ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 232 ปรมาจารย์นิยายออนไลน์! ปู่เยโหวถ่ายทอดวิชา!
‘โคตรเจ๋งเลย!’
‘ไอเดียนี้!’
‘ถ้าเขียนออกมาต้องดังแน่!’
‘แต่พวกเราสามร้อยคนจะเขียนไอเดียนี้กันหมดเลยเหรอ?’
พูดตามตรง ไม่ใช่ทุกคนจะเชี่ยวชาญประวัติศาสตร์แบบเหล่าหลาง ถึงแม้ทุกคนจะชอบไอเดียนี้ แต่ชอบก็ไม่ได้แปลว่าจะเขียนได้ หลินจือไป๋ยิ้มบางๆ นี่เพิ่งจะถึงไหนเอง?
หลินจือไป๋พิมพ์ข้อความต่อ “คิดให้ยืดหยุ่นหน่อย พวกคุณสามารถพลิกแพลงไปได้หลากหลาย เมื่อคนยุคปัจจุบันทะลุมิติไปยุคโบราณได้ คนยุคโบราณก็ทะลุมิติมายุคปัจจุบันได้เช่นกัน อย่างนิยายกำลังภายในที่พวกคุณเคยอ่านกันมา ถ้าจอมยุทธ์โบราณมาอยู่ในยุคปัจจุบัน พลังต่อสู้คงสูงลิ่วทะลุขีดสุดเลยใช่ไหม?”
โอ้โห! ไอเดียใหม่มาอีกแล้ว! นักเขียนทุกคนดวงตาเปล่งประกาย! ไอเดียเจ๋งขนาดนี้ปู่เยโหวยังไม่เก็บไว้เขียนเอง แต่กลับแบ่งปันให้ทุกคนอย่างใจกว้าง ให้โอกาสแก่ทุกคน! นาทีนี้ทุกคนรู้สึกตื้นตันอย่างบอกไม่ถูก หลินจือไป๋ไม่ได้ตั้งใจจะโต้ตอบกับทุกคน พิมพ์ต่อว่า
“แนวเรื่องทะลุมิติสามารถเล่นได้อีกหลายรูปแบบ แต่อาจมีบางคนคิดว่าสไตล์นี้ไม่เหมาะกับตัวเอง ถ้าสามารถทะลุมิติไปอนาคตได้ ทำไมจะทะลุมิติไปอดีตไม่ได้ละ?”
‘ทะลุมิติไปอดีต?’ คนที่คิดช้ายังงงๆ ไม่เข้าใจ ส่วนคนหัวไวรู้แล้วว่าปู่เยโหวกำลังหมายถึงอะไร!
ปู่เยโหวเฉลยคำตอบ “ใช่แล้ว คือการเกิดใหม่ (Rebirth) ทุกคนคงเคยฝันกันใช่ไหมว่าถ้าย้อนกลับไปตอนวัยรุ่นได้ ก็คงจะได้แก้ไขความเสียใจในอดีต ไม่ต้องเจอเรื่องเจ็บปวดแบบเดิม งั้นทำไมไม่เอาแนวคิดนี้มาเขียนนิยายแนวเกิดใหม่ละ? จะเป็นการกลับไปสร้างธุรกิจใหม่ ไล่ตามเทพธิดาที่เอื้อมไม่ถึง หรือแม้แต่ชดเชยความเสียใจให้กับครอบครัวและเพื่อนฝูงก็ยังได้…”
จริงๆ ใน ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ มีองค์ประกอบนี้อยู่ เพียงแต่วิธีเล่านั้นคือให้คนยุคปัจจุบันเขียนจดหมายไปหาอดีต เพื่อแนะนำเรื่องการลงทุนไปสู่ความสำเร็จ แต่ในบลูสตาร์ยังไม่เคยมีใครสร้างนิยายที่ใช้การเกิดใหม่เป็นแกนหลักของเรื่องมาก่อนเลย!
ก็อย่างที่บอก นี่คือต้นยุคของนิยายออนไลน์! แค่หลินจือไป๋โยนไอเดียนิยายออนไลน์เล็กๆ ออกไป ก็สั่นสะเทือนนักเขียนพวกนี้ได้แล้ว
ความจริงนักเขียนทั้งสามร้อยคนในกลุ่มรู้สึกตื่นตะลึงอย่างมาก เมื่อได้ยินคำว่ากลับชาติมาเกิดใหม่ที่ปู่เยโหวได้กล่าว พวกเขาก็เริ่มเกิดไอเดียเรื่องราวต่างๆ พรั่งพรูในหัวเช่นเดียวกับทะลุมิติ! ใครบ้างไม่อยากเกิดใหม่? ใครบ้างไม่มีเรื่องเสียใจในอดีต? แค่ได้ยินคำว่า ‘เกิดใหม่’ นักเขียนหลายคนก็เกิดแรงกระตุ้นในการสร้างสรรค์ผลงานขึ้นมาทันที!
ที่จริงแล้วบางอย่างในโลกบลูสตาร์ก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยมี อย่างจดหมายใน ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ ที่ส่งข้ามกาลเวลานั่นก็คือการทะลุมิติ เพียงแต่ไม่เคยมีใครเหมือนปู่เยโหวที่สามารถสรุปแนวคิดเหล่านี้ออกมาอย่างเป็นระบบ แล้วชี้แนะการสร้างสรรค์นิยายให้กับทุกคนอย่างชัดเจนแบบนี้มาก่อน!
และแนวคิดแบบนี้หลินจือไป๋ยังมีอีกเพียบ… นั่นคือเหตุผลที่หลินจือไป๋จัดคลาสนักเขียนนิยายออนไลน์เสินฮวานี้ขึ้นมา ผลงานนิยายออนไลน์คลาสสิกมีอยู่มากเกินไป ต่อให้เขาเขียนเองไปเรื่อยๆ ก็คงเขียนไม่หมด สู้หานักเขียนหนุ่มสาวที่มีพื้นฐานดีและมีศักยภาพสูงมาแบ่งงานกันไปดีกว่า หรืออย่างไรคนทั้งสามร้อยคนในกลุ่มนี้ ก็ล้วนถูกคัดเลือกมาอย่างดีจากหมู่นักเขียนหนุ่มสาวมากมายนับไม่ถ้วน พวกเขามีพื้นฐานดีมากเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
เป็นเช่นนี้ หลินจือไป๋อธิบายต่อเนื่องยาวนานหลายชั่วโมง แชร์เทคนิคเขียนนิยายออนไลน์ยุคบุกเบิกจากชาติก่อนให้เหล่านักเขียนกลุ่มนี้แบบหมดเปลือก หลายชั่วโมงต่อมา ไหนเลยจะยังมีใครดูแคลนอีก? ไม่เกินจริงเลยหากจะบอกว่า นักเขียนทั้งสามร้อยคนในกลุ่มนี้ต่างเคารพปู่เยโหว ดุจเทพเจ้า กระทั่งยกให้เป็นผู้นำทางในอาชีพ เป็นครูผู้ชี้แนะของชีวิต!
ยอมแล้ว! อึ้งตะลึง! ปู่เยโหวได้เปิดประตูสู่นิยายออนไลน์ให้พวกเขาอย่างแท้จริง มอบแนวคิดการเขียนนิยายให้นับไม่ถ้วน แถมยังแบ่งบันไอเดียล้ำค่าโดยไม่หวงเลยแม้แต่นิดเดียว!
“อาจารย์!”
ทุกคนเต็มใจและปลาบปลื้ม ถึงขั้นเรียกปู่เยโหวว่า ‘อาจารย์’ ด้วยความเต็มใจและศรัทธาจากใจจริง และอนาคตก็จะเรียกอย่างเคารพเช่นนี้ไปอีกหลายปี!
เวลานี้ฟ้าเริ่มมืดแล้ว ปู่เยโหวพิมพ์ในกลุ่มต่อว่า “แนวแฟนตาซีบนเว็บไซต์จริงๆ แล้วก็คือแนวผจญภัยต่างโลก ทุกคนคงคุ้นเคยกันอยู่แล้ว แต่แนวเทพเซียนบำเพ็ญเซียนพวกคุณอาจยังไม่เข้าใจ จะอธิบายก็ซับซ้อนอยู่สักหน่อย ถึงตอนนั้นเดี๋ยวผมจะลงนิยายแนวเทพเซียนบำเพ็ญเซียนไว้บนเว็บไซต์ พวกคุณจะได้ศึกษาและเอาไปปรับใช้ได้…”
ในโลกนี้มีแนวแฟนตาซีอยู่บ้าง เพียงแต่คำว่า ‘แฟนตาซี’ ยังไม่ได้ถูกบัญญัติขึ้นอย่างชัดเจน คนทั่วไปชอบเรียกว่า ‘นิยายจินตนาการ’ มากกว่า ซึ่งก็ไม่เป็นไร ส่วนแนวเทพเซียนบำเพ็ญเซียนในโลกนี้ยังไม่เคยมีมาก่อน หลินจือไป๋ตั้งใจจะใช้ชื่อของปู่เยโหวลงนิยายแนวเทพเซียนบำเพ็ญเซียนบนเว็บไซต์ด้วยตัวเอง เพราะเว็บใหม่ต้องมีวิธีดึงดูดผู้อ่านเข้ามา
นักเขียนเหล่านี้ยังเป็นหน้าใหม่ที่คนทั่วไปไม่รู้จัก จึงต้องมีเสาหลักมาคอยค้ำเวที ปู่เยโหวคือคนที่เหมาะที่สุด เหมือนกับที่หลินจือไป๋จงใจให้ฉูฉือมาไลฟ์บนแพลตฟอร์มหลือวี่ ลดระดับตัวเองลงเพื่อดึงคนเข้าสู่แพลตฟอร์มนับไม่ถ้วน อย่างไรนี่ก็เป็นกิจการของตน ไม่ได้เสียศักดิ์ศรีอะไร สตรีมเมอร์เหล่านั้นยิ่งประสบความสำเร็จเท่าไร กระเป๋าสตางค์ของหลินจือไป๋ก็ยิ่งตุงมากเท่านั้น
เว็บวรรณกรรมบลูสตาร์ก็เช่นกัน ยิ่งนักเขียนนิยายออนไลน์เหล่านี้เขียนงานดังมากเท่าไร รายได้ของหลินจือไป๋ก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ถ้าเขาเสียดายไอเดียนิยายพวกนี้จนไม่ยอมแบ่งบันกับทุกคน เว็บไซต์นี้จะเติบโตรวดเร็วได้อย่างไร หรือจะหวังพึ่งแค่ตัวเองคนเดียว? เหนื่อยเกินไป เพ้อฝันเกินไป วิสัยทัศน์ต้องไกล
เป้าหมายที่แท้จริงของหลินจือไป๋คือ การครอบครองสำนักพิมพ์เสินฮวาให้ได้ทั้งหมด หากทำสำเร็จ โครงการอื่นๆ รวมถึงเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์ ก็จะกลายเป็นรากฐานของอาณาจักรในอนาคต แทนที่จะให้ปู่เยโหวเป็นแค่นักเขียนนิยายออนไลน์ เขากลับอยากให้ชื่อปู่เยโหวกลายเป็นปรมาจารย์นิยายออนไลน์บลูสตาร์ และบทเรียนวันนี้ก็คือการถ่ายทอดวิชาของบรมครู
เวลาสองทุ่ม หลินจือไป๋จบบทเรียนในที่สุด
“สิ่งที่ควรพูดผมก็พูดไปหมดแล้ว ทั้งแนวคิดและไอเดีย กระทั่งพวกนิ้วทองคำหรือคุณปู่ติดตัวในเว็บนิยายออนไลน์ แต่จะเข้าใจได้มากแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับตัวของพวกคุณแล้ว ทุกคนค้นหาแนวที่ตัวเองถนัดที่สุดแล้วแสดงศักยภาพออกมาให้เต็มที่แล้วกัน”
รู้สึกเหมือนขาดพิธีการไปหน่อย? หลินจือไป๋พิมพ์ว่า “เลิกเรียนได้!”
กลุ่มแชทคึกคักขึ้นมาอีกครั้ง คลาสนี้ไม่ได้วัดกันที่ว่าได้ประโยชน์เท่าไร แต่มันคือการเปิดโลกใหม่ที่แท้จริง ทุกคนต่างสั่นระริกด้วยความตื่นเต้น หัวใจเปี่ยมไปด้วยความศรัทธาอันแรงกล้า เมื่อเผชิญหน้ากับประตูสู่โลกใหม่ที่ปู่เยโหวผลักออกไป!
‘ขอบคุณอาจารย์ที่เหนื่อยนะครับ!’
‘อาจารย์ผมรักอาจารย์ครับ!’
‘ผมจะเป็นศิษย์อาจารย์ตลอดไป อาจารย์พาเข้าประตู ส่วนการฝึกฝนต้องพึ่งตน ผมจะไม่ทำให้คำสั่งสอนของอาจารย์สูญเปล่าแน่นอนครับ!’
‘รอดูผลงานใหม่ของอาจารย์นะครับ!’
‘พี่น้องทั้งหลาย ต่อไปเขียนนิยายอย่าทำให้อาจารย์ขายหน้าละ!’
‘พวกเรานี่โชคดีจริงๆ ที่ได้เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ปู่เยโหว!’
‘จากนี้ไปท่านคือเทพเจ้าของผม!’
‘อาจารย์ผมจะเรียนรู้จากคุณไปตลอดชีวิต!’
‘อาจารย์คือบรมครูแห่งวงการนิยายออนไลน์!’
‘ขอให้อาจารย์อยู่ยืนยาวหมื่นปี!’
เจ้าพวกนี้ประจบเก่งเกินไปแล้ว ถ้าไม่ได้เห็นการสอนของปู่เยโหวกับตาตัวเอง หนิงเหมิงผู้ดูแลเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์ที่เห็นคำพูดพวกนี้คงกระอักกระอ่วนใจจนอยากเอาหน้ามุดดิน และคงคิดว่าคนพวกนี้แค่กำลังประจบสอพลอนักเขียนชื่อดังอย่างปู่เยโหวเฉยๆ แต่หนิงเหมิงก็ได้เห็นบทเรียนของปู่เยโหวแล้ว หนิงเหมิงจึงมั่นใจมากว่า ความคลั่งไคล้และศรัทธาที่พวกเขามีต่อปู่เยโหวในตอนนี้มาจากใจจริงทั้งสิ้น คนเราพอรู้สึกตื่นเต้นก็มักจะพูดอะไรที่เว่อร์ไปบ้าง
แต่เว่อร์เกินไปจริงๆ เหรอ?
ลองย้อนกลับไปดูสิ่งที่ปู่เยโหวสอนในห้องเรียนวันนี้ หนิงเหมิงเชื่อว่าไม่มีนักเขียนคนไหนในโลกที่จะแบ่งปันไอเดียอย่างไม่หวงแหนแบบนี้ เพราะไอเดียนิยายเหล่านี้คลาสสิกมาก ใครอยู่ในวงการนิยายย่อมรู้ดีถึงคุณค่าของมัน! ปู่เยโหวจะไม่รู้หรือ? ล้อกันเล่นอยู่รึไง! นักเขียนชื่อดังระดับนี้จะไม่รู้ว่าไอเดียเหล่านี้ล้ำค่าได้ยังไง แต่เขาก็ยังแบ่งปันอย่างใจกว้าง นี่แสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของเขา และยังสะท้อนถึงความมั่นใจในตัวเองอย่างที่สุด ไม่กลัวเลยว่าสอนศิษย์แก้กล้าจะทำให้ตัวเองอดตาย
“เว็บไซต์นี้อาจจะสำเร็จจริงๆ ก็ได้!”
เพราะไม่ว่าจะในหรือนอกวงการ แม้กระทั่งในสำนักพิมพ์เสินฮวาเอง ไม่มีใครมองว่าโครงการ ‘เว็บวรรณกรรมบลูสตาร์’ จะรุ่งได้ หนิงเหมิงในฐานะผู้ดูแลโปรเจกต์จึงต้องแบกรับแรงกดดันมหาศาล ทีแรกเขาเองก็ยังแอบลังเลอยู่เหมือนกัน
แต่ว่าพอได้ดูสิ่งที่ปู่เยโหวสอนในวันนี้ หนิงเหมิงก็เริ่มรู้สึกว่าโปรเจกต์นี้มีโอกาสไปได้สูงมาก เพราะบรรณาธิการใหญ่อย่างปู่เยโหวหน้ากลัวเกินไปจริงๆ ไอเดียนิยายออนไลน์เหล่านั้นที่เขาให้มา ขอแค่นักเขียนสามร้อยคนนี้จับแนวทางถูก รับรองว่าเลี้ยงเว็บไซต์ให้เติบโตได้แน่นอน!
เดี๋ยวก่อนนะ ปู่เยโหวยอมแบ่งปันไอเดียอย่างใจกว้างแบบนี้ หรือเพราะเห็นแก่หน้าท่านประธาน? ไม่รู้ท่านประธานใช้วิธีไหนถึงทำให้ปู่เยโหวยอมทำถึงขนาดนี้ อีกฝ่ายยอมเข้าร่วมสำนักพิมพ์เสินฮวาก็เพราะเห็นแก่หน้าเขา บารมีใหญ่โตเสียจริง บางทีท่านประธานอาจมองออกตั้งแต่แรกแล้วว่าโปรเจกต์นี้จะสำเร็จ? และไพ่ใบสำคัญของเขาก็วางเดิมพันไว้ที่ปู่เยโหวตั้งแต่ต้นแล้ว?
หลังจากสอนเสร็จหลินจือไป๋ก็วางโทรศัพท์ลง เขาไม่ได้ตอบกลับคำพูดเทิดทูนบูชาจากนักเขียนในกลุ่มมากนัก เพราะพิมพ์มาทั้งวันจนข้อมือเริ่มล้าแล้ว แต่หลินจือไป๋เชื่อว่าหลังจากคลาสนี้ คนพวกนี้ต้องสามารถเขียนนิยายออนไลน์ดีๆ ออกมาได้อย่างรวดเร็วแน่ ไม่เหมือนชาติก่อนช่วงเริ่มต้นของวงการนิยายออนไลน์ ทุกคนต่างต้องคลำหาทางลองผิดลองถูกกันเอง
‘ต่อจากนี้แค่รอให้เว็บวรรณกรรมบลูสตาร์เปิดตัว แล้วคอยลงนิยายแนวเทพเซียนบำเพ็ญเซียนสักเรื่องก็พอ นี่จะเป็นนิยายออนไลน์เรื่องเดียวที่ปู่เยโหวเขียนเอง จุดประสงค์ไม่ใช่เพื่อหาเงิน แต่เพื่อให้ผู้อ่านของบลูสตาร์รวมถึงนักเขียนออนไลน์ทั้งหลายเห็นแนวทางที่ชัดเจน พร้อมทั้งใช้ชื่อเสียงเรียกกระแสให้เว็บไปในตัว’
หลินจือไป๋คิดแบบนั้น ก่อนสอนหลินจือไป๋ได้แลกนิยายออนไลน์จากระบบมาไว้มากมาย แต่ไม่มีเวลาจะเขียนเองทั้งหมด เลยตั้งใจจะเลือกแค่เรื่องเดียวในหมวดเทพเซียนบำเพ็ญเซียน
“กระบี่เทพสังหาร?”
“พลิกตำนานดวงดาว?”
“เส้นทางลวงลับ?”
“สู่เส้นทางเซียน?”
ตอนนี้มีอยู่สี่เรื่องที่หลินจือไป๋คิดว่าเหมาะจะเป็นต้นแบบของแนวเทพเซียนบำเพ็ญเซียน แต่จะเลือกเรื่องไหนนั้นเขายังลังเลอยู่ ทุกคนคิดว่าควรเลือกเรื่องไหนดี?
สามารถเขียนข้อความคอมเมนต์สนับสนุนเรื่องที่ต้องการได้ในท้ายบทนี้!