ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 345 นักร้องแถวสองในรายการนี้เป็นได้แค่ตัวประกอบ?
ณ สถานที่ถ่ายทำ เสียงดนตรีเงียบลง เสียงปรบมือดั่งเกลียวคลื่น เสียงโห่ร้องดังเกลียวคลื่น
เพียงแต่เสียงโห่ร้องในครั้งนี้ ผู้ชมด้านล่างเวทีกลับต่างคนต่างตะโกนชื่อที่ตัวเองคิด ทำเอาแขกรับเชิญทีมกรรมการนักทายถึงกับกลั้นหัวเราะไม่อยู่
“หลินโสวจัว!”
“โจวหานจิน!”
“จางซีหยาง!”
พวกคุณช่วยตกลงกันให้ได้ก่อนจะได้ไหมเนี่ย!
ในที่สุดก็รอจนเสียงโห่ร้องจางหายไป พิธีกรจึงเริ่มให้ทุกคนโหวตคะแนนเพลง
การโหวตสิ้นสุดลง แขกรับเชิญทีมกรรมการนักทายต่างอดใจรอไม่ไหวกันมานานแล้ว เริ่มจากน้ำเสียงตื่นเต้นของหลี่เชียว
“กฎเดิมนะคะ คำถามแรกพวกเราขอความจริงใจหน่อย”
“จะพยายามครับ”
เทพดาราร้อยลักษณ์ตอบสั้นๆ ได้ใจความ
หลี่เซียวจ้องมองเทพดาราร้อยลักษณ์แล้วถามว่า “คุณคือราชาเพลงใช่ไหมคะ?”
ภายใต้หน้ากากเทพดาราร้อยลักษณ์ หลินจือไป๋กะพริบตาปริบๆ แล้วตอบว่า “ไม่ใช่ครับ”
ไม่ใช่ราชาเพลง!?
ผู้ชมเบิกตากว้าง ถ้าไม่ใช่ราชาเพลง งั้นก็แปลว่าเทพดาราร้อยลักษณ์ไม่ใช่จางซีหยาง และไม่ใช่โจวหานจิ้นจริงๆ น่ะสิ… งั้นความเป็นไปได้ที่เขาจะเป็นหลินโสวจัวก็มีมากที่สุด?
แต่ก็ไม่ตัดความเป็นไปได้ที่เทพดาราร้อยลักษณ์จะไม่ได้พูดความจริง
เพราะกฎที่ว่าคำถามแรกห้ามโกหก เป็นกฎที่แขกรับเชิญตั้งกันขึ้นมาเอง นักร้องหน้ากากไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามก็ได้
และในวงการเพลงก็มีนักร้องบางคนที่ทักษะการร้องถึงระดับราชาเพลง แต่เจ้าตัวยังไม่ได้เป็นราชาเพลงอยู่จริงๆ นี่เป็นเรื่องปกติมาก
เหมือนกับจางซีหยางในตอนแรก ถ้าไม่ได้พบกับไปตี้ ต่อให้เขามีความสามารถระดับราชาเพลง ก็คงยากที่จะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนี้ได้
ในวงการบันเทิงถ้าอยากจะขึ้นไปถึงจุดสูงสุด มีแค่ความสามารถอย่างเดียวยังไม่พอ ต้องพึ่งทรัพยากรและโอกาสด้วย
และไปตี้ก็คือทรัพยากรและโอกาสของจางซีหยาง!
“งั้นคุณคืออาจารย์หลินโสวจัวเหรอครับ?” บนใบหน้าของเถียนเหวยเต็มไปด้วยความคาดหวัง
“ไม่ใช่ครับ” เทพดาราร้อยลักษณ์ตอบ
หานปัวที่อยู่ข้างๆ พูดว่า “จุ๊ๆ คำตอบนี้อาจจะไม่จริงก็ได้นะ เพราะทักษะการร้องของอาจารย์หลินโสวจัวก็ร้ายกาจมากเหมือนกัน”
“ผมขอถามคำถามที่ตอบยากหน่อยนะ”
อิ้งเหวยยิ้มถาม “อาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์ คุณคิดว่าตัวเองดังไหมครับ?”
“ก็ดังอยู่นะครับ” เทพดาราร้อยลักษณ์ตอบเรียบๆ
คำจำกัดความของคำว่า ‘ดัง’ มันกว้างเกินไป แต่ไม่ว่ายังไงหลินจือไป๋ก็รู้สึกว่าตัวเองน่าจะนับว่าดังมากแล้ว
ผู้ชมรู้สึกจนใจ คำถามนี้มันตอบยากตรงไหนเนี่ย นักร้องที่กำลังดังในวงการบันเทิงมีตั้งเยอะแยะ!
“หลินโสวจัวก็นับว่าดังในระดับหนึ่งแล้ว”
“ถ้าเทพดาราร้อยลักษณ์ไม่ใช่ราชาเพลง ความเป็นไปได้ที่เขาจะเป็นหลินโสวจัวก็สูงที่สุด!”
“ฉันไม่กล้าเดาว่าเขาคือหลินโสวจัวแล้ว”
“พวกเราโดนเขาหลอกมาสองครั้งแล้วนะ!”
“ที่แท้เทพดาราร้อยลักษณ์ก็หมายถึงเสียงร้อยลักษณ์นี่เอง!”
“ถ้าเขาไม่ใช่โสวจัว งั้นรอบนี้โสวจัวก็ซวยแย่เลย โดนแกงจนเปื่อยแล้วมั้ง ฮ่าๆๆ เอาเป็นว่าในฐานะแฟนคลับของโสวจัว ฉันฟังไม่ออกเลยว่ามีอะไรขัดหู ถ้าไม่มีบทเรียนจากสองครั้งก่อน ฉันแทบจะนึกว่าเขาคือโสวจัวไปแล้ว!”
“จะว่าไปจางซีหยางก็เพิ่งโดนเขาแกงไปไม่ใช่เหรอ?”
“กระแสปั่นในเน็ตใหญ่โตขนาดนั้น สรุปเข้าใจผิดซะงั้น พวกแอนตี้คงร้องไห้แทบตาย เล่นกันแบบนี้ไม่ได้นะ!”
ผู้ชมงงกันไปหมดแล้ว ทีมกรรมการนักทายก็มึนตึ๊บเหมือนกัน นี่มันรายการแข่งร้องเพลงที่ไหนกัน?
นี่มันรายการแข่งใช้สมองชัดๆ!
ทุกคนทำได้แค่เลือกที่จะเชื่อคำตอบแรกของเทพดาราร้อยลักษณ์ว่าเขาไม่ใช่ราชาเพลงจริงๆ
ด้วยเหตุนี้ ความเป็นไปได้ที่เทพดาราร้อยลักษณ์จะเป็นหลินโสวจัวจึงเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าเสียงนี้อาจจะเป็นการปลอมแปลงของเขาเหมือนกันก็ตาม!
เทพดาราร้อยลักษณ์เสแสร้งเก่งเกินไปแล้ว แต่ละเพลงดันใช้เสียงร้องไม่เหมือนกัน!
ไม่เหมือนนักร้องหน้ากากคนอื่น ต่อให้แกล้งดัดเสียงพวกเขาก็ทำได้แค่เสียงเดียว!
“เดายากเกินไปแล้ว!”
หลี่เซียวปวดหัวพลางกล่าว “ไม่งั้นคุณช่วยใบ้ข้อมูลกับทุกคนสักนิดเถอะค่ะ อาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์!”
“ได้ครับ”
ที่ทำให้คนคาดไม่ถึงคือเทพดาราร้อยลักษณ์ตอบตกลง และกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า
“ผมไม่ใช่จางซีหยางครับ”
พอประโยคนี้หลุดออกมา สีหน้าของทีมกรรมการนักทายก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย ในใจของผู้ชมก็ไหววูบ
ดูท่ากระแสสังคมในเน็ตจะทำให้เทพดาราร้อยลักษณ์ไม่พอใจเอามาก ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่เป็นฝ่ายเผยข้อมูลจริงออกมาแบบนั้น
หลี่เชียวพูดติดตลก “ก่อนหน้านี้ฉันยังบ่นในแพลตฟอร์มจี๋กวงอยู่เลยว่าจางซีหยางร้ายกาจ นึกไม่ถึงว่าจะไปใส่ร้ายเขาเข้าให้แล้ว คนที่ร้ายกาจจริงคืออาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์ต่างหาก!”
“อาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์คุณร้ายมาก!”
“อาจารย์จางซีหยางรับหม้อดำใบนี้ไปเต็มๆ เลย!”
แขกรับเชิญทีมกรรมการนักทายคนอื่นๆ ก็พากันผสมโรง
การโต้ตอบกับทีมกรรมการนักทายจบลงเพียงเท่านี้ หลินจือไป๋กลับมาที่หลังเวที เซียวหลงเยว่ก็รีบเอาน้ำมาให้ทันที
หลินจือไป๋ใช้หลอดดูดน้ำไปสองอึกแก้กระหาย แล้วจ้องมองทีวีหลังเวที ตั้งใจดูการแสดงลำดับต่อไป
วันนี้มีนักร้องตัวสำรองสองคน คนหนึ่งชื่อกระเบนปีศาจ อีกคนชื่อนกกาเหว่า
ทั้งสองคนนี้ล้วนเป็นนักร้องชาย
ในส่วนการร้องของกระเบนปีศาจนั้น หลินจือไป๋ฟังไม่ออกว่าเป็นเสียงใคร ทำได้แค่รู้สึกว่าฝีมือเก่งกาจมาก ระดับนักร้องรุ่นเก่าแน่นอน!
แต่เสียงของนกกาเหว่าคนนั้น หลินจือไป๋ฟังแล้วรู้สึกคุ้นหูอยู่ลางๆ คิดอยู่นานถึงนึกขึ้นได้ นี่เหมือนจะเป็นเสียงของหลัวเยียน ผู้เข้าแข่งขันรายการ ‘The Voice’ เลย!
เสียงของหลัวเยียนเคยถูกโค้ชในรายการ ‘The Voice’ เปรียบเปรยว่าเป็น ‘ไซเรน’ เอกลักษณ์บางอย่างในนั้นมันซ่อนได้ยากเกินไป
ทีมกรรมการนักทายมีคนจากรายการ ‘The Voice’ อยู่ไม่น้อย
หลี่เชียวเองก็เคยรับหน้าที่เป็นโค้ชในรายการ ‘The Voice’
ดังนั้นพอฟังสียงร้องของนกกาเหว่าคนนี้จบ แต่ละคนก็รีบคาดเดากันอย่างตื่นเต้น
“หลัวเยียน!?”
“ใช่คุณไหม?”
“เสียงเหมือนอยู่นะ!”
“เหมือนจะมีบางอย่างต่างไปหรือเปล่า?”
“นกกาเหว่าอาจจะกำลังเลียนแบบเทพดาราร้อยลักษณ์ จงใจเลียนเสียงหลัวเยี่ยนก็ได้!”
“โอย!”
“ต้องโทษเทพดาราร้อยลักษณ์คนเดียวเลย!”
“ทำเอาต่อให้ได้ยินเสียงเหมือนใครก็ไม่กล้าฟันธงแล้ว!”
“เพราะก่อนหน้านี้สุนัขทิเบตกับเจ้าชายกบก็เคยเลียนเสียงโจวหานจินมาแล้วนี่นา!”
พูดถึงสุนัขทิเบตและเจ้าชายกบ วันนี้ทั้งสองคนยังคงโชว์ฟอร์มได้อย่างมั่นคง ถึงขั้นแข็งแกร่งกว่ารอบแรกด้วยซ้ำ!
โดยเฉพาะสุนัขทิเบต ไม่รู้ทำไมรู้สึกเหมือนวันนี้สุนัขทิเบตจะมีอารมณ์คุกรุ่นอยู่หน่อยๆ ร้องเพลงร็อกคลาสสิกระเบิดเวทีจนลุกเป็นไฟ!
ต่อมาหงส์ดำปรากฏตัว ผลงานพอๆ กับรอบแรก และแพนด้ายักษ์ที่ขึ้นเวทีเป็นคนสุดท้าย เพลงแรกที่ร้องในวันนี้ดันเกิดความผิดพลาดเล็กน้อย
รอจนทั้งเจ็ดคนร้องจบ พิธีกรหวงลี่ก็ขึ้นมาบนเวทีแล้วกล่าวว่า
“รอบแรกได้จบลงแล้ว ทุกท่านทราบกันดีว่ากฎกติกาของวันนี้มีการปรับเปลี่ยน เราจะประกาศอันดับคะแนนของรอบแรกก่อน และผู้เข้าแข่งขันที่มีคะแนนต่ำที่สุดในรอบแรกจะถูกคัดออก… งั้นพวกเราลองมาทายกันดูดีกว่าครับว่า ในรอบแรกของวันนี้นักร้องที่ได้คะแนนโหวตมากที่สุดจะเป็นใคร?”
ใช่แล้ว ตอนเปิดรายการวันนี้หวงลี่ได้บอกกับผู้ชมไปแล้วว่า กฎกติกาของวันนี้มีการปรับเปลี่ยน ผู้เข้าแข่งขันที่มีอันดับต่ำที่สุดในการแข่งขันรอบแรกคราวนี้จะถูกคัดออกทันที
“ผมคิดว่าเป็นเทพดาราร้อยลักษณ์ครับ!”
อิ้งเหวยเอ่ยปากเป็นคนแรก “ส่วนตัวผมชอบเพลง ‘ก็เลยไม่ได้สระผม’ ของเทพดาราร้อยลักษณ์มาก!”
“ฉันคิดว่าเป็นอาจารย์สุนัขทิเบตค่ะ”
หลี่เซียวเยิ้มแล้วพูดว่า “เพลงร็อกของอาจารย์สุนัขทิเบตวันนี้ระเบิดพลังมาก!”
“ผมก็คิดว่าเป็นอาจารย์สุนัขทิเบตครับ!” หานปัวพูดว่า “อาจารย์สุนัขทิเบตต้องเป็นตัวพ่อของวงการเพลงแน่ๆ ลีลาบนเวทีมั่นคงสุดๆ เลย!”
“ที่มั่นคงไม่แพ้กันก็คืออาจารย์เจ้าชายกบครับ”
คราวนี้เป็นเถียนเหวยที่เอ่ยปาก “ผมรู้สึกว่าอาจารย์เจ้าชายกบเก็บซ่อนฝีมือมาตลอด ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายได้สบายๆ!”
จากการวิเคราะห์ของแขกรับเชิญ การแสดงของสุนัขทิเบตในวันนี้ตื่นตาตื่นใจมาก!
และอันดับที่ออกมาหลังจากนั้นก็ยืนยันถึงระดับมาตรฐานของแขกรับเชิญ พวกเขาส่วนใหญ่ทายไม่ผิด!
ผลการแข่งขันรอบแรก:
อันดับหนึ่งคือสุนัขทิเบต
อันดับสองคือเจ้าชายกบ
เทพดาราร้อยลักษณ์อยู่อันดับสาม
กระเบนปีศาจอันดับสี่
นกกาเหว่าอันดับห้า
หงส์ดำอันดับหก
แพนด้ายักษ์อันดับเจ็ด
นี่ไม่ได้เหนือความคาดหมายของหลินจือไป๋เท่าไหร่นัก
เพราะวันนี้ตนไม่ได้แกล้งเป็นจางซีหยาง ยอมเกาะกระแสเหล่าจางไม่ได้อีก แถมเพลง ‘ก็เลยไม่ได้สระผม’ เฉพาะกลุ่มจริงๆ ไม่ใช่เพลงแนวประกวด ดังนั้นการเอามาร้องบนเวทีแข่งขันจึงค่อนข้างเสียเปรียบ
หลินจือไป๋ทำได้แค่พยายามโชว์ฟอร์มให้ดีที่สุด แต่หลินจือไป๋ก็ไม่ได้เสียใจอะไร
เขาไม่ได้ต้องการที่หนึ่งทุกรอบ อย่างไรอันดับหกและเจ็ดต่างหากที่จะถูกคัดออก อันดับสามถือเป็นตำแหน่งที่ปลอดภัยมาก ขอแค่รอบสองไม่เกิดปัญหาใหญ่โตก็ไม่ต้องกังวลอะไรแล้ว
หลินจือไป๋ไม่อยากจงใจเลือกเพลงแรงๆ เพื่อให้อันดับสูงขึ้น ขอสนุกไปกับเวทีในสถานการณ์ที่อันดับค่อนข้างปลอดภัยก่อนดีกว่า
หลังจากผลอันดับรอบแรกออกมา พิธีกรหวงลี่ยิ้มแล้วกล่าวว่า
“งั้นพวกเราขอแสดงความยินดีกับนักร้องหน้ากากที่อันดับปลอดภัยอยู่ในขณะนี้ แล้วก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับอาจารย์แพนด้ายักษ์ที่ต้องตกรอบด้วยครับ ไม่รู้วันนี้อาจารย์แพนด้ายักษ์ยินดีที่จะเปิดหน้ากากไหม ให้พวกเราทั้งฮอลล์นับถอยหลังห้าพร้อมกันนะครับ!”
ห้า!
สี่!
สาม!
สอง!
หนึ่ง!
ท่ามกลางเสียงนับถอยหลังที่ตะโกนกึกก้องไปทั้งฮอลล์ ร่างของแพนด้ายักษ์เดินออกมาจากประตูจันทรา เขาเลือกที่จะเปิดหน้ากาก!
เพราะรายการ ‘King of Mask Singer’ โด่งดังสุดๆ! การได้เข้าร่วมรายการนี้ต่อให้ถูกคัดออก การเปิดหน้ากากก็เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะจะทำให้เกิดประเด็นพูดถึงไงล่ะ!
หน้ากากของแพนด้ายักษ์ถูกเปิดออก! ผู้ชมทั้งฮอลล์ส่งเสียงร้องด้วยความตกใจทันที!
“ฝ่านฝาน!”
“เป็นเขาเองเหรอเนี่ย!”
“ฝ่านฝานเป็นถึงนักร้องแถวสองที่อายุน้อยที่สุดของฉินโจวเชียวนะ แถมยังมีสื่อบอกว่าเขามีลุ้นจะได้เป็นราชาเพลงด้วย คิดไม่ถึงเลยว่าจะถูกคัดออกเร็วขนาดนี้!”
“เชี่ย!”
“ในรายการนี้นักร้องแถวสองเป็นได้แค่ตัวประกอบงั้นเหรอ ทั้งที่ฉันรู้สึกว่าทักษะการร้องของฝ่านฝานก็เจ๋งนะ แต่บนเวทีนี้เหมือนจะยังจืดไปหน่อยแฮะ!”
“เป็นเพราะนักร้องคนอื่นวิปริตเกินไปต่างหาก!”
“เอกลักษณ์เสียงของฝ่านฝานยังต่ำไปหน่อยนะ ก่อนหน้านี้ฉันฟังไม่ออกเลยว่าแพนด้ายักษ์คือเขา จำได้ว่าสมัยก่อนอาฝ่านยังเคยได้อันดับหนึ่งในชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลด้วย!”
“ฉันยิ่งอยากรู้ตัวตนของผู้เข้าแข่งขันคนอื่นมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วสิ ขนาดขุนพลนักร้องที่มีพรสวรรค์เป็นเลิศอย่างฝ่านฝาน ยังอยู่ไม่พ้นสัปดาห์ที่สองของรายการนี้เลย!”
ท่ามกลางเสียงอุทานด้วยความตกใจ แขกรับเชิญทีมกรรมการนักทายก็ถึงกับอึ้งไปเหมือนกัน
“อ้าว!”
“เป็นคุณเองเหรอเนี่ย!”
“ไม่เจอกันนานเลย!”
“ซ่อนตัวได้เนียนจริงๆ นะ!”
ในทีมกรรมการนักทายมีคนที่รู้จักฝ่านฝานอยู่
ฝ่านฝานหยิบไมโครโฟนขึ้นมายิ้มขื่นแล้วเอ่ยว่า “ตอนที่ผมเพิ่งมารายการ King of Mask Singer ผมนึกว่าอย่างน้อยตัวเองก็น่าจะเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศได้ แต่พอเริ่มแข่งจริงถึงได้พบว่าตัวเองเหมือนฮัสกี้ตัวหนึ่งที่ตกลงไปในฝูงหมาป่า นักร้องหน้ากากแต่ละคนโหดเหี้ยมอำมหิตเกินไปแล้วครับ ดูท่าในรายการนี้ นักร้องแถวสองคงมีชะตาเป็นได้แค่ตัวประกอบนะครับ…”
ก็จริงแหละ ตอนที่เพิ่งเจอกัน แพนด้ายักษ์ยังดูอวดดีอยู่เลย สงสัยคงคิดว่าในชีวิตจริงตัวเองเก่งมากละมั้ง สรุปคิดไมถึงว่านักร้องหน้ากากคนอื่นจะมีความสามารถที่เหนือชั้นกว่า
“โอเคครับ” หวงลี่เอ่ยยิ้มกล่าว “ขอเสียงปรบมือส่งอาจารย์ฝ่านฝานด้วยครับ และในขณะเดียวกันก็มาร่วมลุ้นผลการแข่งขันในรอบที่สองกันต่อเลย!”
รอบแรกจบลง รอบที่สองเริ่มต้นขึ้น
ครั้งนี้ใครจะได้เข้ารอบและใครจะต้องเปิดหน้ากากกันนะ?
ผู้ชมทั้งฮอลล์ต่างเต็มไปด้วยความคาดหวัง
ลู่อวิ่นในรอบที่แล้วกับฝ่านฝานในรอบนี้ ต่างก็เป็นนักร้องแถวสอง ผลคือนักร้องแถวสองทั้งสองคนนี้กลับกลายเป็นแค่ตัวประกอบบนเวทีนี้
งั้นคนโง่ก็ยังรู้เลยว่า นักร้องหน้ากากที่เหลือมีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นแถวหน้า หรือกระทั่งระดับราชาเพลง!?