ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 330 วาไรตี้ใหม่จะแซง The Voice?
King of Mask Singer!
นี่คือรายการวาไรตี้ยอดนิยมที่มีต้นกำเนิดมาจากเกาหลี เรตติ้งตอนออกอากาศถึงขั้นที่แซง ‘I Am a Singer’ ได้
จุดเด่นที่ใหญ่ที่สุดอยู่ที่ดารานักร้องทุกคนจะสวมหน้ากากปิดบังใบหน้า ผู้ชมจะไม่สามารถระบุตัวตนของนักร้องได้
เกณฑ์การให้คะแนนทั้งหมดจะพิจารณาจากเสียงร้องของนักร้องเท่านั้น รูปแบบการนำเสนอที่ผสมผสาน ‘ดนตรี + ปริศนา’ แบบนี้ทำให้นักร้องทุกคนกลับมาอยู่ที่จุดเริ่มต้นเดียวกัน
ภายใต้หน้ากาก ไอดอลนักร้องถอดรัศมี นักร้องสายพลังโชว์ของออกมาได้อย่างไร้กังวล
แม้แต่นักแสดงหรือพิธีกรบางคนก็อาจจะมีทักษะการร้องเพลงที่ยอดเยี่ยมมากเช่นกัน เวทีนี้จะมอบโอกาสให้พวกเขาได้แสดงความสามารถ
ให้ทุกคนมาแข่งขันกันด้วยทักษะการร้องเพลงของตัวเองล้วนๆ ไม่พึ่งหน้าตา ไม่เล่าเรื่องดราม่าเรียกน้ำตา
แบบนี้ผู้ชมจะได้ชื่นชมรายการดนตรีที่มีการแข่งขันอย่างยุติธรรม และยังสนุกกับการทายปริศนาไปด้วย
เมื่อได้รับแผนงานจากหลินจือไป๋ เจียงเฉิงก็เริ่มเตรียมการทันที
ในครั้งนี้ทีมผลิตรายการวาไรตี้ใหม่ของคุนเผิง เป็นทีมงานเดิมจาก ‘The Voice’ ทั้งชุด!
และเมื่อทีมวาไรตี้คุนเผิงได้เห็นไอเดียของ ‘King of Mask Singer’ แต่ละคนก็พากันตื่นเต้น!
“ร้องเพลงแบบใส่หน้ากาก!?”
“ไอเดียนี้น่าสนใจแฮะ!”
“รายการใหม่ที่อาจารย์จวินหลินวางแผนเหรอ?”
“สมกับเป็นอาจารย์จวินหลินจริงๆ ในทุกวันนี้ที่รายการดนตรีถูกทำจนเกร่อ และยังมี ‘The Voice’ ผลงานขึ้นหิ้งอยู่ก่อนแล้ว เขาก็ยังคิดแผนงานรายการที่สร้างสรรค์ขนาดนี้ออกมาได้อีก!”
“องค์ประกอบหลากหลายมาก!”
“ฉันรู้สึกว่า ‘King of Mask Singer’ เหมือนเป็นส่วนผสมระหว่าง ‘The Voice’ กับ ‘I Am a Singer’ เลย เหล่านักร้องถอดทิ้งรัศมีดาราสวมหน้ากากขึ้นเวที ผู้ชมมองไม่เห็นหน้า ฟังเพลงด้วยความอยากรู้อยากเห็น สัมผัสเสน่ห์ที่แท้จริงของดนตรี และหลังจากฟังเพลงจบก็ทายตัวตนที่แท้จริงหลังหน้ากาก เป็นรายการบันเทิงที่น่าสนุกจริงๆ!”
“ให้ตายสิ! นี่มันเอาจุดเด่นของรายการวาไรตี้ดนตรีที่ประสบความสำเร็จที่สุดสองรายการก่อนหน้านี้ของคุนเผิง มารวมไว้ในรายการใหม่หมดเลยนี่นา!”
“น่าสนุกเกินไปแล้ว!”
“รายการนี้พวกเราต้องทำให้ดี แต่ว่าพวกนักร้องเชิญยากอยู่นะ เพราะยังไงการให้นักร้องที่มีชื่อเสียงแล้วมาแข่งขันกัน ยิ่งดังเท่าไหร่ก็ยิ่งหวงภาพลักษณ์มากเท่านั้น”
ทุกคนถกเถียงกัน
เจียงเฉิงยิ้มกล่าว “อยากเชิญนักร้องคนไหนพวกคุณเสนอมาได้เลย ถ้าพวกคุณเชิญไม่ได้ เดี๋ยวผมออกหน้าให้เอง”
ผู้กำกับตะโกนถาม “ราชาเพลงมาได้ไหมครับ?”
ผู้ช่วยผู้กำกับถาม “ราชินีเพลงมาได้ไหมครับ?”
เจียงเฉิงยังคงกล่าวอย่างยิ้มแย้ม “ในเมื่อ ‘The Voice’ ยังเชิญราชาเพลงสองท่านและราชินีเพลงสองท่านมาร่วมรายการได้ รายการใหม่ของเราจะน้อยหน้าได้ไงละครับ ราชาเพลงมี ราชินีเพลงก็ต้องมี อย่างมากผมก็แค่หาสปอนเซอร์โฆษณาเข้ามาเพิ่มสักหน่อยก็สิ้นเรื่อง”
ล้อเล่นแล้ว! นี่เป็นรายการที่เจ้านายจะเข้าร่วมด้วยตัวเองเชียวนะ! ถ้าไม่กล้าทุ่มเงินก็คงทำให้รายการยิ่งใหญ่ไม่ได้แน่!
ดูจากเจตนาของเจ้านายแล้ว ไม่แน่อาจจะพิจารณาเปิดหน้ากากในรายการเลยด้วยซ้ำ
ถ้าเป็นอย่างนี้เจียงเฉิงต้องทำให้มั่นใจว่า ‘King of Mask Singer’ จะกลายเป็นรายการวาไรตี้ที่ดังที่สุดรายการต่อไป นี่คือหน้าตาที่เจ้านายสมควรมี!
เจียงเฉิงไม่อยากโดนด่าอีกแล้ว ก่อนหน้านี้ตอนรายการ ‘The Voice’ เจียงเฉิงเคยโดนด่าเรื่องการคัดเลือกไปหลายรอบ
ผู้อำนวยการรายการครั้งนี้ให้จินเสี่ยวเฟิงรับหน้าที่ก็แล้วกัน ยังไงเขาก็ขุดพบผู้เข้าแข่งขันตัวเต็งให้รายการ ‘The Voice’ มาได้ตั้งหลายคน
น่าจะเป็นเพราะตอนนี้มีคนจับตามองความเคลื่อนไหวของคุนเผิงเยอะเกินไป ผ่านไปไม่นาน ข่าวที่เว็บไซต์วิดีโอคุนเผิงจะผลิตรายการวาไรตี้รายการที่สองก็แพร่ออกไป!
‘คุนเผิงจะออกรายการวาไรตี้ใหม่?’
‘รายการวาไรตี้ใหม่ของคุนเผิงเป็นแนวไหน?’
‘ทราบมาว่ารายการวาไรตี้ใหม่ของคุนเผิงยังคงวางแผนโดยจวินหลิน!’
เป็นแค่ข่าวลือ หลายคนยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่เจียงเฉิงเห็นว่าข่าวรั่วไหลออกไปบ้างแล้ว เลยตัดสินใจเปิดเผยเนื้อหาเพิ่มเติมกับสื่อที่คุ้นเคยและเป็นมิตรเสียเลย
‘รายการวาไรตี้ใหม่ของคุนเผิง เป็นศึกดวลเพลงเรียลลิตี้ดุเดือด!’
‘ชื่อรายการวาไรตี้ใหม่ของคุนเผิง King of Mask Singer!’
‘เจียงเฉิงตัวแทนคุนเผิง: เป้าหมายรายการใหม่ของเราคือสร้างกระแสให้แซงหน้า The Voice!’
‘รายการใหม่คุนเผิงเตรียมดึงราชาราชินีเพลงมาเข้าร่วมอีกครับ?’
‘สปอนเซอร์แห่รุมทึ้งแย่งกันเป็นสปอนเซอร์รายการใหม่ของคุนเผิง!’
‘รายการวาไรตี้ใหม่ของคุนเผิง King of Mask Singer ดังระเบิดตั้งแต่ยังไม่ทันฉาย!’
พอข่าวพวกนี้หลุดออกมาโลกออนไลน์ก็คึกคักขึ้นทันที
‘The Voice’ เพิ่งจบไปได้ไม่นาน ทุกคนกำลังคาดหวังรายการวาไรตี้ใหม่ของคุนเผิงอยู่เลย!
ตอนนี้รายการวาไรตี้ใหม่ของคุนเผิงที่ทุกคนรอคอยก็เปิดตัวออกมาแล้ว ชาวเน็ตทั่วฉินโจวต่างพากันตื่นเต้น!
‘คาดหวังสุดๆ ไปเลย!’
‘ผลงานคุนเผิงต้องเป็นงานคุณภาพ เชื่อมือจวินหลินได้เสมอ!’
‘ไม่คิดจะได้ดูรายการวาไรตี้ใหม่ของคุนเผิงเร็วขนาดนี้ เดี๋ยวนี้รายการของสามค่ายยักษ์ฉันไม่ดูเลย เชยสะบัด ยังไงของคุนเผิงก็น่าสนใจกว่า’
‘ดูชื่อรายการสิ King of Mask Singer แค่เห็นชื่อก็รู้สึกน่าสนุกแล้ว!’
‘หมายความว่าจะให้นักร้องสวมหน้ากากร้องเพลง?’
‘ฟังดูคล้ายๆ แนวคิดของ The Voice อยู่นะ ฟังแต่เสียงไม่ดูหน้า ฉันชอบรูปแบบนี้อยู่เหมือนกัน’
‘แต่ฉันว่าเหมือน I Am a Singer มากกว่านะ ที่เอานักร้องมืออาชีพมาแข่งกันบนเวทีเดียวกัน!’
‘นี่มันไอเดียลูกผสมชัดๆ แต่ยังไงซะก็เป็นแผนงานของจวินหลิน โคตรน่าติดตามเลยใช่ไหมละ!’
‘หวังว่าครั้งนี้จะมีลูกเล่นอะไรใหม่ๆ ออกมาเยอะๆ นะ ตามมาหมดทุกรายการแล้ว!’
“นั่นนะแฟนเก่าแก่ของคุนเผิง ดูวาไรตี้แค่นั้นจะนับเป็นอะไรได้? ละครกับวาไรตี้ทุกเรื่องที่คุนเผิงผลิต หรือแม้แต่โฆษณาฉันก็ดูจบมาหมดแล้ว แฟนพันธุ์แท้ตัวจริงอยู่นี่จ๊ะ!”
การถกเถียงนับไม่ถ้วน! คึกคักสุดขีด!
ในจำนวนนั้นคำว่า ‘King of Mask Singer’ สี่คำนี้ยังพุ่งติดเทรนด์ค้นหาในรวดเดียว เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของคำว่าดังตั้งแต่ยังไม่ฉาย!
ก็ใครใช้ให้ตอนนี้ป้ายแบรนด์คุนเผิงโด่งดังเป็นพลุแตกละ?
ถึงขั้นที่ใต้หัวข้อเทรนด์ค้นหากลับไม่มีเสียงกังขาเลยสักนิด ทุกคนล้วนคิดว่ารายการวาไรตี้ใหม่ของคุนเผิงต้องดังระเบิดแน่!
ถ้าจะให้พูดว่ามีข้อกังขาอะไรล่ะก็… ก็น่าจะเป็นชาวเน็ตจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกว่ารายการนี้คงจะแซง ‘The Voice’ ไม่ได้หรอก
ถึงเจียงเฉิงตัวแทนคุนเผิงจะลั่นวาจาว่าเป้าหมายของรายการใหม่คือแซงหน้า ‘The Voice’ แต่ทุกคนต่างรู้ดีว่านี่อาจเป็นแค่คำคุยโว
เพราะ ‘The Voice’ ทำลายสถิติมานับไม่ถ้วน เป็นรายการวาไรตี้ที่ประสบความสำเร็จที่สุดของฉินโจวในรอบหลายปีมานี้ สถิตินี้จะทำลายได้ง่ายๆ แบบนั้นที่ไหน?
แต่ก็นะ คำคุยโวเนี่ยใครก็คงไม่ถือสาหาความจริงจัง ใครจะทำอะไรก็ยังต้องตะโกนคำขวัญปลุกใจก่อน
ในใจจะมั่นใจหรือไม่มั่นใจแต่เรื่องความฮึกเหิมจะแพ้ไม่ได้
อีกอย่าง ‘The Voice’ ก็เป็นรายการของคุนเผิงเหมือนกัน รายการใหม่ของคุนเผิงต่อให้สู้รายการเก่าของตัวเองไม่ได้ ก็ไม่ใช่เรื่องน่าอายอยู่ดี
อีกไม่กี่วันต่อมา ทีมงานรายการเริ่มตามหาคน จินเสี่ยวเฟิงโทรศัพท์ไปสายหนึ่ง
“อาจารย์ครับ ผมเองจินเสี่ยวเฟิงตัวแทนทีมงานรายการ King of Mask Singer ของเรา ขอเรียนเชิญอาจารย์อย่างเป็นทางการครับ! อาจารย์ไม่ต้องกังวลครับ! ถ้าอาจารย์ไม่อยากเปิดหน้ากาก แพ้แล้วก็สวมหน้ากากเดินออกไปได้ครับ พวกเราจะเซ็นสัญญาเก็บความลับไว้ล่วงหน้าครับ! ใช่ครับๆ! พูดแบบนี้แสดงว่าอาจารย์ตกลงแล้วใช่ไหมครับ? งั้นก็ดีเลยครับ เดี๋ยวดีไซเนอร์ของเราจะติดต่อไปหานะครับ ฮ่าๆๆ ใช่ครับๆ นี่คือจุดเด่นที่สุดของรายการเราเลยครับ อาจารย์ต้องสวมหน้ากาก ใส่เสื้อผ้าตัวโคร่งเพื่อปิดบังลักษณะทางร่างกายทั้งหมด แบบนี้อาจารย์ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกผู้ชมจำได้เลยครับ รวมถึงตอนพูดคุยเราก็จะใช้เครื่องเปลี่ยนเสียงให้อาจารย์ด้วย แต่ตอนร้องเพลงแน่นอนว่าใช้เครื่องเปลี่ยนเสียงไม่ได้ครับ จะทำยังไงให้ผู้ชมฟังเสียงไม่ออกนี่ต้องขึ้นอยู่กับความสามารถของอาจารย์เองล้วนๆ ครับ ถ้ามีคนจำเสียงขึ้นมาได้จริงๆ จะไม่ถือว่าเป็นความรับผิดชอบของทางทีมงานนะครับ ตกลงครับอาจารย์ อยากได้ภาพลักษณ์แบบไหนลองคุยกับดีไซเนอร์ดูนะครับ ผมกล้ารับประกันเลยว่าตอนรายการออกอากาศจะมีคนในทีมงานแค่ไม่กี่คนที่รู้ตัวตนที่แท้จริงของอาจารย์ครับ”
“เฮ้อ เรียบร้อย” จินเสี่ยวเฟิงวางสายโทรศัพท์
ผู้กำกับขยับเข้ามาถามว่า “อาจารย์ท่านนั้นตกลงแล้วเหรอ?”
จินเสี่ยวเฟิงยิ้มพลางพยักหน้า ผู้กำกับหัวเราะร่า “ต้องให้โปรดิวเซอร์จินออกโรงเองสินะ งั้นผมยังมีเบอร์ใหญ่อีกสองสามคนที่ต้องให้คุณช่วยเชิญหน่อย”
พอจินเสี่ยวเฟิงเห็นก็ตาค้าง “นี่คุณแกล้งผมหรือเปล่าเนี่ย?”
ผู้กำกับยิ้มตาหยีพลางกล่าว “ถ้าคุณทำไม่ได้พวกเราก็จะไปหาตัวแทนเจียงให้เขาออกโรงเองเลยแล้วกัน”
จินเสี่ยวเฟิงถอนหายใจ “ผมจะลองดูครับ ยังไงรายการวาไรตี้ของคุนเผิงเราก็มีแรงดึงดูดต่อดาราในวงการสูงมาก แต่สองสามท่านนี้เป็นถึงราชาราชินีเพลงเลยนะครับ ต่อให้เป็นคุนเผิงเราอยากเชิญก็ยังลำบาก โดยเฉพาะเรื่องค่าตัวนี่คุยยากจริงๆ ครับ”
หลายวันมานี้ จินเสี่ยวเฟิงได้เชิญนักร้องจำนวนมากมาให้ทีมงานรายการแล้ว
ตอนนี้ความรู้สึกที่ชัดเจนที่สุดของจินเสี่ยวเฟิงก็คือ นักร้องที่ผู้กำกับให้เขาไปเชิญเริ่มจะเป็นเบอร์ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แล้ว
จากแถวสี่ไปแถวสามไปแถวสอง แล้วก็ถึงแถวหน้า วันนี้แม้แต่ราชาราชินีเพลง ทีมงานรายการก็เริ่มให้ตนไปเชิญแล้ว นี่มันระดับซูเปอร์สตาร์ทั้งนั้นเลยนะ!
แต่จินเสี่ยวเฟิงก็มีแรงผลักดันมาก ตั้งแต่ไปตี้ให้การสนับสนุนตอนนี้เขาก็ได้เป็นถึงผู้บริหารระดับกลางในคุนเผิงแล้ว
ครั้งนี้ที่ได้รับตำแหน่งโปรดิวเซอร์รายการ ‘King of Mask Singer’ ก็ยิ่งเหมือนก้าวเท้าข้างหนึ่งเข้าไปในการเป็นผู้บริหารระดับสูงของคุนเผิงแล้ว
จินเสี่ยวเฟิงอยากจะคว้าโอกาสนี้ไต่เต้าขึ้นไปให้ได้ ดังนั้นทุกงานจึงทุ่มสุดตัว คิดแต่ว่าจะต้องทำให้ดีที่สุด!
ที่บ้านในลานกว้าง พี่สาวกำลังนั่งแกว่งชิงช้า ปากก็เอ่ยถามหลินจือไป๋กับหลินเซิ่งเทียนว่า
“รายการวาไรตี้ใหม่ที่คุนเผิงผลิตเองรายการนั้น พวกนายเห็นกันหรือยัง?”
“ไอเดียรายการนั้นสุดยอดมากเลย” พี่ชายหลินเซิ่งเทียนกล่าว “ฉายเมื่อไหร่ได้ดังระเบิดแน่!”
หลินซีทำท่าครุ่นคิด “งั้นที่พวกเขาเชิญนักร้องหรือแม้แต่นักแสดงของเสินฮวาเราไปร่วมรายการ ฉันควรตอบตกลงไหม?”
“ตกลงไปเถอะ” หลินจือไป๋ที่อยู่ข้างๆ ยิ้มกล่าว “รายการวาไรตี้ใหม่ของคุนเผิงรายการนี้ เข้าร่วมไปก็ไม่มีผลเสีย ถ้าทำผลงานได้ดีก็มีหวังดังขึ้นอีก”
“อย่างนั้นเหรอ…” หลินซีพยักหน้า “นายเป็นหัวหน้าแผนกเพลงว่าไงก็ว่ากัน”
หลินจือไป๋ “…ปกติทำตัวเป็นเจ้านายที่ไม่ค่อยยุ่งงานบริหารจนชิน จนเกือบลืมไปแล้วว่าตัวเองเป็นลูกพี่ใหญ่ของแผนกเพลงเสินฮวา พี่สาวเป็นแค่รองหัวหน้าแผนกเพลง ต้องฟังคำสั่งเขา อุตส่าห์คิดตั้งนานว่าจะเป่าหูพี่สาวยังไง ทั้งที่ออกคำสั่งชี้ขาดไปตรงๆ ก็จบเรื่องแล้วแท้ๆ”
เมื่อคิดได้ดังนี้ หลินจือไป๋ก็ตัดสินใจทันที “งั้นเอาตามนี้ละกัน นักร้องเสินฮวาที่ได้รับคำเชิญให้ไปร่วมรายการนี้ ให้ไปให้หมด!”
หลินซีผงะ “ได้รับเชิญก็ให้ไปเลยเหรอ?”
หลินจือไป๋พยักหน้า “ยังไงผมก็หมายความตามนี้แหละ ถ้าพวกเขาไม่เต็มใจจริงๆ ก็ช่างเถอะ”
นี่มันใช้อำนาจเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวชัดๆ แต่จะทำเกินไปก็ไม่ได้ บังคับคนให้ไปยืนประดับบารมีคุนเผิงก็ได้
หลินซีกล่าว “ยังไงตอนนี้เสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์กับคุนเผิงก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกันอยู่”
“อืม”
หลินจือไป๋ใจไม่อยู่กับตัว เขากำลังคิดว่าตัวเองจะใช้ภาพลักษณ์แบบไหนไปร่วมรายการ King of Mask Singer ดี?