื่อมีไป๋ตี้อยู่ ต่อไปจะมีนักแต่งเพลงคนไหนกล้าเรียกตัวเองว่าอัจฉริยะอีก!?
หลินจือไป๋กลับถึงบ้าน ซุนกูโทรมา หลินโสวจิ่วโทรมา จางซีหยางโทรมา ซูฉานก็โทรมา หากไม่เป็นห่วงก็อยากแซว
เจียงเฉิงก็หยอกหลินจือไป๋ทางโทรศัพท์ว่า
“ในข่าวเจ้านายดูดีขึ้นกล้องเป็นพิเศษเลยนะครับ ตอนนี้ผมชักอยากเห็นแล้วสิว่าถ้าเจ้านายเปิดเผยตัวตนอูฉือ ปู่เย่จวินจี๋ จวินหลิน หรือแม้แต่เจ้าของคุนเผิงออกมา จะอลหม่านขนาดไหน?”
หลินจือไป๋ “…”
จริงๆ ตอนนี้เขาสงบใจได้แล้ว การเปิดเผยตัวตนไป๋ตี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เพราะคนที่รู้ตัวตนเขาก็มีอยู่ไม่น้อย การถูกเปิดเผยตัวตนจึงเป็นเรื่องที่จะต้องเกิดขึ้นไม่ช้าก็เร็ว
ถ้าจะพูดถึงข้อเสียก็คงเป็นแค่เวลาที่เขาออกไปเดินถนนแล้วมีคนจำได้?
เวลานี้โทรศัพท์ดังอีกครั้ง คราวนี้หยิ่นตงหน่วนโทรมา พอรับสายหลินจือไป๋ก็ได้ยินเสียงกรีดลั่นทันที
“นายเป็นไป๋ตี้ได้ไง!”
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ?”
“นายปิดบังฉันหนักมากเลยนะ!”
“ก็เธอไม่เคยถามนี่นา”
“เหอะๆ ก่อนหน้านี้ใครนะที่บอกกับฉันว่าเป็นแค่นักศึกษาปีสองธรรมดาๆ ถ้าบอกว่าเป็นไป๋ตี้แต่แรก ฉันเป็นแฟนนายก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้แล้ว!”
“งานใหญ่ยังไม่สำเร็จ จะคิดมีครอบครัวได้ยังไง?”
“เหอะ! มีตัวตนเป็นไป๋ตี้แบบนี้ ต่อไปบริษัทเพลงในเครือเสินฮว่ากรุปทั้งหมดคงตกอยู่ในมือของนายหมดแหง!”
หลินจือไป๋ยิ้ม หยิ่นตงหน่วนฮึดฮัด “ฉันไม่สน ในเมื่อนายคือไป๋ตี้ ต่อไปต้องช่วยฉันนะ!”
หลินจือไป๋กล่าว “ฉันก็ช่วยเธอมาตลอดไม่ใช่เหรอ?”
ถ้าไม่ใช่เพราะตน มีหรือที่นาเซินจะได้ละคร ‘Home Temptation’ จากคุนเผิงไปได้? แน่นอนความลับนี้หลินจือไป๋ยังไม่อยากเปิดเผยตอนนี้
หลังจากปลอบหยิ่นตงหน่วนได้สำเร็จ เฟิงซั่วก็โทรเข้ามาอีก แต่เพื่อนคนนี้ไม่อ่อนไหวเหมือนสาวๆ โทรมาปุ๊บก็รีบประจบทันที
“สมกับเป็นพี่ไป๋ของผม!”
“ก็พอไหวแหละ”
“พี่ไป๋ต่อไปต้องดูแลผมนะ!”
“ได้เลย”
“ผมรู้อยู่แล้ว พี่ไป๋น่ะเหนือกว่าทุกคนเลย!”
“เกินไปแล้ว…”
เฟิงซั่วคุยกับหลินจือไป๋อยู่สิบกว่านาทีถึงได้วางสายไป หลังวางสายเฟิงซั่วถอนหายใจยาว
ตอนที่เรียนด้วยกัน หลินจือไป๋ก็เป็นคนที่โดดเด่นที่สุดในโรงเรียนอยู่แล้ว คนแบบนี้ไม่ว่าจะประสบความสำเร็จแค่ไหน เฟิงซั่วก็ไม่แปลกใจเลย บุตรแห่งสวรรค์สินะ?
จริงๆ ตั้งแต่เมื่อก่อนโน้น เขาก็เป็นบุตรแห่งสวรรค์อยู่แล้ว ต่อให้ไม่พูดถึงชาติกำเนิด หลินจือไป๋ก็ยังเป็นคนที่โดดเด่นที่สุดในบรรดาคนวัยเดียวกันเสมอมา
หลังจากรับสายไม่รู้กี่สาย ในที่สุดหลินจือไป๋ก็มีเวลาเข้าอินเทอร์เน็ตไปดูสถานการณ์เสียที
ทันทีที่เปิดดู หลินจือไป๋ก็ร้อง “โอ้โห” ออกมา ยอดแฟนคลับของไป๋ตี้ในแพลตฟอร์มจี๋กวงทะลุยี่สิบล้านแล้ว!
จำได้ว่าก่อนหน้านี้มีแค่สิบล้านต้นๆ เองไม่ใช่เหรอ?
หลินจือไป๋มีหลากหลายอารมณ์เกิดขึ้นในใจอย่างอดไม่ได้
ฉันปล่อยเพลงไปตั้งเยอะ เพลง ‘ขอให้ร่ำรวย’ เมื่อต้นปีก็ฮิตไปทั่วทั้งฉินโจว ยังสู้การหลุดตัวตนครั้งเดียวไม่ได้เลย พับผ่าสิ!
เพราะชาติตระกูล? เพราะหน้าตา? เพราะอายุ?
ทั้งที่ฉันพรสวรรค์ล้นฟ้า พวกเธอกลับสนใจแต่หน้าตา จริงไหมระบบ?
และในตอนที่หลินจือไป๋คิดว่าการหลุดตัวตนครั้งนี้คงจะจบลงเพียงเท่านี้ จู่ๆ ตารางจัดอันดับดาราก็อัปเดตขึ้นมา!
ในตาราง ไป๋ตี้ที่เดิมทีอยู่ในแถวสี่ กระโดดขึ้นสู่แถวสามทันที!
วินาทีนี้หลินจือไป๋ถึงกับตะลึงงันเล็กน้อย
การจัดอันดับคนดังในบลูสตาร์แบ่งออกเป็นระดับ: แถวหน้า, แถวหนึ่ง, แถวสอง, แถวสาม, แถวสี่, แถวห้า, แถวหก และสุดท้ายแถวเจ็ดที่พอจะเรียกได้ว่าเป็นบุคคลสาธารณะอย่างหวุดหวิด
ไป๋ตี้จากนักแต่งเพลงหน้าใหม่ในวงการเพลงพุ่งขึ้นมาอยู่แถวสี่ ทุกครั้งที่จะขยับขึ้นแต่ละขั้นต้องแต่งเพลงมากมาย และยังต้องคว้าอันดับหนึ่งในชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลอีกหลายครั้ง สร้างอิทธิพลในวงการเพลงมาไม่น้อย
แต่เฉพาะจากแถวสี่ไปสาม หลินจือไป๋แค่แต่งเพลง ‘ขอให้ร่ำรวย’ ในงานฉลองตรุษจีนครั้งเดียว ทำไมได้ขึ้นแถวสามแล้ว?
ไหนบอกว่าอันดับคนดังดูจากผลงานเป็นหลักไง?
แม้เพลง ‘ขอให้ร่ำรวย’ จะมีอิทธิพลมากกว่าเพลงก่อนหน้านี้จริงๆ แต่ก็ไม่น่าจะพุ่งตรงจากแถวสี่มาแถวสามได้ทันทีหรอกมั้ง?
แค่คิดนิดเดียวก็รู้แล้ว การพุ่งขึ้นแถวสามครั้งนี้ไม่ใช่แค่เพราะเพลง ‘ขอให้ร่ำรวย’ แต่เพราะตัวตนไป๋ตี้ถูกเปิดเผย ทำให้แฟนคลับเพิ่มขึ้น อิทธิพลส่วนตัวก็เลยเพิ่มตามไปด้วย!
แบบนี้คือนับว่าหากินด้วยหน้าตาหรือเปล่า?
ช่างเถอะ ถือว่าศักยภาพของฉันได้รับความสนใจจากทางการก็แล้วกัน ได้ขึ้นแถวสามก็เป็นเรื่องดี หลินจือไป๋ไม่ได้ขัดเขินอะไร ยอมรับผลลัพธ์นี้อย่างมีความสุข
คอมเมนต์ในจี๋กวง แฟนๆ พากันแสดงความยินดี!
‘ขอแสดงความยินดีกับอาจารย์ไป๋ตี้ที่เข้าสู่แถวสามอย่างเป็นทางการค่ะ!’
‘ทางการจริงใจเกินไปแล้ว พอเปิดเผยตัวตนปุ๊บก็จัดไป๋ตี้เข้าแถวสามทันทีเลย!’
‘5555 คราวนี้แฟนคลับเพิ่มขึ้นเยอะมาก อิทธิพลส่วนตัวเพิ่มสูงขึ้นมากจริงๆ!’
‘ฉันลองคำนวณดูแล้ว ไป๋ตี้จากแถวหกไปห้า ห้าไปสี่ ทุกครั้งต้องแต่งเพลงเยอะมาก แต่ครั้งนี้ขึ้นแถวสามใช้แค่เพลง ‘ขอให้ร่ำรวย’ บวกกับการหลุดตัวตนแค่ครั้งเดียวเอง!’
‘งั้นคำตอบก็ชัดเจนแล้วล่ะ ไป๋ตี้ก็ยังเป็นไป๋ตี้คนเดิม แฟนคลับและอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นล้วนมาจากตัวตนทายาทรุ่นสามของเสินฮว่ากรุ๊ป และอายุที่น้อยจนน่าตกใจของไป๋ตี้ แล้วก็ยังมีหน้าตาที่หล่อเกินเหตุนั้นด้วย!’
‘สรุปสั้นๆ นี่คือโลกที่ดูหน้าตากันนั่นแหละ!’
‘จู่ๆ ก็รู้สึกว่าไป๋ตี้ถูกกำหนดมาแล้วให้เป็นพ่อเพลงที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ เว้นแต่เขาจะหมดมุกก่อน’
‘เพราะงั้นเปิดเผยหน้าตาเร็วกว่านี้ไม่ดีเหรอ?’
‘ทั้งที่เขาใช้หน้าตาหากินได้สบายๆ แต่ดันเลือกใช้พรสวรรค์!’
ที่จริงข้อสรุปนี้ก็มาจากชาวเน็ตนั่นแหละ ทั้งที่ใช้หน้าตาหากินได้แต่ดันเลือกใช้พรสวรรค์แทน ประโยคนี้ตรงกับไป๋ตี้เป๊ะเลยใช่ไหม?
ส่วนหลินจือไป๋ก็ลองใช้นิ้วนับดูคร่าวๆ จากแถวสามขึ้นอีกหนึ่งขั้นก็คือแถวสอง ต่อจากแถวสองคือแถวหนึ่ง และจากแถวหนึ่งก็คือแถวหน้า!
เมื่อนักแต่งเพลงเข้าสู่ระดับแถวหน้า ก็ถือว่าเป็นพ่อเพลงแล้ว!
ในบลูสตาร์ มีแค่นักแต่งเพลงจำนวนเพียงหยิบมือเท่านั้นที่เข้าสู่ระดับแถวหน้าได้!
“เหลืออีกแค่สามขั้น?”
หลินจือไป๋ยิ้มออกมา ปีนี้เขาเพิ่งอายุสิบเก้า ถ้าเป็นอย่างที่แฟนๆ พูด ตำแหน่งพ่อเพลงที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ก็เป็นของเขาแน่นอนแล้ว!
ส่วนอูฉือกับปู่เย่จวินจี๋ สองตัวตนนี้ก็ถูกไป๋ตี้แซงหน้าไปอีกครั้งแล้ว ใครใช้ให้สองตัวตนนี้ใช้หน้าตาหากินไม่ได้ล่ะ?
พวกนายสองคนก็อิจฉาไปเถอะ!