ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 234 ชื่อเว็บนิยายออนไลน์สารพัดพิสดารนั่นนะ!
สำนักพิมพ์หนานเซิน
“ทำงานไวเหมือนกันนะ เว็บวรรณกรรมบลูสตาร์ของสำนักพิมพ์เสินฮวานั่นเปิดตัวแล้วเหรอ?”
“ได้ยินว่ามีนักเขียนสนใจกันเยอะทีเดียว”
“ก็แค่นักเขียนตัวเล็กๆ ทั้งนั้นแหละ นักเขียนดังๆ ไม่แลของแบบนี้หรอก”
“เดี๋ยวก่อนนะ! ปู่เยโหวก็จะไปลงนิยายใหม่ที่เว็บนี้ด้วยเหรอ?”
“ปู่เยโหวเพิ่งเขียน ‘เจตนาเลือด’ จบไปไม่นาน ก็มีผลงานใหม่เร็วขนาดนี้เลย?”
“หมอนี่ผลิตผลงานเร็วมาตลอดอยู่แล้ว”
“เดาว่าไป๋ตี้เองก็คงรู้ว่าเว็บนี้ทำตลาดยาก เลยให้ปู่เยโหวช่วยดึงกระแส แต่เว็บแบบนี้พึ่งนักเขียนคนเดียวไม่รอดหรอก!”
“เสียเงินอ่านสินะ?”
“นอกจากนิยายของปู่เยโหวแล้ว นักเขียนพวกนั้นจะมีปัญญาทำให้คนอ่านยอมควักเงินเหรอ?”
“ไร้สาระสิ้นดี ถ้านิยายออนไลน์ประสบความสำเร็จ ฉันจะยืนด้วยหัวแล้วสระผมให้ดูเลย!”
สำนักพิมพ์เทียนกวง
“ได้ข่าวว่าเพื่อดันเว็บไซต์นี้ ไป๋ตี้ถึงกับเชิญปู่เยโหวเป็นบรรณาธิการใหญ่ไปสอนนักเขียนของเว็บเลยนะ!”
“ถึงขั้นต้องมีคลาสสอนเลยเหรอ”
“นิยายมันจะสอนกันได้ยังไง? นักเขียนดังๆ มีเยอะขนาดนั้น ลูกหลานพวกเขาก็อยากเขียนนิยาย แต่แม้จะถ่ายทอดประสบการณ์ด้วยตัวเอง ก็ยังปั้นนักเขียนชื่อดังคนที่สองไม่ได้เลย!”
“เพราะการเขียนนิยายมันสอนกันยากมาก ก็เหมือนพ่อเพลงนั่นแหละ เก่งแค่ไหนก็ใช่ว่าจะสอนให้มีพ่อเพลงคนที่สองได้?”
“นึกว่าเป็นนิยายกำลังภายในรึไง จะถ่ายทอดพลังภายในกันตรงๆ ได้?”
“เต็มที่ก็แค่แนะนำแนวทางให้ได้นิดหน่อย แต่คำแนะนำแบบนี้จะได้ผลเท่าไหร่กันละ?”
“ถึงกับให้ปู่เยโหวมาเป็นบรรณาธิการใหญ่ของเว็บ นักเขียนชื่อดังมาชี้แนะนักเขียนอะไรแบบนี้ บางทีผลลัพธ์อาจไม่สู้ให้บรรณาธิการมืออาชีพสักคนมาช่วยดูต้นฉบับเลยก็ได้!”
ในวงการสำนักพิมพ์ใหญ่ทั้งหลาย ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ ข่าวที่ว่าปู่เยโหวผู้เป็นบรรณาธิการใหญ่ของเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์เปิดคลาสสอนนักเขียนของเว็บไซต์แพร่ออกมาจากไหนไม่รู้
ตอนนั้นมีนักเขียนถึงสามร้อยคนที่เข้าฟัง แม้หนิงเหมิงจะพยายามปิดข่าวไว้ แต่ก็ยังมีบางคนเก็บปากไม่อยู่ แต่รายละเอียดเนื้อหาการสอนของปู่เยโหว ยังไม่ได้เผยแพร่ออกไป
คงเพราะทุกคนหวังจะกินน้ำแกงหม้อแรกกันทั้งนั้น เรื่องปกป้องผลประโยชน์ส่วนตนแบบนี้ ผู้คนก็มักร่วมมือกันเป็นอย่างดี ไม่ใช่ว่าใครๆ ก็ใจกว้างแบ่งปันไอเดียอย่างปู่เยโหวได้
ส่วนภายในสำนักพิมพ์เสินฮวา เสียงวิจารณ์ย่อมมีไม่ขาดเช่นกัน
“ตอนนี้พวกสำนักพิมพ์อื่นรอซ้ำพวกเราอยู่นะ เว็บนี้จะไปรอดจริงเหรอ?”
“งานตีพิมพ์ดีๆ ไม่ทำ จะมาทำอะไรกับนิยายออนไลน์”
“ถ้าโปรเจกต์นี้ล้ม ไป๋ตี้คงเป็นประธานสำนักพิมพ์นี้ต่อไม่ได้แล้วใช่ไหม?”
“คงไม่ถึงขนาดนั้นหรอก เดาว่าโปรเจกต์เดียวล้มคงไม่เป็นไร ไป๋ตี้เปิดโปรเจกต์ใหม่ตั้งหลายอัน ไม่ใช่ว่ายังมีโปรเจกต์หนังสือฟังอีกเหรอ?”
“นี่มันเรื่องวุ่นวายอะไรกันเนี่ย… ถ้าโปรเจกต์พวกนี้ล้มหมด ต่อให้เขาไม่อยากไปก็ต้องไปอยู่ดีสินะ”
“ถึงฉันจะชอบเพลงของไป๋ตี้มาก แต่ให้เขามาเป็นเจ้านายเรานี่พูดไม่ออกจริงๆ นะ ไอดอลนะควรจะอยู่ไกลๆ ให้เราชื่นชมก็พอ เรื่องนิยายไป๋ตี้ก็แค่คนนอกที่ไม่รู้อะไรเลยนั่นแหละ”
เมื่อเทียบกับคนในวงการแล้ว ฝั่งผู้อ่านกลับมีท่าทีที่ดีไม่น้อย แต่หัวข้อที่พูดถึงก็วนเวียนอยู่กับ ‘ปู่เยโหว’
‘หนังสือใหม่ของปู่เยโหวจะออกแล้วนะ! ตั้งตารอเลย!’
‘ได้ยินว่าคราวนี้จะลงที่เว็บไซต์ใหม่ของสำนักพิมพ์เสินฮว่า แถมลงแบบเป็นตอนๆ ด้วยนะ!’
‘เหมือนจะชื่อเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์ใช่ไหม? ถึงตอนนั้นจะเข้าไปส่องดูหน่อย’
‘นอกจากปู่เยโหว ยังมีนักเขียนใหม่อีกหลายคนที่ลงนิยายที่เว็บนี้เหมือนกัน’
‘ไม่สนใจอะ ยังไงฉันก็อ่านแค่นิยายของปู่เยโหวคนเดียว’
‘แต่การลงนิยายออนไลน์เป็นตอนๆ แบบนี้ก็ดูแปลกใหม่ดีนะ’
‘ก็พอได้ บางเว็บบอร์ดก็มีนิยายลงเป็นตอนๆ เหมือนกัน แต่มันฟรีหมดเลยนี่ ได้ยินว่าเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์จะเก็บเงินตอนหลังใช่ไหม? งั้นก็น่าสนใจน้อยลง’
‘ลงนิยายออนไลน์ยังจะมาเก็บเงินอะไรอีก จะมีก็แค่นิยายของปู่เยโหวนี่แหละที่ฉันยอมจ่ายเงินอ่าน’
หลินจือไป๋ไม่สนใจเสียงวิจารณ์เหล่านั้น เขากำลังเขียนสต็อกต้นฉบับของ ‘กระบี่เทพสังหาร’ เพื่อให้ปล่อยตอนได้มากที่สุดในวันเปิดตัวเว็บไซต์ หลังจากอ่านต้นฉบับพวกนั้นแล้ว หลินจือไป๋ก็รู้ทันทีว่าตัวเองยืนอยู่ในจุดที่ไม่มีวันแพ้แล้ว
แม้เวลาเข้าประชุมในช่วงนี้ บรรดาผู้บริหารระดับสูงจะเริ่มมีท่าทีไม่สงบ กระทั่งบางทีก็แขวะเขาแบบอ้อมๆ บ้าง โดยเฉพาะหลัวตากับเปยลี่ สองคนนี้ชอบเป็นหัวโจกปลุกกระแสเสมอ
ส่วนเริ่นเจียชุน ‘คนของลุงสาม’ ยังนับว่านิ่งเงียบไม่แสดงท่าที อาจเพราะเห็นว่าเว็บนิยายออนไลน์นี้มีโอกาสประสบความสำเร็จ ดังนั้นวางตัวเงียบไว้จะดีที่สุด ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ต่างๆ นานาเหล่านั้น เวลาก็ค่อยๆ ผ่านไป
วันที่เจ็ดเดือนพฤษภาคม วันที่แปดเดือนพฤษภาคม วันที่เก้าเดือนพฤษภาคม ในที่สุดเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์ก็เปิดตัว!
ตอนนี้เป็นเวลาแปดโมงเช้า เว็บไซต์มีผู้อ่านหลั่งไหลเข้ามาจำนวนมาก เป้าหมายของนักอ่านเหล่านี้ชัดเจนมาก พอเข้าเว็บไซต์ปุ๊บก็เริ่มค้นหานิยายเรื่องใหม่ของปู่เยโหวทันที!
ฟึ่บ! ไม่ต้องเสียเวลาหาให้วุ่น
หลายคนเข้ามาหน้าเว็บก็เห็นแบนเนอร์ขนาดยักษ์ขึ้นเด่นอยู่กลางจอ เป็นนิยายชื่อ “กระบี่เทพสังหาร”!
‘กระบี่เทพสังหาร? ชื่อเรื่องใหม่ของปู่เยโหว นี่เท่เป็นบ้าเลย!’
‘น่าสนใจแฮะ แค่เห็นชื่อเรื่องก็อยากกดเข้าไปอ่านแล้ว’
‘เปิดเรื่องได้ยโสมาก! “ฟ้าดินไร้เมตตา สรรพสิ่งเป็นเพียงหญ้าเคี้ยว”?’
‘ประโยคนี้ปู่เยโหวคิดเองเหรอ? อ่านหนังสือบ้างเถอะพี่ ประโยคนี้มาจาก “คัมภีร์เต๋า” ของเหล่าจื่อ แต่เอามาใช้เปิดเรื่องในนิยายแบบนี้น่าเกรงขามดี’
ระหว่างถกกันนั้นทุกคนก็เริ่มคลิกเข้าไปอ่านกันแล้ว ในตอนที่เว็บไซต์เปิดตัว หลินจือไป๋ได้อัปโหลด ‘กระบี่เทพสังหาร’ ทีเดียวสี่สิบตอน ซึ่งเนื้อเรื่องดำเนินมาถึงช่วงที่ จางเสี่ยวฝ่าน เสร็จจากการแข่งขันเจ็ดสายของสำนักชิงอวินพอดี
พูดอีกอย่างคือ ตั้งแต่ต้นเรื่องจนถึงจุดไคลแมกซ์ที่หนึ่ง หลินจือไป๋เขียนออกมาเสร็จทั้งหมดแล้ว จางเสี่ยวฝ่านฉายแววเด่นในการประลองเจ็ดสาย ได้อันดับสูงมาก นี่แหละคือจุดไฮไลต์ช่วงต้นเรื่องของ “กระบี่เทพสังหาร”
รับประกันว่าคนอ่านฟินแน่นอน!
แต่ตอนนี้ทุกคนเพิ่งเริ่มอ่าน ยังไปไม่ถึงตรงนั้น อีกอย่างระบบคอมเมนต์ท้ายตอนก็ยังไม่เปิดใช้ ทีมเทคนิคกำลังพัฒนาอยู่ คาดว่าอีกสักระยะก็คงเสร็จเรียบร้อย
ขณะที่ผู้อ่านกำลังยุ่งอยู่กับการอ่าน หลินจือไป๋ก็สำรวจดีไซน์หน้าเว็บ คลาสสิกคล้ายกับ ‘ฉีเตี่ยน’ หลินจือไป๋ลงมือออกแบบเอง มีตารางจัดอันดับคลาสสิกหลายรายการ ชาร์ตยอดคลิก ชาร์ตขายดี ชาร์ตโหวตประจำเดือน ชาร์ตแนะนำ ชาร์ตหนังสือใหม่
แต่ตอนนี้ใต้ชาร์ตเหล่านี้ยังโล่งอยู่ ต้องรออีกสักพักถึงจะเริ่มมีหนังสือขึ้นมา เพราะทุกคนยังไม่ได้เริ่มโหวต แต่ช่องแนะนำหนังสือกลับเต็มแน่นแล้ว บนช่องแนะนำมีชื่อเรื่องหลากหลายไม่ซ้ำกัน พร้อมปกนิยายที่มีสไตล์ลายเส้นแตกต่างกันไป
ในวงการ แม้สำนักพิมพ์ใหญ่ๆ จะไม่ค่อยเชื่อมั่นในเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์ของเสินฮวาเท่าไหร่ แต่สุดท้ายก็ยังอดไม่ได้ที่จะคลิกเข้าไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น หลังจากเข้าเว็บไซต์ บนช่องแนะนำที่เรียงรายอยู่เต็มหน้า ปรากฏรายชื่อนิยายที่ทั้งแปลกประหลาด พิสดาร หลากหลาย
‘ลูกเขยราชามังกร’
‘คุณชายสายเทพ’
‘ข้ารับใช้ไร้เทียมทาน’
‘เพลย์บอยสุดแกร่งแห่งมหานคร’
‘ย้อนเวลาไปเป็นอ๋อง’
‘เส้นทางขุนนาง: เกิดใหม่กับบัญญัติราคะ’
‘ยอดฝีมือยุทธภพในเมืองหลวง’
‘คืนชีพเทพทรู: กลับมาอย่างเหนือขั้น’
‘ฉันประดิษฐ์ดินปืนในยุคโบราณ’
‘เกิดใหม่ถูกรางวัลร้อยล้าน’
‘ข้าคือฮ่องเต้ทรราช’
‘พลังพิเศษสุดยอดของฉัน’
‘ฉันมีระบบอัปเลเวล’
บรรดาคนในวงการที่เห็นรายชื่อเหล่านี้ถึงกับตะลึงตาค้าง!
ชื่อพวกนี้แตกต่างจากนิยายทั่วไปอย่างสิ้นเชิง บางเรื่องพอเห็นชื่อก็รู้ได้ทันทีเลย บางเรื่องอ่านเท่าไหร่ก็ไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร หรือเข้าใจครึ่งๆ กลางๆ
ระบบอัปเลเวล? ลูกเขยราชามังกร? ขุนนางเกิดใหม่? เกิดใหม่ถูกรางวัล? ข้ามเวลาไปเป็นอ๋องยุคโบราณ? ยอดฝีมือยุทธภพยังมาโผล่ในเมืองหลวง? เหล่านี้ยังไม่เท่าไหร่ ‘เพลย์บอยแห่งมหานคร’ นั่นมันอะไรกัน เพลย์บอยธรรมดาหรือโจรลักพาตัวกันแน่ ทำไมชื่อหนังสือพวกนี้ถึงเวอร์วังอลังการได้ขนาดนี้?
ไม่ผิด เวอร์วังจริงๆ! เต็มไปด้วยกลิ่นอายจินตนาการ!
แต่ในขณะที่กำลังบ่นกันอยู่นั้น ภายในใจของทุกคนกลับเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดขึ้นมา อยากกดเข้าไปดูจัง อย่าง ‘เกิดใหม่ถูกรางวัลร้อยล้าน’ อะไรนั่น คงจะมันน่าดูเลยสินะ?
พอแรงกระตุ้นนี้เกิดขึ้น ทุกคนก็เริ่มนั่งไม่ติดทันที! โดยเฉพาะบรรดาบรรณาธิการที่คร่ำหวอดในวงการ รู้สึกเนื้อเต้นใจกระตุกแปลกๆ อย่างไม่มีเหตุผล!
ชื่อพวกนี้มีแรงดึงดูดรุนแรงเหลือเกิน แม้แต่พวกเขาที่เห็นชื่อเวอร์วังหรือกระทั่งหยาบโลนเหล่านี้ ยังอยากกดเข้าไปดูว่าผู้แต่งเขียนอะไรไว้ ผู้อ่านทั่วไปยิ่งไม่ต้องพูดถึง!
“แปลกๆ นะ!”
“ชื่อเรื่องนิยายพวกนี้ถึงจะดูถูกจริตไปหน่อย เรียกว่าเอาใจตลาดก็ได้ แต่ดึงดูดความสนใจไม่ใช่เล่นเลย!”
“อย่างข้ามเวลาไปเป็นอ๋องยุคโบราณอะไรนั่น ฟังดูน่าสนุกดีนะ!”
“ประดิษฐ์ดินปืนในยุคโบราณ? ทำได้จริงเหรอ?”
“ทำได้ แต่มันต้องดูว่าทะลุมิติไปยุคไหนกันแน่…”
“ไอเดียเกิดใหม่เป็นขุนนางนี่ก็ดูดีเหมือนกันนะ”
“ซู้ด!”
“ทำไมนิยายในเว็บนี้ดูมีไอเดียเจ๋งๆ เต็มไปหมดเลย?”
“เหอะๆ ฉันไม่คิดงั้นนะ ไอเดียพอใช้ได้ แต่ฟังชื่อแล้วเหมือนเกรดสามเลย”
“นายลองกดเข้าไปดูหน่อยก็ได้”
“ฉันลองเปิดดู ‘คืนชีพเทพทรู: กลับมาอย่างเหนือขั้น’ แล้ว บอกเลยว่าโคตรมโน ผู้หญิงที่แอบรักในชาติก่อนไปแต่งงานกับคนอื่นแล้ว ต่อมาชีวิตคู่ไม่ดี ชาตินี้เลยจะเอาเธอมาให้ได้ นี่มันไปแย่งเมียคนอื่นไม่ใช่เหรอ มุมมองผิดเพี้ยนสิ้นดี!”
“แต่ฉันว่าก็สะใจดีนะ?”
“นิยายสะใจหน่อยก็ไม่ผิด แต่พวกนี้มันไม่มีคุณค่าทางวรรณกรรมเลยสักนิด แถมภาษาเขียนก็ห่วยมาก ฉันลองเปิดอ่านหลายเล่มแล้ว ภาษาง่ายซะจนน่าเบื่อ คนอ่านไม่มีทางชอบหรอก!”
“กองขยะชัดๆ!”
อาจเป็นเพราะชื่อเรื่องของนิยายในเว็บนี้ชวนตะลึงเกินไป จึงทำให้บรรดาบรรณาธิการจากสำนักพิมพ์ต่างๆ ที่เข้ามาเยี่ยมชมเกิดความเห็นที่ไม่ตรงกันเป็นครั้งแรก!
บางคนมองว่าชื่อเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ที่ยอดเยี่ยม! อีกฝ่ายกลับมองว่านิยายที่ไร้คุณค่าทางวรรณกรรมคนอ่านไม่ยอมเสียเงินหรอก!
ต่างฝ่ายต่างยืนกรานคนละมุม แต่ความรู้สึกของผู้อ่านต่างหากคือสิ่งสำคัญที่สุด ทุกคนโต้เถียงกันไม่จบ ต่างก็ตาโตอยากรู้ให้ได้ว่า ผู้อ่านตัวจริงจะรู้สึกอย่างไรหลังจากได้อ่านนิยายพวกนี้!