ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 329 กำเนิดราชาหน้ากากนักร้อง!
ไม่กี่วันต่อมาหลินจือไป๋ได้รับโทรศัพท์สายหนึ่งจากเจียงเฉิง
“เจ้านายครับ จากการสำรวจตลาดล่าสุดตอนนี้ส่วนแบ่งการตลาดที่เว็บไซต์วิดีโอคุนเผิงของพวกเราครอบครองอยู่แตะที่ประมาณ 16% แล้วครับ!
เว็บไซต์วิดีโอเสินฮวาอยู่ที่ 42% ครับ ส่วนเว็บไซต์วิดีโอเทียนกวงอยู่ที่ 22% ครับ เว็บไซต์วิดีโอนาเซินก็อยู่ที่ประมาณ 14% ครับ
พูดอีกอย่างก็คือส่วนแบ่งการตลาดของเว็บไซต์วิดีโอคุนเผิงเราตอนนี้อยู่อันดับที่สามในบรรดาเว็บไซต์วิดีโอทั้งหมด สูงกว่าเว็บไซต์วิดีโอนาเซินที่เป็นหนึ่งในสามยักษ์ใหญ่เจ้าเก่าอยู่นิดหน่อยครับ”
เว็บไซต์วิดีโอคุนเผิงค่อยๆ เติบโตขึ้นมาแล้ว!
จำนวนสมาชิกผู้ใช้งานเว็บไซต์ก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ!
สาเหตุนั้นง่ายมากเพราะบนเว็บไซต์วิดีโอคุนเผิงสามารถดูละครและรายการวาไรตี้ทั้งหมดที่คุนเผิงมีส่วนร่วมในการผลิตได้ ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่เว็บไซต์วิดีโอสามยักษ์ใหญ่ทำไม่ได้
เช่นถ้ามีคนอยากดูละครเรื่อง ‘The Knockout’ ก็ดูได้แค่ที่เว็บไซต์วิดีโอเสินฮวาหรือเว็บไซต์วิดีโอคุนเผิง มีแค่สองเว็บไซต์นี้ที่มีลิขสิทธิ์
แต่ถ้ามีคนอยากดู ‘มังกรหยก’ ล่ะ? ก็ดูได้แค่ที่เว็บไซต์วิดีโอเทียนกวงหรือเว็บไซต์วิดีโอคุนเผิง
แล้วถ้ามีคนอยากดู ‘Home Temptation’ ล่ะ? ก็ต้องดูที่เว็บไซต์วิดีโอนาเซินหรือไมก็เว็บไซต์วิดีโอคุนเผิง
เห็นรูปแบบแล้วใช่ไหม?
รายการวาไรตี้และละครของคุนเผิงกระจัดกระจายอยู่ตามเว็บไซต์วิดีโอสามยักษ์ใหญ่มากเกินไป
ดังนั้นในฐานะแฟนคลับรายการและละครเหล่านั้นของคุนเผิง ทางเลือกที่ดีที่สุดก็หนีไม่พ้นเว็บไซต์วิดีโอคุนเผิง
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าเว็บไซต์วิดีโอคุนเผิงยังผลิตรายการวาไรตี้ที่ฉายเฉพาะที่นี่อย่าง ‘The Voice’ ด้วย!
รายการนี้คุนเผิงผลิตเองและฉายแบบเอ็กซคลูซีฟ เว็บไซต์วิดีโออื่นล้วนไม่ได้รับลิขสิทธิ์ให้ฉาย
และเป็นเพราะแรงดึงดูดแบบเอ็กซคลูซีฟของ ‘The Voice’ นี้เอง ยอดผู้ใช้งานของเว็บไซต์วิดีโอคุนเผิงปีนี้ถึงสามารถแซงหน้าเว็บไซต์วิดีโอนาเซินขึ้นมาเป็นเว็บไซต์วิดีโอที่มีส่วนแบ่งการตลาดอันดับสามของฉินโจวได้ในคราวเดียว
เพราะก่อนจะมีรายการนี้ส่วนแบ่งการตลาดของคุนเผิงอยู่อันดับสี่ของฉินโจวเท่านั้น
เจียงเฉิงกล่าว “หลัง ‘The Voice’ จบ ยอดสมัครสมาชิกเว็บไซต์เราก็ค่อยๆ ช้าลงครับ ผมเลยอยากถามเจ้านายว่ายังมีรายการวาไรตี้ใหม่ๆ อะไรอีกไหมครับ เราจะได้ทำคอนเทนต์เอ็กซคลูซีฟแนวนี้ต่อ เพื่อชิงส่วนแบ่งการตลาดให้แซงหน้าเว็บไซต์วิดีโอเทียนกวงให้ได้ในปีนี้ครับ…”
หลินจือไป๋ท่าทางครุ่นคิด
หลังจากลุงรองเข้ามาคุมเว็บไซต์วิดีโอเสินฮวา เป้าหมายสูงสุดของเว็บไซต์วิดีโอคุนเผิงก็คือการโค่นเว็บไซต์วิดีโอเสินฮวา และกลายเป็นเว็บไซต์วิดีโอที่มีส่วนแบ่งการตลาดอันดับหนึ่งในฉินโจว
ซึ่งการจะบรรลุเป้าหมายนี้ เว็บไซต์วิดีโอคุนเผิงจำเป็นต้องเอาคอนเทนต์คุณภาพออกมาให้มากกว่านี้
ด้านวาไรตี้ทางที่ดีที่สุดคือทำรายการเอ็กซ์คลูซีฟอย่าง ‘The Voice’ ออกมาอีก
ด้านละครโทรทัศน์ทางที่ดีที่สุดก็ต้องเป็นละครที่คุนเผิงฉายเจ้าเดียวอย่าง ‘Reset ปฏิบัติการย้อนชะตา’ เพื่อให้เว็บไซต์วิดีโออื่นไม่มีทางมาแย่งส่วนแบ่งไปได้
“ละครเอ็กซคลูซีฟตอนนี้ยังไม่จำเป็นครับ หลักๆ คือทีมถ่ายทำภาพยนตร์และละครของคุนเผิงเรายังไม่ใหญ่พอ ตอนนี้เริ่มถ่ายทำบทที่ชื่อว่า ‘The Bad Kids มุมที่ซ่อนอยู่’ ของเจ้านายแล้ว ต่อไปทางที่ดีเจ้านายเอาแผนรายการวาไรตี้ออกมาสักรายการก็ได้นะครับ”
เจียงเฉิงเสนอแนะ
ก่อนหน้านี้หลินจือไป๋สุ่มรางวัลได้บทละครยอดเยี่ยมมาหลายเรื่อง เรื่อง ‘Reset ปฏิบัติการย้อนชะตา’ ที่คุนเผิงถ่ายทำเองก่อนหน้านี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น
ส่วน ‘The Bad Kids มุมที่ซ่อนอยู่’ ก็ได้มาจากการสุ่มรางวัลครั้งนั้นเหมือนกัน ตอนนี้เริ่มถ่ายทำแล้ว นี่จะเป็นละครที่คุนเผิงผลิตเองเรื่องที่สอง
งั้นก็เหลือแค่รายการวาไรตี้แล้ว
น้ำหนักของรายการนี้จะน้อยไม่ได้ เพราะยังไงเป้าหมายก็เพื่อช่วยดึงผู้ใช้งานให้คุนเผิง
แต่รายการวาไรตี้ดีๆ ในชาติก่อนหลินจือไป๋งัดออกมาใช้ไม่น้อยแล้ว ตอนนี้ตัวเลือกของเขาจึงเหลือน้อยลงทุกที
ช่างเถอะ ถามระบบแล้วกัน
หลินจือไป๋เรียกระบบออกมา “สร้างรายการวาไรตี้คุณภาพเยี่ยมให้ฉันรายการหนึ่ง ไม่จำกัดประเภท แต่ศักยภาพทางการตลาดต้องสูง”
ติ้งต่อง!
อาจเป็นเพราะคำขอค่อนข้างกว้างขอบเขตใหญ่ ระบบจึงตอบสนองอย่างรวดเร็วมาก
“ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับรายการวาไรตี้ King of Mask Singer!”
หือ?
กลายเป็น ‘King of Mask Singer’ ?
หลินจือไป๋จำรายการนี้ได้ เป็นรายการวาไรตี้ดนตรีที่สร้างสรรค์มาก และมีศักยภาพทางการตลาดสูงอีกรายการหนึ่งจริงๆ
ตกลง! เอาอันนี้แหละ!
หลินจือไป๋เอ่ยขึ้นว่า “งั้นเรามาทำรายการวาไรตี้ดนตรีอีกสักรายการแล้วกัน”
“รายการวาไรตี้ดนตรี?” เจียงเฉิงอึ้งไปครู่หนึ่ง “มี ‘The Voice’ เป็นผลงานขึ้นหิ้งอยู่ก่อนแล้ว เราน่าจะทำรายการวาไรตี้ดนตรีที่ดีกว่านี้ได้ยากแล้วนะครับ?”
“รายการวาไรตี้ดูที่คุณภาพเนื้อหาเป็นหลักครับ” หลินจือไป๋กล่าว “รายการใหม่ของเราขอแค่คุมคุณภาพเนื้อหาให้ดี ก็ไม่แน่ว่าจะด้อยไปกว่า ‘The Voice’ หรอกครับ”
“รายการใหม่ชื่ออะไรเหรอครับ?”
หลินจือไป๋ตอบ “รายการนี้ชื่อว่า King of Mask Singer”
“กติกาง่ายมากครับ เราต้องเชิญดารามาเข้าร่วม ดีไซเนอร์ต้องออกแบบหน้ากากและชุดให้ดาราพวกนี้เพื่อปิดบังใบหน้าและรูปร่างให้ได้มากที่สุด แล้วให้ดาราพวกนี้ขึ้นไปร้องเพลงแข่งขันกันบนเวที
แน่นอนว่าดาราจะเป็นนักร้องก็ได้ นักแสดงก็ได้ หรือแม้แต่พิธีกรก็ได้ ยังไงก็ได้ขอแค่เป็นคนดังในวงการบันเทิงก็เข้าร่วมได้หมด ขอแค่มีชื่อเสียงมากพอ
ดาราที่แพ้การแข่งขันจะเลือกเปิดหน้ากากก็ได้ หรือจะเลือกไม่เปิดก็ได้
ส่วนคนที่ชนะไม่ต้องเปิดหน้ากากจะได้เข้ารอบต่อไปโดยอัตโนมัติ จนกว่าจะแข่งจนได้ราชาเพลงคนสุดท้าย!”
เจียงเฉิงฟังแล้วก็ถึงกับอึ้ง แต่ตอนนี้เขาก็นับว่าได้เห็นโลกกว้างมาแล้ว สมองแล่นอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็เข้าใจจุดขายใหญ่สุดของรายการนี้!
“งั้นความสนุกที่สุดของผู้ชมที่ดูรายการนี้ก็คือการทายตัวจริงของดาราสินะครับ!”
“ใช่ครับ เราไม่เพียงแต่ให้ผู้ชมทายเอง แต่ยังต้องเชิญกรรมการรับเชิญมานั่งข้างล่าง ทายตัวจริงของผู้เข้าแข่งขันไปพร้อมกับผู้ชม หรือถึงขั้นชักจูงความคิดของผู้ชมไปด้วย คนกลุ่มนี้เรียกว่าทีมกรรมการนักทายก็แล้วกันครับ”
“ฟังดูน่าสนุกมากเลยครับ!” เจียงเฉิงรู้สึกตื่นเต้นขึ้นเล็กน้อย แต่เขาก็สงบสติอารมณ์ลงอย่างรวดเร็วและนึกถึงปัญหาขึ้นมาได้ “เสียงของนักร้องบางคนมีเอกลักษณ์สูงมาก แบบนี้จะไม่ถูกทายได้ทันทีเลยเหรอครับ?”
“นักร้องสามารถปรับโทนเสียงได้ครับ” หลินจือไป๋ยิ้มกล่าว “การเปลี่ยนตำแหน่งการออกเสียงสำหรับพวกเขาไม่ใช่เรื่องยาก ต่อให้ยังเหลือเนื้อเสียงเดิมอยู่บ้างก็ไม่เป็นไร กลับจะยิ่งทำให้ผู้ชมสับสนมากขึ้นด้วยซ้ำ”
“ผมเข้าใจแล้วครับ งั้นก็เหลืออีกปัญหาหนึ่ง” เจียงเฉิงกล่าวด้วยความกังวล “ถึงไอเดียรายการจะดีมาก แต่นักร้องระดับท็อปพวกนั้นเชิญตัวยากนะครับ อย่าให้ถึงเวลาพอเปิดหน้ากากออกมา ผู้ชมเห็นว่าเป็นดาราตัวเล็กๆ กันหมด ยังไงสุดท้ายแล้วทุกคนก็ยังชอบดูทัพดาราใหญ่อยู่ดี”
“ความยากไม่น่าจะมากเท่าไหร่หรอกครับ” หลินจือไป๋ยิ้มกล่าว “นักร้องของเสินฮวา นักร้องของเทียนกวง พวกเราก็แทบจะดีลได้หมดอยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ? อีกอย่างรายการวาไรตี้ของคุนเผิงมีแรงดึงดูดต่อวงการบันเทิงยังไงก็เห็นๆ กันอยู่”
ความกังวลของเจียงเฉิงถ้าเป็นเมื่อก่อนก็ถือว่าสมเหตุสมผล
ความยากที่สุดของ ‘King of Mask Singer’ รายการนี้ก็คือจะเชิญดาราใหญ่มาร่วมรายการยังไง ‘King of Mask Singer’ ในชาติก่อนก็เจอปัญหานี้เหมือนกัน แต่วันนี้ไม่เหมือนวันวานแล้ว!
ตอนนี้คำเชิญออกรายการวาไรตี้ของคุนเผิง แทบไม่มีนักร้องคนไหนปฏิเสธลง!
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงอิทธิพลที่หลินจือไป๋มีต่อเสินฮวาและเทียนกวงในตอนนี้ที่ก็เห็นกันอยู่!
บอกว่าเชิญใครมาคนนั้นก็มาอาจจะดูเวอร์ไปหน่อย แต่คนส่วนใหญ่ขอแค่คุนเผิงต้องการเชิญก็เชิญมาได้ทั้งนั้น!
หลินจือไป๋ต้องใช้อิทธิพลแฝงของตัวเองออกมาให้เต็มที่! ทำให้ ‘King of Mask Singer’ กลายเป็นงานมหกรรมดนตรีสุดเหวี่ยงของวงการบันเทิงฉินโจว!
“เข้าใจแล้วครับ” เจียงเฉิงตระหนักถึงศักยภาพของรายการนี้อย่างถ่องแท้
“ถ้าปิดหน้ากาก ผมรู้สึกว่าเจ้านายเข้าร่วมเองก็ยังได้เลยครับ อย่างมากเราก็จงใจแพ้สักรอบแล้วเลือกไม่เปิดหน้ากากเดินออกจากรายการไป ยังไงก็รายการเราเอง เรื่องเก็บความลับตัวตนเราคุมได้อยู่หมัดแน่นอนครับ”
“เอ๋?”
แววตาของหลินจือไป๋ไหววูบ เป็นแนวคิดที่ไม่เคยนึกถึงมาก่อนเลย จะว่าไปก็ดูเหมือนน่าสนใจอยู่เหมือนกันนะ
ถึงขั้นที่หลินจือไป๋รู้สึกว่าต่อให้ตัวเองต้องเปิดหน้ากากจริงๆ ก็ใช่ว่าจะรับไม่ได้ อย่างมากก็แค่ตัวตนของฉู่ฉือถูกเปิดเผย!
เมื่อก่อนที่ต้องปกปิดตัวตนของฉู่ฉือเอาไว้ก็เพราะกลัวพวกลุงๆ จะสังเกตเห็นแล้วจ้องเล่นงานการพัฒนาของคุนเผิง
แต่ตอนนี้คุนเผิงปีกกล้าขาแข็งแล้ว! ครอบครัวของหลินจือไป๋ก็ยืนหยัดในเสินฮวากรุ๊ปได้อย่างมั่นคงแล้ว!
ในสถานการณ์แบบนี้ต่อให้หลินจือไป๋เปิดเผยตัวตนของฉู่ฉือแล้วยังไง?
พวกลุงๆ พวกนั้นตอนนี้รับมือการบุกทะลวงของคุนเผิงแทบไม่ไหวแล้ว กระทั่งทางด้านคุณปู่เองก็มีเจตนาจะให้เขารับตำแหน่งผู้สืบทอดอนาคตของเสินฮวากรุ๊ปอยู่แล้วด้วย!
หากตัวตนของฉู่ฉือถูกเปิดเผย เขาจะยิ่งได้รับความสำคัญจากคุณปู่มากขึ้นไปอีก!
ให้ตายสิ หลินจือไป๋ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกเข้าท่า นี่กลับเป็นทางเลือกที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเองในตอนนี้อย่างมาก!?
แม้ลึกๆ ในใจจะยังรู้สึกต่อต้านการตายทางสังคมอยู่บ้าง เพราะยังไงไปตี้กับฉู่ฉือก็ต่อสู้ฟาดฟันกันมาตั้งนานขนาดนี้
สุดท้ายพอความแตก ทุกคนมาเห็นเขาก็จะบอกว่า ให้ตายสิ ที่แท้ไปตี้กับฉู่ฉือสู้กันมาตั้งนาน สุดท้ายชกมลมกับตัวเองอยู่คนเดียวเหรอเนี่ย?
การตายทางสังคมถือเป็นข้อเสียเดียวของการเผยตัวตน
แต่สถานะตัวตนของฉู่ฉือนี้ปกปิดต่อไปก็ไม่มีความหมายมากมายเท่าไหร่แล้ว เพราะยังไงเป้าหมายที่จะให้คุนเผิงเติบโตเป็นรูปเป็นร่างก็บรรลุแล้ว
“ได้ครับ”
เรื่องการตายทางสังคมอะไรนั่น หน้าด้านเข้าไว้หน่อยก็ไม่เป็นไรแล้ว หลังจากคิดตกในประเด็นสำคัญ หลินจือไป๋ก็เอ่ยปากว่า “งั้นผมจะเข้าร่วมรายการ King of Mask Singer นี้ด้วยตัวเองเลยแล้วกัน”
“หา?” เจียงเฉิงผงะไปทันที “ผมแค่พูดไปงั้นเอง นี่เจ้านายจะเข้าร่วมจริงเหรอ?”
“เจ้านายกะจะเล่นขำๆ สักสองสามรอบแล้วยอมแพ้เดินออกไปแบบไม่เปิดหน้ากากใช่ไหมครับ?”
“เรื่องนั้นค่อยว่ากันอีกทีครับ” หลินจือไป๋ยิ้มพลางกล่าว “เดี๋ยวผมส่งแผนงานรายการให้คุณ ส่วนผู้กำกับก็ให้ผู้กำกับ ‘The Voice’ มาทำแล้วกัน เรื่องเวทีเราจะใช้ของสถานีโทรทัศน์เทียนกวง หลังจากนี้คุณเตรียมการให้ดี ให้โจวหานจิ้นพวกนั้นมาร่วมรายการด้วย!”
เขากันว่าราชาเพลงโจวเป็นที่สองตลอดกาล โดนไปตี้กดอยู่บนชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลมาตลอด
แต่ไปตี้เป็นนักแต่งเพลง ราชาเพลงโจวเป็นนักร้อง การเปรียบเทียบแบบนี้ไม่ได้เห็นภาพชัดเจนเท่าไหร่
ตอนนี้ดีเลย หลินจือไป๋จะลงสนามในฐานะนักร้องด้วยตนเองแล้ว! ถ้าได้เจอกับราชาเพลงโจวต้องน่าสนุกแน่ หลินจือไป๋เริ่มคาดหวังขึ้นมาแล้ว!
และดูจากจังหวะนี้ ดีไม่ดีตอนไปบุกตลาดฉีโจว ตัวตนอย่างฉู่ฉือกับไปตี้อาจจะรวมเป็นหนึ่งเดียวกันแล้วก็ได้!
ตัวเองยังมีเคล็ดวิชาร้อยเสียงอยู่ด้วยนี่นา!
งั้นเพลงแรกที่ตนจะร้องตอนเข้าร่วม King of Mask Singer ใช้เสียงใครดีล่ะ?
โจวหานจิ้น? จางซีหยาง? หรือแม้แต่ฉินเลี่ยน! หรือแม้แต่หลี่เซียว!
เคล็ดวิชาร้อยเสียงของหลินจือไป๋แข็งแกร่งเกินไป ไม่มีเสียงที่เขาเลียนแบบไม่ได้ ต่อให้นักร้องเจ้าของเสียงมาฟังก็ยังต้องงงเป็นไก่ตาแตก!