ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 229 ปรมาจารย์งานวิวาห์!
ใช้หัวข้อเดียวกันเขียนออกมาได้สองเพลงที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง และยังสามารถผสานความโรแมนติกและความหวานของงานวิวาห์เข้าไปในเนื้อร้องและทำนองได้อย่างลงตัว นาทีนี้ทุกคนยอมสยบให้อู๋ฉืออย่างหมดใจ!
‘โคตรเทพเลย!’
‘เพลงนี้สุดยอดมาก!’
‘เฟยอวี่โดเนทอีกล้านหนึ่งแล้ว!’
‘พวกนายไม่สังเกตเหรอว่าเพลงนี้คุณภาพดีไม่แพ้ “แด่พวกคุณ” เลย แล้วเมื่อกี้อู๋ฉือก็เปลี่ยนโทนเสียงร้องสองแบบในเพลงนี้ เนื้อเพลงเหมือนเป็นเพลงร้องคู่ชายหญิงเลยด้วย?’
‘ถ้าแต่งงานเมื่อไหร่แล้วคู่บ่าวสาวขึ้นไปร้อง “วันนี้เธอต้องแต่งงานกับฉัน” บนเวทีละก็ บรรยากาศต้องพีคสุดๆ แน่ เพราะเพลงนี้เหมาะกับการร้องคู่ชายหญิงจริงๆ!’
‘อู๋ฉือนี่มันปีศาจชัดๆ!’
‘ทำไมรู้สึกว่าไม่มีอะไรทำให้เขาลำบากได้เลยเนี่ย!’
‘ตกลงต้องตั้งโจทย์แบบไหนถึงจะทำให้อู๋ฉือลำบากได้กันเนี่ย?’
‘บางทีวิธีเดียวที่จะทำให้อู๋ฉือจนมุมได้ก็คือ ให้เขาใช้โจทย์นี้แต่งเพลงที่สาม?’
‘เธอนี่ปีศาจปะเนี่ย? ยังจะเอาเพลงที่สามอีกเหรอ?!’
แค่หัวข้อเดียวกันให้อู๋ฉือแต่งถึงสองเพลงก็ถือว่ายากมากแล้ว ถ้าให้เขาแต่งเพลงที่สามอีกก็คงจะเกินไปหน่อย พูดได้เลยว่าจงใจกลั่นแกล้ง สองเพลงก็พอแล้ว!
ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากสองเพลงนี้แล้ว ถ้าแรงบันดาลใจของอู๋ฉือยังไม่โดนรีดจนเกลี้ยงก็น่าแปลกแล้ว ผู้ชมเองเริ่มเห็นใจสตรีมเมอร์ไม่ได้พากันแซวแรงอีก ถึงจะยังมีคนแซวอยู่บ้างก็เถอะ แต่ส่วนใหญ่เป็นแฟนคลับของไป๋ตี้ เพราะรับไม่ได้ที่เห็นอู๋ฉือเด่นเกินหน้าล้วนๆ เลยอยากเห็นอู๋ฉือพลาดสักครั้ง
ในเวลาเดียวกันที่ฝั่งเสินฮวาไลฟ์ เหล่าผู้จัดการของบรรดาดารารวมถึงหลินหูและลูกน้องของเขาก็กำลังดูไลฟ์ของอู๋ฉือเช่นกัน ตอนแรกแค่จะสอดแนมคู่แข่งเฉยๆ แต่ดูไปดูมาทุกคนกลับโดนดูดเข้าไปในบรรยากาศจนลืมตัว
“หมอนี่เป็นมนุษย์อยู่หรือเปล่าเนี่ย ใช้หัวข้อเดียวกันแต่ในเวลาอันสั้นกลับแต่งได้ถึงสองเพลงที่เหมาะกับงานแต่งงาน แถมคุณภาพสองเพลงก็ยังดีมากทั้งคู่!”
“เหลือเชื่อเกินไปแล้ว”
“เราแพ้แบบไม่ค้านสายตาเลยจริงๆ”
“แม้ฝั่งเราจะมีดาราถึงห้าคน ชื่อเสียงรวมกันเหนือกว่าอู๋ฉือ แต่ถ้าวัดที่ผลลัพธ์การไลฟ์ โดนเขาบดขยี้เละเลย!”
“โธ่เว้ย!”
“มีคนเปย์อีกล้านหนึ่งแล้ว!”
“จนถึงตอนนี้แค่เงินโดเนทอู๋ฉือก็ได้ไปตั้งสามล้านแล้วมั้ง? ฝั่งเราเงินโดเนทจริงๆ ก็มีแค่ห้าแสน ส่วนอีกล้านที่เหลือก็เงินที่พวกเราสมทบกันเอง”
คนเทียบคน! ช่างเจ็บปวดใจ! แต่ตอนนี้ทุกคนก็เข้าใจสาเหตุแล้ว ไลฟ์ของอู๋ฉือมันยอดเยี่ยมจริงๆ ต่อให้มองในมุมคู่แข่งก็ต้องยอมรับ!
“หรือจะเป็นหน้าม้า?” ผู้จัดการของดาราแถวสองคนนั้นพูดด้วยความสงสัยเล็กน้อย “ฤดูร้อนกับเฟยอวี่ใช้ข้ออ้างจะแต่งงาน จุดประเด็น จากนั้นอู๋ฉือก็เอาเพลงที่เตรียมไว้ล่วงหน้าออกมาร่วมมือกันแสดงละครกับหน้าม้าสองคนนี้?”
ไม่ว่าจะเป็น “แด่พวกคุณ” หรือ “วันนี้เธอต้องแต่งงานกับฉัน” ต่างก็คุณภาพสูงมากจนยากจะเชื่อว่าแต่งสดในเวลาแค่ไม่กี่นาที!
“ไม่ใช่หน้าม้า!” หลินหูตะโกนตอบทันที ทุกคนชะงัก “หมายความว่ายังไง?”
หลินหูคิดในใจว่าตนใช้เงินตั้งหนึ่งล้านยืนยันแล้วว่าหมอนั่นแต่งเพลงสดจริงๆ แต่ปากกลับกระแอมทีหนึ่งแล้วกล่าวว่า “ยังไงก็ไม่ใช่หน้าม้า ฉันให้คนไปตรวจสอบมาแล้ว หมอนี่พอจะมีฝีมืออยู่บ้างจริงๆ”
“ขอบคุณเฟยอวี่สำหรับซูเปอร์ร็อกเก็ตห้าร้อยลูกครับ”
หลินจือไป๋พูดขอบคุณแฟนคลับกลางไลฟ์ พร้อมอธิบายต่อว่า “เพลง “วันนี้เธอต้องแต่งงานกับฉัน” เมื่อกี้จริงๆ เหมาะกับการร้องคู่ชายหญิงมากกว่า ผมเลยใช้สองโทนเสียงครับ”
‘ขอบคุณที่เหนื่อยนะครับ!’ ข้อความจากเฟยอวี่ลอยผ่านหน้าจอ
ข้อความจากฤดูร้อนก็ลอยผ่านเช่นกัน ‘ฟังเพลงนี้จบแล้วฉันชักลังเลว่าจะใช้เพลงไหนในงานแต่งดี คิดไปคิดมา ใช้ทั้งสองเพลงเลยก็น่าจะเหมาะสุดใช่ไหม?’
หลินจือไป๋ยิ้มบางๆ เวลานี้เห็นบางข้อความยังยุยงไม่เลิก บอกว่าถ้ามีปัญญาก็แต่งมาอีกเพลงสิ ซึ่งหนึ่งในนั้นมี ID ที่ใช้ชื่อว่า ‘ไป๋ตี้คงกระพัน’
เหอะๆ แฟนคลับไป๋ตี้ตัวเล็กจ้อยกล้าทำกร่างในไลฟ์ของอู๋ฉือของฉันงั้นเหรอ?
หลินจือไป๋หรี่ตาน้อยๆ แล้วพูดขึ้นว่า “ไลฟ์วันนี้ใกล้จบแล้ว ขอปิดท้ายด้วยเพลงที่มอบให้ทุกคนแล้วกันนะครับ ฟังจบเพลงนี้ก็จะปิดไลฟ์ละนะ”
‘ยังมีอีกเพลงเหรอ?’
‘รอฟังเลย!’
‘เพลงสุดท้ายจะเป็นเพลงอะไร?’
‘ยังไงก็ไม่ใช่เพลงแต่งงานอีกหรอกมั้ง ฮ่าๆๆๆๆ อู๋ฉือไม่ใช่เซียนนะ จะให้แต่งเพลงวิวาห์ออกมาเรื่อยๆ เลยได้ยังไง? ก็ตั้งสองเพลงแล้ว!’
‘ถ้ามีอีกเพลงก็เกินไปละ’
‘จะแซวอู๋ฉือนิดๆ หน่อยๆ แต่อย่ากดดันเกินไปเลย’
‘โอ้โห? มาแล้วๆ!’
‘เดี๋ยวนะ เพลงนี้มัน!’
ระหว่างที่แชทกำลังถกเถียง หลินจือไป๋ก็เริ่มเล่นเพลงสุดท้าย โดยยังใช้เปียโนเป็นเครื่องดนตรี แต่แล้วประโยคแรกของเพลงจากอู๋ฉือก็ทำเอาทั้งไลฟ์ถึงกับนิ่ง เหนือศีรษะผู้ชมทุกคนเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามที่ผุดขึ้นมา!
“ชุดเจ้าสาวขาวบริสุทธิ์ ถือช่อดอกไม้สด งดงามราวกับอยู่ในนิทาน นึกถึงตอนฤดูร้อนวันวาน ฉันเฝ้าคิดถึงเธอ อยู่ด้วยกันก็เขินอาย คิวปิดล่องลอยลงมาใต้แสงจันทร์ แพนโดร่าเธอรับรู้คำตอบนั้น ระฆังโบสถ์ดังพลันเป็นรหัสแห่งวันสุขใจ…”
ชุดเจ้าสาว? คิวปิด? ระฆังโบสถ์?
โอ้พระเจ้า! นี่มันเพลงวิวาห์อีกแล้วไม่ใช่เหรอ!? รวมสองเพลงก่อนหน้านี้นี่ก็เพลงที่สามแล้วน่ะสิ! ผู้ชมทุกคนอึ้งสนิท ต่างตะลึงกับฝีมือของอู๋ฉือ!
แต่อู๋ฉือกลับดูเหมือนไม่รู้ตัวเลยว่า เพลงที่สามของเขาทำเอาคนทั้งไลฟ์ตะลึงแค่ไหน เขาร้องต่อจนถึงท่อนฮุก ในใจคิดแค่ว่าร้องจบเพลงนี้ก็ได้เวลาปิดไลฟ์แล้ว ไปหาของกินอร่อยๆ แล้ว
“โอ My Love เราแต่งงานกันนะ อยากมีบ้านสักหลังกับเธอ ความฝันที่งดงามที่สุดในชีวิตนี้ คือมีเธอร่วมทางสุดหล้าฟ้าไกล…”
ให้ตายเถอะ! นายไม่ต้องคิดหน่อยเหรอ? ไม่ต้องกลั่นกรองบ้างเลยเหรอ? แรงบันดาลใจนายไม่มีวันหมดหรือไง?
ไม่ใช่แค่คนดูทั่วไป แม้แต่นักดนตรีมืออาชีพมากมายในวงการก็ถึงกับปากอ้าตาค้าง พวกเขาไม่เคยเห็นนักแต่งเพลงคนไหนในโลกที่แต่งเพลงได้เร็วเท่าอู๋ฉือมาก่อนเลย! ที่สำคัญคุณภาพก็ยังสุดยอด! เพลงนี้ไม่ได้สร้างแบบขอไปที!
ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเพลงหรือบรรยากาศของทำนองก็ยอดเยี่ยมทั้งคู่ ทั้งสองเพลงล้วนเหมาะที่จะใช้ในงานแต่งงาน แม้สไตล์จะต่างจากสองเพลงก่อนหน้าอยู่บ้าง หรือจะพูดว่าเพลงแต่งงานสามเพลงนี้ต่างก็มีสไตล์เฉพาะตัว?
ยิ่งเป็นแบบนี้ทุกคนก็ยิ่งอึ้ง! ครั้งนี้อู๋ฉือร้องเพลงในมุมมองของฝ่ายชายเท่านั้น ราวกับมีภาพผู้ชายคนหนึ่งกำลังสารภาพรักกับผู้หญิงด้วยความจริงใจปรากฏขึ้นตรงหน้าของผู้ชม!
“โอ My Love เราแต่งงานกันนะ ฉันจะรักเธอด้วยทั้งชีวิตที่มี ฉันยอมทิ้งทุกสิ่งไว้เบื้องหลัง มอบบ้านที่สุขสันต์แด่เธอ…”
หลินจือไป๋ร้องจบแล้วยิ้มบางๆ พลางกล่าวว่า “อย่างที่เพลงบอกครับ เพลงนี้ชื่อว่า “เราแต่งงานกันนะ” หวังว่าทุกคนจะชอบนะครับ”
จากนั้นหลินจือไป๋อธิบายว่า “ตอนแต่งเพลง “วันนี้เธอต้องแต่งงานกับฉัน” เมื่อกี้ ผมก็คิดเพลงนี้ไปด้วยเลย ทำให้ใช้เวลานานกว่าปกตินิดนึง”
ที่แท้ก็ปูทางไว้ล่วงหน้าแล้ว? ปกติอู๋ฉือแต่งเพลงแค่ห้านาที แต่ “วันนี้เธอต้องแต่งงานกับฉัน” ใช้เวลาไปสิบนาที หลายคนเลยเข้าใจว่าอู๋ฉือใช้เวลานานขึ้น เพราะแต่งเพลงที่สองจากโจทย์เดิมมันยากมากเลยต้องใช้พลังสักหน่อย นึกไม่ถึงจริงๆ!
ที่อู๋ฉือแต่งเพลง “วันนี้เธอต้องแต่งงานกับฉัน” ช้ากว่าปกติไปห้านาที ก็เพราะเขาดันแต่งเพลงที่สามสำหรับงานแต่งไปด้วย!
หน้าจอดวงตานับไม่ถ้วนเบิกกว้างกลมโต! ท่ามกลางดวงตาเบิกกว้างกลมโตนับไม่ถ้วน หลินจือไป๋โบกมือลากล้องเบาๆ แล้วเอ่ยว่า “ไว้เจอกันนะ” จากนั้นก็ออกจากห้องไลฟ์ทันที
ตุ้ม!
หน้าจอไลฟ์กลายเป็นสีดำสนิท! แต่ช่องคอมเมนต์กลับระเบิดบึ้ม! รุนแรงกว่าสองเพลงก่อนหน้านี้เสียอีก! ไม่ใช่เพราะเพลงนี้ดีกว่าสองเพลงก่อน แต่อยู่ที่อู๋ฉือแต่งเพลงจากโจทย์เดียวกันได้ถึงสามเพลง!
‘บ้าเอ๊ย!’
‘โชว์เหนือเสร็จก็เผ่นเลย?’
‘ความเหนือนี้ฉันให้เก้าร้อยเก้าสิบเก้าคะแนนเต็มร้อย!’
‘นี่ไม่ใช่แค่โชว์เหนือนนะ แต่นี่มันปาฏิหาริย์เทพเซียนชัดๆ อิจฉาเฟยอวี่กับฤดูร้อนขึ้นมาเลย อู๋ฉือแต่งเพลงวิวาห์ให้พวกเขาตั้งสามเพลง เรื่องนี้ต้องกลายเป็นตำนานแน่!’
‘แฟนคลับไป๋ตี้ยอมหรือยังละ! ไม่ได้ทำให้อู๋ฉือแต่งเพลงที่สามเหรอ? เธอทายสิว่าไง เขาแต่งออกมาจริงๆ!’
‘อู๋ฉือต้องเห็นคอมเมนต์ของแฟนคลับไป๋ตี้แน่ๆ เลย จัดการตบหน้าไปทีก่อนปิดไลฟ์!’
‘เรื่องใดๆ ไม่เกินสาม!’
‘หึๆ งั้นก็จัดสามเพลงให้เลยแล้วกัน’
‘ฉันขอประกาศเลยว่า นักแต่งเพลงที่เร็วที่สุดในโลกคืออู๋ฉือแน่นอน เขาแต่งได้ทั้งเร็วทั้งดีเลย!’
ในวงการมองดูห้องไลฟ์ของอู๋ฉือที่ปิดฉากจอมืดไปแล้ว ทุกคนต่างสับสนไปหมด หมอนี่แต่งเพลงสำหรับงานวิวาห์ออกมาได้เป็นเพลงที่สาม!
‘วิปริตเกินไปแล้วมั้ง!’
‘ไม่น้อยหน้าไป๋ตี้เลย!’
‘ทำไมฉันรู้สึกว่าเขาโหดกว่าไป๋ตี้ซะอีก! ไป๋ตี้ก็ยังไม่แต่งเพลงเร็วขนาดนี้เลยนะ!’
ดาวคู่แฝดแห่งวงการเพลงนี่มันสุดจริงๆ! หลังจากตัวตนของไป๋ตี้ถูกเปิดเผย อายุของเขาทำให้วงการเพลงสั่นสะเทือน ถูกชาวเน็ตยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะที่หาได้ยากในรอบร้อยปี บดรัศมีของอู๋ฉือซึ่งเป็นหนึ่งในดาวคู่แห่งวงการเพลงเล็กน้อย แต่วันนี้ไลฟ์นี้อู๋ฉือใช้แรงบันดาลใจทางดนตรีที่ไม่สิ้นสุดของเขา พิสูจน์ว่าตัวเองก็คืออัจฉริยะแห่งวงการเพลงเหมือนกัน เขาพลิกสถานการณ์กลับมาอีกครั้ง!
ทางฝั่งเสินฮวาไลฟ์
หลินหูกับผู้จัดการดาราห้าคนถึงกับสิ้นหวัง ฝั่งอู๋ฉือระเบิดดังสนั่นแล้ว ทางเสินฮวาไลฟ์จะเล่นต่อยังไง?
“เล่นต่อไม่ได้แล้ว!”
“เขาทำซะเราหมดทางเล่นต่อเลย!”
“เลิกไลฟ์เถอะ!”
“ต่อไปอย่าจ้างดารามาไลฟ์เลย!”
“ในวงการไลฟ์สด ใครก็ต้านอู๋ฉือไม่ได้!”
“ต่อให้คุณเอาดาราแถวหน้ามา ก็ยังสู้อู๋ฉือไม่ไหว!”
“ใครจะไลฟ์แบบอู๋ฉือได้ คนอื่นให้ความบันเทิงคนดู แต่เขาใช้พรสวรรค์ไม่รู้จบถล่มคนดู!”
อู๋ฉือเพิ่งปิดไลฟ์ไปได้ครู่เดียว ดาราทั้งห้าก็รีบปิดไลฟ์ตามทันที! ศึกนี้อู๋ฉือหนึ่งต่อห้า ไล่เก็บห้าคนรวด! แพลตฟอร์มเสินฮวาไลฟ์เหลือแต่ขนไก่เกลื่อนพื้น!
คืนนั้นเอง ไลฟ์ของอู๋ฉือในวันนี้กลายเป็นประเด็นร้อนทั่วทั้งอินเทอร์เน็ต! ทุกคนต่างอุทานด้วยความทึ่งว่า แน่ใจเหรอว่าอู๋ฉือเป็นแค่นักร้องนักแต่งเพลง? นี่มันผู้เชี่ยวชาญด้านงานแต่งงานชัดๆ!
ไม่สิ แค่ผู้เชี่ยวชาญไม่พอ? นี่มันปรมาจารย์งานวิวาห์ต่างหากเล่า!
ก่อนหน้านี้อู๋ฉือเคยถูกขนานนามว่า ‘ปรมาจารย์เต้นกลางลาน’ จากเพลง “แอปเปิ้ลน้อย” และวันนี้เขาถูกชาวเน็ตตั้งฉายาใหม่ว่า ‘ปรมาจารย์งานวิวาห์’ จากเพลงงานที่แต่งติดกันสามเพลงรวด!
ยืมคำของคนในวงการว่า อู๋ฉือใช้ไลฟ์ครั้งนี้พิสูจน์อีกครั้งว่า เขาและไป๋ตี้ในฐานะดาวคู่แฝดแห่งวงการเพลง ต่างก็มีจุดเด่นเป็นของตน ไม่มีใครบดบังแสงของใครได้!