ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 231 โรงเรียนทหารหวงผูแห่งวงการนิยายออนไลน์บลูสตาร์!
สำนักพิมพ์นาเซินในฐานะคู่แข่งรายใหญ่สุดของสำนักพิมพ์เสินฮวา นาเซินย่อมจับตามองความเคลื่อนไหวของศัตรู แต่โปรเจกต์เว็บวรรณกรรมบลูสตาร์นี้พวกเขาไม่เข้าใจเลยสักนิด อะไรกันเนี่ย? นิยายออนไลน์? เก็บค่าสมาชิกอ่าน?
“นักเขียนที่มีชื่อเสียงไม่มีทางไปเว็บไซต์นี่หรอก มีแต่พวกนักเขียนตัวเล็กๆ ที่จะสนใจ ถ้าเป็นแค่นักเขียนตัวเล็กๆ ก็คงพยุงเว็บไซต์แบบนี้ไม่ไหว ผลงานของนักเขียนตัวเล็กๆ พวกนี้ก็ไม่ถึงมาตรฐานที่จะตีพิมพ์ได้เลย ต้องเผยแพร่ผลงานฟรีบนอินเทอร์เน็ต ระดับคุณภาพอะไรก็ไม่ดีพออีกด้วย”
“ฝันเฟื่องชัดๆ!”
“ที่หลุดโลกที่สุดคือ หัวหน้าบรรณาธิการของเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์กลับเป็นปู่เยโหว นี่มันเรื่องอะไรกัน? หรือเสินฮวาคิดว่านักเขียนที่เก่งก็จะเป็นบรรณาธิการที่ดีงั้นเหรอ?”
“ไม่เหมือนกันนะ!”
“แนวคิดคนละเรื่องเลย!”
“ความหมายเดียวของเว็บไซต์นี้อาจเป็นแค่การคัดกรองผลงานที่เข้าตาบรรณาธิการของสำนักพิมพ์ แต่ความจำเป็นนั้นแทบไม่มีเลย โดยภาพรวมแล้วโปรเจกต์นี้ดูเหมือนไม่คุ้มค่ากับสิ่งที่เสียไป”
“ได้ยินว่าเป็นความคิดของไป๋ตี้”
“ถึงฉันจะชอบเพลงของไป๋ตี้มาก แต่ในเมื่อเขาเป็นอัจฉริยะด้านดนตรีก็ควรอยู่แค่วงการเพลงสิ เขาไม่เข้าใจวงการนิยายเลยสักนิด เหมือนคนนอกที่นิสัยคนวงใน”
“ไม่ๆๆ แบบนี้สิยิ่งดีใหญ่ สำนักพิมพ์เสินฮวาต้องนับวันยิ่งแย่ลงภายใต้การนำของไป๋ตี้แน่ พวกเราในฐานะคู่แข่งควรภาวนาให้เขาอยู่ในตำแหน่งให้นานอีกหน่อยนะ!”
ทันใดนั้น ทั้งสำนักพิมพ์นาเซินหัวเราะครืนอย่างอารมณ์ดี ถึงขั้นหลุดพ้นเง้ามืดจากการที่ปู่เยโหวถูกไป๋ตี้ดึงตัวไป
ในฐานะหนึ่งในสามสำนักพิมพ์ใหญ่ สำนักพิมพ์เทียนกวงก็มีเครื่องหมายคำถามเต็มหัวเช่นเดียวกัน
“ไม่ว่าจะเป็นโปรเจกต์เว็บวรรณกรรมบลูสตาร์ หรือการให้ปู่เยโหวเป็นหัวหน้าบรรณาธิการเว็บนิยายออนไลน์ ต่างก็น่างุนงงเกินไปแล้ว จุดบอดเยอะจนฉันไม่รู้เลยจะเริ่มวิจารณ์ตรงไหนก่อน”
“ได้ยินมาว่าเริ่มเปิดรับต้นฉบับแล้วนะ”
“นักเขียนเล็กๆ หลายคนแห่กันไปส่งต้นฉบับแล้ว”
“เพราะสำหรับนักเขียนที่ผลงานตีพิมพ์ได้ยาก เว็บวรรณกรรมบลูสตาร์ก็ถือว่าเป็นเวทีให้พวกเขาได้เผยแพร่ผลงาน ไม่ว่าแพลตฟอร์มนี้จะมีคนอ่านหรือไม่ อย่างน้อยก็ดีกว่าโพสต์ลงบอร์ดฟรีๆ ละนะ”
“สำนักพิมพ์เสินฮวาชักเริ่มเพี้ยนแล้ว นี่แหละผลของการเปลี่ยนผู้นำ ทั้งที่หลินจือไป๋มีพรสวรรค์ด้านดนตรี ไม่รู้ว่าหลินเจามูประธานเสินฮวากรุ๊ปคิดอะไรถึงได้ให้หลานชายตัวเองมาบริหารสำนักพิมพ์ใหญ่ขนาดนี้”
“ข่าวดีสำหรับเรา! ยิ่งสำนักพิมพ์เสินฮวาวุ่นวายเท่าไหร่ยิ่งดีต่อเรา!”
เช่นเดียวกับสำนักพิมพ์นาเซิน สำนักพิมพ์เทียนกวงเองก็ดูเหตุการณ์อย่างสะใจ หวังให้เว็บวรรณกรรมบลูสตาร์เจ๊งไปเร็วๆ
ภายในสำนักพิมพ์เสินฮวาก็มีบรรยากาศไม่ต่างกันนัก
“โปรเจกต์เว็บวรรณกรรมบลูสตาร์ใกล้เปิดแล้ว ได้ข่าวว่ามีต้นฉบับส่งเข้ามาเพียบมากกว่าฝั่งสำนักพิมพ์รูปเล่มเสียอีก”
“มีแต่นักเขียนโนเนมทั้งนั้น วงการนิยายยังต้องพึ่งนักเขียนดังๆ อยู่ดี ไม่รู้ว่าประธานคิดอะไรอยู่กันแน่”
“ตอนนี้เทียนกวงกับนาเซินรอซ้ำเราอยู่ ท่านประธานยังจะให้ปู่เยโหวไปเป็นบรรณาธิการใหญ่อะไรอีก เขาแค่เขียนนิยายไปเงียบๆ ก็ดีอยู่แล้ว จะต้องให้มายุ่งด้วยทำไมกัน”
อิทธิพลของไป๋ตี้เริ่มลดต่ำลง รัศมีของพ่อเพลงน้อยก็ใช่ว่าจะครอบจักรวาล แม้พนักงานในเสินฮวาจะชื่นชอบไป๋ตี้มากแค่ไหน แต่พวกเขาก็รู้ว่าเรื่องงานต้องแยกจากความชอบส่วนตัว ผู้นำที่สามารถพาบริษัทก้าวเดินไปข้างหน้าได้ต่างหากถึงจะเรียกว่าผู้นำที่ดี เริ่มมีข่าวลือแพร่สะพัดภายในบริษัท ชื่อเสียงของหลินจือไป๋ในฐานะประธานคนใหม่เริ่มตกลงทีละน้อย หลายคนพูดกันว่าเขาเป็นผู้นำที่ชอบเล่นอะไรเพี้ยนๆ ควรกลับไปทุ่มทางดนตรีมากกว่ามาแกว่งเท้าหาเสี้ยนในวงการนิยายแบบนี้
แน่นอนว่าหลินจือไป๋ได้ยินข่าวลือภายในบริษัทอยู่บ้างแต่ไม่ได้รับผลกระทบหรือถูกรบกวน เขาเตรียมเดินเกมใหญ่ สั่งให้หัวหน้าโปรเจกต์เว็บวรรณกรรมบลูสตาร์ดึงเหล่านักเขียนฝีมือดีที่ส่งต้นฉบับมาเข้าร่วมกลุ่มแชททันที
ผู้รับผิดชอบคนนี้ชื่อหวังหนิงเหมิง คนในบริษัทต่างเรียกเขาว่าหนิงเหมิง
หวังหนิงเหมิงทำตามคำสั่งของท่านประธานอย่างเคร่งครัด ดึงนักเขียนเข้ากลุ่มใหญ่มากถึงสามร้อยคน ชื่อกลุ่มก็ใช้ตามที่ประธานสั่งคือ [ชั้นเรียนนิยายเว็บเสินฮวา] ทำเอานักเขียนที่ถูกเชิญเข้าไปพากันงุนงง
‘ชั้นเรียนนิยายเว็บเสินฮวา? กลุ่มอะไรเนี่ย?’
‘ดึงพวกเราเข้ามาทำไม?’
‘ดูจากชื่อเหมือนจะมีการอบรม? แล้วนิยายเว็บหมายถึงอะไร?’
‘ไม่รู้สิ ก็แค่ลองส่งต้นฉบับให้เว็บวรรณกรรมบลูสตาร์ดูเล่นๆ แต่ฉันก็ไม่ได้คาดหวังอะไรกับแพลตฟอร์มนี้เท่าไหร่ ในวงการก็มีแต่คนหัวเราะเยาะ เสี่ยงดวงดูสักตั้งละกัน’
หนิงเหมิงพิมพ์ข้อความลงในกลุ่มอย่างรวดเร็ว
“นิยายเว็บคือแก่นของโปรเจกต์นี้ พวกคุณอาจเข้าใจว่านี่คือนิยายออนไลน์ก็ได้ แต่ผมรู้สึกว่าคำว่า ‘วรรณกรรมออนไลน์’ ฟังดูดีกว่าและเหมาะสมกว่า ส่วนชั้นเรียนนี้แน่นอนว่าจะต้องมีคนมาคอยชี้แนะวิธีเขียนนิยายออนไลน์ให้พวกคุณ แต่แพลตฟอร์มจะสำเร็จหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของแต่ละคน”
วรรณกรรมออนไลน์?
เหล่านักเขียนในกลุ่มครุ่นคิด ไม่นานนักก็มีคนพิมพ์ถามขึ้นในกลุ่มว่า “แล้วใครจะมาแนะแนวให้เราล่ะ?”
หนิงเหมิงเว้นจังหวะอยู่พักหนึ่ง พอแน่ใจว่าทุกคนอยากรู้จริงๆ จึงพิมพ์คำตอบออกไปว่า “อาจารย์ปู่เยโหว!”
ไม่เกินคาด กลุ่มแชทระเบิดทันที!
‘อาจารย์ปู่เยโหวจะเข้ากลุ่มด้วยเหรอ! ฉันเคยอ่าน ความลับ ของเขา!’
‘ผมเป็นแฟนคลับปู่เยโหว! ผมยังซื้อ เจตนาเลือด มาเก็บด้วย!’
‘ชอบ The Knockout มาก!’
‘ฉันโคตรชอบ Conquer เลย!’
‘ฉันชอบ Home Temptation’
‘ฉันเป็นแฟนคลับเก่าของปู่เยโหว ชอบรวมเรื่องสั้นแนวดาร์กของเขามาก!’
‘งานขึ้นหิ้งของปู่เยโหวต้อง ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ สิ!’
‘เขาจะมาสอนพวกเราเขียนนิยายเหรอ? แต่งนิยายนี่มันสอนกันได้ด้วยเหรอ?’
‘ช่างเถอะ ได้คุยกับปู่เยโหวสักคำฉันก็มีความสุขแล้ว!’
ชื่อของคน เงาของต้นไม้ ไม่ว่าจะจากใจจริงหรือไม่ แต่เมื่อมีโอกาสพูดคุยกับปู่เยโหว ทุกคนก็ต่างตื่นเต้น อย่างไรคนเหล่านี้ก็เป็นแค่นักเขียนตัวเล็กๆ ย่อมมีความเคารพชื่นชมต่อนักเขียนชื่อดังเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ‘ฉันอยู่กลุ่มเดียวกับปู่เยโหว’ นี่ก็คงพอเอาไปคุยอวดกับใครต่อใครได้หลังจากนี้?
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนในวงการวรรณกรรมมักดูแคลนกันเอง สำหรับที่หนิงเหมิงบอกว่าปู่เยโหวจะมาชี้แนะการเขียนนิยายด้วยตนเองนั้น นักเขียนเหล่านี้ก็ไม่ได้สนใจอะไร ของอย่างการเขียนนิยายจะสอนกันได้ยังไง? มันเป็นเรื่องเฉพาะตัวเกินไป อย่างมากก็แค่สอนได้พื้นฐานนิดๆ หน่อยๆ เท่านั้น ผู้ที่เข้ามาในกลุ่มนี้ได้มีหรือจะพื้นฐานแย่?
ในขณะเดียวกันหลินจือไป๋อยู่ที่บ้าน และกำลังใช้ระบบสั่งผลิตนิยายออนไลน์ที่เขาเคยเห็นในชาติก่อน นิยายพวกนี้เขาไม่ได้ตั้งใจจะเขียนเอง แต่จะเอามาแบ่งปันให้กับเหล่านักเขียนนิยายออนไลน์รุ่นแรก เขาทุ่มเทอย่างหนักเพื่อทำให้เว็บไซต์นี้สำเร็จ ถึงขั้นเสียสละอยู่สักหน่อย
ทันใดนั้นหนิงเหมิงส่งข้อความมา “ท่านประธาน กลุ่มตั้งเสร็จแล้วครับ!”
หลินจือไป๋ตอบ “ส่งเลขกลุ่มมาให้ผมหน่อย”
จากนั้นหลินจือไป๋ก็หยิบโทรศัพท์สีดำขึ้นมา ใช้ตัวตนของปู่เยโหวขอเข้าร่วมกลุ่มแชทชั้นเรียนนิยายออนไลน์เสินฮวา หนิงเหมิงกดอนุมัติทันที จากนั้นก็พิมพ์ในกลุ่มว่า “ขอต้อนรับนักเขียนชื่อดัง หัวหน้าบรรณาธิการของเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์ อาจารย์ปู่เยโหว!”
ฮือฮา! กลุ่มแชทเดือดพล่านทันที เหล่านักเขียนตะโกนลั่นด้วยคำพูดอย่าง ‘ไอดอล’ ‘ฉันเป็นแฟนคลับของคุณ’ ‘สวัสดีครับอาจารย์ปู่เยโหว!’
“สวัสดีทุกคนครับ”
หลินจือไป๋พิมพ์ข้อความ ไม่พูดมากอ้อมค้อม ตรงเข้าประเด็น “ต่อไปนี้ผมจะแชร์แนวคิดเกี่ยวกับการเขียนนิยายให้ทุกคนฟัง ยกตัวอย่างเช่น ในกลุ่มมีนักเขียนชื่อเหล่าหลาง ผมได้อ่านต้นฉบับที่เขาส่งมาแล้ว เป็นนิยายแนวประวัติศาสตร์เรื่องหนึ่ง…”
ในกลุ่มแชท เหล่าหลางโผล่ขึ้นมาทันที รู้สึกตกใจปนดีใจ “คิดไม่ถึงเลยว่าอาจารย์ปู่เยโหวจะเคยอ่านนิยายของผม คุณมีอะไรแนะนำบ้างครับ?”
“ผมจะพูด คุณลองฟังนะ”
หลินจือไป๋พิมพ์อย่างรวดเร็ว “คุณเขียนแนวประวัติศาสตร์ แต่นิยายออนไลน์ที่เผยแพร่บนอินเทอร์เน็ตต้องแตกต่างจากนิยายรูปเล่ม ผู้อ่านออนไลน์มักไม่มีความอดทนสูงมากนัก คุณต้องเพิ่มความสนุกให้นิยายของคุณให้มากขึ้น ผมขอเสนอไอเดียให้สักอย่าง ทุกคนสามารถเอาไปดัดแปลงตามกระแสได้ เช่น คนยุคปัจจุบันคนหนึ่งประสบอุบัติเหตุถูกรถชนเพราะช่วยเด็ก แต่กลับทะลุมิติมายังโลกยุคโบราณ ในฐานะคนยุคปัจจุบันจะเอาตัวรอดในยุคโบราณได้อย่างไร…”
บลูสตาร์ยังไม่มีนิยายออนไลน์ ย่อมไม่มีพล็อตเรื่องแนวทะลุมิติ นี่คือทะเลทรายที่แห้งแล้งแห่งโลกนิยายออนไลน์ หลินจือไป๋ตั้งใจจะสร้างโอเอซิสขึ้นมาให้ได้ เหล่าหลางคนนี้ก็ไม่ใช่ถูกเลือกมามั่วๆ ช่วงตรวจต้นฉบับที่ผ่านมา หลินจือไป๋รู้สึกว่าแนวคิดการเขียนของเหล่าหลางค่อนข้างเข้ากับนิยายออนไลน์ คนคนนี้ชอบใส่จังหวะเร้าใจ จุดพีคต่อเนื่อง จึงน่าจะเป็นคนที่กระตุ้นให้ปิ๊งไอเดียได้ง่าย
ครืน!
ราวกับหยาดน้ำทิพย์ราดกลางกระหม่อม!
คำพูดของปู่เยโหวเปรียบดั่งสายฟ้าฟาดดังก้องอยู่ในหัวของนักเขียนทุกคนในกลุ่ม เกือบทุกคนรับรู้ได้ในทันทีถึงคุณค่าของแนวคิดนิยายที่เขาเสนอมาให้
‘เฮ้ย! อัจฉริยะ!’
‘ไอเดียนี้เจ๋งโคตร! คนยุคใหม่ไปโผล่ในยุคโบราณ?’
‘แค่คิดก็สนุกแล้ว!’
ท่ามกลางเสียงฮือฮาของทุกคน นักเขียนชื่อเหล่าหลางยิ่งตื่นเต้นขึ้นไปอีก พล็อตเรื่องที่คนยุคใหม่ทะลุมิติไปสู่ยุคโบราณนี่มันสุดยอดเกินไปแล้ว เขาถึงกับผุดคิดฉากที่น่าสนใจได้หลายฉากแล้ว เช่น ความขัดแย้งระหว่างแนวคิดของคนยุคปัจจุบันและยุคโบราณ…
“เงียบหน่อย”
หลินจือไป๋พิมพ์ต่อ “ผมรู้ว่าพวกคุณกำลังคิดถึงประเด็นความขัดแย้งทางความคิดระหว่างยุคโบราณกับยุคปัจจุบัน แต่นั่นเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ยังมีเรื่องที่น่าสนใจอีกมากที่นำมาใช้ได้ เช่น คนยุคปัจจุบันกลับไปยังยุคโบราณ ผลิตแท่นพิมพ์ ทำแก้ว ผลิตสบู่ หรือแม้แต่ดินปืน สมเหตุสมผลมากเลยใช่ไหมละ?”
ทุกคนเบิกตาโพลง!
หลินจือไป๋ยังคงพิมพ์ต่อ “จริงๆ แล้วองค์ประกอบการทะลุมิติก็มีอยู่ในเรื่อง ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ ของผมนะ แต่หลายคนไม่ได้ขุดลึกลงไป และไม่ได้มีแค่นี้ คุณที่เป็นคนจากยุคปัจจุบัน รับรู้ประวัติศาสตร์โบราณและชะตากรรมของบุคคลสำคัญล่วงหน้า นี่ก็สมเหตุสมผลเหมือนกัน ถึงขั้นที่คุณทำนายได้ล่วงหน้าว่าองค์ชายองค์ไหนจะได้ขึ้นครองบัลลังก์ ทั้งหมดนี้คือประเด็นสำคัญที่ใช้เป็นจุดสะใจในการดำเนินเรื่อง อ้อ… จุดสะใจถือเป็นองค์ประกอบสำคัญมากในนิยายออนไลน์ พวกคุณคงไม่อยากอ่านนิยายที่ทำให้รู้สึกอึดอัดหรอกใช่ไหมละ?”
ทุกคน: “…”
คนอื่นพูดประโยคนี้ไม่เป็นไร แต่ปู่เยโหวกล้าพูดแบบนี้ด้วยเหรอ?
แต่แทนที่จะมัวแซะ เวลานี้ทุกคนรู้สึกตื่นตะลึงในใจมากกว่า ปู่เยโหวหน้ากลัวเกินไปแล้ว แค่พูดไม่กี่คำก็กลับเหมือนเปิดประตูสู่โลกใบใหม่ให้กับพวกเขาทั้งหมด! นี่แหละประตูสู่โลกนิยายออนไลน์!
หลินจือไป๋มั่นใจมากว่า เมื่อเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์เปิดตัว อย่างไรก็ต้องมีคนคิดแนวเรื่องทะลุมิติได้ในไม่ช้า แทนที่จะรอให้คนอื่นชิงเสนอ แน่นอนว่าตนต้องกำเนิดเป็นคนแรก แบบนี้ปู่เยโหวถึงจะปูทางสู่ตำแหน่งปรมาจารย์นิยายออนไลน์ได้ จู่ๆ ตำแหน่งนี้ฟังดูดีกว่า ‘ปรมาจารย์งานวิวาห์’ อะไรนั่นของฉูฉือเยอะเลยใช่ไหมละ?
ส่วนชั้นเรียนนิยายออนไลน์เสินฮวานี้ อนาคตอาจกลายเป็นโรงเรียนทหารหวงผู้[1] ของวงการนิยายออนไลน์บลูสตาร์เลยก็ได้?
[1] โรงเรียนทหารหวงผู (Whampoa Military Academy): เปรียบเปรยถึงสถานที่ผลิตคนเก่งระดับหัวกะทิหรือผู้นำที่ทรงอิทธิพล