ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 340 การบันทึกเทปตอนแรกจบลง!
เทพดาราร้อยลักษณ์ลงจากเวทีไปแล้ว และที่ทีมกรรมการนักทายลังเลก็เปลี่ยนไป ถ้าเทพดาราร้อยลักษณ์คือจางซีหยาง งั้นสุนัขทิเบตกับเจ้าชายกบ เป็นไปได้ไหมที่จะเป็นราชาเพลงโจว?
พอดีกับที่เทพดาราร้อยลักษณ์ลงจากเวที เจ้าชายกบก็ขึ้นเวที แต่พอยืนกลางเวทีอีกครั้ง ความคิดของโจวหานจิ้นภายใต้หน้ากากเจ้าชายกบก็เปลี่ยนไป ในเมื่อสุนัขทิเบตกับเทพดาราร้อยลักษณ์ไม่แกล้งเป็นเขาแล้ว งั้นเขายังควรใช้เสียงจริงร้องอยู่อีกไหม?
ช่างเถอะ เปลี่ยนหน่อยแล้วกัน สองคนนั้นเลิกเล่นแล้ว ตัวเขาเองจะทำตัวเด่นเกินไปไม่ได้ ด้วยความคิดนี้ เจ้าชายกบจึงร้องเพลงฮิตในช่วงนี้เพลงหนึ่ง แต่ไม่ได้ใช้เสียงโจวหานจิ้นอีก จะมัวแต่คิดว่า ‘ที่ที่อันตรายที่สุดคือที่ที่ปลอดภัยที่สุด’ อะไรนั่นอย่างเดียวไม่ได้ ต้องรู้จักพลิกแพลงบ้าง
เพียงแต่พอเป็นแบบนี้ ผู้ชมก็ต่างงงเป็นไก่ตาแตก รอบแรกมีโจวหานจิ้นสามคน รอบสองดันเปลี่ยนเสียงกันหมด!
“โหย! เสียงเจ้าชายกบรอบนี้!”
“ฟังไม่ออกว่าเป็นเอกลักษณ์ของโจวหานจิ้นแล้ว!”
“ก็ยังมีอยู่นิดๆ นะ แต่ใครจะรู้ว่าจงใจหรือเปล่า?”
“ตอนนี้ฉันชักสงสัยแล้วว่า โจวหานจิ้นทั้งสามคน ความจริงไม่มีโจวหานจิ้นตัวจริงเลยสักคน!”
“แสดงละครกันหมด!”
“รายการนี้โคตรจะปวดสมองเลยไหมละเนี่ย!”
“ยังดีที่พวกเรายืนยันตัวตนของจางซีหยางได้สำเร็จ!”
“จางซีหยางนี่หลักฐานมัดตัวแน่นปึ๊ก!”
ผู้ชมต่างก็มึนตึ้บอย่างไม่ต้องสงสัย ใครจะไปนึกว่ารอบแรกมีโจวหานจิ้นโผล่มาสามคน แล้วรอบสองสามคนนี้จะเปลี่ยนเสียงกันหมด! ยากจะรับมือ! ยากจะรับมือเกินไปแล้ว! แต่เพราะความมึนตึ้บนี่แหละ ทำให้ผู้ชมเกิดความตื่นเต้นแปลกๆ พวกเขารู้สึกว่ารายการนี้เริ่มน่าสนุกขึ้นเรื่อยๆ แล้วสิ!
หลังจากนั้น พยัคฆ์ฉินโจว ก็ปรากฏตัวขึ้น นี่ก็เป็นผู้เข้าแข่งขันสวนสัตว์เหมือนกัน ใน King of Mask Singer ตอนแรกนี้มีผู้เข้าแข่งขันสวนสัตว์เยอะเกินไปแล้ว ทั้งหมดเจ็ดคน มีเจ้าชายกบ สุนัขทิเบต หงส์ดำ แพนด้ายักษ์ แล้วก็พยัคฆ์ฉินโจว รวมห้าคน ต่างก็หลุดออกมาจากสวนสัตว์กันทั้งนั้น! ดีที่ผู้เข้าแข่งขันสวนสัตว์ระดับฝีมือแตกต่างกัน
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพยัคฆ์ฉินโจวต้องแสดงต่อจากเจ้าชายกบหรือเปล่า จึงกดดันหนักเกินไป เพราะการร้องของเจ้าชายกบนั้นสุดยอดมาก รู้สึกได้เลยว่าอย่างน้อยก็ต้องเป็นระดับแถวหน้า ดังนั้นพยัคฆ์ฉินโจวจึงดูด้อยกว่าหน่อย แต่ยังดีที่เขาเรียกฟอร์มกลับมาได้เร็ว สุดท้ายก็จบการแสดงไปได้อย่างสวยงาม
เป็นเช่นนี้ราชาเพลงหน้ากากทั้งเจ็ดคน การแสดงครบทั้งหมดสิบสี่เพลงได้สิ้นสุดลงแล้ว ปริมาณเนื้อหาขนาดนี้หากนำไปตัดต่อเป็นรายการตอนแรก จะต้องถูกแบ่งฉายเป็นตอนต้นและตอนหลังอย่างแน่นอน
ลำดับต่อไป… พิธีกรขึ้นเวทีอีกครั้ง:
“เราจะทำการนับคะแนนรวมของเพลงทั้งสองเพลงของนักร้องหน้ากากทั้งเจ็ดท่านอย่างเป็นทางการ ผู้ที่ได้คะแนนรวมอยู่ในอันดับที่หนึ่งถึงห้า จะถือว่าปลอดภัยชั่วคราว แต่นักร้องที่ได้อันดับที่หกและเจ็ด น่าเสียดายอย่างยิ่งที่พวกคุณจะต้องถูกคัดออก ผู้ที่ตกรอบมีทางเลือกสองทาง ทางแรกคือออกจากเวทีไปโดยไม่ถอดหน้ากาก ทางที่สองคือการกล่าวลาผู้ชมในรูปแบบของการเปิดหน้ากากครับ”
ผู้ชมเบิกตากว้างด้วยความคาดหวัง! คนที่ตกรอบสองคนจะเปิดหน้ากากไหม? นักร้องหน้ากากสองคนที่ตกรอบจะเป็นใคร? ทุกคนก็ไม่แน่ใจ แต่รู้สึกว่าเทพดาราร้อยลักษณ์ต้องไม่ตกรอบแน่ๆ วันนี้เขาทำผลงานได้ดีเหลือเกิน ยิ่งรอบที่สองคนทั้งฮอลล์ฟังออกเลยว่าเป็นเสียงของจางซีหยาง ระดับราชาเพลงจะตกรอบได้ยังไง?
พอคิดแบบนี้ก็รู้สึกเสียดายนิดหน่อย ถึงทุกคนจะคิดว่าเทพดาราร้อยลักษณ์คือจางซีหยาง แต่ตราบใดที่ยังไม่ถอดหน้ากาก ก็ไม่มีใครกล้ายืนยันร้อยเปอร์เซ็นต์ นี่เป็นจุดขายหลักของการสวมหน้ากาก เกิดทุกคนทายผิดหมดละ? เพราะมีแค่เสียงนี่นา! ไม่มีใครเห็นหน้าตาลูกหน่อย!
พิธีกรบนเวทีพูดต่อ “ก่อนผลนับคะแนนจะออกมา ผมอยากถามแขกรับเชิญทีมกรรมการนักทายสักหน่อยครับ ว่าพวกคุณรู้สึกว่าการแสดงของนักร้องท่านไหนในวันนี้ที่ทำให้พวกคุณตะลึงบ้าง?”
“ผมขอก่อนครับ!” เถียนเหวยเอ่ยปากเป็นคนแรก “ถ้าเทียบเพลงแรก ความจริงส่วนตัวผมรู้สึกว่าอาจารย์สุนัขทิเบตร้องได้ดีที่สุดครับ แต่ถ้าเป็นรอบสองละก็ อาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์ยอดเยี่ยมที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัยเลยครับ!”
หลังเวที สุนัขทิเบตกลอกตามองบน ภายใต้หน้ากากกลับกลายเป็นใบหน้าของจางซีหยาง เพียงแต่สุนัขทิเบตนึกไม่ถึงเลยจริงๆ ว่า ผลงานรอบสองของตัวเองจะแพ้ให้กับเสียงของตัวเอง คุณว่าโชคชะตามันน่ามหัศจรรย์ไหมละ?
หลังจากนั้น หานปัวก็กล่าวว่า “ส่วนตัวผมรู้สึกว่าคนที่ยอดเยี่ยมที่สุดทั้งรอบแรกและรอบสอง คืออาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์ครับ!”
ที่หลังเวทีเช่นเดียวกัน เจ้าชายกบโจวหานจิ้นแก้มป่องด้วยความโมโห สรุปคือตัวเองแพ้ให้กับเสียงของตัวเองสินะ? งั้นในแง่หนึ่งฉันก็นับว่าชนะไปด้วยหรือเปล่า?
เถียนเหวยยิ้มกล่าว “อาจารย์ทุกท่านในวันนี้ผมชอบหมดเลยครับ โดยเฉพาะเทพดาราร้อยลักษณ์ เจ้าชายกบ และอาจารย์สุนัขทิเบต แต่ถ้าจะให้พูดถึงโชว์ที่ดีที่สุด ส่วนตัวผมเทใจให้เพลงที่อาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์ร้องในรอบที่สองครับ”
แม้แต่หลี่เซียวก็ยังพยักหน้า “ที่หนึ่งต้องเป็นอาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์แน่นอนค่ะ ส่วนที่สอง ส่วนตัวฉันเทใจให้เจ้าชายกบ…” แขกรับเชิญต่างแสดงความคิดเห็นของตัวเอง
และเมื่อทุกคนแสดงความเห็นจบ พิธีกรก็ยิ้มแล้วกล่าวว่า “ความคิดเห็นของทุกคนโดยพื้นฐานก็ไม่ต่างกันมากนัก ถ้าอย่างนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่าเพื่อนๆ ผู้ชมในห้องทั้งห้าร้อยท่านในวันนี้ จะตัดสินใจเลือกกันยังไง”
สิ้นเสียง บนหน้าจอใหญ่ก็ปรากฏกราฟแท่งเจ็ดแท่ง ใต้กราฟแท่งแต่ละแท่งมีชื่อนักร้องหน้ากากระบุไว้
ฟึบ ฟึบ ฟึบ! ข้อมูลบนกราฟแท่งทั้งเจ็ดกำลังพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว!
หนึ่งวินาที สองวินาที สามวินาที ข้อมูลของพยัคฆ์ฉินโจวหยุดนิ่ง นี่หมายความว่าคะแนนของพยัคฆ์ฉินโจวน้อยที่สุด พยัคฆ์ฉินโจวที่อยู่หลังเวทีถอนหายใจพลางกล่าว “ตกรอบจริงๆ สินะ รายการนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว รู้สึกเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับราชาเพลงมากกว่าหนึ่งคนเลย ทั้งที่ฉันเป็นแค่นักร้องแถวสองเองนะ…”
พยัคฆ์ฉินโจวเจ็บปวดจริงๆ! เจ้าเทพดาราร้อยลักษณ์ เจ้าชายกบ แล้วก็สุนัขทิเบต สามคนนั้นทำให้คนดูไม่ออกเลยว่ามีฝีมือตื้นลึกหนาบางแค่ไหน การแสดงของพวกเขามันดูผ่อนคลายและเหนือชั้นเกินไปแล้ว! ด้วยฝีมือของพยัคฆ์ฉินโจว ต่อให้ไปแข่งรายการ I Am a Singer ก็คว้าอันดับดีๆ มาได้แน่! แต่บนเวที King of Mask Singer ตอนแรก เขากลับรั้งท้ายที่หนึ่ง เหล่านักร้องหน้ากากพวกนี้ไม่ใช่นักร้องธรรมดาแน่ๆ!
หลังจากนั้น ข้อมูลของหุ่นยนต์ก็หยุดนิ่งเช่นกัน ผลลัพธ์นี้หุ่นยนต์กลับแสดงท่าทีนิ่งสงบ เขายิ้มแล้วเอ่ยว่า “ตอนแรกก็คิดไว้ว่าถ้าตกรอบก็จะไม่เปิดหน้ากากแล้วจากไปเลยดีกว่า เพราะยังไงแพ้แล้วก็น่าอาย นี่แต่ตอนนี้ฉันเปลี่ยนใจแล้ว เพราะคู่แข่งของฉันทุกคนแข็งแกร่งมาก แพ้ให้พวกเขาฉันรู้สึกว่ายอมรับได้จากใจจริง แทนที่จะจากไปอย่างเดียว เปิดหน้ากากพิสูจน์ว่าฉันเคยมาเยือนเวทีนี้ อับอายไม่สู้ไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ”
หลังจากนั้นข้อมูลของแพนด้ายักษ์และหงส์ดำก็ทยอยหยุดลง อันดับของพวกเขาไม่มั่นคงแต่ก็ปลอดภัยพอที่จะผ่านเข้าสู่รอบต่อไปแล้ว ในขณะนี้เหลือเพียงข้อมูลของเทพดาราร้อยลักษณ์ สุนัขทิเบต และเจ้าชายกบที่พุ่งขึ้นอย่างบ้าคลั่ง สุดท้ายข้อมูลของสุนัขทิเบตหยุดนิ่งเป็นคนแรก ตามมาติดๆ ด้วยข้อมูลของเจ้าชายกบที่นิ่งเช่นกัน และข้อมูลของเทพดาราร้อยลักษณ์หยุดลงเป็นคนสุดท้าย แต่กลายเป็นกราฟแท่งที่มีคะแนนโหวตสูงที่สุดไปแล้ว!
“ขอแสดงความยินดีกับเทพดาราร้อยลักษณ์ ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่งของรายการ King of Mask Singer สัปดาห์นี้ครับ!”
“ขอแสดงความยินดีกับเจ้าชายกบ ที่ได้รับรางวัลอันดับสองของรายการ King of Mask Singer สัปดาห์นี้ครับ!”
“และอันดับสามคืออาจารย์สุนัขทิเบตของเรานั่นเอง…”
หลินจือไป๋นิ่งสงบมาก เพราะเขารู้ดีว่าที่ตัวเองได้ที่หนึ่ง หลักๆ คือได้อานิสงส์จากโจวหานจิ้นและจางซีหยางว่าอย่างนี้แล้วกัน หลังจบรอบแรกผู้ชมนึกว่าเทพดาราร้อยลักษณ์คือโจวหานจิ้น ดังนั้นคนที่ชอบโจวหานจิ้นในงานต่างก็เทคะแนนให้ หลังจบรอบสองผูชมนึกว่าเทพดาราร้อยลักษณ์คือจางซีหยาง ดังนั้นคนที่ชอบจางซีหยางในงานต่างก็เทคะแนนให้ นี่แหละคือข้อดีของเสียงร้อยลักษณ์ แต่งสถานการณ์แบบนี้คงอยู่ได้ไม่นาน เพราะเดี๋ยวผู้ชมก็จะรู้ว่าเสียงของเทพดาราร้อยลักษณ์นั้นแปรเปลี่ยนได้หลากหลายขนาดไหน!
อีกด้านหนึ่ง เจ้าชายกบโจวหานจิ้นก็นิ่งสงบเช่นกัน อันดับนี้ไม่สำคัญอะไร เพราะวันนี้เขาแค่ลองเชิงดูเฉยๆ ไม่ได้คิดจะระเบิดพลังขั้นสุดตั้งแตรอบแรกอยู่แล้ว เช่นเดียวกันสุนัขทิเบตจางซีหยางก็ไม่ยี่หระ ขอแค่ติดท็อปสามก็พอแล้ว เขาเคยแข่ง I Am a Singer มาก่อน รู้ดีว่ารายการแข่งขันดนตรีแบบนี้ ต้องเก็บโชว์ดีๆ ไว้รอบหลังๆ ช่วงแรกขอแค่คุมคะแนนให้อยู่หัวตารางไม่ตกรอบก็พอ นี่คือประสบการณ์จากการแข่งขัน
“ช่างน่าเสียดายนะครับ” พิธีกรกล่าว “อาจารย์หุ่นยนต์และอาจารย์พยัคฆ์ฉินโจวต้องถูกคัดออก ไม่ทราบว่าอาจารย์ทั้งสองท่านจะเปิดหน้ากากไหมครับ? เริ่มจากอาจารย์พยัคฆ์ฉินโจวก่อนเลย ให้พวกเราทั้งฮอลล์นับถอยหลังหากันครับ…”
ห้า! สี่! สาม! สอง! หนึ่ง!
ประตูพระจันทร์ไม่มีใครเดินออกมา ผู้ชมในงานส่งเสียงร้อง ‘ว้า’ ด้วยความเสียดาย พยัคฆ์ฉินโจวไม่อยากเปิดหน้ากาก เขาเลือกที่จะเดินจากไปเลย ผู้ชมอาจจะไม่มีวันรู้เลยว่าพยัคฆ์ฉินโจวคือใคร แต่นี่ก็เป็นไปตามกฎของรายการตั้งแต่แรกแล้ว การถอดหน้ากากขึ้นอยู่กับความสมัครใจส่วนตัวของนักร้องที่เซ็นสัญญาตกลงกันไว้ล่วงหน้าแล้ว คุนเผิงก็ไปบังคับไม่ได้
พิธีกรกล่าวต่อ:
“เหมือนอาจารย์พยัคฆ์ฉินโจวจะยังไม่พร้อมเปิดหน้ากาก แม้จะน่าเสียดาย แต่พวกเรามาอวยพรให้เขาและขอบคุณเขาที่ฝากการแสดงอันยอดเยี่ยมไว้บนเวทีนี้กันครับ ต่อไปพวกเรามานับถอยหลังหากันอีกครั้งครับ มาดูกันว่าอาจารย์หุ่นยนต์จะยินดีเปิดหน้ากากไหม…”
นับถอยหลังห้าอีกครั้ง พอนับถอยหลังจบ หุ่นยนต์ก็เดินออกมาจากประตูพระจันทร์! เขาค่อยๆ ถอดหน้ากากออกทีละนิด! พอเห็นใบหน้าภายใต้หน้ากาก ผู้ชมก็กรีดร้องเสียงดังลั่นทันที!
“กรี๊ด! ลู่อวิน! เป็นเขาเองเหรอเนี่ย!”
“ลู่อวินเป็นถึงนักร้องแถวสองเลยนะ!”
“เขามาได้ยังไงเนี่ย! ฉันดันฟังเสียงเขาไม่ออกซะงั้น!”
“อ้ากกก ถ้ารู้ว่าเป็นลู่อวินละก็ ฉันก็โหวตให้เขาไปแล้ว ฉันชอบเขามากเลยนะ รู้สึกว่าเพื่อเปลี่ยนเสียงเขาเลยทิ้งสไตล์การร้องที่ถนัดที่สุดของตัวเอง ทำให้การแสดงสุดท้ายเสียไปเลย!”
“เสียดายจัง! น่าเสียดายเกินไปแล้ว!”
ผู้ชมทั้งฮอลล์ต่างเดือดพล่าน! และเสน่ห์ของรายการ King of Mask Singer ก็ถูกนำเสนอออกมาอย่างสมบูรณ์แบบในวินาทีนี้เอง! หลินจือไป๋มองดูอย่างเงียบๆ การแข่งขันนี้เพิ่งจะเริ่มต้น แต่ผลคือตอนแรกก็มีนักร้องแถวสองตกรอบไปแล้ว ตัวเขาจะเดินไปจนสุดทางได้ไหมนะ?
หลินจือไป๋ไม่แน่ใจ แต่สภาพจิตใจของหลินจือไป๋ดีเยี่ยม ตอนนี้ฉันมีทักษะการร้องระดับราชาเพลง แถมมีเพลงดีๆ ที่ระบบจัดให้ แล้วก็ยังมีเสียงร้อยลักษณ์คอยหนุน ขนาดนี้แล้วถ้ายังแพ้ก็ยอมเปิดหน้ากากแต่โดยดีเถอะ ไม่จำเป็นต้องดิ้นรนอะไรแล้ว แต่ดูจากสถานการณ์หน้างานวันนี้ บางทีฉันน่าจะเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศได้ ไม่มีปัญหาอะไรหรอกมั้ง
สรุปการแข่งขันตอนแรก:
เทพดาราร้อยลักษณ์: อันดับ 1 (เข้ารอบ)
เจ้าชายกบ: อันดับ 2 (เข้ารอบ)
สุนัขทิเบต: อันดับ 3 (เข้ารอบ)
แพนด้ายักษ์ / หงส์ดำ: ปลอดภัย (เข้ารอบ)
พยัคฆ์ฉินโจว: ตกรอบ (ไม่เปิดหน้ากาก)
หุ่นยนต์: ตกรอบ (เปิดหน้ากาก: ลู่อวิน)