ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 241 ความตะลึงของหลินเจามู่
คฤหาสน์ซีเฉิง
“ที่ประชุมผู้บริหารสำนักพิมพ์เสินฮว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงบุคลากรครั้งใหญ่ครับ เมื่อวานนี้รองหัวหน้าบรรณาธิการเริ่นเจียชุนได้ยื่นหลักฐานออกมาเปิดโปงเปยลี่ หัวหน้าบรรณาธิการของสำนักพิมพ์เสินฮว่าเรื่องการทุจริตในการประชุมผู้บริหารระดับสูง และส่งหลักฐานจำนวนมากไปยังสำนักงานใหญ่แล้ว”
“แต่ตอนนั้นคุณชายเล็กไป๋กลับไม่พูดอะไร แค่คุยกับเปยลี่เป็นการส่วนตัวประมาณหนึ่งชั่วโมงครับ เช้าวันนี้เปยลี่ได้ยื่นใบลาออกด้วยตัวเอง คุณชายเล็กไป๋ก็อนุมัติ พร้อมกับปลดผู้บริหารระดับกลางที่เกี่ยวข้องกับเปยลี่ออกไปหลายคน ส่วนตำแหน่งรองหัวหน้าบรรณาธิการของเริ่นเจียชุน คุณชายเล็กไป๋มอบหมายให้ลูกพี่ลูกน้องตระกูลเวินรับผิดชอบแทนครับ”
เลขาจินรายงานต่อท่านประธาน อธิบายเรื่องการเปลี่ยนแปลงบุคลากรสำคัญของสำนักพิมพ์เสินฮว่าอย่างละเอียดทุกขั้นตอน
“เปยลี่เป็นคนของเจ้าสองสินะ?” หลินเจามู่ใช้นิ้วเคาะโต๊ะเบาๆ
เลขาจินพยักหน้า “ครับ คุณชายรองเป็นคนผลักดันและส่งเขาเข้าไปในสำนักพิมพ์เสินฮว่าตั้งแต่แรก เคยแนะนำให้บริษัทแต่งตั้งเขาเป็นผู้อำนวยการสำนักพิมพ์ แต่ตอนนั้นถูกบอร์ดบริหารปฏิเสธไปครับ”
“อืม” หลินเจามู่ไม่แสดงท่าทีเห็นด้วยหรือคัดค้าน “เล่าเรื่องเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์ต่อสิ”
เลขาจินพยักหน้าแล้วกล่าวต่อว่า “เว็บวรรณกรรมบลูสตาร์เป็นโปรเจกต์ที่คุณชายเล็กไป๋ผลักดัน แม้จะถูกแรงกดดันภายในบริษัท ผู้รับผิดชอบโปรเจกต์คือหนิงเหมิง ก็เป็นคุณชายเล็กที่ผลักดันขึ้นมาเอง”
“นิยายที่เปิดขายชุดแรกนี่มีผลตอบรับยอดเยี่ยมมากครับ สำนักงานใหญ่ได้ทำการประเมินตัวเลขอย่างมืออาชีพแล้ว ผลคาดการณ์ข้อมูลพบว่ารายได้จากสมาชิกของนิยายดังในเว็บไซต์จะสูงกว่ายอดขายหนังสือที่ตีพิมพ์แบบดั้งเดิมหลายเท่าเลยครับ”
“โดยเฉพาะนิยายโลกเซียนของปู่เยโหวที่มีผลตอบรับน่าตกใจที่สุด เป็นการพิสูจน์ให้วงการเห็นถึงศักยภาพที่น่ากลัวของช่องทางออนไลน์ ตั้งแต่เมื่อวานสำนักพิมพ์ใหญ่ๆ หลายแห่งต่างก็เริ่มทำตาม อยากเข้าสู่วงการนิยายออนไลน์กันทั้งนั้น”
“ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เมื่อถึงสิ้นปีเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์จะทำให้รายได้ต่อปีของสำนักพิมพ์เสินฮว่าเพิ่มขึ้นอย่างน้อยสามเท่าของปีที่แล้ว เพราะนิยายออนไลน์พวกนี้สามารถนำมาตีพิมพ์ได้อีกครั้ง ทำเงินได้อีกรอบ ยังไงก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะชอบอ่านนิยายออนไลน์ครับ…”
สีหน้าของหลินเจามู่ปรากฏความเคลื่อนไหวเล็กน้อย รายได้ต่อปีจะเพิ่มขึ้นมากกว่าสามเท่า?
ตามเงื่อนไขการทดสอบที่เขากำหนดไว้ในการทดสอบครั้งนี้ หลินจือไป๋จะได้รับหุ้นของสำนักพิมพ์เสินฮว่าไม่ต่ำกว่าห้าสิบเปอร์เซ็นต์!
น่าสนใจ ตอนแรกเขาคิดว่าคนที่จะทำให้ได้ดีที่สุดในการทดสอบครั้งนี้น่าจะเป็นครอบครัวเจ้าสาม แต่ผลงานของหลินจือไป๋ตอนนี้กลับทิ้งห่างครอบครัวเจ้าสามไปไกลมาก เขาได้บุกเบิกเส้นทางใหม่ในวงการนิยายออนไลน์ และจะพาสํานักพิมพ์เสินฮว่าให้กลายเป็นสํานักพิมพ์อันดับหนึ่งในฉินโจว ความสามารถนี้ทำให้หลินเจามู่เองก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชม!
ถึงขั้นรู้สึกตกตะลึงเล็กน้อย หลินเจามู่ถอนหายใจเบาๆ “ฉันรู้มาตลอดว่าเด็กคนนี้ฉลาด แต่ดูเหมือนฉันจะประเมินเขาต่ำไปหน่อย แต่เริ่นเจียชุนนี่ ถ้าฉันจำไม่ผิดน่าจะเป็นคนของเจ้าสามใช่ไหม?”
“ใช่ครับ” เลขาจินรีบตอบทันที
นี่เริ่นเจียชุนย้ายข้างแล้วเหรอ? หลินเจามู่ในตอนนี้รู้สึกพึงพอใจอย่างยิ่ง ไม่ว่าหลินจือไป๋จะมีอะไรที่ไม่พอใจในตัวเขาก็ตาม แต่ยังไงอีกฝ่ายก็เป็นหลานแท้ๆ ของเขา
ยิ่งหลินจือไป๋แสดงความสามารถออกมาได้แข็งแกร่งเพียงใด หลินเจามู่ก็ยิ่งรู้สึกชื่นชมและพอใจมากขึ้นเท่านั้น วิธีการและนิสัยใจคอของเด็กคนนี้ล้วนมีความคล้ายคลึงกับตัวเขาเองในวัยหนุ่ม หลานคนนี้เหมือนฉัน! หลานคนนี้เหมือนฉันจริงๆ!
“นอกจากเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์แล้ว เขายังผลักดันอีกหลายโปรเจกต์เลยสินะ นายช่วยจับตามองอย่างใกล้ชิดหน่อย ฉันอยากรู้จริงๆ ว่าเขาจะสามารถกวาดหุ้นของสำนักพิมพ์เสินฮว่าไปได้เท่าไหร่!”
ความจริงแล้วผลงานที่หลินจือไป๋ทำได้แพร่สะพัดไปทั่วตระกูลหลินอย่างรวดเร็ว มูลค่าของเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์นั้นมากพอที่จะทำให้กลุ่มทุนใหญ่หันมาสนใจ!
บ้านลุงใหญ่ สีหน้าของหลินชุนดูไม่ค่อยดีนัก หลินจือไป๋ไล่เปยลี่ออกไป แถมยังดึงตัวเริ่นเจียชุนเข้าไปเป็นพวก ตอนนี้ทั้งสำนักพิมพ์เสินฮว่าเหลือแค่ตัวหมากที่เขาวางไว้คือหลัวต๋าเท่านั้นที่ยังพอจะต้านทานหลินจือไป๋ได้บ้าง แต่ความสำเร็จของเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์ทำให้ชื่อเสียงของหลินจือไป๋ในบริษัทเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้อำนาจของหลัวต๋าถูกลดทอนไปไม่น้อย!
วันนี้หลัวต๋ายังโทรศัพท์มาขอความช่วยเหลือจากเขา แต่หลินชุนก็ช่วยหลัวต๋าไม่ได้ ตอนนี้สำนักพิมพ์เสินฮว่าถูกหลินจือไป๋ควบคุมไปแล้วประมาณเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์!
“ฉันประเมินเขาต่ำไปจริงๆ!” หลินชุนรู้ดีว่าความสำเร็จของหลินจือไป๋ในสำนักพิมพ์ต้องดึงดูดความสนใจจากผู้เป็นปู่แน่ๆ
“เจ้าบ้านั่นมันดวงดีเกินไปแล้ว!” หลินจิ้งกล่าวอย่างเคียดแค้น เขาไม่เคยลืมว่าเคยถูกหลินจือไป๋ตีศีรษะแตกด้วยขวดเหล้ามาแล้ว
หลินกงไม่ได้พูดอะไร แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความอิจฉาอย่างบ้าคลั่ง ธุรกิจที่เขารับผิดชอบเองมีปัญหามากมาย ยอดขายแบรนด์ต่างๆ ที่ดูแลก็ลดลงต่อเนื่อง แต่ฝั่งหลินจือไป๋กลับมีแต่ดีวันดีคืน! สิ่งนี้ทำให้หลินกงรู้สึกไม่ยุติธรรมเป็นอย่างยิ่ง!
บ้านลุงรอง หลินเชี่ยโกรธจัด!
“ไอ้เด็กนั่นกล้าดียังไงถึงเตะเปยลี่ออกจากบริษัท!” หลินเชี่ยทุ่มเททรัพยากรไปกับเปยลี่ไม่น้อย คอยช่วยสนับสนุนจนอีกฝ่ายได้เป็นหัวหน้าบรรณาธิการ เขายังคิดไว้ว่าสักวันเปยลี่จะช่วยเขาควบคุมสำนักพิมพ์เสินฮว่าได้ ไม่คาดคิดว่าหลินจือไป๋เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งได้ไม่นาน ก็อาศัยโปรเจกต์ที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ ไล่คนที่เขาจัดวางเอาไว้ออกจากบริษัทไปซะแล้ว!
“ดูเหมือนเราจะหมดโอกาสกับสำนักพิมพ์แล้วสินะ” หลินหูเองก็โมโหจนแทบบ้า แพลตฟอร์มเสินฮวาไลฟ์ที่เขาดูแลมียอดผู้ชมลดลงต่อเนื่อง กลับกันฝั่งหลินจือไป๋กลับเหมือนฉลองปีใหม่!
หลินเป้าไม่ได้พูดอะไร เขายังคงกอดโทรศัพท์อ่านการ์ตูน ตั้งแต่ได้รับผิดชอบสำนักพิมพ์การ์ตูนของกลุ่มเสินฮว่า หลินเป้าก็เหมือนเจอทิศทางของชีวิต เอาแต่จมอยู่กับงาน แม้แต่การต่อสู้ภายในตระกูลอะไรนั่นก็ไม่สนใจอีกเลย
“พูดอะไรหน่อยสิ!” หลินหูตบหลินเป้าอย่างแรง
หลินเป้าเบะปาก “มีอะไรให้พูดละ เด็กนั่นมันดวงดีเองนี่นา ฉันจะไปทำอะไรได้…”
หืม? ดูเหมือนจะมีช่องทางธุรกิจบางอย่าง? จู่ๆ หลินเป้าก็พูดขึ้น “ในเมื่อเขียนนิยายออนไลน์ได้ งั้นการ์ตูนก็น่าจะทำได้เหมือนกันสิ? ฉันจะทำเว็บการ์ตูนขึ้นมาสักเว็บ แย่งลูกค้าหลินจือไป๋มันซะเลย!”
บ้านลุงสาม หลินหลิวรู้สึกหดหู่ถึงขีดสุด สถานการณ์ของเธอน่าจะเลวร้ายที่สุดแล้ว ตั้งแต่หลินจือไป๋แสดงพรสวรรค์อันน่ากลัวด้านการแต่งเพลงออกมา ชีวิตของหลินหลิวก็ไม่เคยดีขึ้นเลย ยิ่งตอนนี้เห็นอีกฝ่ายประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ก็ยิ่งรู้สึกอึดอัดใจและกล้ำกลืนมากกว่าเดิม
“ฝั่งเริ่นเจียชุนว่ายังไงบ้าง?” หลินมูเอ่ยปากขึ้น เขารู้ว่าเริ่นเจียชุนคือคนของพ่อเขา
หลินเซินก็ขมวดคิ้ว “ผมได้ยินว่าเปยลี่ถูกเริ่นเจียชุนแจ้งจับออกจากบริษัทไปแล้ว เห็นว่าขนาดจะรายงานพ่อก็ยังไม่มีเลยใช่ไหม…”
“วันนี้เขาไม่รับโทรศัพท์พ่อเลย” หลินชิวสูดหายใจลึกๆ เขารู้ดีว่าสิ่งนี้หมายความว่าอะไร เริ่นเจียชุนอาจคิดจะทรยศเขาแล้ว
“ลองโทรอีกทีไหมคะ?” หลินหลิวเสนอขึ้น เริ่นเจียชุนเคยทำงานอยู่ใต้บังคับบัญชาของหลินชิวมาก่อน
หลินชิวไม่ได้ตอบแต่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเริ่นเจียชุนอีกครั้ง คราวนี้ปลายสายรับสายแล้ว หลินชิวพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ฉันต้องการคำอธิบาย”
อีกฝ่ายเงียบไปครู่หนึ่ง หลายวินาทีผ่านไป เริ่นเจียชุนถึงเอ่ยปาก “คุณชายสามอย่าโทรหาผมอีกเลยครับ ผมกลัวว่าท่านประธานจะเข้าใจผิด”
หมอนี่ทรยศแล้ว! หลินชิววางโทรศัพท์ลง ดวงตาหรี่ลงพร้อมความเย็นชาที่แผ่ออกมา
ที่บ้านหลินจือไป๋
หลินซีพูดอย่างตื่นเต้นว่า “เสี่ยวเฮย นายนี่มันเจ๋งจริงๆ สำนักพิมพ์เสินฮว่ามาถึงมือได้แค่แป๊บเดียว ก็สร้างผลงานใหญ่โตขนาดนี้แล้ว!”
“เสี่ยวเฮยฉลาดมาตั้งแต่เด็กแล้วล่ะ” พ่อกับแม่ก็ยิ้มออกมาเช่นกัน
หลินเชิงเทียนพูดอย่างครุ่นคิดว่า “เดาว่าพวกลุงๆ วันนี้คงโมโหกันน่าดู”
หลินจือไป๋เองก็ยิ้มรับด้วย ตอนนี้เริ่นเจียชุนกลายเป็นคนของเขาแล้ว เปยลี่ก็ถูกเตะออกจากสำนักพิมพ์เสินฮว่าไปแล้ว ต่อไปแค่กวาดหลัวต๋าออกอีกคน สำนักพิมพ์เสินฮว่าก็จะกลายเป็นอาณาจักรส่วนตัวของเขาอย่างสมบูรณ์ ไม่ต้องกังวลว่าใครจะมายุ่งเกี่ยวอีก
ตกดึก เจียงเฉิงโทรมา “ยินดีกับเจ้านายด้วยครับ เว็บวรรณกรรมบลูสตาร์ประสบความสำเร็จอย่างมาก ตอนนี้ที่คุนเผิงมีพนักงานหลายคนติดนิยายออนไลน์จนแอบอ่านในเวลางานแล้วนะครับ!”
หลินจือไป๋ : “…” การเสพติดนิยายออนไลน์นี่รุนแรงจริงๆ
เจียงเฉิงพูดต่อ “ตามข้อตกลงของคุณปู่หลิน โปรเจกต์นี้ของเจ้านายสำเร็จจริงๆ น่าจะได้หุ้นมาไม่น้อยเลยใช่ไหมครับ?”
“ประมาณห้าสิบเปอร์เซ็นต์ครับ” ถึงจะยังไม่เพียงพอที่จะควบคุมบริษัททั้งหมด แต่เขายังมีเวลาอีกกว่าครึ่งปี ประเมินดูแล้วไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะซอฟต์แวร์ฟังหนังสือก็ใกล้จะสำเร็จแล้วด้วย
หลังวางสาย หลินจือไป๋กำลังเตรียมตัวพักผ่อน แต่จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้นด้านนอก
“ออกไปนั่งเล่นที่สวนกันหน่อยไหม?”
“ไปเดี๋ยวนี้ฮะ” หลินจือไป๋ได้ยินเสียงหลินเชิงเทียนก็รีบลุกเดินออกไป
ในสวน หลินซีนั่งก้มหน้าเล่นมือถืออยู่ที่ชิงช้า หลินเชิงเทียนนั่งบนเก้าอี้มองหลินจือไป๋แล้วก็หันไปมองหลินซี
“วาไรตี้ใหม่ของพี่ต้องการการสนับสนุนจากพวกนาย รายการนี้คิดขึ้นโดยนักวางแผนของคุนเผิง จวินหลิน ชื่อรายการคือ ‘Sisters Who Make Waves’”
“เป้าหมายของรายการคือการสร้างเกิร์ลกรุปย้อนวัย… พูดง่ายๆ ก็คือรายการแข่งขันคัดเลือก รายการจะเชิญศิลปินหญิงอายุสามสิบปีขึ้นไปจำนวนสามสิบคนมาอยู่ร่วมกัน และแข่งแสดงบนเวที สุดท้ายจะคัดเลือกสมาชิกเจ็ดคนมาเดบิวต์ในฐานะวงเกิร์ลกรุป!”
“ตอนนี้รายชื่อศิลปินใกล้ลงตัวแล้ว ส่วนใหญ่เป็นศิลปินจากเสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์ของเราเอง มีส่วนน้อยที่มาจากเทียนกวงและหนานเซิน…”
หลินเชิงเทียนเล่ายาวเหยียดไม่หยุด หลินจือไป๋กะพริบตาปริบๆ ทำทีเหมือนตั้งใจฟัง ทั้งที่จริงไม่ได้ฟังเลย เพราะรายการวาไรตี้นี้ หลินจือไป๋เป็นคนฝากเจียงเฉิงให้เอาไปเสนอพี่ชายเอง ไม่มีใครเข้าใจ ‘Sisters Who Make Waves’ ได้ดีไปกว่าเขาแล้ว
“มีคำถามหนึ่ง” จู่ๆ หลินซีก็พูดขึ้น “ศิลปินหญิงที่นายให้ฉันชวนมา ไม่ใช่แค่ทุกคนอายุเกินสามสิบ แต่ยังตกกระแสไปแล้วด้วย บางคนไม่มีผลงานใหม่มาหลายปี ที่หนักสุดคือคนหนึ่งปีนี้อายุห้าสิบสองแล้ว คนพวกนี้มาเล่นออดิชันจะไหวจริงๆ เหรอ?”
“ไหวแน่นอน!” หลินเชิงเทียนยิ้ม “เซนส์วาไรตี้ของผมไม่ได้แย่นะ พวกคุณก็รู้นี่นา ผมรู้สึกว่ารายการนี้มีหวัง เรื่องตกกระแสอะไรนั่นไม่ใช่เรื่องน่ากลัวหรอก ขอแค่เราหาทางปลุกความทรงจำของผู้ชมขึ้นมาก็พอ!”
“จะลอกสูตรสำเร็จของจางซีหยางเหรอ?” หลินซีดูเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ พลันเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
เมื่อศิลปินตกยุคมาเข้าร่วมรายการ ‘Sisters Who Make Waves’ สิ่งที่ดึงความสนใจได้ง่ายที่สุดก็คือ… ความทรงจำในอดีต!