ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 220: ฉันจะได้ประคองเธอไว้ในมือ
หลินจือไป๋ทำแผนสำหรับอนาคตของสำนักพิมพ์ออกมาแล้ว หากดำเนินการตามแผนนี้สำเร็จจริง รายได้ต่อปีอาจสูงกว่าปีที่แล้วถึงหกเท่า เพราะทุกโครงการล้วนเคยเป็นโมเดลธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมาแล้วในชาติก่อน จะเรียกว่า ‘ไอเดียทองคำ’ ก็คงไม่เกินจริง
“ถือเป็นข้อดีจากการเปิดเผยตัวตนไปตี้นะครับ”
เจียงเฉิงยิ้ม “ตอนนี้คำพูดของเจ้านายในสำนักพิมพ์มีน้ำหนักกว่าก่อนก็จริง แต่สถานการณ์แบบนี้คงอยู่ได้ไม่นานนัก สุดท้ายแล้วทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับผลงาน”
หลังจากพูดคุยกัน เจียงเฉิงก็เปลี่ยนเรื่องไปพูดถึงหลินกง
“ในตอนที่เจ้านายกำลังวางแผนอนาคตให้สำนักพิมพ์ หลินกงก็ไม่ได้นิ่งเฉยครับ สินค้าที่เขาดูแลหลายตัวกำลังถ่ายโฆษณาใหม่ ได้ยินว่าจ้างดาราแถวหน้าหรือแม้แต่ซูเปอร์สตาร์มาหลายคนเลยทีเดียวครับ”
“เหรอครับ?” ไม่มีคอนเซ็ปต์โฆษณาเจ๋งๆ เลย พึ่งแต่อิทธิพลของดาราล้วนๆ?
แต่ต้องยอมรับว่าอิทธิพลของดาราช่วยเสริมให้โฆษณาโดดเด่นขึ้นได้จริงๆ แถมยังเป็นดาราจากเสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์ หลินกงจึงจ้างได้ในราคามิตรภาพ
“เจ้านายจะไปบี้เขาต่อไหมครับ?”
“แน่นอนครับ ยังไงช่วงนี้ก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้วนี่”
หลินจือไป๋ทำข้อสอบของตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหลือแค่รอผลเท่านั้น ในเมื่อหลินกงก็สอบเหมือนกัน เขาก็ไม่รังเกียจที่จะเพิ่มความยากให้อีกฝ่ายสักหน่อย
“โฆษณาตัวต่อไปของเขาเป็นสินค้าอะไรครับ?”
“ชานมชุนเซียงครับ!”
“สินค้าเป็นชานมเหรอ?” หลินจือไป๋ถาม “คู่แข่งล่ะครับ?”
เจียงเฉิงตอบทันที “ชานมเซียงเวยเหมยครับ”
หลินจือไป๋เงียบไปชั่วครู่ เจียงเฉิงเองก็ไม่พูดอะไร เขารู้ว่าเจ้านายกำลังใช้ความคิด
ปกติทุกครั้งที่เจ้านายเงียบไปพักหนึ่ง ไม่นานก็จะ มีไอเดียสุดยอดผุดออกมาเสมอ หลังจากเงียบไปไม่นาน เสียงเจ้านายดังขึ้นในสาย
“ให้ชานมเซียงเวยเหมยไปหาดาราหนุ่มที่โด่งดังมากๆ คนหนึ่ง คู่กับนักแสดงหญิงสักคน ไม่ต้องดังมากก็ได้แต่ต้องสวยมากๆ ให้ความรู้สึกน่าทะนุถนอม ฉากโฆษณาก็ประมาณร้านชานม ผู้ชายกับผู้หญิงนั่งอยู่ด้วยกัน ข้างนอกมีหิมะตกอยู่ จู่ๆ ผู้หญิงก็ถามผู้ชายว่า…”
หลินจือไป๋อธิบายไปเรื่อยๆ ยิ่งเจียงเฉิงฟังก็ยิ่งตาเป็นประกาย ไอเดียโฆษณาของเจ้านายสามารถทำให้คนรู้สึกสดใหม่และประทับใจได้ตลอดจริงๆ!
“รอรับแผนฉบับเต็มได้เลยครับ”
หลินจือไป๋พิมพ์รายละเอียดโฆษณาอย่างรวดเร็ว ส่งตรงเข้าอีเมลของเจียงเฉิง
“ได้รับแล้วครับ!” เจียงเฉิงพยายามกลั้นความตื่นเต้น “ผมจะติดต่อชานมเซียงเวยเหมยเดี๋ยวนี้เลยครับ”
หลินจือไป๋มั่นใจในโฆษณานี้มาก เพราะนี่คือโฆษณา ‘ชานมโยวเลอเหมย’ ในชาติก่อนนั่นเอง!
ไม่กี่วันต่อมา โฆษณา ‘ชานมชุนเซียง’ ที่หลินกงดูแลได้ออกอากาศทางเสินฮวาทีวี พระนางต่างก็เป็นดาราแถวหน้า ส่งพลังของซูเปอร์สตาร์ได้ดีมากทีเดียว
“โฆษณานี้ต้องปังแน่!” ลูกน้องของหลินกงพูดด้วยใบหน้าประจบประแจง
หลินกงไม่ได้พูดอะไร เขากำลังครุ่นคิดถึงภารกิจที่ต้องทำ เพราะถ้าทำผลงานได้ดี ปู่ก็ยินดีจะยกหุ้นให้!
ความได้เปรียบที่ใหญ่ที่สุดของเขาคือ น้องชายหลินจิ้งคุมแผนกนักแสดงโทรทัศน์ ทำให้เขาจ้างพรีเซนเตอร์ในราคามิตรภาพสุดๆ
“น่าเสียดายที่ฝั่งสำนักพิมพ์ฉันสอดมือเข้าไปไม่ได้เลย เพิ่มความยากให้ไอ้เด็กหลินจือไป๋นั่นไม่ได้…”
หลินกงแอบเสียดายในใจ แต่เมื่อโฆษณาของตนออกอากาศ ยอดขายสินค้าเหล่านี้ต้องเพิ่มขึ้นแน่นอน!
ทว่า… หลังโฆษณาออกอากาศได้ไม่นาน ชาวเน็ตก็เริ่มพูดถึงสิ่งอื่น
‘พวกเธอดูนี่เร็ว! ชานมเซียงเวยเหมยของค่ายคู่แข่งก็ออกโฆษณาใหม่เหมือนกัน!’
‘โฆษณานี้ดูน่าสนใจดีนะ!’
หลินกงที่กำลังดูคอมเมนต์อย่างมีความสุข พอเห็นว่ามีคนพูดถึงเซียงเวยเหมย สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนทันที
“เซียงเวยเหมยก็ปล่อยโฆษณาใหม่เหรอ?”
เซียงเวยเหมยคือแบรนด์ชานมที่มียอดขายเป็นอันดับสองของฉินโจวในขณะนี้ ส่วนอันดับหนึ่งคือชานมชุนเซียง
หลินกงรีบเปิดดูโฆษณาต้นฉบับทันที
ดาราชายคือ หลานเส้าเหยียน ดาราหญิงคือ ซูจื่อชู (คู่เดิมจากโฆษณาช็อกโกแลตหลานฝู)
ฉากในโฆษณาเป็นร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ซูจื่อชูมองหิมะนอกหน้าต่าง กอดชานมเซียงเวยเหมยไว้ในมือ ก่อนพูดขึ้นอย่างคาดหวังปนซุกซนว่า
“ฉันเป็นอะไรของนาย?”
หลานเส้าเหยียนหันมามองซูจื่อชูอย่างอ่อนโยน ในมือถือชานมเซียงเวยเหมยไว้เช่นกัน แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มแสนเอ็นดูว่า
“เธอคือเซียงเวยเหมยของฉันไง”
ซูจื่อชูทำหน้ามุ่ย คล้ายคนงอนนิดๆ ออดอ้อนหน่อยๆ “ที่แท้ฉันเป็นแค่ชานมเองเหรอ?”
หลานเส้าเหยียนเว้นจังหวะ ก้มมองชานมในมือพลางกล่าวในขณะที่ยังคงยิ้ม
“แบบนี้ฉันก็จะได้ประคองเธอไว้ในฝ่ามือ”
ซูจื่อชูยิ้มออกมา กล้องค่อยๆ แพนออก สโลแกนปิดขึ้นว่า “รักเธอต้องเซียงเวยเหมย”
หลินกงยิ่งดูยิ่งรู้สึกอึดอัดในใจ เขามีลางร้ายว่าโฆษณานี้ดูเหมือนจะดีกว่าของชานมชุนเซียงเสียอีก ธีมความรักของชายหญิงเชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์ได้อย่างแนบแน่น
นี่เลียนแบบคุนเผิงเหรอ? โฆษณานี้ละม้ายวิธีออกแบบโฆษณาของคุนเผิงก่อนหน้านี้เกินไปแล้ว!
เวลานี้เอง จู่ๆ หลินกงก็ได้ยินลูกน้องอุทานเสียงหลงว่า
“พี่กง ดูนี่สิครับ! โฆษณาเซียงเวยเหมยนี่ออกแบบโดย ‘คุนเผิง’ เป็นผลงานของผู้วางแผน ‘จวินหลิน’ จากคุนเผิงครับ!”
หลินกงหันขวับทันที บนหน้าจอชื่อของผู้วางแผนโฆษณาปรากฏสองตัวอักษรเด่นชัดว่า…