ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 254 หนังสือเสียงบลูสตาร์ดังระเบิด!
จางหลงเป็นคนขับแท็กซี่ คืนนี้ตอนหนึ่งทุ่มเขายังขับรถอยู่บนถนนด้วยความเบื่อ จึงเผลอเปิดวิทยุตามความเคยชิน ในวิทยุเป็นเสียงผู้ชายคนหนึ่ง
[เมื่อห้าสิบปีก่อนที่ซาเฉิง เปียวจื่อหลิ่ง มีพวกนักขุดสุสานสี่คนนั่งยองอยู่บนโคกดิน ทุกคนเงียบกริบ จ้องเขม็งไปที่เสียมลั้วหยางบนพื้น ในเสียมนั้นยังมีดินที่เพิ่งตักขึ้นมาจากใต้ดินติดอยู่ ที่ประหลาดคือดินกำมือนั้นกำลังซึมของเหลวสีแดงสดออกมาไม่หยุด ราวกับเพิ่งจุ่มผ่านเลือดสดๆ มา…]
จางหลงอึ้งไปครู่หนึ่ง นี่มันอะไร? เหมือนมีคนกำลังเล่าเรื่องอยู่เลย?
ปกติจางหลงขับรถก็มักฟังดีเจคุยเรื่อยเปื่อย หรือไม่ก็ฟังสถานีเปิดเพลง วันนี้เป็นครั้งแรกที่ได้ยินคนเล่าเรื่องในวิทยุ
น้ำเสียงของคนเล่ามีจังหวะจะโคน พอจับคู่กับดนตรีประกอบที่ชวนขนลุกเล็กๆ ก็สร้างบรรยากาศเข้มข้นขึ้นมา ฟังดูน่าสนใจไม่น้อย จางหลงจึงฟังต่อโดยไม่รู้ตัว
[“งานเข้าใหญ่ละสิ” เฒ่ายาสูบเคาะไปป์ยาเส้นกับพื้น “ข้างล่างเป็นศพเลือด ถ้าพลาดนิดเดียวของดีแถวนี้คงต้องทิ้งไว้ใต้ดินหมดแน่”
“จะลงไม่ลง? ได้ไม่ได้เอาให้ชัดไม่ต้องพล่าม!” หนุ่มตาเดียวเอ่ยว่า “ท่านบอกว่าท่านแก่แล้วขาไม่ดี อย่าลงเลย ให้ผมกับน้องชายลงไป ต่อให้มันจะเป็นตัวอะไร เล็งกระสุนใส่มันสักชุดนึงก็จบแล้ว”]
ดนตรีประกอบแผ่วเบา ดูเหมือนคนเล่าจะไม่ใช่แค่คนเดียว อย่างตอนที่ตัวละครเฒ่ายาสูบพูด เสียงจะเปลี่ยนเป็นแหบหยาบ ชัดเจนว่าเป็นอีกคนหนึ่งรับบทพูด
โอโห เหมือนรูปแบบเล่าเรื่องสมัยก่อนแต่เพิ่มดนตรีประกอบที่เข้ากับเนื้อหา แถมเป็นทีมเล่าที่ยังมีการสวมบทบาทด้วย ให้ความรู้สึกอินที่แปลกใหม่ดีจริงๆ
เนื้อเรื่องนิยายชวนติดตามมาก ทั้งเสียมลั้วหยางชุ่มเลือดเอย ทั้งศพเลือดเอย ตรงกับรสนิยมของจางหลงสุดๆ ขณะนั้นมีคนโบกมือริมทาง จางหลงรีบจอดรถรับลูกค้าทันที งานย่อมสำคัญกว่าการฟังเรื่องเล่า
หลังจากผู้โดยสารขึ้นรถ บอกจุดหมายแล้วก็เงียบไป ไม่ได้พูดอะไรอีก เสียงในวิทยุกลับยังเล่าต่อเนื่อง
[หนุ่มตาเดียวเห็นพ่อโดนเอ็ดก็ก้มหน้าขำ เฒ่ายาสูบไอครั้งหนึ่งก่อนจะเคาะกบาลหนุ่มตาเดียวดังป๊อก “ขำอะไร? เจอศพเลือดเรื่องมันไม่เล็กนะ ครั้งก่อนลุงรองของแกก็ขุดเจอตอนอยู่ลั่วหยาง ผลคือทุกวันนี้ยังเสียสติอยู่เลย เจ้าหนูขนเขียวหนวดเครายังไม่ขึ้น ทำอะไรลวกๆ แบบนี้อยากเสียหัวนักเหรอ?”]
จางหลงขับรถไปฟังไปเพลิดเพลินใจ สำหรับคนที่ขับรถมานานอย่างเขา การฟังเรื่องเล่าไม่ได้กระทบการขับรถแม้แต่น้อย แถมนิยายแบบนี้ฟังผ่านๆ ก็พอจับความได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องเก็บรายละเอียดทุกเม็ด
อีกอย่างจางหลงก็ไม่ได้จริงจัง แคฟังเอาเพลินเท่านั้น ส่วนผู้โดยสารที่ขึ้นรถมาตอนแรกก็ไม่ได้ใส่ใจสถานีวิทยุนี้ แต่พอฟังรายการแปลกๆ นี้มาสักพักโดยไม่ได้ตั้งใจ ก็เริ่มเผยสีหน้าประหลาด
“นี่อะไรเนี่ย เดี๋ยวนี้สถานีวิทยุยังเล่าเรื่องด้วยเหรอ?”
“ผมก็ไม่รู้ แต่ฟังดูสนุกดีนะครับ” จางหลงตอบไปพลาง
ผู้โดยสารพยักหน้า “ก็น่าสนใจอยู่นะ แล้วนี่สถานีอะไรเหรอ?”
“น่าจะเป็นเอฟเอ็ม 101 นะครับ?”
“อ้อ” ผู้โดยสารนึกในใจ ไว้ขับรถครั้งหน้าจะลองเปิดฟังสถานีนี้ดู
เรื่องเล่าที่ข้างหูยังดำเนินต่อไป
[เนื้อหาข้างต้นมาจากผลงานเล่มใหม่ของปู่เยโหว ‘บันทึกจอมโจรแห่งสุสาน’ หากอยากรู้ว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป สามารถดาวน์โหลดซอฟต์แวร์หนังสือเสียงบลูสตาร์…]
ผู้โดยสารที่กำลังจะลงรถถึงกับตั้งใจฟัง ผลงานเล่มใหม่ของปู่เยโหว… ‘บันทึกจอมโจรแห่งสุสาน’ หนังสือเสียงบลูสตาร์…
พักนี้ข่าวออกบ่อยจริงๆ ที่แท้นี่ก็คือหนังสือเสียงบลูสตาร์นี่เอง คือ ‘บันทึกจอมโจรแห่งสุสาน’! ผู้โดยสารพลันตื่นเต้น หลังจากลงรถก็หยิบมือถือขึ้นมาดาวน์โหลดแอปนี้ทันที
รถไฟใต้ดินแห่งหนึ่ง
พนักงานบริษัทที่เพิ่งเลิกโอที หยิบมือถือมาเล่นเกมครู่หนึ่งก็เริ่มเวียนหัว เขาเป็นคนเมารถหนักถึงขั้นนั่งรถไฟใต้ดินก็ยังเวียนหัว พอเล่นมือถือยิ่งเวียนง่ายเข้าไปใหญ่
เดิมว่าจะเปิดดูอัปเดตล่าสุดของ ‘ย้อนเวลาไปเป็นอ๋อง’ บนเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์ แต่พอเวียนหัวดูต่อก็ไม่สบายตา ตั้งใจจะหลับตาพัก แต่อยู่ๆ กลับเห็นโฆษณาวิ่งผ่านในเว็บไซต์ว่า
‘หนังสือเสียงบลูสตาร์เปิดให้ใช้งานแล้ว รีบดาวน์โหลดมาฟังผลงานเล่มใหม่ของปู่เยโหว ‘บันทึกจอมโจรแห่งสุสาน’ กันเถอะ!’
หือ? หนังสือเสียง? เหมือนช่วงนี้เห็นโฆษณานี้บ่อยนะ?
เขาฝืนอาการเวียนหัวดาวน์โหลดแอปนี้ แล้วก็เห็นหน้าโปรโมตหน้าแรกของ ‘บันทึกจอมโจรแห่งสุสาน’ เขากดเข้าไปอย่างไม่ต้องคิด เพราะตนก็ถือว่าเป็นแฟนคลับขาจรของปู่เยโหวเหมือนกัน
วินาทีถัดมา เสียงของผู้เล่าเรื่องดังขึ้น โลกของ ‘บันทึกจอมโจรแห่งสุสาน’ ค่อยๆ เปิดออกผ่านน้ำเสียงของผู้บรรยาย
ดนตรีประกอบที่เย็นเยียบ บทสนทนาที่คุมจังหวะอารมณ์ได้อย่างดี เมื่อเขาฟังไปเรื่อยๆ ก็จมดิ่งลงในการฟังหนังสือ อ่านนิยายในรถไฟใต้ดินแล้วเวียนหัว แต่ฟังหนังสือกลับไม่มีปัญหาเลย เพราะการฟังหนังสือก็ง่ายพอๆ กับฟังเพลง!
“ดีเลย!” นิยายว่าดีแล้ว แอปยิ่งดีเข้าไปอีก!
เขาดีใจสุดๆ คล้ายความรู้สึกตอนที่เพิ่งค้นพบเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์ วันนี้เพิ่งได้รู้ว่าแท้จริงแล้วนิยายก็ฟังได้เหมือนกัน!
เมื่อฟังไปสักพัก จู่ๆ เขาก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เปิดค้นหาในแอปแล้วพลันฉีกยิ้มออกมา ที่แท้ในแอปหนังสือเสียงก็มี ‘ย้อนเวลาไปเป็นอ๋อง’ ด้วย!
เพอร์เฟกต์! มีแอปหนังสือเสียงแล้ว แม่ก็ไม่ต้องห่วงอีกว่าฉันจะเวียนหัวเวลาอ่านนิยายบนรถ!
บ้านหลังหนึ่ง
ชายชรากำลังอ่านหนังสือ ใส่แว่นสายตายาวแล้วก็ยังไม่พอ บางครั้งยังต้องพึ่งแว่นขยายเพิ่มอีกชิ้น ถึงอย่างนั้นชายชราก็เพ่งอ่านอย่างยากลำบาก ไม่นานดวงตาก็แสบล้าจนถึงขั้นมีน้ำตาไหล
“อ่านหนังสือน้อยลงหน่อยเถอะ” หญิงชราคู่ชีวิตไม่ค่อยพอใจ หยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดน้ำตาที่หางตาให้ คนแก่สายตาไม่ดีใช้สายตามากเกินไปก็จะเป็นแบบนี้
“ก็มีงานอดิเรกอยู่แค่นี้…” ชายชราอ่านหนังสือมาทั้งชีวิต จะไม่ให้เขาอ่านหนังสือก็คงอึดอัดไปทั้งตัว
ทันใดนั้น เฉาวั้งที่กำลังดูทีวีอยู่ข้างๆ และทำงานอยู่ที่สำนักพิมพ์เสินฮวา ก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมา
“พ่อ ขอมือถือหน่อย”
“มีอะไร?”
“จะลงแอปให้ เป็นของบริษัทเรา!”
“ฉันไม่ค่อยเข้าใจของพวกหนุ่มสาวพวกนี้หรอก…”
“มันเป็นแอปหนังสือเสียง ก็คือมีคนอ่านเนื้อหานิยายให้ฟังนั่นแหละ!”
“มีของอย่างนี้ด้วยเหรอ?”
ชายชราเริ่มสนใจขึ้นมาเล็กน้อย ยื่นมือถือให้ลูกชาย เฉาวั้งจัดการอยู่ครู่หนึ่งก่อนถามว่า “พ่ออยากฟังอะไร?”
“ฟังได้ทุกอย่างแหละ”
“งั้นลองเล่มนี้ดู ‘ครูเกษียณ’ พ่อก็เป็นครูเกษียณด้วยพอดี เหมาะเลย”
พูดพลางเฉาวั้งก็กดเล่น ชายชรากล่าว “เสียงดังอีกหน่อย หูพ่อไม่ค่อยดี”
เฉาวั้งยิ้มพลางปรับเสียงให้ดังขึ้น แล้วยื่นมือถือคืนให้ชายชรา
[หลังครูเชี่ยเกษียณ เขากับคู่ชีวิตก็ตั้งหน้าตั้งตารออุ้มหลานทุกวัน ลูกชายที่เรียนจบแค่มัธยมต้นคนนั้น ผ่านไปสิบปีก็กลายเป็นครอบครัวฐานะดีของท้องถิ่น…]
ชายชราฟังไปเรื่อยๆ ไม่นานก็เคลิบเคลิ้มอินตาม เฉาวั้งมองแว่นสายตายาวกับแว่นขยายข้างตัวชายชรา แล้วพลันรู้สึกว่าแอปของบริษัทนี้น่าจะมีศักยภาพทางตลาดอยู่ไม่น้อย
“พ่อ ใช้งานดีไหม?”
“ดีสิ ใช้งานได้เยี่ยมเลย!” ชายชราฟังหนังสือไปอย่างอารมณ์ดี “ของที่พวกหนุ่มสาวคิดกันขึ้นมา นานๆ ทีจะเจอที่ใช้ได้ดีแบบนี้…”
ฟังไปได้สักพักชายชราถามว่า “ทำไมเงียบไปแล้วละ?”
เฉาวั้งดูข้อความแจ้งเตือน พลันหลุดขำ “หลังจากนี้ต้องจ่ายตังค์แล้ว”
นี่นะเหรอจุดทำเงิน? เดี๋ยวนะ! ดูเหมือนซอฟต์แวร์นี้จะไม่ใช่แค่ฟังหนังสืออย่างเดียว!
เฉาวั้งเลื่อนเปิดไปมาแล้วก็ต้องทึ่ง เมื่อเห็นว่านอกจากนิยายแล้ว ยังมีหมวดพูดตลก หมวดละครสั้นตลก กระทั่งหมวดสื่อพัฒนาทารกในครรภ์ หมวดความสัมพันธ์ และอื่นๆ ครบครัน ฟังข่าวได้ด้วย! ยิ่งดูเฉาวั้งก็ยิ่งรู้สึกทึ่ง ทั้งหมดนี่ท่านประธานคนใหม่เป็นคนทำออกมางั้นเหรอ?
เหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นในอีกหลายแห่ง ส่วนบนโลกอินเทอร์เน็ต ในเว็บบอร์ดของสำนักศึกษาก็มีบทวิจารณ์เกี่ยวกับ ‘บันทึกจอมโจรแห่งสุสาน’ แล้ว แน่นอนว่าเป็นเพียงรีวิวสั้นๆ เพราะนิยายเรื่องนี้ยาวมาก และตอนนี้มีแต่ช่องทางฟังเท่านั้น ไม่เหมือนตอนอ่านนิยายที่กวาดตาทีเดียวได้สิบบรรทัด
โดยรีวิวหนึ่งเขียนไว้ว่า:
ไม่กี่วันก่อนชื่อผลงานเล่มใหม่ของปู่เยโหวประกาศออกมาแล้ว คือ ‘บันทึกจอมโจรแห่งสุสาน’ เชื่อว่าหลายคนพอเห็นชื่อคงงงเหมือนผม แต่พอได้ลองฟังนิยายเรื่องนี้แค่เล่มแรกตอน ‘ตำหนักหลู่หวังเจ็ดดารา’ ปู่เยโหวก็ทำให้ผมทึ่งไปเลย…
จะพูดแบบนี้ก็ได้ ก็เหมือนกับที่ ‘กระบี่เทพสังหาร’ วางรากฐานโลกบำเพ็ญเซียนไว้ ‘บันทึกจอมโจรแห่งสุสาน’ เล่มนี้ก็วางรากฐานแนวโจรขุดสุสานขึ้นมา ผมว่าต่อจากนี้จะมีงานที่หยิบยืมแนวทางนี้และตามกระแสอีกมากมายแน่!
เพราะการผจญภัยขุดสุสานแบบนี้ตื่นเต้นกว่าที่ผมคิดเอาไว้มากเลย! สไตล์เป็นแนวสืบสวนระทึก ไม่ใช่แค่พล็อตเรื่องชวนพิศวง ตัวละครก็โดดเด่นมาก…
ที่สำคัญที่สุดๆ เลยก็คือ! ก่อนหน้านี้ผมงงมากที่นิยายเล่มนี้จะปล่อยในรูปแบบหนังสือเสียง! แต่พอได้ฟัง ‘บันทึกจอมโจรแห่งสุสาน’ ที่ทีมเสียงมืออาชีพจัดทำออกมา มุมมองของผมก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงเลย!
ที่แท้การฟังหนังสือก็เวิร์กจริงๆ! ผมไม่ได้จะบอกว่าฟังหนังสือดีกว่าอ่านหนังสือนะ แต่สำหรับคนที่ชอบนิยายอย่างผม ผมว่าการฟังมันสะดวกมาก!
อย่างตอนผมขับรถไปกลับที่ทำงาน ยังไงก็อ่านนิยายไปขับไปไม่ได้จริงไหม แต่ฟังนิยายไปขับไปกลับไม่เป็นปัญหาเลย เหมือนกับการฟังวิทยุ ในฐานะแฟนคลับนิยายที่อยากอ่านตลอดเวลา ผมว่าซอฟต์แวร์นี้เป็นตัวช่วยชั้นดีของผมเลย
ฮือฮา! เมื่อกระทู้นี้เผยแพร่ออกไป ก็มีคำวิจารณ์เกี่ยวกับ ‘บันทึกจอมโจรแห่งสุสาน’ โผล่ออกมาอีกมาก ส่วนหนังสือเสียงบลูสตาร์ ซอฟต์แวร์นี้ก็ยิ่งมีชื่อเสียงที่บอกกันปากต่อปากมากขึ้นเรื่อยๆ!