ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 342 ราชาเพลงหน้ากากดังระเบิด!
ใครจะไปนึกว่าต่อจากสุนัขทิเบตและเจ้าชายกบ เสียงของเทพดาราร้อยลักษณ์คนนี้จะเหมือนโจวหานจินไปด้วยอีกคน!
ฮือฮา!
คอมเมนต์ลอยระเบิด!
“คุณพระช่วย นี่มันสถานการณ์อะไรกันเนี่ย ที่แท้สองคนแรกก็ตัวปลอม เทพดาราร้อยลักษณ์คนนี้ต่างหากคือโจวหานจินตัวจริง!?”
“กลิ่นอายนี้ใช่เลย!”
“นี่แหละสไตล์การร้องแบบตระกูลโจว รสชาติดั้งเดิม!”
“ฉันขำจะบ้าตายอยู่แล้ว นี่มันการประกวดเลียนแบบโจวหานจิ้นใช่ไหมเนี่ย?”
“นี่มันศึกชิงแชมป์เลียนแบบโจวหานจิ้นชัดๆ เลย พวกเธอดูสุนัขทิเบตกับเจ้าชายกบสิ อย่างกับคนเอ๋อไปแล้ว พวกเขาคงนึกไม่ถึงเหมือนกันว่าเลียนแบบราชาเพลงโจวแต่ดันมาเจอตัวจริงเข้าให้!”
“โจวหานจินสามคน ยอมรับเลยว่าฉันมึนตึ๊บ!”
“เจ้าชายกบดูลนลานมาก ทั้งที่เมื่อกี้เขาเลียนแบบได้ดีขนาดนั้น เกือบหลอกพวกเราได้แล้วเชียว!”
“เทพดาราร้อยลักษณ์: อย่างพวกนายสองคนคิดจะมาเลียนแบบฉันเหรอ?”
“ถ้าไม่เชื่อมั่นในจรรยาบรรณของคุนเผิง ฉันเกือบสงสัยแล้วว่าเป็นบท รายการวาไรตี้สนุกจริงๆ ให้ตายเถอะ!”
“ฮ่าๆๆ ราชินีเพลงหลี่ยังเอ๋อเลย ขนาดคำถามว่าเมื่อเช้าสระผมมาไหม ยังถามสามคนไปสามรอบ!”
“หลี่เซียวก็คงนึกไม่ถึง อยู่ดีๆ ก็มีแฟนเพิ่มมาเป็นสามคน เสือกับหนูแยกไม่ออกเลยทีเดียว!”
แปลกใหม่!
น่าสนใจ!
นี่คือความรู้สึกแรกของทุกคนที่ดูรายการวาไรตี้นี้!
และเมื่อ ‘โจวหานจินสามคน’ ปรากฏตัวบนเวที แม้แต่หลี่เซียวก็ยังตกที่นั่งลำบาก เอฟเฟกต์วาไรตี้พุ่งทะลุปรอทในทันที!
ที่บ้านแม่ตาโต!
หลินซีมึนตึ๊บ!
หลินเชิงเทียนพูดไม่ออก!
หลินตงก็หลุดขำ!
โจวหานจินสามคนอยู่บนเวทีเดียวกันทำให้ผู้ชมสับสนวุ่นวายจริงๆ รวมทั้งครอบครัวของหลินจือไป๋ด้วย แต่หลังจากความสับสนก็คือเสียงหัวเราะลั่นของทุกคน!
และแล้วการแข่งขันรอบสองก็เริ่มขึ้น สุนัขทิเบตเลิกเสแสร้งเปลี่ยนเสียงร้องไป แม่พูดว่า “สุนัขทิเบตคนนี้แกล้งปลอมต่อไม่ไหวแล้ว พอพูดว่าก็เจอตัวจริงเข้าให้นี่นา”
หลินตงพยักหน้า “แอบต่อก็เสียมารยาทแล้ว”
หลินซีเกาหัวแกรกๆ “แต่ทำไมหนูรู้สึกทะแม่งๆ นะ?”
หลินจือไป๋พูดว่า “ไม่เห็นมีอะไรทะแม่งเลยครับ เทพดาราร้อยลักษณ์คนนี้ต้องเป็นโจวหานจินแน่นอน ผมรู้จักเขาดี!”
หลังจากนั้นไม่นาน เทพดาราร้อยลักษณ์ก็ขึ้นเวทีอีกครั้ง ความคลั่งไคล้ของชาวเน็ตแทบจะพุ่งทะลุจอ ตะโกนก้องไปพร้อมกับผู้ชมในงาน
“ราชาเพลงโจว!”
“ราชาเพลงโจว!”
“ราชาเพลงโจว!”
เห็นได้ชัดว่าผู้คนหน้าจอก็เหมือนกับผู้ชมในห้องส่ง ต่างปักใจเชื่อไปแล้วว่าเทพดาราร้อยลักษณ์คือโจวหานจิน
เพียงแต่ต่อมาเมื่อเทพดาราร้อยลักษณ์ใช้เสียงของจางซีหยางร้องเพลง ‘อยากร้องเพลงให้เธอฟัง’ เพลงนั้นขึ้นมา ผู้ชมหน้าจอก็ตกตะลึงจนตัวแข็งทื่อไปในทันทีเหมือนกับคนในฮอลล์เหล่านั้น!
“…”
“นี่มัน!”
“จางซีหยาง?”
“เป็นเสียงของจางซีหยาง!”
“พระเจ้าช่วย!”
“…”
“ที่แท้เทพดาราร้อยลักษณ์ก็คือจางซีหยาง!”
เสียงเพลงของเทพดาราร้อยลักษณ์ดังคลอไปกับเสียงอุทานด้วยความทึ่งจากผู้ชมหน้าจอ นุ่มนวลไม่เร่งรีบ แทรกซึมเข้าสู่โสตประสาทของผู้คนนับไม่ถ้วน โผบินเข้าสู่หัวใจคนนับไม่ถ้วน
“อยากขับขานให้เธอได้ฟัง วัยเยาว์ที่งดงามดังบุบผา ให้ดอกไม้นั้นเบ่งบานเต็มที่เถิดหนา แต่งแต้มวันเวลาของเธอและกิ่งก้านของฉัน ฉันจะขับขานให้เธอได้ฟัง ให้ฉันใช้ความรู้สึกที่ร้อนแรงนี้ทำให้เธอประทับใจได้ไหม วันเวลาคือสีแดงแห่งความเขินอายที่น่าจดจำและอาวรณ์”
เพลงนี้ไม่ใช่ผลงานแนวระเบิดเวที มันเป็นเพียงเพลงโฟล์กเรียบง่าย เนื้อเพลงอบอุ่น สไตล์นุ่มนวล ผสานกับน้ำเสียงสไตล์จางซีหยาง จึงเข้าถึงส่วนที่อ่อนไหวที่สุดในใจของผู้ฟังได้ง่ายดาย ราวกับเส้นประสาทเส้นหนึ่งได้ถูกสัมผัสเข้า
‘เพลงนี้สุดยอดเลย!’
‘ใครแต่งเนี่ย’
‘ถ้าเทพดาราร้อยลักษณ์คือจางซีหยาง เป็นไปได้ไหมว่าเพลงนี้อาจารย์ไปตี้เป็นคนแต่ง?’
‘เป็นไปได้นะ!’
‘ในความทรงจำเหมือนไปตี้จะไม่เคยแต่งงานแนวโฟล์กนะ เพลงนี้มีสไตล์โฟล์กแคมปัสมาก’
‘หือ?’
‘เทพดาราร้อยลักษณ์บอกว่าเพลงนี้เขาแต่งเองเหรอ?’
‘ไม่ยักษ์รู้ว่าจางซีหยางแต่งเพลงเป็น ถึงเขาจะแต่งเป็นก็ปกติ’
‘…’
‘งั้นปัญหาก็คือ ถ้าเทพดาราร้อยลักษณ์ไม่ใช่โจวหานจิน แล้วใครคือโจวหานจิน?’
“…”
‘บ้าเอ๊ย ปวดสมองชะมัด!’
CPU ของชาวเน็ตไหม้กันหมดแล้ว การที่เทพดาราร้อยลักษณ์แปลงกายเป็นจางซีหยางร้องเพลง ‘อยากร้องเพลงให้เธอฟัง’ ในรอบที่สองเรียกได้ว่าหักมุมสะท้านฟ้า!
ต่อให้เอาไปใส่ในหนัง ฉากนี้ก็ต้องเป็นฉากที่พีคสุดๆ แน่นอน!
ขณะเดียวกันฉากนี้ก็เป็นจุดพีคที่สุดของ King of Mask Singer ตอนที่หนึ่งด้วย!
แน่นอนตอนหลังก็ยังมีจุดพีคอีก นั่นคือการเปิดหน้ากากของหุ่นยนต์
พี่ชายที่ชื่อลู่อวิ่นคนนี้เป็นถึงนักร้องแถวสอง กลับอยู่ไม่พ้นตอนแรกของ King of Mask Singer เล่นเอาคนในวงการช็อกกันไปเลย!
ให้ตายเถอะ!
นักร้องแถวสองเลยนะ!
ระดับตำแหน่งในวงการเพลงอย่างลู่อวิ่นไปอยู่รายการอื่นต้องเป็นตัวหลักแน่นอน แต่มาอยู่ในรายการวาไรตี้ใหม่ของคุนเผิงรายการนี้กลับถูกคัดออกตั้งแต่ตอนแรก
งั้นพวกนักร้องหน้ากากที่ชนะนักร้องแถวสองคนนี้ไป เป็นตัวประหลาดอะไรกันแน่!
หลินจือไป๋นั่งดู King of Mask Singer กับครอบครัวจนจบ พอจบคนในครอบครัวก็ถกเถียงเรื่องรายการกันอย่างออกรส
ส่วนหลินจือไป๋ก็อิ่มเอมใจแล้ว จึงกลับไปห้องนอนตัวเอง ถือโอกาสหยิบมือถือมาดูผลตอบรับในเน็ต
ผลคือแค่เหลือบมองครั้งเดียวก็เห็นข่าวที่เกี่ยวข้องมากมาย
‘King of Mask Singer ตอนแรกกระแสดีถล่มทลาย!’
‘นักร้องแถวสองลู่อวิ่นตกรอบแรกรายการ King of Mask Singer!’
‘เทพดาราร้อยลักษณ์คือจางซีหยาง?’
‘จางซีหยางเลียนแบบเสียงร้องโจวหานจิน!?’
‘สุนัขทิเบตคือใคร?’
‘ตัวตนของเจ้าชายกบกระตุ้นความอยากรู้!’
‘ราชินีเพลงหลี่เซี่ยวนำทัพทีมกรรมการนักทายรายการ King of Mask Singer!’
ใต้ข่าวมีคอมเมนต์นับไม่ถ้วน
“ไม่เสียแรงที่ฉันคาดหวังกับรายการนี้มาก ตอนที่หนึ่งก็ระเบิดขนาดนี้!”
“ชอบเทพดาราร้อยลักษณ์จางซีหยางมาก!”
“ฉันรู้สึกว่าเทพดาราร้อยลักษณ์อาจจะไม่ใช่จางซีหยางก็ได้นะ”
“เป็นเขาแน่นอน!”
“แค่ไม่รู้ว่าสุนัขทิเบตกับเจ้าชายกบใช่โจวหานจิ้นหรือเปล่า!”
“รายการนี้ทำให้คนเดาจนหัวโตเลยจริงๆ!”
“ตอนแรกพวกเรามั่นใจเต็มเปี่ยม คิดว่านักร้องที่คุ้นเคยน้ำเสียงบนเวทียังไงก็ปิดไม่มิด แต่พอดูการแข่งขันจริงถึงได้รู้ว่าเดายากมาก โดยเฉพาะนักร้องที่ตั้งใจจะปิดบัง!”
“แต่เดากันไปเดากันมาแบบนี้แหละถึงสะใจ!”
“ฉันทายถูกด้วยว่าลู่อวิ่นคือหุ่นยนต์ ฮ่าๆๆ!”
ไม่ใช่แค่การถกเถียงใต้ข่าว คำค้นหายอดฮิตที่เกี่ยวข้องบนแพลตฟอร์มจี๋กวงก็ระเบิดแล้วเช่นกัน หลินจือไป๋กวาดตามองดูล้วนเป็นมีมฮิตและหัวข้อการแข่งขันที่เกี่ยวกับ King of Mask Singer ทั้งสิ้น
#สวนสัตว์หน้ากาก
อันนี้เข้าใจได้เพราะนักร้องเจ็ดคนในตอนแรกหาคนเกี่ยวข้องกับสัตว์หมดเลย
#การประกวดเลียนแบบโจวหานจิน
อันนี้ก็เข้าใจได้เช่นกัน เพราะนักร้องเจ็ดคน มีโจวหานจินไปแล้วสาม
#แฟนหนุ่มทั้งสามของหลี่เซียว
อันนี้หลินจือไป๋ไม่เข้าใจแล้ว แต่ในใจหวังว่าโจวหานจิ้นจะเข้าใจนะ
#สรุปโจวหานจิ้นสระผมหรือไม่สระ
เอาเถอะ อันนี้ต้องโทษหลี่เซียวแล้ว ใครใช้ให้เธอเจอใครในรายการก็ถามว่า ‘เมื่อเช้าคุณสระผมหรือเปล่า’ ล่ะ ทำเอาตอนนี้ชาวเน็ตทั่วทั้งบางอยากรู้กันไปหมดว่าวันที่อัดรายการราชาเพลงโจวของเราสระผมหรือเปล่า
แค่สี่หัวข้อนี้ก็ล้วนเกี่ยวข้องกับ King of Mask Singer
รายการเพิ่งฉายจบก็มีอิทธิพลขนาดนี้ ตามประสบการณ์แล้ว King of Mask Singer ดังระเบิดแน่นอน
แต่สิ่งที่หลินจือไป๋นึกไม่ถึงคือ หลังจากสี่หัวข้อนี้โผล่มาไม่นาน ก็มีหัวข้อติดเทรนด์ใหม่โผล่ขึ้นมา หัวข้อชื่อว่า #จางซีหยางร้าย
หลินจือไป๋รู้สึกงงๆ พอกดเข้าไปดูถึงได้พบว่าที่แท้ก็เป็นโจวหานจินกับหลี่เซียวสองคนกำลังโต้ตอบกันอย่างสนิทสนมกับเหล่าจางนั่นเอง
เริ่มจากโจวหานจินโพสต์ข้อความว่า “เพิ่งดู King of Mask Singer จบ นึกไม่ถึงว่าจะมึตัวแสบสามคนเลียนแบบเสียงร้องของฉัน และที่ยิ่งไม่คาดคิดไปกว่านั้นคือ ในตัวแสบพวกนั้นดันเป็นพี่น้องที่รักของฉัน @จางซีหยาง อยูด้วย นายมันร้ายชัดๆ (โกรธ/พูดไม่ออก)!”
จากนั้นหลี่เซียวก็สามีร้องภรรยารับ แท็กจางซีหยางตามไปแล้วเสริมประโยคหนึ่งว่า “คุณมันร้ายกาจมาก (ยิ้มอ่อน/มีดโกน)”
หลินจือไป๋หัวเราะร่า ความสะใจของตัวตนเรื่อง หลังจากหัวเราะจบ หลินจือไป๋ก็ต้องเริ่มคิดถึงเพลงที่จะร้องในสัปดาห์หน้าแล้ว
ตอนแรกมีนักร้องถูกคัดออกสองคน ตอนที่สองก็จะมีนักร้องเข้ามาเสียบแทนสองคน กติกาการเล่นคล้ายกับ I Am a Singer มาก
หลินจือไป๋จำเป็นต้องรักษาตำแหน่งผู้นำของตัวเองต่อไป ไม่ได้หวังจะคว้าที่หนึ่ง แต่ต้องติดหนึ่งในห้าเพื่อรับประกันว่าตัวเองจะไม่ถูกคัดออก
“สุนัขทิเบตดูเหมือนจะเก่งกาจมาก ส่วนเจ้าชายกบก็คือโจวหานจิน ถ้าเทียบทักษะการร้องอย่างเดียวกับสองคนนี้ ฉันอาจเป็นรองอยู่ขั้นหนึ่ง แต่ตั้งเป้าหมายไว้ที่อันดับสามก็ยังดี”
“ไม่แน่อาจจะมีลุ้นที่สองหรือแม้แต่คว้าที่หนึ่งต่อก็ได้ เพราะสองคนนั้นยังไม่ได้เอาจริงเต็มที่”
ช่วงแรกของการแข่งขันไม่จำเป็นต้องงัดกลยุทธ์ทั้งหมดออกมาใช้ ยิ่งเป็นไม้ตายยิ่งต้องเก็บไว้ใช้ทีหลัง นี่เป็นเรื่องสามัญ
หลินจือไป๋เองก็ไม่ได้กะจะปล่อยท่าไม้ตายตอนนี้ เขายังอยากสนุกกับการแข่งขันให้เต็มที่
“คิดออกแล้ว!”
กวาดตามองผ่านหัวข้อที่กำลังเป็นกระแสอีกครั้ง หลินจือไป๋ก็ค่อยๆ คิดได้ว่าจะใช้สองเพลงไหนสำหรับการแข่งขันในสัปดาห์หน้า
และผลกระทบที่เกิดจากการออกอากาศตอนแรกของ King of Mask Singer ก็ไม่ได้มีแค่ในโลกออนไลน์เท่านั้น ยังรวมถึงในโลกความเป็นจริงด้วย
อย่างเช่นสถานีโทรทัศน์เสินฮวาก็ได้รับผลกระทบหนัก ช่วงนี้พวกเขาเพิ่งออกรายการใหม่มา เดิมทีเรตติ้งก็ดูดีใช้ได้ ใครจะรู้ว่าอยู่ๆ สถานีโทรทัศน์เทียนกวงก็จัด King of Mask Singer มาฉายชนในช่วงเวลาเดียวกัน ผู้ชมเลยหายไปครึ่งหนึ่งในพริบตา!
“เชี่ย!”
“สถานีโทรทัศน์เทียนกวงกับคุนเผิงซุ่มโจมตีพวกเราอีกแล้ว!”
“ทำไมพอเราออกละครใหม่พวกเขาก็จองล้างจองผลาญ ขนาดเราออกรายการวาไรตี้ใหม่ พวกเขาก็ยังจองล้างจองผลาญอีก!”
“นึกว่าจะฆ่าสถานีโทรทัศน์เสินฮวาให้ตายกันไปข้างเลยใช่ไหม?”
“เพราะการร่วมมือกันสองครั้งนี้ของเทียนกวงกับคุนเผิง เรตติ้งรวมของช่องเราตอนนี้ร่วงกราวเลยนะ!”
“แค่เพราะตอนนั้นสถานีโทรทัศน์เสินฮวาของเราทิ้ง ‘มังกรหยก’ ไปเนี่ยนะ? เรื่องนี้ยังไม่จบไม่สิ้นกันอีกเหรอ!”
“โทษหลินเชี่ยคนเดียวเลย!”
“ชู่ว…! เบาเสียงหน่อย!”
ทีมงานสถานีโทรทัศน์เสินฮวาแทบจะร้องไห้กันอยู่แล้ว!
ส่วนหลินชิวผู้อำนวยการสถานีคนปัจจุบันของเสินฮวา ยิ่งหน้าดำคร่ำเครียดจนแทบจะบิดเป็นน้ำได้!
หลินชิวรับช่วงต่อสถานีโทรทัศน์เสินฮวามาจากมือหลินเชี่ย เดิมทีกะจะสร้างผลงานใหญ่ แต่สถานการณ์ตอนนี้กลับไม่ได้ดีไปกว่าสมัยหลินเชี่ยเท่าไหร่เลย!
หลินเชี่ยสมควรตาย!
ทิ้งปัญหาบ้าบออะไรไว้ให้เขาเนี่ย! ทำไมถึงไปแหย่ศัตรูที่น่ากลัวอย่างคุนเผิงเข้าได้!
บริษัทบันเทิงแห่งหนึ่ง
“ดูท่ากระแส King of Mask Singer จะระเบิดอีกแล้ว คุนเผิงไร้เทียมทานด้านวาไรตี้แล้วจริงๆ”
“นั่นสิ”
“ดาราหญิงเบอร์หนึ่งของบริษัทเราช่วงนี้ยุ่งอะไรอยู่?”
“พักผ่อนอยู่ครับ ช่วงก่อนหน้านี้เดินสายโปรโมตเพลงใหม่มาเหนื่อยมาก”
“ให้เธอไป King of Mask Singer หน่อยสิ”
“คุณคิดจะ…?”
“รายการนี้กระแสแรงขนาดนี้ เธอควรไปเข้าร่วมนะ ไปเกาะกระแสหน่อย ฉันมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้กำกับฝั่งโน้นอยู่บ้าง พอจะยัดเธอเข้าไปได้ จำไว้ว่าตอนสุดท้ายต้องเปิดหน้ากากนะ ไม่งั้นใครจะไปจำได้ว่าเธอเคยมาเวทีนี้”
“เข้าใจแล้วครับ!”
“ไม่แน่รายการใหม่ของคุนเผิงที่ให้ปิดหน้าร้องเพลงรายการนี้ อาจจะกลายเป็น The Voice รายการที่สองก็ได้”
ในวงการบันเทิงฉินโจว รายการวาไรตี้ที่แค่ออกอากาศตอนแรกก็มีกระแสพูดถึงถล่มทลายอย่าง King of Mask Singer โดยปกติแล้ว บริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่ต่างๆ ก็มักจะพยายามกันสุดชีวิตเพื่อส่งศิลปินในสังกัดตัวเองเข้าร่วมรายการ