ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 242 Sisters Who Make Waves
การกลับมาดังของจางซีหยางทำให้คนในวงการตระหนักว่าการตกกระแสไม่ใช่เรื่องแก้ไม่ได้ ขอแค่ปลุกความทรงจำของผู้ชมที่มีต่อศิลปินคนนั้นขึ้นมา…
แม้ว่าวิธีจะชัดเจนอยู่ตรงหน้าแต่จางซีหยางก็มีแค่คนเดียว นี่ไม่ใช่กรณีที่ลอกเลียนแบบได้ง่ายๆ เพราะแม้จางซีหยางจะตกกระแสแต่เขาไม่ได้เสื่อมความนิยมตามธรรมชาติ และนั่นเกิดจากเจ้าตัวเลือกถอยออกจากวงการไปเอง
อีกอย่างถึงจะตกกระแสแต่ทักษะการร้องของเขากลับพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลายปีที่เงียบหายไป เขายกระดับการร้องของตัวเองจนถึงระดับราชาเพลง! มีคนพยายามเลียนแบบเขาแต่น่าเสียดายที่ไม่เกิดกระแสขึ้นมาแม้แต่น้อย
หลินเชิงเทียนรวบรวมศิลปินหญิงตกกระแสจำนวนมากมาเข้าร่วม ‘Sisters Who Make Waves’ ก็เพราะคิดจะใช้แนวทางนี้ แต่ทักษะสายอาชีพของศิลปินหญิงพวกนั้นตอนนี้คงถอยหลังไปไกลแล้ว
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงศิลปินหญิงที่หลินเชิงเทียนหามา ไม่ใช่แค่เป็นนักร้อง บางมีพวกนักแสดงที่ไม่มีแม้แต่พื้นฐานการร้องเพลง บางคนอาจถึงขั้นเต้นไม่เป็นด้วยซ้ำ แล้วแบบนี้ผู้ชมจะดูอะไรละ?
ก็เพราะวาไรตี้นี้มีจวินหลินจากคุนเผิงเป็นคนวางแผน วาไรตี้ของเขาขึ้นชื่อเรื่องจับจิตวิทยาผู้ชมได้แม่นยำมาตลอด แต่ถึงอย่างนั้นหลินซีก็ยังรู้สึกกังวลกับรายการวาไรตี้แปลกๆ นี้อยู่ดี
“ผมว่าก็น่าสนใจดีนะ” หลินจือไป๋พูดขึ้น
“น่าสนใจแน่นอน!” หลินเชิงเทียนพูดด้วยแววตาเปล่งประกาย
“พี่เชิญนักแสดงนำหญิงจาก ‘Home Temptation’ ที่เล่นเป็นหลินผินหรูกับนักแสดงที่เล่นเป็นอ้ายลี่มาร่วมรายการของเราด้วย เพลงที่หลินผินหรูจะใช้เปิดตัวบนเวทีแรกก็คือเพลงรบในตำนานนั่นแหละ!”
ที่เรียกว่าเพลงรบย่อมหมายถึงเพลง ‘ไม่อาจอภัย’ เพราะว่า ‘Home Temptation’ คือละครที่เรตติ้งสูงที่สุดของปีนี้จนถึงตอนนี้!
และเพลงประกอบอย่าง ‘ไม่อาจอภัย’ ก็ได้รับความนิยมแบบถล่มทลาย ถ้าได้หลินผินหรูมาเป็นคนร้องต้องกลายเป็นประเด็นดังแน่
ยังไม่นับว่าการที่ ‘หลินผินหรูกับอ้ายลี่’ จะได้ขึ้นเวทีแข่งอะไรนั่นด้วยกัน และยังปลุกความทรงจำของผู้ชมเกี่ยวกับมุก “ทำไมเธอถึงใส่เสื้อผ้าของหลินผินหรู” นั่นอีก
จากนั้นหลินเชิงเทียนพูดต่อ “พี่ยังเชิญหลินซิ่วจิงหัวหน้าสายเพลงแนวหวานมาร่วมรายการนี้ของเราด้วยนะ!”
“เธออายุสี่สิบแล้วนะ” หลินซีที่อยู่ข้างๆ เอ่ยเตือนขึ้นมา
“ไม่เป็นไรหรอก” หลินเชิงเทียนยิ้ม
“ผมเจอหลินซิ่วจิงมาแล้ว สภาพเธอดีมากเลยนะ เวทีเปิดตัวน่าจะร้องเพลงฮิตยุคก่อนของตัวเอง คนดูคงจะชอบทีเดียว เพราะยังไงก็เป็นเพลงที่ทุกคนคุ้นหูอยู่แล้ว”
หลินจือไป๋พยักหน้าเข้าใจ หลินจือไป๋จำได้ว่าตั้งแต่เด็กก็เคยฟังเพลงของหลินซิ่วจิง เธอเคยเป็นนักร้องแถวหน้าชื่อเสียงโด่งดังในภาพลักษณ์สาวหวาน แต่น่าเสียดายที่พออายุมากขึ้นก็ไปต่อในสายแบ๊วไม่ได้เพราะจะถูกมองว่าฝืนวัย จึงค่อยๆ หายหน้าไปจากวงการ
“จริงสิ!” หลินเชิงเทียนพูดว่า “ผมยังไปเจอนักร้องจากฝั่งอูโจวมาอีกคนชื่อสุยเฉียวอู ปีนี้อายุสามสิบสองแล้ว ร้องเต้นเก่งมาก ตัวจริงก็น่ารักสุดๆ เพลงยุคแรกของเธอมีความเป็นแนวสองมิติแบบเดียวกับหลินอีอีเลย…”
นี่เป็นไอเดียที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก ‘I Am a Singer’ ตอนนั้นหานเยว่ซวงในฐานะนักร้องจากฉีโจวโด่งดังมากในฉินโจว! แสดงให้เห็นว่านักร้องจากต่างเมืองก็ได้รับความนิยมในฉินโจวเหมือนกัน
ครั้งนี้หลินเชิงเทียนถึงไปหานักร้องหญิงสายร้องเต้นที่มีฝีมือจากอูโจวมาร่วมรายการด้วย
“สุยเฉียวอูเคยมีเพลงหนึ่งตอนนั้นที่ถูกหลินอีอีเอาไปร้องใหม่ด้วยละ ผู้ชมคงไม่ได้รู้สึกแปลกหน้าเท่าไหร่”
“งั้นเธอร้องเพลงภาษาอูได้สิ?” หลินซีครุ่นคิด “ฟังดูน่าสนใจนะ แต่ไม่รู้ว่าผู้ชมจะเปิดใจรับเพลงภาษาอูแค่ไหน…”
ภาษาอูคือภาษาถิ่นของอูโจว แต่หลินจือไป๋รู้อยู่แล้ว ความจริงแล้วภาษาอูก็คือภาษาญี่ปุ่นในชาติก่อน โลกคู่ขนานมีเรื่องอย่างนี้ก็สมเหตุผล เช่นเดียวกับภาษาถิ่นของฉีโจวหรือที่เรียกว่าภาษาฉี ก็คือภาษากวางตุ้งในชาติก่อนเช่นกัน
“ไม่เป็นไรหรอก ไม่จำเป็นต้องร้องเพลงภาษาอูเสมอไป” หลินเชิงเทียนไม่กังวลเรื่องนี้ เพราะแม้บนบลูสตาร์จะมีภาษาถิ่นหลากหลาย แต่ภาษากลางก็เป็นภาษาราชการของแต่ละทวีป เหมือนกับในเนื้อเพลงที่บอกว่า ‘ทั่วทั้งโลกพูดภาษาจีน’
หลินจือไป๋กลับสะดุดใจเล็กน้อย เพราะต้องทำไลฟ์หลินจือไป๋จึงได้แลกเพลงกับระบบไว้มากมาย แถมบางทียังสุ่มได้รางวัลอีก ทำให้ตอนนี้เขามีเพลงสะสมอยู่เยอะมาก ถ้ามีนักร้องอูโจวมาร่วมรายการแบบนี้ ก็แปลว่าตนอาจจะให้นักร้องอูโจวคนนี้ร้องเพลงภาษาอูได้นะสิ?
“งั้นลองใช้เพลง ‘ดินแดนสุขาวดี’ ดีไหม?”
เพลงนี้หลินจือไป๋ได้มาตอนสุ่มรางวัลโดยบังเอิญ และยังไม่มีโอกาสได้ใช้เลย ในเมื่อเจอนักร้องอูโจวแล้ว อีกฝ่ายก็ทั้งร้องทั้งเต้นแร็ปได้พอดี… ร้องเต้นได้ก็พอแล้ว แถมยังเข้าใจแนวอนิเมะสองมิติอีก แบบนี้ก็น่าจะเข้ากับ ‘ดินแดนสุขาวดี’ ได้ดีเลยทีเดียว?
เพลงนี้ในชาติก่อนถือว่าเป็นเพลงในตำนาน เคยถล่มยอดวิวใน Bilibili มาแล้ว! แค่ติดปัญหาว่าท่าเต้นของเพลงนี้อธิบายไม่ได้ แต่ถ้าไม่มีท่าเต้นแล้วร้องเพลงอย่างเดียวก็เหมือนขาดหัวใจของ ‘ดินแดนสุขาวดี’ ไป งั้นก็เอามาใช้พร้อมกันเลยแล้วกัน หลินจือไป๋คิดในใจ
“ไม่ใช่แค่อูโจวนะ!” หลินเชิงเทียนพูดขึ้นว่า “พี่ยังเชิญนักร้องหญิงจากหานโจวมาอีกคนด้วย”
“นักร้องหานโจว?”
“ไม่รู้พวกนายรู้จักไหม นักร้องหานโจวคนนี้ชื่อชินฮยอนอา เดบิวต์จากวงเกิร์ลกรุป พวกนายก็รู้หานโจวนะเกิร์ลกรุปได้รับความนิยมสุดๆ ฝีมือก็จัดว่าเป็นแถวหน้าของบลูสตาร์ ไม่ว่าการเต้นหรือการร้อง… ที่สำคัญแม่ของชินฮยอนอาเป็นคนฉินโจว ดังนั้นช่วงแรกๆ เธอเลยได้พัฒนาอยู่ที่ฉินโจวมาหลายปี ฐานแฟนคลับมีไม่น้อยเลย”
ไม่เลว หลินจือไป๋พยักหน้าติดๆ เรื่องการคัดเลือกศิลปินตนเองไม่ได้ลงรายละเอียดไว้ในแผนงาน พวกนี้ล้วนเป็นหมากของพี่ชาย หลินเชิงเทียนวางแผนได้อย่างเฉียบแหลม กระทั่งคล้ายคลึงกับวิธีการของสถานีแมงโก้ในชาติก่อน
ตั้งใจเชิญศิลปินหญิงที่โด่งดังในต่างทวีปแถมผู้ชมฉินโจวก็ถือว่าพอรู้จักมาร่วมรายการแข่งขัน… ดีมากทีเดียว ตนสามารถสั่งเพลงเกาหลีจากระบบมาล่วงหน้าได้ ยังไงรายการนี้ก็เน้นธีม ‘เกิร์ลกรุป’ อยู่แล้ว ต้องมีการแสดงแนวเกิร์ลกรุปอีกมากมาย
ถ้าจำไม่ผิด… เกาหลีในชาติก่อนมีเพลงเกิร์ลกรุประดับตำนานหลายเพลงที่โด่งดังไปทั่วโลก ถ้าตนเอามาใช้คงช่วยเพิ่มสีสันให้รายการนี้ได้ไม่น้อยเลย!
“งั้นใครจะเป็นตัวหลักละ?” หลินซีค่อยๆ สัมผัสได้ถึงเสน่ห์ของรายการนี้แล้ว เธอคิดว่ารายการยังต้องมีรุ่นพี่ตัวแม่สักคนสองคนไว้คอยเป็นเสาหลักของรายการ
“ฮั่วเหมยกับจ่าวหลานอิงละกัน” หลินเชิงเทียนเอ่ยชื่อสองคนที่หลินจือไป๋คุ้นเคยอย่างดี ทั้งคู่ล้วนเป็นศิลปินในสังกัดเสินฮว่า
ฮั่วเหมยเป็นนักแสดงแถวหน้า เคยเข้าชิงนักแสดงหญิงยอดเยี่ยม ตอนรุ่งสุดๆ ก็เกือบจะก้าวขึ้นสู่ระดับแนวหน้าของประเทศ น่าเสียดายที่ตอนนี้อายุมากแล้ว
จ่าวหลานอิงเป็นนักร้องที่เดบิวต์ตั้งแต่หลินจือไป๋ยังไม่เกิด ในช่วงที่รุ่งสุดๆ เคยเกือบก้าวขึ้นเป็นศิลปินแถวหน้า แต่ตอนนี้หล่นมาอยู่ระดับแถวหนึ่ง และอาจร่วงไปอยู่แถวสองได้ทุกเมื่อ กาลเวลาไม่ปรานีใครจริงๆ
หลินซีวิเคราะห์ “ฉันจำได้ว่าฮั่วเหมยปากจัดคมกริบอย่างกับมีด ส่วนจ่าวหลานอิงก็เป็นคนเปิดเผยตรงไปตรงมา แต่ไอคิวทางอารมณ์ต่ำไปหน่อย”
“แต่ถึงอย่างนั้นทั้งคู่ก็เหมาะจะเป็นพี่ใหญ่เพราะสถานะในวงการสูงพอ แต่ว่าฮั่วเหมยเป็นนักแสดง ถ้าเธอจะมาเข้าร่วมรายการนี้คงต้องผ่านหลินจิ้งก่อนสินะ…”
หลินจิ้งเป็นหัวหน้าแผนกศิลปินโทรทัศน์ หลินเชิงเทียนกล่าวว่า “พักนี้คนในแผนกศิลปินโทรทัศน์ไม่ค่อยพอใจหลินจิ้งกันเท่าไหร่ เขาชอบยัดเยียดงานที่ขัดกับเจตนาของนักแสดงหลายอย่าง ฮั่วเหมยก็ค่อนข้างหัวรั้นไม่ใช่คนที่จะยอมเชื่อฟังใครง่ายๆ หรอก…”
หลินเชิงเทียนชะงักครู่หนึ่งแล้วเบะปากพูดต่อ “แต่จริงๆ หลินจิ้งก็ใช้อำนาจข่มผมอยู่หลายครั้ง นักแสดงของบริษัทบางคนที่ผมอยากดึงตัวมาเขาก็ไม่อนุมัติ ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีคุณสมบัติและกล้าปะทะเขาแบบฮั่วเหมย โชคดีที่แม้ตัวนักแสดงที่เขาไม่ยอมให้ผมดึงตัวไปใช้จะไม่เลวเลย แต่ผมก็หาคนมาแทนจากฝั่งเทียนกวงได้พอดี”
พูดไปแล้วก็น่าสนใจ หลินเชิงเทียนอยากร่วมงานกับศิลปินของหนานเซินแต่ก็ลำบากยากเย็น เพราะสามยักษ์ใหญ่เป็นคู่แข่งเก่าแก่ของกันและกัน แต่พอร่วมงานกับยักษ์ใหญ่อย่างเทียนกวงกลับไปได้สวย โดยเฉพาะกับหัวหน้าฝ่ายโทรทัศน์ของเทียนกวงซูฉาน ถึงขั้นติดต่อหลินเชิงเทียนด้วยตัวเอง บอกว่าอยากได้นักแสดงคนไหนในเทียนกวงก็เลือกได้เลย เดี๋ยวเธอจัดให้เอง!
มีซูฉานหนุนหลังให้แบบนี้ทุกอย่างก็ราบรื่นมาก หลินเชิงเทียนคิดว่าคงเพราะบารมีน้องชาย ก็มีข่าวลือว่าหลินจือไป๋แย่งซูฉานมาจากหลินกงนี่นา ถึงแม้หลินเชิงเทียนจะถามน้องชายไป น้องชายก็ไม่เคยยอมรับเลยสักครั้ง
“ถ้าอย่างนั้น” หลินจือไป๋ถาม “ผมต้องทำอะไรบ้าง?”
หลินเชิงเทียนตอบ “พี่อยากให้นายมาร่วมรายการเป็นมิวสิกไดเรกเตอร์ให้เลยยิ่งดี แต่ถ้าไม่อยากออกหน้า จะให้คำแนะนำเฉยๆ ก็ได้”
“ผมขอคิดดูก่อนแล้วกัน” หลินจือไป๋รับปาก “ไม่ว่าจะร่วมรายการหรือเปล่า ผมรับรองว่าจะเขียนเพลงให้รายการพี่หลายๆ เพลงเลย…”
ไป๋ตี้ไม่ได้ปล่อยเพลงใหม่มานานแล้ว ต่างจากไลฟ์ของอู๋ฉือที่ปล่อยเพลงออกมาต่อเนื่องรัวๆ เขาสามารถใช้กระแสของรายการนี้ปล่อยเพลงได้หลายเพลงเลย
“เดี๋ยวส่งรายชื่อกับรายละเอียดมาให้ผมแล้วกันนะครับ”
หลินจือไป๋อยากดูว่าบรรดาสาวใหญ่แต่ละคนเหมาะกับเพลงแบบไหน อย่างแรกที่ตัดสินใจได้แน่นอนคือเพลง ‘ดินแดนสุขาวดี’ จะปล่อยในเทปแรกเพื่อสร้างกระแสให้รายการอย่างรวดเร็ว ต่อมาก็เป็นเรื่องของฮั่วเหมยกับจ่าวหลานอิง…
จ่าวหลานอิงไม่ต้องห่วงเลย นักร้องรุ่นใหญ่แบบนี้ฝีมือยอดเยี่ยม แต่ฮั่วเหมยน่าเป็นห่วงเล็กน้อย อีกฝ่ายเป็นนักแสดงโทรทัศน์ความสามารถหลักคือการแสดง เรื่องร้องเพลงอาจจะไม่แข็งเท่าไหร่
เขาควรหาเพลงง่ายๆ ให้เธอใช้เปิดตัว เพื่อช่วยให้เธอยืนหยัดในรายการได้อย่างมั่นคง ยังไงเธอก็กล้าต่อต้านหลินจิ้งนี่นา… ไม่เลวเลย ตราบใดที่อีกฝ่ายกล้าชนหลินจิ้ง หลินจือไป๋ก็ยินดียื่นมือช่วย ไม่ปล่อยให้เธอมาร่วม ‘Sisters Who Make Waves’ โดยเปล่าประโยชน์แน่นอน!
หลังจากพูดคุยกันตลอดทั้งคืน ในเช้าวันถัดมาเสินฮว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์เริ่มโปรโมตรายการวาไรตี้ใหม่ล่าสุด!
วาไรตี้รายการที่สี่ ผลิตโดยคุนเผิง วางแผนโดยจวินหลิน ‘Sisters Who Make Waves’ มาแล้ว! ทันใดนั้นเหล่าชาวเน็ตและคนในวงการต่างก็จับจ้องมาที่รายการนี้กันอย่างถ้วนหน้า!