ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 249 ลู่ฉือก็จะเข้าร่วม ‘Sisters Who Make Waves’!
“ฉันมีดอกไม้หนึ่งดอก เติบโตอยู่ในใจฉัน ความรู้สึกความรักแท้จริง ไร้คนเข้าใจ หญ้าป่าเกาะกุมปกคลุมทั่วเนินเขา บุปผาเดียวดายชื่นชมลำพัง ช่างปวดร้าว…”
เพลง ‘บุปผาสตรี’ ดังก้องไปนับหมื่นพันครัวเรือน อิทธิพลไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าของจ้าวหลานอิง หลินซิ่วจิ่ง และมิซึฮาชิ มาอิ เลย!
เมืองซูเฉิง บ้านหลังหนึ่ง
“แม่คะ ตลอดหลายปีนี้ลำบากแม่แล้ว แม่ในใจหนูจะเป็นดอกไม้ที่งดงามที่สุดตลอดไป”
เมืองหลานเจิง สามีภรรยาคู่หนึ่ง
“นี่… ตลอดหลายปีมานี้เธอทุ่มเทมากแล้ว จนเริ่มมีริ้วรอยขึ้นแล้วนะ”
“ไม่สวยแล้วเหรอ?”
“เธอคือดอกไม้หญิงที่งามที่สุดเลยละ!”
เมืองฉินเจิง ห้องเช่าแห่งหนึ่ง
“บุปผาเดียวดายชื่นชมลำพัง ช่างปวดร้าว… ถึงตอนนั้นฉันแก่แล้ว คุณจะยังชอบฉันอยู่ไหม?”
“ชอบสิ ฉันให้คำมั่นสัญญาเลย ตลอดไป”
บนโลกออนไลน์ผู้คนจำนวนมากต่างสะเทือนใจ
‘คิดไม่ถึงเลยว่าไปตี้ยังมีอีกเพลง!’
‘เพลง ‘บุปผาสตรี’ สุดยอด!’
‘ฟังน้ำตาไหลเลย’
‘เพลงนี้ซึ้งเกินไปแล้ว!’
‘ไปตี้ไม่ได้ถนัดแต่เพลงเทพเท่านั้นนะ’
‘บนเวทีแบบนี้เพลงนี่แหละเหมาะที่สุดแล้ว ดูออกเลยว่าอาจารย์ไปตี้คิดถึงความรู้สึกของพี่สาวทุกคนจริงๆ!’
‘ทำเอาผู้ชายอกสามศอกอย่างฉันได้ฟังยังน้ำตาไหลเลย’
‘ภรรยาของฉัน แม่ของฉัน ยายของฉัน พวกเธอล้วนเป็นดอกไม้แบบนี้ในใจฉันทั้งนั้น’
‘อาจารย์ไปตี้ตั้งใจมากจริงๆ’
‘คงไม่มีเพลงไหนถ่ายทอดเสียงในใจของผู้หญิงทุกคนได้อย่างเพลง ‘บุปผาสตรี’ อีกแล้ว’
บนบลูสตาร์มีเพลงที่เขียนถึงผู้หญิงมากมาย แต่เพลงมากมายเหล่านั้นเขียนถึงหญิงสาวในวัยที่ยังเยาว์ ถ้าแต่งถึงผู้หญิงที่โตแล้วก็มักจะเป็นเพลงที่เขียนถึงแม่ มีน้อยนักที่จะไม่จำกัดแค่แม่หรือหญิงสาว การถ่ายทอดของฮั่วเหมยละเมียดจนแทบเขียนเข้าไปในหัวใจของผู้หญิงทุกคน หรือกระทั่งเขียนไปถึงก้นบึ้งในใจของผู้ชายด้วย สุดท้ายเพลงนี้ยังชี้ชัดถึงธีมของรายการ ‘Sisters Who Make Waves’ ด้วย ในเวลาเดียวกัน จงละทิ้งอคติเรื่องอายุไปเสียเถิด ปล่อยให้ดอกไม้ได้บานสะพรั่ง!
เมื่อสั่วเหมยร้องจบ เธอเดินกลับไปถึงห้องโถงพลันได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ราวกับวีรสตรี!
“บุปผาสตรีพลิ้วไหวกลางโลกีย์…”
ทุกคนจับมือร่วมกันร้องเพลงแล้วจากนั้นก็โผกอดกัน จ้าวหลานอิงถามอย่างสงสัยว่า “เหล่าฮั่ว ใครเป็นคนที่แต่งเพลงนี้ให้เธอเหรอ?”
ทุกคนต่างอยากรู้ เพลงนี้ช่างเขียนได้ดีเหลือเกิน ฮั่วเหมยยิ้มกล่าว “ทั้งคำร้องและทำนองเพลง ล้วนเป็นของอาจารย์ไปตี้นะ”
ทุกคนอ้าปากค้าง จากนั้นก็เริ่มแซวกัน
“ทำไมอาจารย์ไปตี้ไม่แต่งเพลงให้พวกเราบ้างละ!”
“นั่นสิ!”
“อย่าลำเอียงสิคะอาจารย์ไปตี้!”
“พวกเราก็เป็นบุปผาสตรีเหมือนกันนะ!”
“พวกเราก็ต้องการความช่วยเหลือของคุณนะคะ!”
ถึงจะโห่แซวแต่ที่จริงเป็นแค่การล้อเล่นกันเท่านั้น อย่างไรเสียเวทีแรกนี้ก็เป็นการแสดงล้วนๆ ไม่มีใครที่จะถูกคัดออกเพราะได้คะแนนต่ำเกินไปอะไรแบบนั้น ยิ่งไปกว่านั้นไปตี้ยืมเวทีปล่อยเพลงใหม่ แต่จำนวนเพลงใหม่ย่อมจำกัด เป็นไปไม่ได้หรอกมั้งที่พี่สาวทุกคนจะได้เพลงคนละเพลง?
นี่ก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ละนะ ยิ่งไปกว่านั้นรายการนี้ไม่มีอะไรที่เรียกได้ว่ายุติธรรมอย่างแท้จริงหรอก ให้นักแสดงมาแข่งกับนักร้องก็ไม่ยุติธรรมแล้ว ไหนจะยังมีนักร้องที่ทั้งร้องทั้งเต้นได้อีก พวกที่ได้เปรียบโดยธรรมชาติตั้งแต่แรก ดังนั้นนี่ก็เป็นแค่รายการวาไรตี้เท่านั้น ผู้ชมเองก็ไม่ได้เรียกร้องจนเกินไปนัก และในตอนนี้รายการเทปแรกก็ใกล้จะจบลงแล้ว
เวลานี้เอง รายการได้จัดช่วงสัมภาษณ์เดี่ยวของไปตี้ไว้ หลินเชิ่งเทียนรับหน้าที่สัมภาษณ์ด้วยตนเอง
“สวัสดีครับอาจารย์ไปตี้!” หลินเชิ่งเทียนไม่ได้เรียกหลินจือไป๋ว่า ‘น้องชาย’ หรือ ‘เสี่ยวเฮย’ ในรายการ
“สวัสดีครับ”
หลินจือไป๋ยิ้มกล่าว ไปตี้ที่ปรากฏอยู่ในกล้องร่างสูงโปร่ง องคาพยพบนใบหน้าเด่นชัดงดงาม ดวงตาลึกซึ้งกระจ่างสดใส รูปหน้าประณีตได้สัดส่วน เขาสวมชุดลำลองสีขาวเนื้อผ้านุ่มกระชับพอดีตัว เผยเสน่ห์ที่ยากจะบรรยายออกมาได้ ผู้ชมดูแล้วรู้สึกสบายตา
เห็นได้ชัดว่านี่คือใบหน้าที่ ‘ถูกชะตาผู้ชม’ มาก หลินเชิ่งเทียนแนะนำว่า “ในตอนที่สองของรายการ เราจะจัดให้พี่สาวแบ่งกลุ่มกัน และมีเพลงหลายเพลงให้เลือก อาจารย์ไปตี้ที่เป็นผู้อำนวยการรายการ จะนำเพลงใหม่ของตัวเองมาให้เลือกในตอนที่สองอีกไหมครับ?”
“จะมีเพลงใหม่หนึ่งเพลงครับ”
หลินจือไป๋ตอบรับอย่างชัดเจน ผู้ชมตื่นเต้นขึ้นมาทันใด!
ตอนที่หนึ่งไปตี้ก็ปล่อยเพลงใหม่ไปแล้วสองเพลง!
คิดไม่ถึงเลยว่าตอนที่สองก็ยังมีเพลงใหม่อีกเพลง!
ว่าแล้วเชียว! ไปตี้ไม่ได้ปล่อยเพลงมาครึ่งปี เก็บตุนไว้ไม่น้อยเลย!
หลินเชิ่งเทียนยิ้มกล่าว “ตั้งตารอเพลงใหม่ของอาจารย์ไปตี้มากเลยครับ นอกจากนี้ผมยังมีข่าวใหญ่จะมาเปิดเผยกับผู้ชมที่นี่ด้วยครับ”
ข่าวอะไร? ผู้ชมพากันตั้งใจฟังทันที
หลินเชิ่งเทียนทำลับๆ ล่อๆ “ในบรรดาเพลงของตอนที่สอง จะมีหนึ่งเพลงที่เป็นผลงานใหม่ของผู้ชายคนนั้นครับ!”
ผู้ชม: ???
ผู้ชายคนนั้นคือใครละ! หลินเชิ่งเทียนนี่ชอบเล่นตัวจริงๆ ตอนทำรายการ “I Am a Singer” ที่ประกาศผลจัดอันดับแต่ละทีก็ชอบเล่นตัวชวนลุ้นตลอด จะลงแดงตายอยู่แล้ว!
หลินเชิ่งเทียนเหมือนจะรู้ว่าผู้ชมกำลังลุ้นกันใจจดใจจ่อ เขายิ้มตาหยีแล้วพูดว่า “ทุกคนต้องอยากรู้มากแน่ๆ ใช่ไหมละครับ ผู้ชายคนนั้นก็คือ… ก็คือ…”
อ้าอึ้งอยู่นานก็ไม่ยอมเอ่ย หลินจือไป๋กลอกตา หักมุกทันทีว่า “ตอนที่สองมีเพลงใหม่ที่อู๋ฉือแต่งสินะครับ”
หลินเชิ่งเทียน: “เออ… ใช่ครับ…”
เห็นท่าทีที่หลินเชิ่งเทียนทำท่าไปไม่เป็น ผู้ชมหลายคนก็พากันหัวเราะชอบใจ กำลังจะชมว่า ‘อาจารย์ไปตี้ทำดีมาก’ แต่แล้วก็ชะงักไปพร้อมกัน
หา! ตอนหน้าจะมีเพลงใหม่ของใครนะ!?
ผู้ชมจำนวนนับไม่ถ้วนที่กำลังดูรายการอยู่หน้าจอ พลันเบิกตากว้าง แววตาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ!
“อู๋ฉือ!?”
“เฮ้ย!”
“ฉันไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม เมื่อกี้ไปตี้พูดถึงอู๋ฉือจริงๆ ใช่ไหม?”
“แปลว่าตอนหน้าจะมีสองเพลงใหม่? เพลงนึงของไปตี้ อีกเพลงนึงของอู๋ฉือ?”
“ตายแล้วแม่เจ้า!”
“ทีมงานเล่นใหญ่ขนาดนี้ ไม่เท่ากับว่าอู๋ฉือเข้าร่วม ‘Sisters Who Make Waves’ ทางอ้อมหรอกเหรอ!”
“การปะทะอย่างเป็นทางการครั้งแรกของไปตี้กับอู๋ฉือ?”
“เชี่ย!”
“เกือบลืมไปเลย ‘Sisters Who Make Waves’ เป็นวาไรตี้ของคุนเผิงนี่นา อู๋ฉือก็เป็นคนของคุนเผิง เขาจะให้เพลงใหม่กับรายการนี้ก็เป็นเรื่องปกติสุดๆ อยู่แล้ว!”
ใช่แล้ว ตอนที่สองจะมีเพลงของอู๋ฉือหนึ่งเพลง นี่เป็นการตัดสินใจของหลินจือไป๋ วิธีจัดการนั้นง่ายดาย เขาให้เจียงเฉิงติดต่อหลินเชิ่งเทียนโดยตรง บอกว่าอู๋ฉือมีเพลงใหม่อยู่หลายเพลงที่อยากใช้เวทีรายการนี้ในการเปิดตัว…
หลินเชิ่งเทียนตอบตกลงโดยไม่ต้องคิด ไม่ต้องชั่งใจเลย นี่ถือเป็นข่าวดีอย่างมหาศาลสำหรับรายการ จึงเกิดเป็นช่วงสัมภาษณ์ปิดท้ายในตอนแรกของรายการขึ้นมา หลังสัมภาษณ์จบ ตอนแรกของรายการก็สิ้นสุดลงเพียงเท่านี้
และทันทีที่รายการตอนที่หนึ่งจบลง บทสัมภาษณ์ส่งท้ายก็ได้สร้างความตะลึงไปทั่วทั้งโลกออนไลน์!
‘Sisters Who Make Waves’ นี่คือข่าวใหญ่สำคัญอย่างยิ่ง ของทั้งวงการเพลงฉินโจว ผู้คนในวงการที่ได้ยินข่าวต่างก็พากันตกตะลึง!
‘อู๋ฉือก็จะมาด้วยเหรอ!?’
‘เจ้าตัวคงไม่มาหรอก อย่างไรซะอู๋ฉือก็ไม่เคยออกหน้าปรากฏตัวอยู่แล้ว แต่เพลงใหม่ของเขาจะอยู่ในตัวเลือกตอนที่สอง!’
‘ว้าว!’
‘แค่นี้กระแสตอนที่สองของ ‘Sisters Who Make Waves’ ก็น่าจะแตกแล้ว!’
‘ไม่ใช่แค่ตอนที่สองหรอก! รายการนี้อาจจะดังยิ่งกว่า I Am a Singer อีกนะ!’
‘นี่แทบจะเป็นการดวลกันทางอ้อมระหว่างไปตี้กับอู๋ฉือเลยนะ ถึงจะเป็นการดวลกันในรายการวาไรตี้ ผลแพ้ชนะก็ไม่ได้บ่งบอกอะไรชัดเจน เพราะพี่สาวแต่ละคนก็มีฝีมือไม่เท่ากัน แต่แค่มีประเด็นให้พูดถึงแบบนี้ก็มากพอแล้ว!’
บนโลกออนไลน์ แพลตฟอร์มจี๋กวง
‘อู๋ฉือกับไปตี้จะฟาดกันแล้ว!’
‘หา?’
‘ฟาดบ้าบออะไรละ?’
‘อู๋ฉือจะส่งเพลงใหม่หนึ่งเพลงมาให้กับตอนที่สองของ ‘Sisters Who Make Waves’ ต่างหาก!’
‘โอ้ แบบนี้ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ฉันจะไปดูแน่นอน เดิมทีเพราะรายการนี้เชิญไปตี้มาฉันเลยไม่อยากดูเลย เพราะฉันน่ะเป็นแฟนคลับของอู๋ฉือ’
‘ฮาๆๆๆ จริงสุดๆ’
‘ไม่คิดเลยว่าการปะทะอย่างเป็นทางการครั้งแรกของดาวคู่แฝดแห่งวงการเพลงจะเกิดขึ้นในรายการวาไรตี้!’
‘ตื่นเต้นสุดๆ เลย!’
‘ตอนหน้าจะเริ่มเมื่อไหร่นะ!’
“อยากดูตอนนี้เลยจริงๆ!”
ที่บ้าน แม่กับหลินซีต่างมองไปยังหลินจือไป๋กับหลินเชิ่งเทียนด้วยสีหน้าตกตะลึง หลินซีจ้องหลินเชิ่งเทียนแล้วพูดว่า “อู๋ฉือจะเข้าร่วมตอนที่สองเหรอ?”
“ตัวเขาไม่ได้มาหรอกครับ แต่จะส่งเพลงนึง” หลินเชิ่งเทียนตอบตามจริง
“เสี่ยวเฮยก็ส่งเพลงนึง?” แม่จ้องพลางถามหลินจือไป๋
หลินจือไป๋พยักหน้า แต่ในใจกลับแอบเสริมว่า ‘สองเพลงนั่นแหละครับ’
แม่อุทานออกมา “แล้วถ้าเพลงของลูกแพ้อู๋ฉือ จะกระทบภาพลักษณ์หรือเปล่าละ?”
“ไม่หรอกครับ” หลินจือไป๋ยิ้มกล่าว “เพราะเป็นวาไรตี้ คุณภาพการแสดงของเหล่าพี่สาวต่างหากครับที่เป็นจุดสำคัญ”
ใช่แล้ว แม้ว่าอู๋ฉือกับไปตี้จะมีการปะทะกันบ้างในรายการ แต่การดวลแบบนี้ก็มีตัวแปรมากเกินไปเลยไม่ได้ส่งผลอะไรมากนัก และคงไม่มีใครจริงจังเอาผลแพ้ชนะครั้งนี้มาเป็นประเด็นหรอก
“ฉันมีลางสังหรณ์นะ ตอนที่สองต้องระเบิดแน่!” หลินเชิ่งเทียนตื่นเต้นมาก ความจริงตอนที่ได้รับสายจากเจียงเฉิงแล้วได้ยินว่าอู๋ฉือก็ยินดีจะให้เพลงกับรายการด้วย ก็รู้ทันทีว่าจะดึงความสนใจให้รายการได้มหาศาลขนาดไหน
“ไม่ใช่ละ รายการนี้มันดังระเบิดไปแล้วต่างหาก!” หลินซีพูดขึ้น จากนั้นก็หันมือถือให้ครอบครัวดูหน้าเทรนด์ฮอตเสิร์ช
ทุกคนมองปุ๊บก็ถึงกับสูดหายใจเฮือก แม้แต่หลินจือไป๋เองก็ยังเผยสีหน้าตกตะลึง น่ากลัวจริงๆ! สิบอันดับแรกของกระแสทั้งหมดล้วนเกี่ยวข้องกับ ‘Sisters Who Make Waves’ ทั้งสิ้น!