ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 333 เฟยทงเพิ่มคะแนนอีก ราชาเพลงหลินจือไป๋!
“อาจารย์ไปตี้ ผมจะบอกให้นะครับ ที่ที่อันตรายที่สุด มักจะเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุด ตอนแข่งจริง ผมกะว่าจะโชว์เนื้อเสียงเดิมของตัวเองออกมาพอประมาณ ให้ผู้ชมรู้สึกแยกไม่ออกว่าจริงหรือหลอก เพราะนักร้องคนอื่นที่มาร่วมรายการ ต่างก็สรรหาวิธีปิดบังเสียงของตัวเองกันทั้งนั้น แบบนี้ต่อให้ผมไม่ปิดบัง หลายคนก็จะคิดไปเองโดยสัญชาตญาณว่าผมกำลังปิดบังอยู่ แถมยังคิดว่าปิดบังตัวตนด้วยการเลียนแบบเสียงโจวหานจิ้นอีกต่างหาก…”
โจวหานจิ้นกับหลินจือไป๋ยังคุยโทรศัพท์กันอยู่ เขากำลังแบ่งบันกลยุทธ์ของตัวเองให้หลินจือไป๋ฟัง สำหรับโจวหานจิ้นแล้ว เล่าให้ไปตี้ฟังก็ไม่เห็นเป็นไร ยังไงอาจารย์ไปตี้ก็ไม่ได้เข้าร่วมรายการ King of Mask Singer อยู่แล้ว ต่อให้รู้ตัวตนของเขาก็ไม่เสียหาย
หลินจือไป๋พยายามกลั้นขำ รู้สึกโชคดีที่ตนแค่โทรศัพท์ ได้ยินแต่เสียง ไม่อย่างนั้นราชาเพลงโจวคงได้เห็นหลินจือไป๋ในเวลานี้ที่ทำหน้ากลั้นขำแบบเดียวกับซาเป้ยหนิง [1] หลังจากวางสาย แววตาของหลินจือไป๋ไหววูบเล็กน้อย จู่ๆ ก็เอ่ยขึ้นว่า
“เฟยทงเพิ่มคะแนน!”
ตอนนี้หลินจือไป๋เหลือแต้มทักษะแค่สิบแต้ม การทุ่มหมดหน้าตักรอบนี้ช่างแสนเจ็บปวด แต่เพื่อทำผลงานให้ดีในรายการ King of Mask Singer หลินจือไป๋จำต้องตัดสินใจ เพราะยังไงเขาก็ต้องเปิดหน้ากากบนเวทีนี้ เขาหวังว่าตัวเองจะไปได้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดังนั้นแต้มทักษะทั้งสิบแต้มนี้ หลินจือไป๋จึงเทไปที่ทักษะการขับร้องจนหมด
พริบตาเดียว หลินจือไป๋รู้สึกคันยิบๆ ที่ลำคอ กระทั่งบริเวณช่องอกก็ยังเกิดการสั่นพ้องเบาๆ
ฟึบ ฟึบ ฟึบ!
เพิ่มแต้มสำเร็จ!
เบื้องหน้าหลินจือไป๋ปรากฏตัวอักษรขึ้น:
[ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับทักษะการร้องระดับราชาเพลง!]
ทักษะการขับร้องของหลินจือไป๋ถึง 80 แต้มอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งหมายความว่าระดับการร้องเพลงของเขาในตอนนี้ไปถึงระดับราชาเพลงแล้วนั่นเอง! แม้จะเพิ่งก้าวข้ามธรณีประตูราชาเพลงมาหมาดๆ เมื่อเทียบกับพวกโจวหานจิ้น จางซีหยาง และคนอื่นๆ ก็ยังถือว่าด้อยกว่าเล็กน้อย แต่ก็ต่างกันไม่มากนัก เพราะยังไงหลินจือไป๋ก็ยังมีเคล็ดวิชาร้อยเส้นเสียงอยู่
น่าเสียดายที่ครั้งนี้ไม่ได้รางวัลลับ ดูท่ารางวัลลับคงไม่ได้มีให้ทุกครั้ง
ลองทดสอบประสิทธิภาพเสียงระดับราชาเพลงดูหน่อยละกัน หลินจือไป๋เปิดคอขับร้องเพลงที่มีระดับความยากสูงมากออกมาสองสามเพลง ผลคือราบรื่นตลอดรอดฝั่ง
“นี่นะหรือ ขอบเขตของราชาเพลง?”
หลินจือไป๋สัมผัสได้ถึงความก้าวหน้าของตนเอง ความปีติยินดีอย่างจริงใจผุดขึ้นในใจ ทักษะการร้องของเขาในตอนนี้เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้เรียกได้ว่าพัฒนาแบบก้าวกระโดด! เพราะสองสามเพลงที่เขาร้องไปเมื่อครู่ เมื่อก่อนเขาต้องใช้แรงกายอย่างหนัก ฝืนร้องอย่างยากลำบาก แต่ตอนนี้กลับทำได้สบายๆ! ความรู้สึกนี้ซับซ้อนละเอียดอ่อนจนไม่อาจใช้คำใดมาบรรยายได้แม่นยำ
หลินจือไป๋เก็บความตื่นเต้นนั้นไว้แล้วทำการทดลองเพิ่มเติม อีกทั้งโซนเสียงสูง โซนเสียงกลาง โซนเสียงต่ำ เสียงหลบ ไปจนถึงเสียงเฮดวอยซ์ ฯลฯ ดนตรีกับอักษรวิจิตรนั้นไม่เหมือนกัน ด้านอักษรวิจิตรยังไงหลินจือไป๋ก็ได้สืบทอดจากหวังซีจือ ปรมาจารย์แห่งอักษรวิจิตร ต่อมายังฝึกฝนระดับความสามารถที่เกี่ยวข้องจนถึงขีดสุด ดังนั้นไม่ต้องฝึกซ้อมก็สามารถแสดงฝีมือออกมาได้อย่างใจนึก!
แต่การขับร้องต่างออกไป ยังไงตอนนี้หลินจือไป๋ก็เพิ่งก้าวเข้าสู่ระดับราชาเพลง จำเป็นต้องฝึกฝนทดลองต่อเนื่อง เพื่อให้เข้าใจช่วงเสียงของตัวเอง รวมถึงขีดจำกัดสูงสุดของพลังเสียง มีเพียงเข้าใจเสียงของตัวเองอย่างถ่องแท้ ถึงจะเลือกเพลงได้ดียิ่งขึ้น
เพราะต่อให้เป็นราชาเพลงก็ไม่ได้มีอานุภาพเหนือทุกสิ่ง ย่อมมีสิ่งที่ถนัดและไม่ถนัด และท้ายที่สุด King of Mask Singer ก็คือการแข่งขัน ไม่ได้แปลว่าใครเสียงดีกว่าคนนั้นต้องชนะเสมอไป ปัจจัยที่มีผลต่อผลแพ้ชนะมีมากมาย ทั้งการเลือกเพลง ลีลาบนเวที การเรียบเรียงดนตรี และปัจจัยอื่นๆ ปัจจัยเหล่านี้ต้องคุมให้ดีทั้งหมด ถึงจะแสดงผลลัพธ์บนเวทีออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ดังนั้นปัญหาที่หลินจือไป๋ต้องพิจารณามีเยอะมาก ต้องดูแลให้ทั่วถึงทุกด้านให้ได้มากที่สุด เป็นเช่นนี้หลายวันผ่านไป บัญชีทางการของคุนเผิงได้ปล่อยคลิปโปรโมตตัวหนึ่งออกมา
“วางรัศมีแห่งชื่อเสียง สวมหน้ากาก หวนคืนสู่สนามรบ เยี่ยงนักสู้หน้าใหม่!”
“ยอดฝีมือรวมตัว จะทิ้งชื่อไว้ไย? ใช้ดนตรีประลอง ตัดสินอย่างยุติธรรม!”
“ตำนานต้องมีผู้ประจักษ์! ความสมบูรณ์แบบต้องพิชิตด้วยชัยชนะ!”
“ให้พวกเราใช้หัวใจที่รุ่มร้อนลุกโชน ปลุกพายุแห่งเสียงดนตรี!”
“ราชาหน้ากากนักร้อง ข้ามาแล้ว!”
เพราะเคยสร้างสรรค์ The Voice จนประสบความสำเร็จมาแล้ว ทีมวาไรตี้ของคุนเผิงตอนนี้จึงถือว่ามีฝีมือที่เจนจัด โดยเฉพาะการสร้างปมปริศนานั้นถือว่าทำได้ถึงเครื่องอย่างมาก คลิปโปรโมตตัวนี้มีความยาวทั้งหมดแค่ไม่กี่สิบวินาที เงาร่างที่สวมหน้ากากแต่ละคนปรากฏวูบผ่านหน้ากล้องไป ดนตรีประกอบฮึกเหิมอลังการ! บรรยากาศการแข่งขันดุเดือดเลือดพล่าน! ผู้ชมต่างพากันเบิกตากว้าง ยิ่งเข้าใจรูปแบบของรายการนี้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งถูกปลุกความคาดหวังอันยิ่งใหญ่มากขึ้นเท่านั้น!
‘รายการน่าสนใจจัง!’
‘เงาร่างที่แวบผ่านในคลิปโปรโมต คือดาราที่จะมาแข่งใช่ไหม?’
‘เมื่อกี้ฉันดูทีละเฟรม พยายามแยกแล้วก็ยังดูไม่ออกเลยว่าใครเป็นใคร ดาราแต่ละคนปิดบังตัวเองมิดชิด ไม่มีทางตัดสินได้เลยว่าตัวตนที่แท้จริงคือใครกันแน่!’
‘ความรู้สึกคุ้นนะจู่ๆ’
‘วางรัศมีแห่งชื่อเสียง สวมหน้ากาก หวนคืนสู่สนามรบ เยี่ยงนักสู้หน้าใหม่ คำโปรยนี้ใช้กับรายการ I Am a Singer ก็ได้เหมือนกัน’
‘ฉันชอบไอเดียทายตัวจริงดารานี้จังเลย!’
‘ถ้าดูจากภายนอกไม่ออก งั้นเราก็จะได้แค่ฟังจากเสียงนักร้องพวกนี้มาตัดสินว่าพวกเขาเป็นใครกันแน่แล้วละ!’
‘ได้ยินว่าทีมงานรายการเชิญนักร้องเบอร์ใหญ่มาเพียบเลยนะ!’
‘อยากดูตอนที่ดาราพวกนี้เปิดหน้ากากจังเลย!’
และท่ามกลางการถกเถียงต่างๆ ทีมงานรายการ King of Mask Singer ก็จัดงานแถลงข่าวเซ็นสัญญาสปอนเซอร์โฆษณาขึ้นในวันนั้น สามแบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับท็อปของบลูสตาร์ รวมกันเป็นผู้สนับสนุนหลักให้รายการ King of Mask Singer!
ค่าสปอนเซอร์หลักรวมสามร้อยล้าน!
การแข่งขันแย่งชิงสิทธิ์สปอนเซอร์หลักครั้งนี้ดุเดือดมาก! แบรนด์ระดับท็อปของบลูสตาร์หลายเจ้าต่างก็อยากเป็นผู้สนับสนุนหลักเพียงเจ้าเดียว สุดท้ายเจียงเฉิงให้บรรดาพ่อค้าแข่งกันเสนอราคา ถึงได้เคาะที่สามแบรนด์ยักษ์ใหญ่ในที่สุด สามแบรนด์ยักษ์ใหญ่นี้ แต่ละเจ้าทุ่มเงินหนึ่งร้อยล้าน เพื่อรวมเป็นผู้สนับสนุนหลักของรายการ King of Mask Singer
ช่วยไม่ได้ The Voice ประสบความสำเร็จเกินไปแล้ว! สำเร็จจนแบรนด์ที่สนับสนุน The Voice พวกนั้น ต่างได้รับการโปรโมตอย่างมหาศาล! ผลลัพธ์การโปรโมตแบบนี้ทำเอาเจ้าของแบรนด์นับไม่ถ้วนอิจฉาตาร้อน ดังนั้นพอรายการวาไรตี้ใหม่ของคุนเผิงปล่อยข่าวออกมา ก็มีพ่อค้ามากมายโบกธนบัตรเสนอตัวอยากเป็นสปอนเซอร์!
ความจริงแล้วถ้าเจียงเฉิงยอมปล่อยให้สปอนเซอร์เข้ามามากกว่านี้ ค่าสปอนเซอร์หลักก็ยังสูงได้กว่านี้อีก! แต่ถ้าโฆษณาเยอะเกินไปจะกระทบต่อประสบการณ์ของผู้ชม ดังนั้นสุดท้ายเจียงเฉิงเลยปล่อยให้เข้ามาแค่สามเจ้า ถึงอย่างนั้น ค่าสปอนเซอร์รวมที่สูงถึงสามร้อยล้านนี้ ก็เพียงพอที่จะสร้างความตื่นตะลึงเล็กน้อยจากคุนเผิงให้กับคนนับไม่ถ้วนได้แล้ว!
เจ้าของแบรนด์ต่างๆ พากันบ่นอุบ! แบรนด์แถวหน้าไม่กี่เจ้าที่เคยสนับสนุน The Voice ก่อนหน้านี้ ยิ่งแทบกระอักเลือด พวกเขาเริ่มจะสู้ราคาไม่ไหวกันแล้ว!
“พระเจ้า! แข่งขันกันเดือดเกินไปแล้ว!”
“สปอนเซอร์สามเจ้า จ่ายเจ้าละร้อยล้าน!?”
“สรุปคือถ้าตอนนี้จ่ายเงินร้อยล้านไม่ได้ ก็ไม่มีสิทธิ์เป็นสปอนเซอร์รายการวาไรตี้ของคุนเผิงแล้ว?”
“ต้นทุนรายการนี้ของคุนเผิงรวมกันยังไม่ถึงสามร้อยล้านเลยมั้ง ตอนนี้พวกเขาทำรายการวาไรตี้แบบจับเสือมือเปล่าชัดๆ!”
“แค่ปล่อยแผนงานรายการออกมา ขอแค่แปะชื่อจวินหลินแห่งคุนเผิง ก็มีคนยอมควักเงินมาสปอนเซอร์ให้พวกเขาผลิตแล้ว!”
“ไม่ใช่ว่าวงการนายทุนโง่แต่รวยหรอก หลักๆ คือเครดิตของคุนเผิงดีมาก นายลองดูพ่อค้าหลายเจ้าที่สปอนเซอร์รายการคุนเผิงสิ จนป่านนี้มีใครขาดทุนบ้าง สุดท้ายก็กำไรกันทุกคน!”
“ก่อนหน้านี้สปอนเซอร์ The Voice แค่สองร้อยล้านเอง รอบนี้ปาไปสามร้อยล้าน ทุบสถิติสูงสุดอีกแล้ว แถม The Voice เป็นสปอนเซอร์รวมสี่เจ้า รอบนี้แค่สามเจ้าเองนะ”
อีกด้านหนึ่ง วงการวาไรตี้กระทั่งวงการบันเทิงฉินโจวทั้งวงการก็ยังสั่นสะเทือน
“สรุปรายการวาไรตี้ที่คุนเผิงทำตอนนี้ไร้เทียมทานไปแล้วเหรอ?”
“ไม่มีคู่ต่อสู้อีกแล้ว!”
“ฉันได้ยินมาว่าแบรนด์ยักษ์ใหญ่ต่างๆ ตีกันหัวร้างข้างแตกเพื่อแย่งชิงสิทธิ์สปอนเซอร์ King of Mask Singer ตัวแทนซูเปอร์แบรนด์สองสามเจ้าเกือบจะวางมวยกันกลางวงเจรจาเลย สุดท้ายสามแบรนด์ที่ชนะการประมูลแทบจะต้องใช้ทั้งไม้อ่อนและไม้แข็งถึงคว้าโอกาสครั้งนี้มาได้…”
“ถ้าคุนเผิงใจดำหน่อย เก็บอมเงินสามร้อยล้านนี้ไปเลยก็ได้นะ!”
“ฮ่าๆ คุนเผิงไม่ทำเรื่องพรรคนั้นหรอก อิ่มมื้อเดียวกับอิ่มตลอดไปเลือกไม่ยากหรอก รายการนี้พวกเขาได้ค่าสปอนเซอร์หลักสูงลิ่วมาแล้ว ก็ต้องทำให้ดี”
“คนที่จะเอาชนะคุนเผิงได้ก็มีแค่คุนเผิงเท่านั้นสินะ! คนที่ทำลายสถิติค่าสปอนเซอร์สูงสุดของ The Voice ก็ยังเป็นรายการของคุนเผิงเอง!”
“เดี๋ยวนะ! เหมือนเจียงเฉิงจะเผยเรื่องวงในออกมาด้วย!”
ใช่แล้ว หลังจากงานแถลงข่าวเซ็นสัญญาสปอนเซอร์โฆษณาจบ เจียงเฉิงให้สัมภาษณ์นักข่าวพร้อมปล่อยข่าวบางส่วน
“หลายคนสนใจว่า King of Mask Singer ของเราเล่นใหญ่แค่ไหน ดาราที่เชิญมาเป็นเบอร์ไหนกันบ้าง รายละเอียดว่ามีใครมาร่วมรายการบ้าง ผมต้องขออุบเป็นความลับนะครับ แต่ผมขอรับประกันกับทุกคนตรงนี้เรื่องหนึ่งครับ!”
ราชาเพลง? มี!
ราชินีเพลง? ก็มี!
“ถึงขั้นที่ไมว่าจะเป็นราชาหรือราชินีเพลง เราเชิญมามากกว่าหนึ่งท่านแน่นอนครับ แถมพวกเขาก็ยืนยันเข้าร่วมเรียบร้อยแล้วด้วยครับ! อยากรู้ไหมครับว่าพวกเขาเป็นใคร? งั้นทุกคนก็ต้องตั้งใจดูรายการแล้วค่อยๆ ทายกันดูนะครับ ถึงเวลาทดสอบความคุ้นเคยที่แฟนคลับมีต่อไอดอลของตัวเองแล้วละครับ!”
“แน่นอนว่าไม่ได้มีแค่ราชาราชินีเพลง ยังมีดาราแถวหนึ่ง แถวสอง แถวสาม หรือแม้แต่แถวสี่ ก็จะมาปรากฏตัวบนเวทีของเราเช่นกันครับ การดวลเพลงภายใต้หน้ากากครั้งนี้จะต้องมีเรื่องราวที่คุณคาดไม่ถึงเกิดขึ้นแน่นอนครับ!”
ราชาเพลงจะมา! ราชินีเพลงก็จะมา! แถมไม่ได้มาแค่คนเดียว! การเปิดเผยข้อมูลของเจียงเฉิงจุดไฟความเร่าร้อนไปทั่วโลกออนไลน์ได้สำเร็จ!
‘ทัพดารานี้! รักเลยรักเลย!’
‘ราชาเพลงโจวจะมาไหม?’
‘ไม่มั้ง ราชาเพลงโจวเป็นถึงเมนเทอร์ The Voice เลยนะ! บุคคลระดับเมนเทอร์จะมาร่วมรายการ King of Mask Singer ในฐานะผู้เข้าแข่งขันเหรอ?’
‘นั่นก็ไม่แน่หรอก ยังไงราชาเพลงโจวกับคุนเผิงก็เคยร่วมงานกันใน The Voice มาแล้ว ทั้งสองฝ่ายร่วมมือกันประสบความสำเร็จขนาดนั้น อีกอย่างตัวแทนเจียงก็บอกแล้วว่า ครั้งนี้มีทั้งราชาราชินีเพลงแถมมีมากกว่าหนึ่งคนด้วย!’
‘สรุปว่าเป็นราชาเพลงราชินีเพลงคนไหนกันแน่เนี่ย?’
‘คาดหวังสุดๆ เลย! แล้วยังมีดาราแถวหนึ่งแถวสองพวกนั้นอีก สรุปว่าเป็นใครกันบ้าง?’
ผู้ชมตื่นเต้นกันใหญ่ เพราะความหมายของเจียงเฉิงนั้นชัดเจนมาก ดาราที่ King of Mask Singer เชิญมาไม่ขาดเบอร์ใหญ่แน่นอน! นี่แหละคุนเผิง! เงินค่าสปอนเซอร์หลักสามร้อยล้าน พวกเขากล้าทุ่มไม่อั้นจริงๆ!
ใครบ้างจะไม่รู้ว่า ยิ่งเป็นดาราเบอร์ใหญ่ก็ยิ่งเชิญยาก ค่าตัวที่ต้องจ่ายก็ยิ่งสูง? ประโยคนั้นพูดไว้ไม่ผิดเลย คุณเชื่อใจคุนเผิงได้เสมอ ในวงการบันเทิงฉินโจวรวมทั้งสามยักษ์ใหญ่ ไม่มีบริษัทไหนที่มีชื่อเสียงและภาพลักษณ์ดีไปกว่าคุนเผิงอีกแล้ว!
[1] พิธีกรชาวจีนชื่อดัง