ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 268 ตลาดกลับมาอบอุ่น! กระแสความเห็นพลิกกลับ!
ในร้านหนังสือแห่งหนึ่ง มีลูกค้าเดินเข้ามา หลังจากเดินดูรอบร้านก็หันไปมองเจ้าของร้านอย่างงุนงง
“ที่ร้านมี ‘ตำนานศึกเทพอินทรี’ ไหม?”
“มีครับ!” เจ้าของร้านแปลกใจเล็กน้อย จึงพาลูกค้าไปยังมุมกำแพงที่ค่อนข้างลับตา
“อยู่ตรงนี้ครับ”
“เอาเล่มหนึ่ง” ลูกค้าตอบทันทีโดยไม่ลังเล
หลังจากลูกค้าคนนั้นชำระเงินและออกจากร้านไป มีลูกค้าอีกสองคนเข้ามาถามคำถามเดียวกัน
“’ตำนานศึกเทพอินทรี’ อยู่ตรงไหน?”
“ตรงนี้ครับ!”
เจ้าของร้านก็รีบไปหยิบหนังสือจากมุมนั้นมาให้ คราวนี้พอลูกค้าจ่ายเงินเสร็จ เจ้าของร้านก็เผลอพูดขึ้นว่า “นิยายเล่มนี้เหมือนจะมีดรามาบนอินเทอร์เน็ตเยอะเลย”
ตามหลักแล้วเจ้าของร้านหนังสือไม่ควรพูดแบบนี้ ถ้าลูกค้าได้ฟังแล้วเกิดไม่อยากซื้อขึ้นมาละ?
แต่ลูกค้าจ่ายเงินไปแล้ว เจ้าของร้านเลยกลั้นใจไม่อยู่
ลูกค้ายิ้มพลางพูดว่า “เรื่องเซียวเหล่งนึ่งใช่ไหมละครับ ถึงผมยังไม่ได้อ่านนิยาย แต่ช่วงนี้ในเน็ตก็พูดเรื่องนี้กันทั้งนั้น เพื่อนผมบอกว่านิยายเล่มนี้คลาสสิกมาก ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่ในเน็ตว่าเลย”
“ใช่ไหมละครับ!” ดวงตาเจ้าของร้านเป็นประกายวาบ ยิ้มกล่าว
“ผมก็อ่านจบแล้ว เมื่อคืนเพิ่งอ่านจบเลย นิยายเล่มนี้นะดีมากจริงๆ นะ ถ้าผ่านฉากของเซียวเหล่งนึ่งไปได้ก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้วละ อีกอย่างพอดูทั้งเล่มแล้วผมว่าฉากนั้นมีความจำเป็นต่อเรื่องด้วยซ้ำ!”
“ฮ่าๆ…” ลูกค้าหัวเราะฮ่าๆ ไม่ได้คิดจะพูดต่อความ หยิบหนังสือเดินออกจากร้านไป
ถัดมาก็มีลูกค้าแวะเวียนเข้ามาซื้อ ‘ตำนานศึกเทพอินทรี’ อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งค่ำเจ้าของร้านนั่งเช็กรายงานหน้าคอมพิวเตอร์
วันนี้มีลูกค้าเข้าร้านทั้งสิ้นหนึ่งร้อยยี่สิบสามคน ในจำนวนนี้มีหนึ่งร้อยแปดคนที่มาซื้อ ‘ตำนานศึกเทพอินทรี’
เจ้าของร้านเริ่มเกาศีรษะ “วันนี้ลูกค้าที่มาซื้อ ‘ตำนานศึกเทพอินทรี’ เหมือนจะเริ่มเยอะขึ้นแล้ว…”
พนักงานข้างๆ ก็พยักหน้าตาม “สองสามวันก่อนแทบไม่มีใครมาซื้อหนังสือเล่มนี้เลย ฉันนึกว่าหนังสือจะขายไม่ออกซะแล้ว แต่ตอนนี้เหมือนยอดขายจะเริ่มดีขึ้นแล้วนะคะ”
“เอาหนังสือไปวางไว้ตรงทางเข้าร้านเถอะ”
ปฏิกิริยาเจ้าของร้านรวดเร็ว เขารู้สึกได้ว่ากระแสตลาดอาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงใหม่แล้ว คนมาซื้อเยอะขนาดนี้แปลว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
ความจริงตอนแรก ‘ตำนานศึกเทพอินทรี’ ก็ถูกวางตั้งไว้ตรงจุดเด่นทางเข้าร้าน แต่หลังจากคดีเซียวเหล่งนึ่งปะทุขึ้น แทบไม่มีคนมาซื้อหนังสือเล่มนี้อีกเลย
เถ้าแก่เปิดร้านทำการค้า หนังสือเล่มไหนขายดีย่อมต้องเอาเล่มนั้นไปวางไว้ในจุดที่โดดเด่นสะดุดตา พอเห็นว่า ‘ตำนานศึกเทพอินทรี’ ไม่เป็นที่นิยมก็เลยย้ายไปกองไว้ตรงมุมที่คนไม่ค่อยสังเกตเห็น
แต่วันนี้ นิยาย ‘ตำนานศึกเทพอินทรี’ เหมือนจะเริ่มมีสัญญาณความร้อนแรงด้านยอดขายอุ่นกลับมาอีกครั้ง ย่อมย้ายกลับไปวางไว้ตรงทางเข้าที่เห็นเด่นชัด
เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันก็เกิดขึ้นในร้านหนังสืออื่นๆ
ในกลุ่มแชตของแวดวงร้านหนังสือ มีคนหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาคุย
‘วันนี้ยอดขาย ตำนานศึกเทพอินทรี เหมือนจะกลับมาอุ่นเลยนะ’
‘อ้าว? ร้านของพวกคุณก็เกิดเรื่องแบบนี้เหมือนกันเหรอ?’
‘ฉันก็งงอยู่เหมือนกันว่าทำไมอยู่ๆ ก็มีลูกค้าหลายคนอยากได้นิยายเล่มนี้’
‘ก่อนหน้านี้ฉันถึงขั้นย้ายออกจากชั้นหนังสือขายดีแล้ว’
‘หลักๆ เพราะหนังสือเล่มนี้ไม่ได้แย่อย่างที่ในเน็ตพูดกันนะสิครับ ตรงกันข้ามเลย ผมว่าโดยรวมแล้วหนังสือเล่มนี้น่าดึงดูดยิ่งกว่ามังกรหยกซะอีก โดยเฉพาะช่วงท้ายที่เทพอินทรีโผล่มาความคาดหวังนี่พุ่งกระฉูดเลย!’
‘ช่วงหุบเขาไรรักก็ดีมาก!’
‘ฉากท้ายๆ ในก้นเหวนั้นฉันชอบที่สุดเลย!’
‘ฮ่าๆๆ ที่แท้พวกคุณก็อ่านจบกันหมดแล้วสินะ’
‘แน่นอนอยู่แล้ว’
‘นิยายของปู่เยโหวร้านเรามีชั้นวางเฉพาะเลยนะ แล้วก็ขายดีสุดๆ มาตลอดเลยด้วย’
‘คอยดูพรุ่งนี้อีกทีแล้วกัน’
‘ฉันว่าหนังสือเล่มนี้เหมือนจะเริ่มกลับมาอุ่นแล้วจริงๆ ตลาดหนังสือซื่อสัตย์ที่สุดชั่วกาล ตำนานศึกเทพอินทรี เล่มใหม่ของปู่เยโหวจะล้มไม่เป็นท่าหรือไม่ ให้ตัวเลขตัดสิน!’
เข้าสู่วันที่ห้าหลังจากคดีเซียวเหล่งนึ่งปะทุ บรรดาร้านหนังสือใหญ่ๆ ต่างรับรู้ได้ชัดเจนว่ายอดขาย ‘ตำนานศึกเทพอินทรี’ ฟื้นตัวแล้ว!
มีลูกค้าเดินเข้าร้านเพื่อมาซื้อนิยายเล่มนี้มากขึ้นเรื่อยๆ!
บรรดาผู้ประกอบการร้านหนังสือต่างตื่นเต้น!
‘กลับมาอุ่นแล้วๆ เริ่มกลับมาอุ่นแล้วจริงๆ!’
‘ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปสต็อกของเราก็รอดแล้ว!’
‘ฮ่าๆๆ ของฉันค้างเยอะขนาดนั้น ปรากฏวันนี้ระบายไปตั้งหนึ่งในสี่!’
‘ดูท่าหนังสือเล่มนี้มาแนวระยะยาวสินะ?’
‘วันแรกยอดขายกระฉูด ต่อมาตลาดก็ซบเซาลงไปติดๆ กันสามวัน วันที่สี่เริ่มอุ่นกลับมา วันที่ห้ายิ่งฟื้นแรงกว่าเดิม…’
‘พวกเธอดูสิ คำวิจารณ์ในเน็ตก็ดีขึ้นด้วย!’
‘ฉันเห็นแล้ว จำได้ว่าก่อนหน้านี้เพราะคดีเซียวเหล่งนึ่ง คะแนนในชุมชนสำนักศึกษาเคยร่วงไปจนเหลือ 6.2 เลยใช่ไหม?’
‘ตอนนี้ขึ้นมาเป็น 8.1 แล้ว!’
‘บอกแล้วไง นิยายเล่มนี้นะสนุกมาก แค่คดีเซียวเหล่งนึ่งส่งผลด้านลบแรงไปหน่อย เลยทำให้ลูกค้าที่เล็งไว้ชะลอการซื้อไปไม่กี่วันเท่านั้น!’
ใช่แล้ว ไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัว กระแสปากต่อปากบนออนไลน์เกี่ยวกับ ‘ตำนานศึกเทพอินทรี’ ก็พลิกกลับอย่างเงียบๆ!
แรกๆ มีเพียงโพสต์ประปรายเช่น…
‘พี่น้องทั้งหลายอย่าเพิ่งรีบด่า อ่านต่อไปก่อน ช่วงหลังๆ ใน ตำนานศึกเทพอินทรี พีคไม่หยุดเลยนะ!’
‘อ่านไปจนถึงกลางเล่มท้ายเล่ม ถึงเข้าใจว่าเส้นเรื่องของเซียวเหล่งนึ่งมีผลขับเคลื่อนพล็อตเรื่องที่สำคัญมาก’
‘อารมณ์ตอนอ่านก็รับไม่ได้หรอก แต่ในเชิงเจตนารมณ์ของหนังสือทั้งเรื่อง ฉันจำใจยอมรับการวางเรื่องแบบนี้’
‘ช่วงหลังของเล่มสนุกกว่าที่ฉันคิดไว้อีก!’
‘ในเมื่อหลีกหนีชะตาที่โดนปู่เยโหวข่มใจไม่ได้ งั้นก็เอาให้สุดไปเลยแล้วกัน ฉันรับรองว่าพอผ่านความเจ็บปวดไปแล้วจะโคตรฟิน เนื้อเรื่องตอนหลังๆ ฉันอวยระเบิดเลย!’
‘ช่วงหลังเอี้ยก้วยมีสาวๆ เข้ามาไม่ขาดสายเลย!’
‘เส้นเรื่องของลิ้มกโชวกับการปิดฉากของนาง ทำเอาฉันซึ้งเลย!’
‘พวกนายอ่านต่อเถอะ ต่อให้เพื่อมังกรหยกก็ต้องอ่านต่อไป เพราะข้างหลังมีฉากพีคของอาวเอี้ยงฮงกับอั้งฉิกกงอยู่ รายละเอียดฉันสปอยล์ไม่ได้ คนที่อ่านแล้วก็คงเข้าใจว่าฉันหมายถึงอะไร’
‘ประสบการณ์พิสดารของเอี้ยก้วย ก้วยเจ๋งยังถึงกับเอ่ยปากว่าของจริง!’
‘ฉันอ่านจนถึงท้ายเรื่องแล้ว ฉากของก้วยเจ๋งนี่พีคระเบิดจริงๆ!’
‘ผู้กล้าผู้ยิ่งใหญ่อุทิศตนเพื่อชาติและประชา!’
ตอนที่โพสต์พวกนี้เริ่มโผล่มาก็ยังโดนชาวเน็ตจำนวนมากรุมด่า แต่พอเวลาผ่านไปข้อแซะก็น้อยลงเรื่อยๆ เพราะมีคนอ่านไปถึงช่วงหลังของเนื้อเรื่องมากขึ้น
ในนั้นมีผู้อ่านจำนวนไม่น้อยที่ฝืนอ่านต่อด้วยความค้างคาใจ ปรากฏว่ายิ่งอ่านก็ยิ่งฮึกเหิมสะใจ!
เพราะออร่าพระเอกของเอี้ยก้วยเริ่มทำงานแล้ว!
เขาเผชิญเหตุอัศจรรย์บนยอดเขาหัวซาน พบอั้งฉิกกงโดยบังเอิญ และได้เห็นทั้งกระบวนการที่อั้งฉิกกงต่อสู้กับอาวเอี้ยงฮงกับตา!
เช่นเดียวกันบนยอดเขาหัวซาน เอี้ยก้วยได้ฝึกวิชาไม้เท้าตีสุนัข วิทยายุทธจึงก้าวหน้าขึ้นวันต่อวัน!
และบทสรุปของช่วงนี้ก็ทำให้ผู้อ่านสะเทือนใจจนถึงขั้นถอนหายใจกันไม่หยุด
อั้งฉิกกงกับอาวเอี้ยงฮง ยอดฝีมือระดับสุดยอดแห่งยาจกอุดรและพิษประจิม กลับเลือกที่จะตายตกไปพร้อมกัน
ก่อนสิ้นใจทั้งสองกอดประคองกันหัวเราะก้องอย่างองอาจแล้วจากโลกนี้ไป ความแค้นลึกล้ำหลายสิบปีพลันสลายหายไปในรอยยิ้มนั้น!
หลังจากนั้น เอี้ยก้วยลงจากเขาหัวซาน มุ่งหน้าไปงานเลี้ยงวีรชน ได้พบกับสามีภรรยาก้วยเจ๋งอึ้งยง และเซียวเหล่งนึ่งอีกครั้ง
เอี้ยก้วยซึ่งวิทยายุทธ์เพิ่งก้าวหน้าไกลในช่วงเหตุการณ์นี้ ได้สำแดงวิทยายุทธ์ครั้งใหญ่แบบหนักหน่วง
ปู่เยโหวได้จัดให้ฮั่วตูกับต๋าเอ่อร์ปาออกมาขัดกับเหล่ายอดฝีมือแห่งยุทธภพแผ่นดินกลางจนยับก่อนเพื่อปูทางให้เอี้ยก้วยได้ลงมือ
จากนั้นเอี้ยก้วยก็ลงมือจริงๆ สมกับที่ผู้อ่านเฝ้ารอ
เขาไม่ใช่เด็กวัยรุ่นอ่อนหัดอย่างเมื่อก่อนอีกต่อไป ลงมือคราวนี้ก็ปราบฮั่วตูได้ก่อนแล้วเล่นงานต๋าเอ่อร์ปาต่อ เรียกได้ว่ากลายเป็นผู้โดดเด่นดึงดูดสายตาคนทั้งงานเลี้ยงวีรชนในพริบตา!
ศึกครั้งนี้ชื่อเอี้ยก้วยดังกระฉ่อนไปทั่วยุทธภพ!
พร้อมกันนั้น เอี้ยก้วยยังเอาคืนก้วยพูตลอดจนต้าอูกับเสี่ยวอู ไปจนถึงสำนักชวนจินอย่างเจ็บแสบได้สำเร็จ
นี่มันพลิกสถานการณ์เอาคืนแบบมาตรฐานชัดๆ เป็นฉากที่สะใจมาก จนแม้แต่สายตาที่ก้วยพู่มองเอี้ยก้วยก็เปลี่ยนไป
ทว่าสิ่งที่แยบยลยิ่งกว่าคือการประลองเชิงอุดมการณ์ระหว่างเอี้ยก้วยกับก้วยเจ๋งหลังงานประลองวีรชน
แม้ทั้งคู่จะไม่ได้ห้ำหั่นกันด้วยกำลัง ในเวลานี้เอี้ยก้วยย่อมไม่อาจเป็นคู่ต่อสู้ของก้วยเจ๋ง ความขัดแย้งของทั้งสองหยั่งรากจากอดีต ตรงนี้เองที่พาเขาสู่แก่นความคิดของทั้งเรื่อง
ดูผิวเผินแล้ว ‘ตำนานศึกเทพอินทรี’ เขียนเล่าเรื่องเอี้ยก้วยกับเซียวเหล่งนึ่ง แต่แท้จริงเส้นเรื่องที่ซ่อนอยู่และเป็นหัวใจของหนังสือเล่มนี้คือศึกแนวคิดระหว่างเอี้ยก้วยกับก้วยเจ๋ง
เอี้ยก้วยเทิดทูนเสรีภาพ ใฝ่การปลดปล่อยตัวตน ใช้ชีวิตเป็นอิสระไม่ยึดติดข้อห้าม คล้ายแนวคิดของคนสมัยใหม่
ส่วนก้วยเจ๋งยึดถือคุณธรรมเพื่อส่วนรวม มีกลิ่นอายแนวขงจื้อแบบเคร่งจารีต ความคิดของทั้งสองจึงไปกันคนละทางโดยสิ้นเชิง
ทั้งสองเลือกยอมรับกันและกันและหันมาปรองดอง วิธีการปรองดองคือ ก้วยเจ๋งยอมรับสถานะสามีภรรยาของเอี้ยก้วยกับเซียวเหล่งนึ่ง…
สำหรับนิสัยของก้วยเจ๋งแล้วนี่ไม่ง่ายเลย เพราะเขาเคร่งครัดเรื่องกฎจารีตถึงขั้นหัวโบราณหน่อยๆ จึงแทบยอมรับความรักระหว่างอาจารย์กับศิษย์ไม่ได้
นี่นับเป็นพัฒนาการขั้นสุดท้ายของก้วยเจ๋ง
ท้ายที่สุดเอี้ยก้วยก็ยอมรับคำสอนของก้วยเจ๋งที่ว่า ‘ผู้กล้าผู้ยิ่งใหญ่อุทิศตนเพื่อชาติและประชา’
ประโยคนี้เรียกได้ว่าเป็นจุดชี้ขาดที่ทำให้หนังสือทั้งเล่มโดดเด่น!
ความจริงแล้วพอเห็นก้วยเจ๋งพูดว่า ‘ผู้กล้าผู้ยิ่งใหญ่อุทิศตนเพื่อชาติและประชา’ ไม่รู้ว่ามีผู้อ่านกี่คนที่ถึงกับตบโต๊ะร้องชมก้วยเจ๋ง จนกระทั่งหนังสือทั้งเล่มพิชิตใจในชั่วพริบตา!
‘ตัวละครก้วยเจ๋งขึ้นแท่นระดับตำนานแล้ว!’
‘โชคดีที่ฝืนอ่านต่อ ถ้าไม่มีหนังสือเล่มนี้ภาพของก้วยเจ๋งคงไม่มีทางสมบูรณ์ได้!’
‘เป็นประโยคที่ยอดเยี่ยม ผู้กล้าผู้ยิ่งใหญ่อุทิศตนเพื่อชาติและประชา!’
‘นิยายกำลังภายในทั้งหมดต่างถามว่าคุณธรรมของผู้กล้าคืออะไร ตอนนี้ก้วยเจ๋งทำให้เห็นเป็นแบบอย่าง หรือจะบอกว่าปู่เยโหวได้ให้คำตอบมาตรฐานเอาไว้แล้วก็ได้!’
‘ก้วยเจ๋งที่เป็นแบบนี้แหละคือคุณธรรมของผู้กล้าอย่างแท้จริง!’
‘ที่สำคัญที่สุดคือ ก้วยเจ๋งไม่ได้แค่ตะโกนสโลแกนอย่างเดียว เขายังพูดจริงทำจริงด้วย!’
‘รักก้วยเจ๋งสุดหัวใจเลย!’
‘เสน่ห์ของตัวเอกทั้งสองเล่มพุ่งระเบิดไปแล้ว!’
‘ตั้งแต่มังกรหยกภาคแรกมาถึงภาคสอง สองเล่มรวมกันถึงจะเรียกได้ว่าสมบูรณ์อย่างแท้จริง!’
ในที่สุดกระแสเดือดเรื่องกรณีเซียวเหล่งนึ่งก็สงบลง!
และการพลิกกระแสความเห็นสาธารณะก็เริ่มต้นจากประโยคที่ว่า ‘ผู้กล้าผู้ยิ่งใหญ่อุทิศตนเพื่อชาติและประชา’ นี้เอง ราวกับเป็นสัญญาณโต้กลับอย่างเต็มรูปแบบ!
ผู้อ่านจำนวนมากเริ่มหันกลับมาทบทวนหนังสือเล่มนี้ใหม่ ผู้อ่านจำนวนมากเริ่มเปลี่ยนมุมมองต่อเหตุการณ์เซียวเหล่งนึ่ง แม้จะยังมีผู้อ่านไม่น้อยที่ทำใจได้ยาก แต่นั่นก็เช่นเดียวกับครั้งที่ปี้เหยาตาย
ผู้อ่านที่ปฏิเสธ ‘ตำนานศึกเทพอินทรี’ ทั้งเล่มเพราะเหตุการณ์นี้ แท้จริงแล้วมีเพียงส่วนเล็กน้อย และจังหวะที่กระแสสังคมกำลังพลิกกลับ
ในที่สุด หลินจือไป๋ ก็กลับมาออนไลน์เข้าบัญชีของปู่เยโหวแล้วโพสต์ข้อความสถานะหนึ่ง
นี่เป็นครั้งแรกที่ปู่เยโหวออกมาตอบอย่างเป็นทางการต่อกรณีเซียวเหล่งนึ่ง
‘หนึ่งในเจตนารมณ์ของเทพอินทรี : แม้นฟ้าพร่องดินขาดยังสามารถยืนหยัด ฟ้าสะท้านดินสะเทือน!’