ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 235 ประตูสู่โลกใบใหม่ที่นิยายออนไลน์เปิดออก!
เฉินหย่งเป็นนักอ่านและยังเป็นแฟนนิยายของปู่เยโหวด้วย ช่วงก่อนหน้านี้เขาเห็นข่าวว่าสำนักพิมพ์เสินฮวาจะเปิดเว็บไซต์นิยายออนไลน์แห่งแรกของบลูสตาร์ในชื่อ ‘เว็บวรรณกรรมบลูสตาร์’ แต่เขาไม่ได้สนใจเว็บไซต์นิยายออนไลน์อะไรพวกนี้เลยสักนิด
แต่พอเห็นโฆษณาว่าปู่เยโหวจะลงนิยายเรื่องใหม่บนเว็บไซต์นี้ด้วยทันทีที่เว็บไซต์เปิดตัว เฉินหย่งจึงถูกดึงดูดให้เข้ามาดูทันที ไม่ต้องสงสัยเลย เฉินหย่งเข้ามาเพราะนิยายเรื่องใหม่ของปู่เยโหว หรือจะพูดว่าผู้ใช้ที่แห่กันเข้ามาเป็นชุดแรกส่วนใหญ่เป็นแฟนคลับของปู่เยโหว
ทันทีที่เข้ามายังหน้าเว็บไซต์ เฉินหย่งก็เห็นแบนเนอร์ใหญ่เขียนว่า [ผลงานใหม่ของปู่เยโหว ‘กระบี่เทพสังหาร’ เปิดตัวอย่างเป็นทางการ]
เขากำลังจะกดเข้าไป… แต่รายชื่อหนังสือที่แปลกประหลาดแหวกแนวหลุดโลกต่างๆ ในแถบแนะนำกลับฉุดดึงสายตาของเฉินหย่งไปจนเขาละสายตาไม่ได้เลย
“การกลับมาของเทพสงคราม?”
ที่ช่องแนะนำไม่ได้มีแค่ชื่อเรื่อง แต่ยังมีคำโปรยกักับด้วยว่า:
[การกลับมาของเทพสงคราม พบว่าภรรยาและลูกสาววัยห้าขวบอาศัยอยู่ในกรงสุนัข! สิ้นเสียงคำสั่ง ทหารผ่านศึกหนึ่งแสนพร้อมใจกันมา!]
โกง! ชื่อเรื่องนี้มัน! คำโปรยนี้มัน! แค่อ่านก็ทำให้ใจเต้นแรงแล้ว!
เฉินหย่งราวกับถูกผีสิง ไม่ได้เข้าไปอ่านนิยายของปู่เยโหวอย่างที่ตั้งใจไว้ แต่กลับกดไปที่ ‘การกลับมาของเทพสงคราม’ เพราะชื่อเรื่องกับคำโปรยที่ดึงดูดรุนแรงเกินไป!
เนื้อเรื่องก็เป็นไปตามคำโปรย เทพสงครามหลงอ้าวเทียนเป็นยอดวีรบุรุษทหาร เปิดเรื่องด้วยการปลดประจำการกลับบ้านมาพบว่าลูกสาวอาศัยอยู่ในกรงสุนัข โทสะพลันพลุ่งพล่านเดือดดาล! เทพสงครามแผดเสียงคำรามสั่งการ! เหล่าผู้ใต้บังคับบัญชานับไม่ถ้วนพากันมุ่งหน้าสู่เมืองหลวง หลงอ้าวเทียนสาบานว่าจะทำให้ทุกคนที่รังแกภรรยาและลูกสาวของเขาต้องเสียใจ!
บทที่หนึ่ง! บทที่สอง! บทที่สาม!
นิยายเรื่องนี้เพิ่งออกใหม่ ที่อัปเดตไว้มีแค่สามตอน แต่สามตอนสั้นๆ นี้ก็ทำให้เฉินหย่งรู้สึกเลือดสูบฉีดอย่างแรงแล้ว! สะใจ! สะใจชิบเป๋ง! ไม่คิดเลยว่าตั้งใจเข้ามาเพื่ออ่านนิยายของปู่เยโหว แต่กลับได้ของแถมเป็นนิยายที่สะใจสุดๆ นิยายเรื่องนี้เขียนได้มันเกินไปแล้ว เฉินหย่งตั้งตารอเนื้อหาต่อไปสุดๆ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นนิยายสไตล์นี้ เนื้อหาเรียบง่ายตรงไปตรงมา แถมชื่อพระเอก ‘หลงอ้าวเทียน’ ก็โคตรเท่!
ในช่องคอมเมนต์:
‘นิยายเรื่องนี้เขียนได้มันจริงๆ ไม่เหมือนนิยายทั่วไปเลย แบบนี้เองเหรอคือนิยายออนไลน์?’
‘นี่มันโง่เกินไปไหม?’
‘นักเขียนคนนี้ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับกองทัพเลยสักนิด’
‘เทพสงครามอะไรน่าอายเกินไปแล้ว’
‘แต่ฉันว่าอ่านสะใจแค่นั้นก็พอแล้ว!’
‘ต้องบอกว่าสำนวนภาษาไม่นับว่าดีเด่อะไร ความสมเหตุสมผลก็ยังต้องถกเถียงอยู่ แต่ฉันอ่านแล้วสะใจสุดๆ เหมือนได้ระบายเรื่องน่าหงุดหงิดในชีวิตเวลาที่อ่านนิยายเรื่องนี้เลย!’
‘ไม่มีสาระเลย’
‘จะเอาสาระไปทำไมละ! นิยายเรื่องนี้เขาเขียนมาเอาสะใจล้วนๆ ถ้าอยากได้เนื้อหาสาระก็ไปอ่านเรื่องอื่นสิ ยังไงฉันก็ชอบ อ่านละครไอดอลกับละครน้ำเน่าอะไรพวกนั้นก็ไม่เห็นจะมีสาระ คนดูชอบก็พอแล้ว นายชอบอย่างอื่นก็ไปอ่านอย่างอื่นสิ ไม่ใช่ว่าไม่มีทางเลือกสักหน่อย’
คนส่วนใหญ่ต่างก็รีวิวในแง่ดี! เฉินหย่งเห็นด้วยกับคำชมเหล่านี้มากๆ!
เขาชอบสไตล์การเขียนที่มีชั้นเชิงของปู่เยโหว อย่างเช่นการหักมุมท้ายเรื่องของ ‘เจตนาเลือด’ ที่ทำเอาขนหัวลุกซู่ แต่ขณะเดียวกันเฉินหย่งก็รู้สึกว่านิยายเรื่องนี้มันถูกจริตเขาเหลือเกิน…
พูดง่ายๆ ก็คือ ถ้านิยายของปู่เยโหวคือเมนูที่ปรุงอย่างประณีตจากเชฟโรงแรมห้าดาวที่ทำให้รสชาติตราตรึงติดปลายลิ้นเช่นนั้น ‘การกลับมาของเทพสงคราม’ ก็เป็นหม่าล่าถังห้าหยวนรสเผ็ดหอมเข้มข้น คุณพูดได้ว่ามันราคาถูกแต่ก็อร่อยโดนใจคนเช่นเดียวกัน!
แล้วไง? แค่เคยกินอาหารหรูหราแล้วจะกินปิ้งย่างข้างทางไม่ได้เลยหรือไง?
แม้อ่านนิยายเรื่องใหม่ของปู่เยโหวต่อแล้วกัน เฉินหย่งคิดแบบนี้ แต่มือที่เลื่อนเมาส์กลับชะงักอีกครั้ง เพราะมีหนังสืออีกเรื่องที่ดึงดูดสายตา เรื่องนี้ชื่อ ‘จอมเวทเจ้าสำราญ’
คำโปรย:
[ข้ามมิติมายังต่างโลกพร้อมแหวนมิติ แหวนวงนี้กักเก็บสิ่งของสารพัดจากโลกบลูสตาร์ กินลูกพีชหนึ่งคำพลังเพิ่มมหาศาล ขว้างมันเทศหนึ่งลูกระเบิดสนั่น ส้มหนึ่งคำรักษาบาดแผลฉกรรจ์…]
ยังไงคำโปรยก็เน้นจินตนาการเวอร์วังไปเรื่อยอยู่แล้ว เฉินหย่งก็เคยอ่านนิยายแฟนตาซีมาหลายเรื่อง แต่นิยายเรื่องนี้แตกต่างจากทุกเรื่องที่เขาเคยอ่านมา เขากดเข้าไปทันที นิยายเรื่องนี้อัปเดตทีเดียวห้าตอนรวด เฉินหย่งอ่านรวดเดียวจบทั้งห้าตอน รู้สึกสดชื่นสุดๆ เหมือนกินแตงโมแช่เย็นกลางหน้าร้อน โล่งสบายจนตัวลอย!
“นิยายเรื่องนี้โคตรมันเกินไปแล้ว!”
ดวงตาเฉินหย่งเป็นประกาย เรื่องนี้ไม่ด้อยไปกว่า ‘การกลับมาของเทพสงคราม’ ที่เขาเพิ่งอ่านจบเลย แถมพระเอกยังข้ามมาจากบลูสตาร์ด้วย พาให้อินสุดๆ! ยิ่งไม่ต้องพูดถึง… ส้ม มันเทศ แอปเปิ้ล อะไรพวกนี้ที่อยู่ในโลกนั้นกลายเป็นสมบัติล้ำค่า พระเอกถือของธรรมดาในบลูสตาร์เหล่านี้ไล่กวาดศัตรูราบคาบ ทำให้เหล่าผู้แข็งแกร่งยอมสยบ เหล่าสาวๆ พากันหลงใหล! ฟินโคตร!
อ่านอีกซักเล่มแล้วกัน!
นิยายเรื่องที่สามที่เฉินหย่งกดเข้าไปชื่อว่า ‘ย้อนอดีตไปเป็นเซียนกวี’ ใช้การข้ามเวลาเป็นจุดขายเหมือนกัน พระเอกทะลุไปในอดีตแล้วก็ลอกบทกวีชื่อดังที่ยุคนั้นยังไม่มีออกมาแบบหน้าตาเฉย!
แล้วจากนั้น… เรื่องที่สี่! เรื่องที่ห้า! เรื่องที่หก! ยิ่งอ่านเฉินหย่งก็ยิ่งตื่นเต้น! เหมือนกับเปิดประตูสู่โลกใบใหม่! เว็บนี้มันเหมือนขุมทรัพย์ชัดๆ! ทำไมรู้สึกว่าตนเปิดอ่านเรื่องไหนก็สนุกไปหมดเลย? แม้ว่านิยายพวกนี้จะเต็มไปด้วยพล็อตสะใจแบบไม่ซับซ้อน แต่เฉินหย่งไม่เคยอ่านนิยายสไตล์จินตนาการเปิดสมองขนาดนี้มาก่อน เต็มไปด้วยฉากมโนพุ่งพล่านต่างๆ นานา เขาติดงอมแงมจนเกือบลืมอ่านนิยายเรื่องใหม่ของปู่เยโหว!
จริงๆ ไม่ใช่แค่บลูสตาร์ แม้แต่ประเทศจีนบนโลกก็เหมือนกัน นิยายออนไลน์ช่วงเริ่มแรกนิยมแนวพระเอกเทพเก่งไร้เทียมทาน ประเภทโออวดอำนาจ ตบหน้าคนชั่ว จีบสาวไปทั่ว แบบนี้คนที่เพิ่งเริ่มอ่านนิยายออนไลน์ส่วนใหญ่ในชาติก่อนจะมีความรู้สึกว่า “ทำไมนิยายออนไลน์เรื่องไหนๆ ก็สนุกไปหมด” ความรู้สึกนี้มักจะอยู่ได้นานหลายปี จนกระทั่งกลายเป็นนักอ่านที่มีประสบการณ์สูงถึงจะค่อยๆ หมดไป หรืออาจถึงขั้นต่อต้านยิ่งกว่านั้น อาจมีอาการ PTSD เมื่อเห็นนิยายแนวนี้เลยด้วยซ้ำ เห็นนิยายฮาเร็มพระเอกเทพทีไรอยากอาเจียนทุกที ทั้งที่ตอนเริ่มอ่านใหม่ๆ สนุกจนวางไม่ลงแท้ๆ สถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นนี้ก็แค่ฉากเดิมที่เคยเกิดขึ้นในยุคเริ่มแรกของนิยายออนไลน์ในชาติก่อนของประเทศจีน ที่ตอนนี้มาเกิดขึ้นซ้ำอีกครั้งบนบลูสตาร์ นักอ่านในปัจจุบันยังเป็นกลุ่มที่มีความอดทนและเปิดรับสูงสุด เพียงแค่เขียนสิ่งที่อีกหลายปีต่อมาอาจจะถูกมองว่าตกยุคไปแล้ว ก็ยังสามารถดึงดูดนักอ่านได้ ถ้ายังไม่เจอผลงานแนวเดียวกันซ้ำๆ เป็นร้อยเรื่องก็คงไม่เบื่อแน่นอน
มันมีจุดอิ่มตัวของมันอยู่ แน่นอนว่าสถานการณ์อย่างเฉินหย่งไม่ได้มีแค่กรณีเดียว ความจริงแล้วมีผู้อ่านอีกมากมายที่คลิกเข้ามาในเว็บไซต์นี้เพราะอยากอ่านผลงานของปู่เยโหว หรืออย่างน้อยก็เพราะชื่อของสำนักพิมพ์เสินฮวา สุดท้ายพวกเขาก็ถูกบังคับให้เปิดประตูสู่โลกใบใหม่ไม่ต่างจากเฉินหย่ง—อิ่มตาเต็มอารมณ์! อิ่มเอมใจถึงขีดสุด!
บรรดาช่องคอมเมนต์นิยายในเว็บกำลังร้อนระอุ!
‘นิยายในเว็บนี้เจ๋งโคตร จินตนาการล้ำเกินไปแล้ว ทั้งข้ามเวลา ทะลุมิติ เกิดใหม่ พระเอกแต่ละคนเกรียนเท่ระเบิด!’
‘นี่นะเหรอที่เรียกว่านิยายออนไลน์?’
‘ทำไมฉันรู้สึกว่านิยายออนไลน์สนุกกว่านิยายรูปเล่มอีกเนี่ย!’
‘ไม่ใช่ว่าบอกว่านักเขียนในเว็บนี้ฝีมือยังไม่เท่าไหร่เหรอ? เรื่องนี้เขียนได้ดีมากเลยนะ ถึงสำนวนไม่ได้สวยหรูแต่พล็อตโคตรสะใจ!’
‘ทำไมจู่ๆ ถึงมีนิยายไอเดียเจ๋งๆ แบบนี้โผล่มาเพียบเลย!’
‘บรรดานักเขียนกับนิยายพวกนี้อย่างกับผุดมาพร้อมเว็บเลย!’
‘นี่สิถึงเรียกว่านิยาย! หลังเลิกงานมาเหนื่อยๆ สุ่มกดเปิดนิยายในเว็บนี้ดู ผลปรากฏว่าหยุดอ่านไม่ได้เฉยเลย!’
‘นิยายพวกนี้ติดงอมแงมเกินไปแล้ว! สไตล์นิยายออนไลน์พวกนี้ไม่เหมือนนิยายรูปเล่มที่ฉันเคยอ่านเลยสักนิด!’
‘ครั้งแรกที่อ่านนิยายแล้วติดงอมแงม ที่สำคัญไม่ได้ติดแค่เรื่องเดียว กดสุ่มเรื่องไหนก็รู้สึกติดไปทุกเล่มเลย!’
แน่นอนว่ารีวิวแย่ก็มีอยู่บ้าง ส่วนใหญ่ยังติดที่สำนวนการเขียนหรือสาระอะไรพวกนั้น อย่างไรก็ต้องมีบางคนทีแม้จะเพิ่งเริ่มอ่านนิยายออนไลน์ แต่รสนิยมไปทางผู้อ่านเก่าๆ งานเด็กใหม่ใสซื่อเกินไปพวกเขาฝืนใจตัวเองไม่ลง แต่ถึงอย่างนั้น แม้นักอ่านที่คอยจับผิดหรือคิดมากกับเรื่องพวกนี้ก็ยังสามารถค้นหานิยายที่ถูกใจตัวเองได้อย่างรวดเร็วในทะเลนิยายที่ยังไม่ถึงขั้นกว้างใหญ่นี้ อย่างเรื่อง ‘ย้อนเวลาไปเป็นอ๋อง’
แม้เนื้อเรื่องจะยังคงเต็มไปด้วยความสะใจ เส้นเรื่องหลักก็ยังคงวนเวียนกับการอวดเก่งของพระเอก แต่ระดับฝีมือของผู้เขียนสูงมาก รายละเอียดด้านประวัติศาสตร์แน่น ให้ความสะใจอยู่บนพื้นฐานของความสมเหตุสมผล สำนวนการเขียนก็เชี่ยวชาญไม่เบา การเขียนแบบนี้ไม่เวอร์เกินจริงแต่กลับอ่านสนุกกว่านิยายประวัติศาสตร์แบบจริงจังที่ตีพิมพ์หลายเท่าตัวเสียอีก พูดง่ายๆ คืออ่านเพลินขึ้นเยอะทีเดียว!
หากจะใช้คำที่นักอ่านผู้มีประสบการณ์สูงในยุคหลังใช้วิจารณ์นิยายออนไลน์ระดับคลาสสิกบางเรื่องก็คือ ตัวร้ายฉลาดไม่งี่เง่า คาแรกเตอร์ทุกตัวมีมิติ มีเหตุมีผล เดินเรื่องเด็ดขาด อวดเก่งแต่ไม่เวอร์ ความเท่ก็ดูมีคลาส ไม่เหมือนนิยายมือใหม่ทั่วไปโดยสิ้นเชิง!
บนเว็บมีนิยายประเภทนี้หนึ่งในสาม รวมถึงเรื่อง ‘กระบี่เทพสังหาร’ ของหลินจือไป๋ก็อยู่ในกลุ่มหนึ่งในสามนี้ด้วย ส่วนที่เหลืออีกสองในสามก็คือนิยายสายเด็กน้อยเน้นความสะใจแบบไม่ต้องคิดมาก ตัวละครบางทีก็แบนราบ พล็อตเรื่องไม่สมเหตุสมผล หรือบางทีก็เวอร์เกินจริงสุดๆ แต่ถึงกระนั้นนิยายเหล่านี้ก็ยังมีคนชอบอ่าน เป็นกรณีคลาสสิกของรสนิยมใครรสนิยมมัน บางคนถึงขั้นอ่านสะใจคนเดียวไม่พอ ยังไม่ลืมเรียกเพื่อนเชิญชวนคนบนเว็บมาอ่านด้วย เรียกว่ารักพวกพ้องสุดๆ
“พวกเรา! รีบเข้าเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์เร็ว!”
‘เว็บนี้มีนิยายสนุกๆ เพียบเลย!’
‘นิยายออนไลน์มันโคตรสนุกเลยจริงๆ! ที่นี่ขุมทรัพย์ชัดๆ!’
‘เคยอ่านนิยายที่พระเอกเกิดใหม่มาเป็นขุนนางไหม?’
‘เคยอ่านนิยายที่พระเอกใช้มันเทศฆ่ามารในต่างโลกไหม?’
‘เคยอ่านนิยายที่พระเอกเกิดใหม่แล้วจีบสาวไม่หยุดไหม?’
‘ฉันอ่านนิยายมาหลายปีขนาดนี้ เพิ่งรู้วันนี้แหละว่าอะไรคือนิยายที่แท้จริง!’
‘มันดีขนาดนั้นเลยจริงเหรอ? ฟังดูน่าสนุกแฮะ เดี๋ยวฉันลองไปดูหน่อย!’
การที่ผู้อ่านกลุ่มแรกของนิยายออนไลน์ออกมาช่วยโปรโมตกันแบบปากต่อปาก เรียกความสนใจจากชาวเน็ตได้ไม่น้อย ยังไงการกดเข้าเว็บก็แค่ไม่กี่คลิก แถมฟังดูก็น่าสนใจไม่น้อยใช่ไหม?