ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 341 ราชาเพลงหน้ากากออกอากาศอย่างเป็นทางการ!
ตอนที่ 341 ราชาเพลงหน้ากากออกอากาศอย่างเป็นทางการ!
การแข่งขันรอบแรกจบลงอย่างเป็นทางการ
ต่อไปคือขั้นตอนการตัดต่อและออกอากาศ
เวลาออกอากาศกำหนดไว้เป็นวันที่หนึ่งเดือนพฤษภาคม เวลาสองทุ่มตรง
โดยแบ่งเป็นตอนต้นและตอนท้าย
ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์เทียนกวง
ส่วนช่องทางออนไลน์รับชมได้แค่ที่คุนเผิงวิดีโอเท่านั้น
เว็บไซต์วิดีโอของเทียนกวงไม่ได้รับลิขสิทธิ์ เพราะต้องรับประกันความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ออนไลน์แต่เพียงผู้เดียว
เรื่องนี้ถึงกับต้องถกเถียงกับทางเทียนกวงเอ็นเตอร์เทนเมนต์อยู่พักใหญ่ แต่เรื่องพวกนี้เจียงเฉิงเป็นคนรับผิดชอบ หลินจือไป๋จึงไม่ต้องกังวล
คืนวันแข่งขัน โจวหานจินโทรหาจางซีหยางด้วยท่าทางเดือดเลือดพล่าน
“เหล่าจาง”
“เหล่าโจววว”
จางซีหยางรู้ดีว่าทำไมโจวหานจินถึงโทรมา เขาพูดอย่างจนใจว่า “ถ้าฉันบอกว่าฉันไม่ใช่เทพดาราร้อยลักษณ์ นายจะเชื่อไหม?”
“นายทายซิว่าฉันเชื่อไหม?”
โจวหานจินแค่นเสียง “ต่อให้สมองฉันเชื่อนาย แต่หูฉันไม่เชื่อเว้ย!”
เสียงของเทพดาราร้อยลักษณ์นั้นแทบจะเอาหลักฐานที่ว่า ‘ฉันคือจางซีหยาง’ ฟาดใส่หน้าเขาอยู่แล้ว!
“ไม่ใช่ฉันจริงๆ นะ!”
จางซีหยางยิ้มขื่น “ฉันนี่โคตรแพะรับบาปเลย เขาเป็นตัวปลอมจงใจสวมรอยเป็นฉันต่างหาก!”
เทพดาราร้อยลักษณ์คนนั้นเป็นใครมาจากไหนกันแน่ ทำไมถึงเลียนแบบได้ทั้งเสียงโจวหานจินและยังเลียนแบบเสียงของเขาได้อีก?
แค่เลียนแบบก็แล้วไปเถอะ นักร้องในวงการหลายคนก็พอจะเลียนแบบเสียงคนอื่นได้บ้างไม่มากก็น้อย
เหมือนอย่างที่จางซีหยางก็เลียนแบบเสียงโจวหานจินได้ แต่มันก็ได้แค่หกเจ็ดส่วน ไม่เหมือนเทพดาราร้อยลักษณ์ที่มีความเหมือนปาไปเก้าส่วนแบบนั้น!
โจวหานจิน “เหอะ!”
จางซีหยางเริ่มร้อนรน “เขาร้องสองเพลง รอบแรกก็สวมรอยเป็นนายไม่ใช่เหรอ ในเมื่อเขาสวมรอยเป็นนายได้ แน่นอนว่าเขาก็ต้องสวมรอยเป็นฉันได้เหมือนกัน”
โจวหานจิน “ฉันเชื่อนายก็บ้าแล้ว”
จางซีหยางจบกัน ด้วยไอคิวอย่างเหล่าโจว แพะรับบาปอย่างตนสลัดยังไงก็ไม่หลุดแน่ ช่วยไม่ได้ จางซีหยางทำได้แค่เปลี่ยนเรื่องคุย
“พูดถึงเรื่องเลียนแบบ นายไม่ใช่ว่ายังมีนักร้องอีกสองคนเหรอ เจ้าสุนัขทิเบตนั่น แล้วก็เจ้าชายกบอะไรนั่นอีก…”
“ฉันไม่ใช่เจ้าชายกบ!”
โจวหานจินปฏิเสธทันควันโดยสัญชาตญาณ
“…”
“หือ?”
จางซีหยางอึ้งไปนิดหนึ่ง “ฉันบอกว่านายเป็นเจ้าชายกบเมื่อไหร่?”
ฮ่าๆๆๆๆ ไอนี่ร้อนตัวยอมรับเองชัดๆ!
จางซีหยางดีใจเนื้อเต้น แทบจะฟันธงได้เลยว่าเจ้าชายกบก็คือโจวหานจิน!
“ไม่อยากพูดไร้สาระกับนายแล้ว เรื่องนี้ไม่จบแค่นี้แน่บอกไว้เลย”
โจวหานจินดูเหมือนจะรู้ตัวว่าตัวเองปฏิเสธอย่างมีพิรุธเกินไป จึงวางสายไปอย่างหัวเสีย
ข้างๆ กัน หลีเซียวจ้องมองโจวหานจินเงียบๆ ฟังเขาคุยโทรศัพท์จนจบ ตอนนี้ทั้งสองคนย้ายมาอยู่ด้วยกันแล้ว
“เหล่าจางคนนี้ยังไม่ยอมรับอีกว่าวันนี้มันแกล้งเป็นผม!”
โจวหานจินโดนหลีเซียวมองจนขนลุกจึงแกล้งกระแอม
หลี่เซียวเปรยขึ้นมาว่า “ฉันจำได้ว่าจางซีหยางเป็นคนฉลาดคนหนึ่งนะ ทำไมตอนนี้ถึงได้ซื่อบื้อเหมือนคุณไปได้?”
“พูดงี้หมายความว่าไง!”
โจวหานจินไม่พอใจ “ผมไปซื่อบื้อตอนไหน?”
หลีเซียวถอนหายใจเฮือกใหญ่ “เป็นไปได้ไหมว่า ‘King of Mask Singer’ เพิ่งอัดเสร็จวันนี้ ยังไม่ออกอากาศ…”
“ก็ใช่ไง ยังไม่ออกอากาศ”
โจวหานจินคิดในใจว่าจะพูดเรื่องที่รู้อยู่แล้วทำไม แต่วินาทีต่อมาสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป!
นั่นสิ!
รายการยังไม่ออกอากาศ!
แล้วจางซีหยางรู้ได้ยังไงว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง?
นอกจากเขาจะอยู่ในเหตุการณ์ด้วย!
แล้วหลังจากอัดรายการเสร็จปุ๊บ ตนก็รีบโทรไปเอาเรื่องจางซีหยางทันที…
นี่มันเท่ากับเปิดเผยความจริงว่าวันนี้ตนก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วยไม่ใช่หรือไง?
พลาดมหันต์แล้ว!
โจวหานจินตบหัวตัวเองดังปาบ พร้อมกันนั้นก็มั่นใจเต็มร้อยว่า “เทพดาราร้อยลักษณ์ต้องเป็นจางซีหยางร้อยเปอร์เซ็นต์!”
เพราะเขาเพิ่งโทรไปยังไม่ทันบอกเลยว่าเกิดอะไรขึ้น อีกฝ่ายก็สวนกลับมาเลยว่า ‘ถ้าฉันบอกว่าฉันไม่ใช่เทพดาราร้อยลักษณ์นายเชื่อนายไหม’
รายการยังไม่ทันออกอากาศ ถ้าอีกฝ่ายไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์จะรู้ได้ยังไงว่าเทพดาราร้อยลักษณ์เป็นใคร?
“สรุปคุณก็คือเจ้าชายกบจริงๆ สินะ”
หลีเซียวมองบน “ทำไมคุณต้องปิดบังฉันเรื่องแข่ง King of Mask Singer ด้วย เกือบทำฉันหน้าแตกแล้วไหมล่ะ”
“คุณเองก็ไม่ได้บอกผมเหมือนกันว่าจะไปเป็นแขกรับเชิญทีมกรรมการนักทายไม่ใช่เหรอ?”
โจวหานจินรู้ว่าปิดบังหลี่เซียวไม่ได้แล้ว ตัวตนของเขาถูกเปิดเผยต่อหน้าแฟนสาวจนหมดเปลือก
แต่ทางฝั่งจางซีหยางยังพอจะกู้สถานการณ์ได้อยู่ คิดได้ดังนั้นโจวหานจิ้นก็โทรหาจางซีหยางอีกรอบ
พอสายติด เสียงของจางซีหยางก็ดังขึ้นมาก่อน “เทพดาราร้อยลักษณ์นั่นไม่ใช่ฉันจริงๆ นะ ฉันไม่ได้อยู่ในงานด้วยซ้ำ เพื่อนที่ไปดูหน้างานมาเล่าให้ฉันฟัง”
โฮ่ หมอนี่ก็ไหวตัวแล้วเหรอ? ทำไมเมื่อกี้ไม่บอกว่านายไม่อยู่ในงานล่ะ?
โจวหานจิ้นไม่เชื่อแม้แต่คำเดียวเลยด้วยซ้ำ แต่บอกกลับไปว่า “ฉันก็ไม่ได้ไปที่งานเหมือนกัน เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้หลี่เซียวกลับมาเล่าให้ฉันฟังทั้งนั้นแหละ”
“…”
“งั้นวางนะ?”
“วางละ”
ทั้งสองคนรู้สึกกระอักกระอวนชอบกลจึงรีบวางสายไป
หลีเซียวกุมขมับ ในที่สุดก็เข้าใจความหมายของคำว่า ‘ไก่อ่อนจิกตีกัน’ แล้ว
ราชาเพลงบ๊องๆ สองคน อย่ามาเล่นเกมชิงไหวชิงพริบอะไรกันเลยจะได้ไหม ในฐานะคนดูรู้สึกเป็นห่วงไอคิวของทั้งคู่จริงๆ
หลินจือไป๋ย่อมไม่รู้เรื่องที่โจวหานจิ้นและจางซีหยางคุยโทรศัพท์ครั้งเดียวก็โป๊ะแตกเผยตัวตนใส่กันเรียบร้อยแล้ว
รายการ ‘King of Mask Singer’ ตัดต่อแทบจะกลายเป็นเกมล่ามนุษย์หมาป่าอยู่แล้ว และเมื่อวันออกอากาศตอนแรกมาถึง กระแสพูดคุยเกี่ยวกับรายการนี้บนโลกออนไลน์ก็ระเบิดแล้ว!
‘รายการใหม่ของคุนเผิงจะฉายคืนนี้แล้ว!’
‘รอไม่ไหวแล้ว!’
‘พอ The Voice จบ ฉันก็ไม่มีอะไรดูอีกเลย รู้สึกว่ารายการวาไรตี้ทั่วไปเดี๋ยวนี้ไม่เข้าตาเลยสักนิด หวังว่ารายการใหม่ของอาจารย์จวินหลินจะช่วยรักษาอาการขาดแคลนวาไรตี้ของฉันได้นะ’
‘ตอนแรกมีนักร้องคนไหนบ้างอะ?’
‘ไม่รู้สิ รายการนี้นักร้องปิดหน้าไปกันหมด ต่อให้เป็นผู้ชมในห้องส่งก็ไม่รู้ว่าใครเป็นใครอยู่ดี!’
‘ได้ยินเสียงก็ฟังไมออกเหรอ?’
‘เสียงก็น่าจะฟังออกแหละมั้ง อย่างเช่นฉันเป็นแฟนคลับโจวหานจิน เสียงราชาเพลงโจวฉันฟังปุ๊บก็รู้ปั๊บเลย!’
‘โจวหานจิน?’
‘ราชาเพลงระดับซูเปอร์สตาร์ขนาดนั้น ไม่น่าจะมาร่วมรายการแข่งขันแบบนี้ป่ะ?’
‘เธอดูอย่าง I Am a Singer ปีนี้จัดไปถึงซีซันสามแล้ว ก็ยังไม่มีระดับราชา ราชินีเพลงมาร่วมรายการเลย แต่ทำไมฉันได้ยินข่าวลือว่าทั้งจางซีหยางและโจวหานจินมากันหมดเลยล่ะ?’
‘ก็ข่าวลือนั่นแหละ’
‘ฉันยังได้ยินว่าเฉาเยว่ก็มาด้วยนะ นี่มันมั่วซั่วชัดๆ ก่อนหน้านี้เฉาเยว่ไปออกรายการศิษย์ครูชนกับคุนเผิงอยู่เลยไม่ใช่เหรอ!’
ในสถานที่ถ่ายทำมีผู้ชมห้าร้อยคน ถึงทีมงานจะขอให้ทุกคนเก็บความลับไว้แต่ก็มักจะมีคนปากโป้งสปอยล์อยู่ดี
แต่ King of Mask Singer ไม่กลัวสปอยล์เลยสักนิด เพราะนักร้องในงานปิดหน้ากันหมด ต่อให้มีสปอยล์หลุดออกมาบ้างก็แพร่กระจายในเน็ตไม่ได้
แถมคนปล่อยข่าวลวงสร้างความสับสนก็มีเยอะเกินไป คนในเน็ตจำนวนมากต่อให้ไม่ได้ไปที่หน้างานก็ยังโม้แต่งเรื่องมั่วซั่ว ทำให้ชาวเน็ตแยกไม่ออกเลยว่าข่าวไหนจริงข่าวไหนปลอม
คืนวันออกอากาศ หลินจือไป๋กลับถึงบ้าน เห็นคนในครอบครัวนั่งเรียงกันอยู่หน้าโซฟา จ่อช่องสถานีโทรทัศน์เทียนกวงไว้เรียบร้อยแล้ว
“มานั่งเร็วลูก” แม่ตบที่ว่างบนโซฟา “King of Mask Singer ใกล้จะฉายแล้ว!”
“อะไรคือ King of Mask Singer เหรอครับ?” หลินจือไป๋ถาม
“รายการใหม่ของคุนเผิงไง” หลินซีตอบ
“อ้อ… งั้นเหรอครับ งั้นผมขอดูด้วย”
หลินจือไป๋ก็นั่งลงบนโซฟากับครอบครัว
ไม่นานนักรายการก็ออกอากาศอย่างเป็นทางการ แพนด้ายักษ์ปรากฏตัวเป็นคนแรก
“พรวด!”
แม่หัวเราะ “เพิ่งเคยเห็นนักร้องร้องเพลงในรูปแบบนี้ครั้งแรกเลย แพนด้ายักษ์เหรอ? ตลกดีแฮะ”
“อุ๊ย!”
“เสียงนี้เหมือนฉางเจวียเซียนคนนั้นไหม”
“แม่รู้สึกว่าเหมือนโหลวตวนนะ”
“พอบอกแบบนี้ก็ได้กลิ่นอายอยู่นะ”
“ที่พวกเธอทายนะผิดหมด นี่ถังจวินปัวชัดๆ!”
หลินซีพูดอย่างภูมิใจ “อย่าลืมสิว่าหนูเป็นรุ่นเก่าในวงการเพลงนะ เรื่องเสียงนักร้องไม่มีใครหูแม่นไปกว่าหนูแล้ว”
และในตอนนั้นเอง สุนัขทิเบตก็ขึ้นสู่เวที พร้อมกับการออกอากาศตอนแรกของ King of Mask Singer
ผู้คนนับไม่ถ้วนในฉินโจวต่างก็เฝ้าหน้าจอช่องเทียนกวง
หอพักมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง พอเห็นสุนัขทิเบตเริ่มร้องเพลง ทั้งหอพักก็เดือดพล่าน!
“อ๊ากก โจวหานจิน!”
“ที่แท้โจวหานจินก็มาร่วมแข่งจริงๆ ด้วย!”
“ก่อนหน้านี้ฉันเห็นในเน็ตพูดกันยังไม่เชื่อเลย!”
“คุนเผิงดึงราชาเพลงโจวมาได้จริงๆ แฮะ!”
“ทำไมฉันรู้สึกว่าเสียงนี้ต่อให้เหมือนราชาเพลงโจว แต่ภาพรวมยังขาดเสน่ห์ไปหน่อยนะ?”
“ฉันก็รู้สึกเหมือนกัน”
“เหมือนจะมีร่องรอยการเลียนแบบอยู่หน่อยๆ”
“เป็นเขานั่นแหละ เรียกว่าทำสวนกระแสไง!”
กลุ่มคนในหอพักเถียงกันไปมาไม่มีใครยอมใคร แต่ความสนใจที่มีต่อรายการกลับเข้มข้นอย่างมาก!
ในวงการผู้คนไม่น้อยก็กำลังดู King of Mask Singer พลางพูดคุยกันในกลุ่มแชทเพื่อนร่วมวงการ ตอนนี้ถึงคิวเจ้าชายกบออกมาแล้ว
“เชี่ย!”
“ทำไมมีโจวหานจินโผล่มาอีกคนแล้วเนี่ย!”
“ฮ่าๆๆ ฉันก็บอกแล้วว่าเมื่อกี้ตัวปลอม!”
“คนนี้ต่างหากตัวจริง”
“ถ้าเทียบกัน เจ้าชายกบคนนี้เหมือนตั้งแปดส่วน สุนัขทิเบตเหมือนกับราชาเพลงโจวแค่หกส่วนเอง!”
“เจ้าชายกบ = โจวหานจิน?”
“หือ?”
“ฉันยังรู้สึกว่าสุนัขทิเบตต่างหากคือตัวจริง คนนี้ต่างหากที่เลียนแบบ แค่สุนัขทิเบตจงใจไม่ใช้เสียงจริง ส่วนคนนี้พยายามเลียนแบบสุดชีวิต มันเลยเกิดความต่างแบบนี้ไง!”
“นายคิดมากไปแล้ว!”
คนทั้งวงการต่างพากันตื่นตระหนกตกใจ รายการนี้กระตุ้นความสนใจของพวกเขาได้อย่างเต็มเปี่ยม โดยเฉพาะมืออาชีพในวงการเพลงพวกนั้น!
บนโลกออนไลน์!
แพลตฟอร์มจี๋กวง!
ทันทีที่ผู้เข้าแข่งขันสวมหน้ากากสองคนอย่างสุนัขทิเบตและเจ้าชายกบที่สงสัยว่าจะเป็นโจวหานจินปรากฏตัว กระแสการพูดคุยในขณะนี้ก็ถาโถมเข้ามาอีกระลอก!
‘รายการสนุกจัง!’
‘สมกับเป็นผลงานของจวินหลินแห่งคุนเผิง!’
‘พวกเธอว่าสุนัขทิเบตกับเจ้าชายกบ ใครคือโจวหานจินกันแน่!’
‘สุนัขทิเบตชัวร์!’
‘เจ้าชายกบร้อยเปอร์เซ็นต์!’
‘ยังไงสองคนนี้ก็ต้องมีคนนึงเป็นราชาเพลงโจวแหละ!’
‘ฮ่าๆๆๆๆ รู้สึกเหมือนเล่นเกมทายปริศนาเลย สองคนนี้ดูซนเอาเรื่องจริงๆ แล้วทำไมคนพวกนี้มีแต่สัตว์ล่ะเนี่ย ทีมงานบังคับให้ตั้งชื่อแบบนี้เหรอ?’
‘ไม่หรอก’
‘ทำไมอะ?’
‘เพราะผู้เข้าแข่งขันคนที่สี่ออกมาแล้ว เขาชื่อเทพดาราร้อยลักษณ์ ชื่อเนี้ยฟังปุ๊บก็รู้เลยว่าไม่ได้มาจากสวนสัตว์ที่ไหน!’
‘ฮ่าๆ’
ท่ามกลางเสียงหัวเราะเฮฮา เทพดาราร้อยลักษณ์ก็เริ่มร้องเพลงแล้ว เพียงแต่ทันทีที่เขาเปล่งเสียง เสียงหัวเราะของผู้ชมทุกคนก็หยุดลงทันที
ใบหน้าแต่ละคนที่อยู่หน้าจอค่อยๆ ตกตะลึงอ้าปากค้าง!