ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 331 เทพดาราร้อยลักษณ์? จิตวิญญาณแห่งการกลั่นแกล้ง!
วันนี้เอง
จินเสี่ยวเฟิงกำลังติดต่อดาราให้มาร่วมรายการ ‘King of Mask Singer’ จู่ๆ ก็เห็นเบอร์แปลกเบอร์หนึ่ง
“เบอร์ที่ไม่ได้เมมอีกแล้ว”
จินเสี่ยวเฟิงรับผิดชอบเชิญดาราจากทั่วสารทิศมาร่วมรายการ ‘King of Mask Singer’ เบอร์ส่วนใหญ่จะมีหมายเหตุระบุตัวตนไว้หมด
แต่บางครั้งก็จะมีบางเบอร์โผล่มา ที่ไม่มีหมายเหตุระบุตัวตน
เบอร์พวกนี้ตัวแทนเจียงเป็นคนให้มา มีแค่ตัวแทนเจียงเท่านั้นที่รู้ตัวตนที่แท้จริงของพวกเขา
ผู้กำกับที่อยู่ข้างๆ พูดขึ้นว่า “ถ้าไม่ได้เขียนชื่อก็ไม่ต้องติดต่อครับ คนพวกนี้ตัวแทนเจียงจะรับผิดชอบด้วยตัวเอง”
จินเสี่ยวเฟิงถามด้วยความสงสัย “ไม่รู้ว่าใคร ถึงต้องให้ตัวแทนเจียงรับผิดชอบด้วยตัวเอง หรือจะเป็นราชาราชินีเพลงนะ?”
ผู้กำกับยิ้มตอบ “เรื่องนี้อย่าไปสืบเลยครับ ยังไงเดี๋ยวพวกเขาก็ต้องขึ้นเวทีเทสต์เสียงก่อนอยู่ดี”
จินเสี่ยวเฟิงพยักหน้า
อีกด้านหนึ่ง
หลินจือไป๋คิดอยู่นาน ในที่สุดก็ตัดสินใจใช้หน้ากากสีขาวใบหนึ่ง
สวมหน้ากากสีขาวเรียบง่ายใบนี้ ไปเข้าร่วมรายการ ‘King of Mask Singer’ ก็แล้วกัน
เพราะยังไงชื่อจริงของตัวเองก็คือ ‘หลินจือไป๋’
ส่วนชื่อในวงการคือ ‘ไป๋ตี้’ ล้วนแต่มีคำว่า ‘ไป๋’(ขาว) อยู่ทั้งนั้น
ความหมายลึกซึ้ง
ส่วนชื่อของภาพลักษณ์นี้…
หลินจือไป๋คิดว่าให้ชื่อ ‘เทพดาราร้อยลักษณ์’ ไปเลยก็แล้วกัน
ทำไมถึงใช้ชื่อนี้?
ข้อแรกเพราะชาติก่อนหลินจือไป๋ชอบโจวซิงฉือ อีกฝ่ายมีภาพยนตร์ชื่อ ‘เทพดาราร้อยลักษณ์’(Sixty Million Dollar Man : คนไม่ธรรมดายืดได้หดได้) อยู่พอดี
ข้อสองเพราะหลินจือไป๋มีเคล็ดวิชาร้อยเส้นเสียง น้ำเสียงเปลี่ยนแปลงได้หลากหลาย เขาไม่อยากใช้เสียงของฉู่ฉือลงแข่ง นั่นเท่ากับเปิดเผยตัวตนทันที จะทำให้เสียความน่าติดตามไปมาก
ข้อสามเพราะหลินจือไป๋มีตัวตนที่สร้างขึ้นมากมาย!
ก็สมกับเป็น ‘เทพดาราร้อยลักษณ์’ เลยไม่ใช่เหรอ!
รอให้ตัวตนของฉู่ฉือความลับแตกเมื่อไหร่ ทุกคนก็จะเข้าใจนัยยะลึกซึ้งของชื่อ ‘เทพดาราร้อยลักษณ์’ นี้เอง
หลังจากกำหนดแผนการแล้ว หลินจือไป๋ก็ติดต่อไปหาเจียงเฉิง ให้อีกฝ่ายไปสั่งทำหน้ากากและเสื้อผ้าที่เกี่ยวข้อง
เจียงเฉิง “เทพดาราร้อยลักษณ์? ชื่อนี้ฟังดูเหมือนไท่ซ่างเหล่าจวินเลยนะครับ”
หลินจือไป๋ “จะใช้ชื่อหยวนสื่อเทียนจุน[1]คงไม่ได้มั้งครับ?”
เจียงเฉิง “หยวนสื่อเทียนจุนก็ไม่เลวนะครับ”
หลินจือไป๋ “…”
เจียงเฉิง “ถ้าหน้ากากเป็นสีขาว แล้วเสื้อผ้าล่ะครับ?”
หลินจือไป๋ “เอาแบบเรียบง่ายก็พอ คุณให้ดีไซเนอร์ลองออกแบบดู ขอแค่คลุมทั้งตัว ปิดบังลักษณะเด่นๆ ทั้งหมด”
เจียงเฉิง “งั้นดูท่าเจ้านายคงใส่ชุดเอี๊ยมไม่ได้แล้วสิครับ”
หลินจือไป๋ “ชุดเอี๊ยมบ้าบออะไรครับ?”
เจียงเฉิง “วัยรุ่นสมัยนี้ฮิตใส่กันนะครับ”
เป็นเช่นนี้
ไม่กี่วันต่อมา
เจียงเฉิงส่งของมาให้
หลินจือไป๋สวมหน้ากากและเสื้อผ้าแล้วลองมองดูตัวเองในกระจกเต็มตัว ก็รู้สึกพอใจมาก
ต่อให้คนที่บ้านมาเห็นสภาพเขาตอนนี้ ก็ไม่มีทางทายถูกแน่ว่าเขาเป็นใคร
ทางทีมงานรายการต้องการเทสต์เสียงเพื่อดูผลลัพธ์คร่าวๆ ก่อนพอดี หลินจือไป๋จึงตัดสินใจใส่ชุดนี้พร้อมกับหน้ากากสีขาว นั่งรถที่เจียงเฉิงจัดเตรียมไว้ไปยังทีมงานรายการ
…
เวลานี้เป็นช่วงบ่าย ‘King of Mask Singer’ จะทำการบันทึกเทปที่สถานีโทรทัศน์เทียนกวง
หลินจือไป๋นั่งรถมาถึงกองถ่าย คนที่รับหน้าที่มารอรับหลินจือไป๋ที่หน้าประตูคือจินเสี่ยวเฟิง
จินเสี่ยวเฟิงเห็นหลินจือไป๋ปุ๊บก็รู้ทันทีว่าคนคนนี้คือคนที่ตัวแทนเจียงแนะนำเข้ามา จึงอดไม่ได้ที่จะยิ้มและกล่าวว่า
“สวัสดีครับอาจารย์ เราไปดื่มชาที่หลังเวทีกันหน่อยไหมครับ?”
“ได้ครับ”
สายตาของจินเสี่ยวเฟิงเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น “คุณคืออาจารย์ท่านไหนเหรอครับ?”
“เทพดาราร้อยลักษณ์”
“ผมทราบครับ ผมหมายถึงตัวตนจริงๆ ของอาจารย์น่ะครับ”
“ความลับ”
หลินจือไป๋ไม่มีทางบอกหรอก ก่อนที่เขาจะเปิดหน้ากาก มีแค่เจียงเฉิงที่รู้ตัวตนที่แท้จริงของเขาก็พอแล้ว!
“ไม่เป็นไรหรอกครับ!”
จินเสี่ยวเฟิงยังไม่ถอดใจ ยิ้มตาหยีพลางกล่าว “ผมเป็นโปรดิวเซอร์รายการ ‘King of Mask Singer’ ครับ อาจารย์บอกผมไม่มีปัญหาแน่นอนครับ!”
“นี่ใช่เรื่องที่คุณควรถามเหรอครับ?”
ดวงตาภายใต้หน้ากากของหลินจือไป๋กลอกไปมา จู่ๆ ก็เกิดนึกสนุกอยากแกล้ง ใช้โทนเสียงของเจียงเฉิงออกมาซะอย่างนั้น
หลินจือไป๋ที่มีวิชาร้อยเสียง จะเลียนแบบเสียงของเจียงเฉิงไม่มีความยากเลยสักนิด!
ความเหมือนเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์!
รอยยิ้มของจินเสี่ยวเฟิงแข็งค้างไปในทันที เขามองหลินจือไป๋ด้วยความตื่นตระหนกและสงสัย นี่มันเสียงตัวแทนเจียงชัดๆ!?
ในคุนเผิง เจียงเฉิงคือผู้นำเบอร์หนึ่ง
ดังนั้นจินเสี่ยวเฟิงจึงโดนขู่จนกลัวหัวหดในทันที!
แต่ไม่ใช่นี่นา ตัวแทนเจียงสูงแค่ร้อยเจ็ดสิบ พี่ชายคนนี้สูงตั้งร้อยแปดสิบกว่า หรือว่าตัวแทนเจียงจะใส่รองเท้าเสริมส้นมา?
“มัวอึ้งอยู่ทำไมครับ?”
หลินจือไป๋เห็นท่าทางหวาดกลัวของจินเสี่ยวเฟิง ในใจก็เบิกบานสุดขีด แต่ปากแกล้งแค่นเสียงเย็นชา แล้วเลียนแบบเสียงเจียงเฉิงพูดต่อว่า
“ไม่นำทางแล้วรึ?”
“คุณคือเจียง…”
“อะแฮ่ม!”
“ผะ ผะ ผมเข้าใจแล้วครับ คะ คะ คุณตามผมมาเลยครับ!”จินเสี่ยวเฟิงลนลาน โดยเฉพาะหลังจากได้ยินเสียงกระแอมของเทพดาราร้อยลักษณ์ ก็ยิ่งปักใจเชื่อว่าคนคนนี้คือตัวแทนเจียง!
ถึงจะไม่รู้ว่าตัวแทนเจียงมาไม้นี้ได้ยังไงก็ตาม
หรือว่าตัวแทนเจียงจะเดบิวต์ในรายการ ‘King of Mask Singer’ ในฐานะเทพดาราร้อยลักษณ์!?
จินเสี่ยวเฟิงไม่กล้าถามตรงๆ เพราะกลัวตัวแทนเจียงจะโกรธกลบเกลื่อน เลยพาหลินจือไป๋เข้าไปในห้องพักหลังเวทีอย่างระมัดระวัง
ปิดประตู
จินเสี่ยวเฟิงก็หันหลังวิ่งแน่บออกไป
ผู้กำกับกำลังสั่งการจัดสถานที่อยู่ข้างเวที พอเห็นจินเสี่ยวเฟิงวิ่งหน้าตั้งเข้ามา ก็ถามด้วยความแปลกใจว่า
“เจอผีหลอกมารึไง? วิ่งรีบอะไรขนาดนั้น?”
“ตัวแทนเจียงครับ!”
จินเสี่ยวเฟิงพูดไปหอบไป “เมื่อกี้ผมเจอตัวแทนเจียง เขา…”
“ผมทำไมเหรอ?”
เสียงหนึ่งดังมาจากข้างๆ
จินเสี่ยวเฟิงหันไปมอง กลับเห็นว่าเป็นเจียงเฉิง สีหน้าพลันฉงนงุนงง วินาทีนี้ cpu สมองเขาแทบจะมอดไหม้!
“ตัวแทนเจียงไม่ได้อยู่ในห้องพักเหรอครับ?”
“ห้องพักอะไร?”
เจียงเฉิงงุนงงไม่เข้าใจ ถามด้วยความเป็นห่วงว่า “ช่วงสองวันนี้คุณพักผ่อนไม่พอหรือเปล่า? ไม่ต้องทำงานหักโหมมากนัก ต้องรู้จักแบ่งเวลาพักผ่อนบ้างนะ”
จินเสี่ยวเฟิง “…”
เขามั่นใจแล้วว่าตัวเองโดนไอ้เทพดาราร้อยลักษณ์คนนั้นปั่นหัวเข้าให้แล้ว!
แต่เทพดาราร้อยลักษณ์ในห้องพักนั่นสรุปเป็นใครกันแน่นะ!
ทำไมเสียงของเขาถึงเหมือนตัวแทนเจียงได้ขนาดนั้น!
“ตัวแทนเจียงมีน้องชายอะไรพวกนี้ไหมครับ?” จินเสี่ยวเฟิงลองหยั่งเชิงถาม ถึงต่อให้เป็นพี่น้องแท้ๆ เสียงก็ไม่น่าจะคล้ายกันขนาดนี้ก็เถอะ
“ไม่มีนะ”
เจียงเฉิงถามอย่างไม่เข้าใจ “ทำไมคุณทำตัวแปลกๆ?”
จินเสี่ยวเฟิงไม่อยากบอกว่าตัวเองโดนปั่นหัว เพราะมันเป็นเรื่องหน้าแตก น่าอายจะตายไป จึงตอบแก้เก้อว่า “ผมแค่ถามไปงั้นแหละครับ…”
ส่วนในห้องพัก
หลินจือไป๋หัวเราะจนท้องแข็ง
จู่ๆ ข้างนอกก็มีเสียงเคาะประตู
หลินจือไป๋หยุดหัวเราะ แล้วเอ่ยว่า “เชิญครับ”
ที่แท้ก็เป็นทีมงานเอาน้ำชามาส่งให้หลินจือไป๋
หลินจือไป๋ยังเล่นไม่หนำใจ ดวงตากลอกไปมาอีกครั้ง แล้วดัดเสียงเป็นผู้กำกับรายการพูดออกไปดื้อๆ ว่า
“เทสต์เสียงเริ่มกี่โมงครับ?”
ทีมงานผงะอึ้ง นึกว่าตัวเองหูฝาด
หลินจือไป๋ฉวยโอกาสที่เขากำลังเหม่อลอย ขึ้นเสียงสูงเล็กน้อย ดัดเสียงเป็นผู้กำกับรายการว่า “ทุกฝ่ายเตรียมงานพร้อมแล้วใช่ไหม?”
“หา! คุณคือผู้กำกับ!?”
ทีมงานคุ้นเคยกับเสียงของผู้กำกับรายการเป็นอย่างดี “ที่คุณแต่งตัวแบบนี้?”
“ฉันไม่ใช่ผู้กำกับ”
“รับทราบครับผู้กำกับ พวกเราพร้อมแล้วครับ!”
ทีมงานรีบพยักหน้า แต่ระหว่างพยักหน้าก็อดเกาหัวไม่ได้ “คุณจะลองเทสต์เสียงด้วยตัวเองเหรอครับ?”
เอาเถอะ
ทีมงานยังนึกว่าผู้กำกับต้องการจะขึ้นไปสัมผัสความรู้สึกของดาราบนเวทีด้วยตัวเองเสียอีก
“อื้ม บอกให้ทุกฝ่ายทำงานให้มีประสิทธิภาพหน่อย จัดคิวเทสต์เสียงให้ฉันด้วย”
หลินจือไป๋แสร้งวางมาดขรึมเป็นทางการ นั่งลงอย่างมีราศีผู้นำ ใช้หลอดดูดน้ำชา
ละเอียดดีไหมล่ะ?
จะให้ถอดหน้ากากดื่มชาคงไม่ได้จริงไหม
ทีมงานรีบพยักหน้า แต่พอเดินออกไปไม่นานก็เจอกับผู้กำกับที่กำลังง่วนอยู่ทางฝั่งเวที จากนั้นเขาก็สับสนมึนงงไปหมด
…
อาจเป็นเพราะสวมหน้ากากอยู่ พอแปลงร่างเป็นเทพดาราร้อยลักษณ์แล้ว หลินจือไป๋ก็อดไม่ได้ที่จะปลดปล่อยตัวตนออกมา
ครู่ต่อมา
จินเสี่ยวเฟิงพาคนอีกคนเดินเข้ามา
“เสี่ยวจิน...”
หลินจือไป๋สลับไปใช้เสียงของเจียงเฉิง
จินเสี่ยวเฟิงแทบจะร้องไห้ “อาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์ อย่าแกล้งผมเลยครับ เมื่อกี้ผมเพิ่งเจอตัวแทนเจียงข้างนอกมาหยกๆ…”
หลินจือไป๋หลุดขำ เอาเถอะ แกล้งต่อไม่ได้แล้ว เปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่า
“คนนี้คือ?”
หลินจือไป๋มองไปที่คนที่อยู่ข้างจินเสี่ยวเฟิง
คนคนนี้สวมชุดมาสคอตกบ ดูเหมือนน่าจะไปเดินแจกใบปลิวตามท้องถนนมากกว่าจะมาร่วมรายการ ‘King of Mask Singer’
“ผมชื่อเจ้าชายกบ คุณชื่อเทพดาราร้อยลักษณ์เหรอ?”
เป็นเสียงของผู้ชาย เห็นได้ชัดว่าดัดเสียงกดต่ำ ไม่อยากเปิดเผยเนื้อเสียงเดิม แต่หลินจือไป๋ก็ยังจับความคุ้นเคยได้รางๆ
“ใช่ ผมชื่อเทพดาราร้อยลักษณ์”
หลินจือไป๋ภายใต้หน้ากากหรี่ตาลงเล็กน้อย เจ้าชายกบคนนี้ เป็นคนที่ตนรู้จักหรือเปล่า?
“อาจารย์ทั้งสองท่านคุยกันไปก่อนนะครับ เดี๋ยวผมไปรับคนต่อ”
จินเสี่ยวเฟิงทักทายเสร็จก็วิ่งแน่บไป หลักๆ คือเห็นหน้าเทพดาราร้อยลักษณ์คนนี้แล้วมันกระอักกระอ่วน
อีกฝ่ายเป็นคนที่ตัวแทนเจียงแนะนำมา เป็นไปได้มากว่าจะเป็นราชาเพลง แต่เท่าที่จำได้ ไม่มีราชาเพลงที่ซุกซนขนาดนี้เลยนะ!
หลังจากจินเสี่ยวเฟิงออกไป
บรรยากาศก็กระอักกระอ่วนแปลกๆ
เจ้าชายกบชวนหลินจือไป๋คุย “คุณเป็นนักร้องอาชีพหรือเปล่า?”
หลินจือไป๋ตอบ “ผมเป็นนักเรียนครับ คุณล่ะ?”
“ราชาเพลง”
เจ้าชายกบยิ้มพลางตอบ
หลินจือไป๋พยักหน้า “ได้ยินชื่อเสียงมานาน ปีนี้คุณอายุเท่าไหร่เหรอครับ?”
“สิบแปด คุณล่ะ?”
“แก่กว่าคุณนิดหน่อยครับ”
ทั้งสองคนไม่อยากจะคุยอะไรกันอีกแล้ว ต่างฝ่ายต่างก็รู้สึกว่าอีกคนพ่นแต่เรื่องเลอะเทอะเชื่อถือไม่ได้
เงียบไปครู่หนึ่ง
จินเสี่ยวเฟิงก็พาคนอีกสองคนเข้ามา
คนหนึ่งแต่งตัวเหมือนแมวเหมียว เรียกตัวเองว่า ‘เมนคูน’
อีกคนแต่งตัวเหมือนดอกไม้ เรียกตัวเองว่า ‘ดอกราตรี’
สุดท้าย
ยังมีพี่ชายที่แต่งตัวเหมือนแพนด้าเข้ามาอีกคน ชื่อว่า ‘แพนด้ายักษ์’
พอคนเยอะ
สถานการณ์ก็เริ่มคึกคัก
หลักๆ คือแพนด้ายักษ์คนนั้นนิสัยกระตือรือร้นและเปิดเผยมาก พูดเสียงดังว่า “คนจริงไม่พูดอ้อมค้อม ตอนนี้ผมอยากจะกระชากหน้ากากพวกคุณออกมาดูให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยว่าใครเป็นใครกันแน่ แต่เหมือนจะเสียมารยาทไปหน่อย งั้นเอาแบบนี้ พวกเราแต่ละคนบอกข้อมูลตัวตนมาคนละข้อเป็นไง? ผมเริ่มก่อน ผมเคยได้ที่หนึ่งชาร์ตเพลงประจำฤดูกาล”
“ฉันก็เคยได้ค่ะ” เมนคูนเอ่ยปาก
“ฉันก็เคยได้เหมือนกัน” ดอกราตรีกล่าวเรียบๆ
“ผมก็เคยได้” เจ้าชายกบพูดตาม
หลินจือไป๋ “…”
ทั้งสี่คนอดไม่ได้ที่จะหันไปมองหลินจือไป๋ที่เงียบสนิท
หลินจือไป๋รู้สึกเหมือนวิญญาณจอมป่วนตื่นขึ้นมาอย่างไรอย่างนั้น พลันกดเสียงต่ำเอ่ยว่า “ผมไม่เคยได้ที่หนึ่งในชาร์ตเพลงประจำฤดูกาล”
“พรืด!”
เมนคูนหลุดขำออกมา เธอดูกระหยิ่มใจอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “ฉันรู้แล้วว่าคุณเป็นใคร อย่าแอ๊บเลยน่า คุณเนี่ยนะไม่เคยได้ที่หนึ่งชาร์ตเพลงประจำฤดูกาล? เกรงว่าจะกวาดรางวัลจนมือชาแล้วมากกว่า!”
ดอกราตรีก็หัวเราะเช่นกัน “เสียงหลุดออกมาแล้วนะ ไม่ใช้เครื่องเปลี่ยนเสียงยังไงก็ไม่รอดหรอก”
แพนด้ายักษ์ถึงกับลุกขึ้นยืน ทำหน้าเคารพนบนอบ “นึกไม่ถึงเลยว่าคนระดับราชาเพลงโจวอย่างคุณจะมาร่วมการแข่งขันด้วย!”
ใช่แล้ว
หลินจือไป๋ใช้เสียงของโจวหานจิ้น แถมยังใช้อย่างมีเทคนิคแพรวพราว จงใจเลียนแบบให้เหมือนแค่เจ็ดส่วน!
สามคนนี้ดูเหมือนจะโดนหลอกเข้าแล้ว
หลินจือไป๋รีบพูดทันที “ผมไม่ได้แซ่โจว”
ต้องบอกว่าหลินจือไป๋เข้าใจวิถีคนปากแข็งจริงๆ อารมณ์เขินอายปนหงุดหงิดเล็กๆ น้อยๆ นั่น เขาถ่ายทอดออกมาได้พอเหมาะพอดีเป๊ะ
ส่วนเจ้าชายกบที่อยู่ข้างๆ มองดูเทพดาราร้อยลักษณ์ด้วยความงุนงงเล็กน้อย…
เขาคือโจวหานจิ้น?
แล้วฉันเป็นใครกันเนี่ย?
………………………………………………
[1] เทพเจ้าสูงสุดลำดับแรกของเต๋า ยิ่งใหญ่กว่าไท่ซ่างเหล่าจวิน