ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 255 ไป๋ตี้อัจฉริยะธุรกิจ!
ในโลกก่อนมีแอปหนังสือเสียงมากมายแข่งขันกันดุเดือด แต่ “หนังสือเสียงบลูสตาร์” ที่หลินจือไป๋ทำขึ้นมาเป็นรายแรกของโลกนี้!
เพื่อแอปตัวนี้หลินจือไป๋ทุ่มสุดตัว เขาใช้สิทธิ์ในฐานะประธานยกคลังลิขสิทธิ์ของสำนักพิมพ์เสินฮวามาลงบนแพลตฟอร์มหนังสือเสียง ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นงานพิมพ์เล่มของสำนักพิมพ์เสินฮวา หรือนิยายออนไลน์บนเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์ ล้วนค้นเจอได้ในแอปหนังสือเสียงตัวนี้แทบทั้งหมด
จุดนี้ นอกจากหลินจือไป๋แล้วคนอื่นๆ ทำได้ยาก ต่อให้สำนักพิมพ์นาเซินกับสำนักพิมพ์เทียนกวงอยากทำตาม ก็คงได้แค่เก็บเศษกระดูกเหลือกินเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น… แอปแนวเดียวกันอย่าง Ximalaya ในโลกก่อนก็ยังทำไม่ได้ เพราะบนโลกนั้นไม่มีสำนักพิมพ์เสินฮวา ไม่มีเงื่อนไขพิเศษอย่างที่หลินจือไป๋มี
และตอนนี้สำนักพิมพ์นาเซินกับสำนักพิมพ์เทียนกวงยังตามกระแสไม่ทัน ตลาดแอปหนังสือเสียงจึงมีเจ้าเดียวไร้คู่แข่ง ทั้งทะเลสีคราม (Blue Ocean) ผืนนี้ย่อมเป็นของหลินจือไป๋! อีกทั้งก่อนหน้านี้มีดาราฉินโจวมากมายช่วยกันโปรโมต จึงทำให้ตอนนี้บนอินเทอร์เน็ตพูดถึงแอปนี้กันอย่างคึกคักมาก!
‘แอปนี้ไม่เลวเลยจริงๆ!’
‘แอปของสำนักพิมพ์เสินฮวานี้ช่วยคนทั่วไปจริงๆ’
‘แต่ก่อนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแอปหนังสือเสียงคืออะไร พอได้ใช้ถึงรู้ว่ามันเวิร์กจริงๆ เพราะฉันเดินทางบ่อย ระหว่างเดินทางก็ชอบอ่านหนังสือ แต่พออ่านบนรถไปนานๆ ก็จะปวดหัวแถมไม่ดีต่อสายตา มีแอปนี้แค่ฉันใส่หูฟังก็เหมือนได้อ่านหนังสือแล้ว ทีมงานหนังสือเสียงของแอปก็มืออาชีพมาก ทั้งจังหวะและน้ำเสียงการเล่า ตลอดจนการใช้ดนตรีประกอบ ทำให้รู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ในเรื่องนั้นจริงๆ เลย เดี๋ยวนี้ฉันถึงขั้นไม่ต้องอ่านแล้ว แค่ฟังอย่างเดียวก็พอ!’
‘ง่ายพอๆ กับฟังเพลงเลย’
‘ผู้สูงวัยก็ใช้แอปนี้ได้นะ โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาสายตา อ่านหนังสือนานๆ ไม่ไหว ต้องพึ่งแว่นสายตายาวอ่านอย่างยากลำบาก สำหรับผู้สูงวัยแล้วแอปนี้ถือเป็นตัวช่วยชั้นดีเลยละ!’
‘ฉันฟังตอนไปกลับที่ทำงานได้แล้ว!’
‘ก็เหมือนขับรถฟังวิทยุนั่นแหละ!’
‘ไม่ใช่แค่ตอนเดินทางไปกลับที่ทำงานนะ ฉันรู้สึกว่าแค่สวมหูฟังบลูทูธไว้ฟังตอนทำงาน นี่แทบจะเป็นตัวช่วยอู้งานชั้นดีเลย ใครจะคิดว่าที่ฉันใส่หูฟังอยู่นี่จริงๆ แล้วกำลังฟังหนังสือ คนส่วนใหญ่คงคิดว่าฉันกำลังฟังเพลงอยู่’
‘ไอเดียหนังสือเสียงนี่เป็นของใครนะ?’
‘แอปนี้ช่วยคนหมู่มากได้ดีจริงๆ!’
ไม่รู้ว่าเป็นความคิดใคร ข่าวบอกว่าสำนักพิมพ์เสินฮวาเป็นผู้ผลิต ประธานคือไป๋ตี้ โปรเจกต์นี้น่าจะเป็นไป๋ตี้ที่ผลักดัน…
‘ไป๋ตี้มีวิสัยทัศน์ทางธุรกิจไม่เลวเลยจริงๆ!’
‘ก่อนหน้านี้ฉันเห็นผู้เชี่ยวชาญในแวดวงสำนักพิมพ์บางคนยังบอกว่าแอปหนังสือเสียงไปไม่รอดหรอก รวมทั้งตัวฉันเองก็ไม่สนใจของแบบนี้ด้วยซ้ำ จนมาได้ลองใช้ถึงได้รู้ว่าเสน่ห์มันอยู่ตรงไหน!’
ก็เหมือนในโลกก่อน เทนเซนต์มี QQ แล้วก็ยังทำ WeChat อีก ตอนนั้นคนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจ แต่ท้ายที่สุด WeChat ก็กลับฮิตไปทั่วตลาด หลายครั้งผู้คนเองก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรแบบนี้ ต้องอาศัยวิสัยทัศน์ที่มองไปข้างหน้าถึงจะทำสำเร็จ
หนังสือเสียงบลูสตาร์ก็เช่นกัน ทุกคนไม่เข้าใจว่าในเมื่ออ่านนิยายได้แล้วจะฟังไปทำไม เทียบกันแล้วดูเหมือนอ่านจะสนุกกว่าจริงไหม? แต่ในที่สุดแนวทางหนังสือเสียงก็สำเร็จ แน่นอนว่ายังมีคนจำนวนมากที่ชอบอ่านมากกว่า ไม่ได้สนใจการฟังหนังสืออะไรนี่ แต่ต่อให้ในคนอ่านสิบคน มีเพียงหนึ่งคนที่ชอบหนังสือเสียง แอปนี้ก็เพียงพอจะเรียกว่าสำเร็จแล้ว!
ที่สำนักพิมพ์เสินฮวาในตอนนี้ หวังจื่อซึ่งถูกหลินจือไป๋ย้ายมารับตำแหน่งหัวหน้าโปรเจกต์แอปหนังสือเสียง ดวงตาแดงก่ำ สั่นไปทั้งตัวราวกับฉีดอะดรีนาลีน!
“ตอนนี้เท่าไหร่แล้ว?”
“ยอดดาวน์โหลดทะลุสิบล้านแล้วครับ!”
“ยังพุ่งต่อไปอีก!”
“พุ่งแรงมากครับ!”
“ยี่สิบล้านแล้วครับ!”
“ทำไมเร็วได้ขนาดนี้เนี่ย!”
“พอเสียงชื่นชมระลอกแรกออกมายอดดาวน์โหลดก็เริ่มพุ่งทะยาน เพราะแอปของเราใช้งานได้ดี ผู้ใช้เลยบอกต่อๆ กันให้เพื่อนรอบข้างครับ!”
“สำเร็จแล้วงานนี้! คราวนี้ไม่ต้องไปอิจฉาทีมเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์พวกนั้นแล้ว!”
“โปรเจกต์ของเราก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าพวกเขาเลย!”
“ในแอปหนังสือเสียงมีคอนเทนต์ที่ต้องจ่ายเงินอยู่ไม่น้อย ส่วนแบ่งก้อนนี้ไม่ใช่น้อยๆ เลยนะ!”
ได้ยินพนักงานในทีมถกกันอย่างตื่นเต้น หวังจื่อถึงกับรู้สึกร่างกายหวิวๆ ท่านประธานไม่ได้ขายฝันจริงๆ! โปรเจกต์นี้ใช้ได้จริงๆ!
ต้องบอกว่าตอนที่ถูกปลดจากตำแหน่งบรรณาธิการแผนกนิยายสืบสวน หวังจื่อเคยคิดว่าตัวเองจบเห่แล้ว แถมยังถูกโยนมาทำแอปหนังสือเสียงอะไรนี่อีก มันต่างอะไรจากฮ่องเต้โบราณเนรเทศขุนนางกันละ?
ตอนนี้พอมองกลับมา ช่างหัวตำแหน่งบรรณาธิการนิยายสืบสวนนั่นปะไร ใครอยากเป็นก็เชิญ! การเป็นหัวหน้าโปรเจกต์แอปหนังสือเสียงก็มีอนาคตไม่น้อยกว่าบ.ก.ระดับเล็กๆ เลยไม่ใช่เหรอ?
ขอบคุณท่านประธาน! สรรเสริญท่านประธาน!
แต่เหมือนคนนอกจะยังไม่รู้ว่าไอเดียซอฟต์แวร์นี้มาจากท่านประธานนะ พวกชาวเน็ตยังคิดว่าไป๋ตี้แค่เป็นคนอนุมัติโปรเจกต์แอปหนังสือเสียงเท่านั้น… แบบนี้ได้ยังไงกันละ? หวังจื่อจึงรีบโทรหานักข่าวคนหนึ่งที่ติดต่อมาขอสัมภาษณ์ทันที
พอเข้าวันที่สองหลังเปิดใช้งาน ยอดดาวน์โหลดของหนังสือเสียงบลูสตาร์ก็พุ่งไปถึงหกสิบล้าน มีสื่อปล่อยข่าวออกมาว่า แท้จริงแล้วแอปหนังสือเสียงบลูสตาร์เป็นไอเดียของท่านประธานหลินจือไป๋ หรือก็คืออาจารย์ไป๋ตี้ เพียงผู้เดียวล้วนๆ!
กระทั่งไม่ใช่แค่แอปหนังสือเสียงเท่านั้น แม้แต่การก่อตั้งเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์ก่อนหน้านี้ ก็เป็นแนวคิดที่ไป๋ตี้นำเสนอเช่นกัน! ผู้ให้ข้อมูลคือ หนิงเหมิง กับ หวังจื่อ
หนิงเหมิงเป็นผู้รับผิดชอบเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์ หวังจื่อเป็นหัวหน้าโปรเจกต์หนังสือเสียงบลูสตาร์ สองคนนี้รับสัมภาษณ์ด้วยสีหน้าชื่นบาน อวยหลินจือไป๋ต่อหน้าผู้สื่อข่าวไม่หยุด!
เริ่มที่หวังจื่อกล่าวว่า:
“ท่านประธานเพิ่งเข้ารับตำแหน่งได้ไม่กี่วันก็เสนอไอเดียทำแอปหนังสือเสียง ตอนนั้นพวกเราผู้บริหารสำนักพิมพ์ทุกคนต่างก็ไม่เห็นด้วย คิดว่ายังไงของแบบนี้ก็ไม่มีทางสำเร็จได้ รวมถึงตัวผมเองก็คิดแบบนั้น จะว่าไม่เคารพก็เถอะ ตอนนั้นเราถึงขั้นคิดกันลับหลังว่าท่านประธานเป็นคนจากสายดนตรี ไม่มีความเข้าใจสายงานฝั่งเราเลย ยังมีผู้บริหารระดับสูงบางคนวิจารณ์ท่านประธานอย่างเผ็ดร้อนในวงกินข้าวส่วนตัวด้วยว่าเป็นคนนอกมาชี้นำคนในวงการ”
“แต่ท่านประธานก็ฝืนยืนหยัดท่ามกลางแรงกดดันทั้งหมด ดันโปรเจกต์นี้ให้เดินหน้าครับ! ผลลัพธ์ทุกคนก็เห็นกันแล้ว หนังสือเสียงบลูสตาร์เปิดระบบมาไม่ถึงสองวัน จำนวนผู้ใช้ก็แตะหกสิบล้านแล้ว ก่อนจบวันนี้มีหวังทะลุหนึ่งร้อยล้าน! วิสัยทัศน์ของท่านประธานล้ำหน้ากว่าพวกเราที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการนี้มาหลายปีเสียอีก เขามีความคิดทางธุรกิจที่หนุ่มไฟแรง กล้าบุกตะลุย และมองการณ์ไกล มีกลิ่นอายความเป็นผู้นำแบบประธานหลินเจามู่แห่งเสินฮวากรุ๊ปมากจริงๆ!”
หนิงเหมิงที่อยู่ข้างๆ เห็นว่าไม่ได้การแล้ว นายอวยซะขนาดนี้ถ้าฉันไม่พูดอะไรบ้างคงจะดูเหมือนฉันไม่มีไหวพริบกันพอดี หนิงเหมิงจึงกระแอมเล็กน้อยแล้วเอ่ยว่า:
“ไม่ใช่แค่แอปหนังสือเสียงเท่านั้นนะครับ เว็บวรรณกรรมบลูสตาร์ก็เป็นไอเดียที่ท่านประธานเสนอเพียงคนเดียวเหมือนกัน และเป็นโปรเจกต์ที่เขาต้องแบกรับแรงกดดันสารพัดแล้วดันให้เดินหน้าด้วยตัวเอง! อาจมีหลายคนบอกว่าที่นิยายออนไลน์สำเร็จได้ก็เพราะปู่เยโหวเป็นหลัก แต่ถ้าไม่มีการยืนกรานของท่านประธานตั้งแต่แรกว่าจะทำนิยายออนไลน์ ทุกคนจะได้เห็นไอเดียของปู่เยโหวฉายแสงขนาดนี้เหรอครับ?”
“ปู่เยโหวคือราชาแห่งนิยายออนไลน์ก็จริงครับ แต่ไป๋ตี้ท่านประธานของเราต่างหากที่เป็นผู้ริเริ่มนิยายออนไลน์ตัวจริง! คนนอกอาจไม่ค่อยรู้ ทุกคนลองนึกภาพดูสิครับ ท่านประธานที่เป็นหลานชายคนเล็กของประธานเสินฮวากรุ๊ป เข้ามารับตำแหน่งประธานสำนักพิมพ์เสินฮวา ต้องเผชิญแรงกดดันข้อกังขาทั้งในและนอกองค์กรมากแค่ไหน ทั้งๆ ที่ตอนนั้นเขายังเรียนปีสองอยู่เลยด้วยซ้ำ!”
“นักศึกษาปีสองจะมากุมบังเหียนกิจการมูลค่าหลายหมื่นล้านได้เหรอ? เกรงว่าตอนนั้นใครๆ ก็คงคิดกันว่าท่านประธานก็แค่เด็กหนุ่มสายเลือดดีดวงดีก็เท่านั้น ตอนที่ฐานะของไป๋ตี้ยังไม่ถูกเปิดเผย อินเทอร์เน็ตก็เต็มไปด้วยคอมเมนต์เหน็บแนมว่าที่เขาไปได้ไกลก็เพราะชะตาชีวิตดี จุดเริ่มต้นสูงกว่าคนอื่น ไม่ได้มาจากฝีมือตัวเอง แล้วตอนนี้ยังมีใครพูดอย่างนั้นอยู่อีกไหมละครับ?”
“เหอะๆ! ทายาทรุ่นที่สองรุ่นที่สามมีมากมายขนาดนั้น พวกคุณเคยเห็นสักกี่คนที่เหมือนท่านประธานของเรา สร้างเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์และหนังสือเสียงบลูสตาร์ได้ตั้งแต่ปีสอง แถมยังผลักดันโปรเจกต์ต่อไปทั้งที่แทบไม่มีใครเชื่อมั่นเลยสักคน พลาดนิดเดียวเขาก็ต้องแบกรับความรับผิดชอบมหาศาล ดังนั้นพวกแอนตี้น่ะเงียบปากไปได้แล้ว คนที่เป็นอัจฉริยะจริงๆ ทำอะไรก็สำเร็จได้ทั้งนั้น และท่านประธานของเราก็เป็นอัจฉริยะประเภทนั้นอย่างไม่ต้องสงสัยเลยครับ! เรื่องแต่งเพลงผลงานของเขาก็เห็นๆ กันอยู่! เรื่องธุรกิจก็สุดยอดไม่แพ้ใคร หลินจือไป๋! อาจารย์ไป๋ตี้! ท่านประธานของพวกเรา! จะเป็นประธานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่สำนักพิมพ์เสินฮวาเคยมีมา!”
หวังจื่อถึงกับอึ้งตะลึงตาค้าง หมอนี่อวยเก่งกว่าฉันซะอีก! คำอวยเลี่ยนชวนขนลุกซะไม่มี! แต่ก็ต้องยอมรับว่าอีกฝ่ายพูดความจริง สองโปรเจกต์เว็บวรรณกรรมบลูสตาร์กับหนังสือเสียงบลูสตาร์สมควรแก่การอวยอย่างสุดแรงจริงๆ!
พอชาวเน็ตได้เห็นสัมภาษณ์นี้ก็ตกตะลึงกันถ้วนหน้า เพราะก่อนหน้านี้ทุกคนต่างคิดว่าแนวคิดของโปรเจกต์พวกนี้มีคนในสำนักพิมพ์เสินฮวากรุ๊ปเสนอมาก่อนแล้วไป๋ตี้ในฐานะประธานค่อยเป็นคนอนุมัติให้เดินหน้า ไม่มีใครคาดคิดเลย! แท้จริงโปรเจกต์เหล่านี้ไป๋ตี้เป็นคนเสนอเองและผลักดันเองทั้งหมด ซึ่งสองความหมายนี้ต่างกันอย่างสิ้นเชิง!
‘คนเก่งทำอะไรก็เก่งจริงๆ สินะ?’
‘นี่มันสุดยอดเกินไปแล้ว!’
‘ทำไมรู้สึกว่าไป๋ตี้สืบทอดพรสวรรค์ด้านธุรกิจของคุณปู่หลินเจามู่มาเต็มๆ เลยนะ?’
‘สมัยนั้นหลินเจามู่เองก็เป็นอัจฉริยะด้านธุรกิจ ไม่งั้นเสินฮวากรุ๊ปคงไม่เติบโตถึงขนาดนี้หรอก’
‘ไป๋ตี้น่าจะเก่งที่สุดในหมู่ทายาทของหลินเจามู่แล้วมั้ง?’
‘นี่ไป๋ตี้กำลังจะรับช่วงเสินฮวากรุ๊ปเหรอ? เชี่ย! ไป๋ตี้นี่แหละผู้ชนะชีวิตของแท้!’
‘ตอนที่หนี่ว์วา[1] สร้างมนุษย์ เธอเอ็นดูหลินจือไป๋เกินไปหรือเปล่า? หน้าตาดี ชาติตระกูลสูงส่ง ไร้เทียมทาน ได้สืบทอดพรสวรรค์ธุรกิจของคุณปู่หลินเจามู่ แถมยังเป็นศิลปินที่ประสบความสำเร็จสูง ฉายาพ่อเพลงน้อยไม่ใช่ว่าได้มาลอยๆ! นิสัยก็เด็ดขาดพอตัวด้วยนะ’
‘ดันทุรังเดินหน้าสองโปรเจกต์ที่บริษัทเองก็ไม่เห็นด้วย ท่ามกลางแรงกดดันสารพัด ทั้งๆ ที่สถานะประธานก็ถูกมองว่าได้มาจากชาติตระกูล คนยังไม่ยอมรับอยู่ด้วยซ้ำ… สรุปสั้นๆ คำเดียว สุดยอด!’
หลังจากการปั้นภาพลักษณ์รอบนี้ ไป๋ตี้ก็กลายเป็นฮีโร่ตัวเต็งในใจชาวเน็ตนับไม่ถ้วน กระทั่งมีแนวโน้มจะกลายเป็นไอดอลของคนทั้งฉินโจวเลยทีเดียว!
แม้หลินจือไป๋เองก็ได้ดูสัมภาษณ์ของสื่อที่คุยกับหนิงเหมิงและหวังจื่อแล้ว ดูไปก็ขนลุกซู่ไปทั้งตัว ราวกับมีมดไต่ยุบยับเต็มไปหมด แต่อย่างไรหลินจือไป๋ก็รู้ดีว่าตัวเองไม่ได้เก่งกาจอะไรมาก ตนแค่ได้ยืนอยู่บนบ่าของโลกเดิมเท่านั้นเอง…