ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 361 ยอดปรมาจารย์ด้านจิตรกรรม!
“แบบนี้ก็โดนจับได้!?”
โจวหานจิ้นคาดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าสิ่งที่เปิดเผยตัวตนของเขาจะไม่ใช่เสียง แต่กลับเป็นรองเท้าคู่หนึ่ง ดูท่าการแข่งขันรอบต่อๆ ไป เขาคงต้องชนะให้ขาดลอยเสียแล้ว ในเมื่อทุกคนรู้หมดแล้วว่าโจวหานจินคือเจ้าชายกบ ถ้าแพ้ยับเยินละก็คงจะเสียหน้าแย่ นี่มันคือการเปิดหน้ากากทางอ้อมชัดๆ!
แน่นอนว่าการแข่งขันของทีมสีแดงเพิ่งจะสิ้นสุดลง ส่วนการแข่งขันของทีมสีน้ำเงินจะดำเนินต่อไปอีกกว่าหนึ่งเดือน ซึ่งเป็นการบันทึกเทปห้าตอนเช่นกัน นักร้องแต่ละคนจะร้องคนละสองเพลงตามเดิม ช่วงเวลานี้ทีมสีแดงจึงไม่จำเป็นต้องเข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็นหลินจือไป๋ โจวหานจิน หรือคนอื่นๆ ต่างก็ได้โอกาสพักหายใจเวลานี้
เดือนมิถุนายนมาถึงแล้ว หลินจือไป๋ได้รับแจ้งว่าการแข่งขันระหว่างทีมสีแดงและทีมสีน้ำเงินจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม และในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม หลินจือไป๋ก็จะปิดเทอมฤดูร้อนของปีสาม เมื่อพิจารณาว่าปีสี่ไม่มีอะไรให้ทำมากนัก หลินจือไป๋ก็รู้สึกว่าชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยของเขาใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว
ดังนั้นในอีกไม่กี่วันต่อมา เขาจึงเข้าเรียนอย่างตั้งใจไม่โดดสักวิชา เอาเถอะ สาเหตุหลักคือหลินจือไป๋มีเรื่องให้ทำเยอะ อัตราการโดดเรียนเลยสูง พอใกล้ถึงช่วงปลายภาค คะแนนการเข้าเรียนจึงค่อนข้างวิกฤตอยู่บ้าง ยังดีที่ทางวิทยาลัยมีการให้สิทธิพิเศษแก่ ‘พ่อเพลงน้อย’
อย่างเช่น ใบประกาศนียบัตรต่างๆ ที่เพิ่มหน่วยกิตได้ และเกียรติยศต่างๆ ที่ไปตี้ได้รับมา ก็นำมาหักล้างหน่วยกิตให้กับหลินจือไป๋ได้เช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น…
แม้หลินจือไป๋จะขาดเรียนบ่อย แต่คะแนนสอบของเขาก็ดีเยี่ยมมาตลอด แถมยังมีความสัมพันธ์อันดีกับอธิการบดี จึงไม่มีปัญหาอะไรมากนัก วิทยาลัยศิลปะก็เป็นแบบนี้ นักศึกษาที่ยังเรียนอยู่แต่กลายเป็นดาราไปแล้วมักจะได้รับสิทธิพิเศษในมหาวิทยาลัยไม่มากก็น้อย นับประสาอะไรกับไปตี้?
และหลังจากเลิกเรียนในทุกวัน หลินจือไป๋จะกลับไปอยู่กับพ่อแม่ที่คฤหาสน์ตงหูอย่างว่าง่าย เพราะหลังจากรายการ ‘King of Mask Singer’ จบ ก็ต้องเดินทางไปฉีโจวแล้ว ช่วงนี้แม่เอาแต่บ่นเรื่องนี้เพราะทำใจแยกจากลูกชายไม่ได้
หลินจือไป๋หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก “ไม่ใช่ว่าจะเดินทางตอนนี้ซะหน่อย ยังเหลือเวลาอีกตั้งเดือนสองเดือนเลยนะครับ อีกอย่างต่อให้ไปฉีโจวแล้ว ก็กลับมาเยี่ยมแม่ได้ตลอดนี่นา ปู่ก็เพิ่งให้เครื่องบินผมลำหนึ่งไม่ใช่เหรอ”
“ใครจะไปรู้ว่าลูกจะกลับบ้านบ่อยแค่ไหน” แม่ทำเสียงฮึดฮัด “หลายปีก่อนแม่เคยไปขอเครื่องรางคุ้มครองมาให้ลูก ลูกจะออกเดินทางแล้วอย่าลืมพกติดตัวไปด้วยนะ ท่านอาจารย์ปลุกเสกมาอย่างดีเชียวล่ะ”
“แม่ออกจะงมงายนะครับ”
“ใครว่าล่ะ เครื่องรางนั่นศักดิ์สิทธิ์จะตายไปนะ ไม่อย่างนั้นอยู่ๆ แผลลูกก็จะหายดีแบบนี้เหรอ?”
‘เฟยหงต่างหากที่รักษาหาย’ หลินจือไป๋พึมพำในใจ แต่ปากกลับตอบรับไปคำหนึ่ง แม่เคยไปขอเครื่องรางมาให้เขาจริงๆ
“ไปหามาเดี๋ยวนี้เลย แม่ไม่เห็นลูกพกติดตัวเลยนะ”
“ครับๆ”
หลินจือไป๋ขัดแม่ไม่ได้ จึงกลับเข้าห้องไปรื้อค้นข้าวของยกใหญ่ ในที่สุดเขาก็เจอเครื่องรางอยู่ใต้เสื้อไหมพรมตัวหนึ่ง เพียงแต่เมื่อหยิบเครื่องรางขึ้นมา หลินจือไป๋กลับไม่ได้เดินออกไปทันที เขาจ้องมองเสื้อไหมพรมตัวนั้นด้วยความรู้สึกสะท้อนใจ
เสื้อไหมพรมตัวนี้เล็กมาก หลินจือไป๋ในตอนนี้ใส่ไม่ได้แน่นอนเพราะขนาดไม่พอดี แต่เขาเก็บมันไว้มาตลอด วางอยู่ในตู้เสื้อผ้ามานานหลายปีแล้ว ในทุกๆ ปีเขาจะนำมันออกมาซักสักครั้งหนึ่ง เพราะนี่คือเสื้อที่แม่ถักให้หลินจือไป๋เองกับมือ
ถึงฝีมือการถักนิตติ้งของแม่จะไม่ค่อยเข้าขั้นเท่าไหร่ก็เถอะ เพราะแม่เอาแต่บ่นพึมพำเรื่องนี้ไม่หยุด แม้จะยังไม่ออกเดินทางไปยังฉีโจว กระทั่งการแข่งขัน ‘King of Mask Singer’ ก็ยังไม่จบลง แต่หลินจือไป๋ก็เริ่มสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของการจากลาทีละนิดล่วงหน้าแล้ว
“สุ่มรางวัลหน่อยดีกว่า ยังไงแต้มชื่อเสียงก็มีเยอะ ตนต้องทิ้งผลงานไว้ที่ฉินโจวด้วยสิถึงจะถูก”
คิดได้ดังนั้น หลินจือไป๋จึงเรียกระบบออกมาและเริ่มทำการสุ่มรางวัลติดต่อกันทันที
ติงต่อง! ติงต่อง! ติงต่อง!
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นไม่หยุด
“ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับรายการวาไรตี้ ‘Happy Running’!”
ไม่มีความหมายอะไรเท่าไหร่ ก็แค่รายการตะลุยด่านทางน้ำ ตอนนี้หลินจือไป๋เริ่มหัวสูงขึ้นแล้ว จึงไม่ค่อยสนใจรายการวาไรตี้ประเภทนี้ ไว้ค่อยส่งให้เจียงเฉิงเอาไปจัดการต่อแล้วกัน
“ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับบทละครโทรทัศน์ ‘Chinese Paladin’!”
เรื่องนี้หลินจือไป๋ค่อนข้างพอใจทีเดียว เป็นบทละครที่เคยพิสูจน์ความสำเร็จมาแล้วในชาติก่อน ในโลกนี้ต้องสร้างผลกำไรมหาศาลให้กับบริษัทได้อย่างแน่นอน!
“ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับเพลง ‘Nocturne’!”
ครั้งนี้ดวงตาของหลินจือไป๋เป็นประกาย คิดไม่ถึงว่าจะสุ่มได้ผลงานเพลงชิ้นเอกของเจย์ โชว! นี่แหละเจ๋ง!
ปกติแล้ว Nocturne หมายถึงประเภทของบทเพลงเปียโนที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเป็นครั้งแรกโดยฟิลด์ คีตกวีชาวไอร์แลนด์ในชาติก่อน โลกนี้ก็มีบทเพลงประเภท Nocturne เช่นกัน แม้ว่าเพลง ‘Nocturne’ ของเจย์ โชว จะอ้างอิงถึงฉบับของโชแปงเสียมากกว่าก็ตาม แต่นั่นไม่สำคัญ สุ่มต่อเลยแล้วกัน
“ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับเพลง ‘Learn to Meow’!”
หลินจือไป๋อดไม่ได้ที่จะกุมขมับ เพลงตลาดแบบนี้ด้วยสถานการณ์ของเขาไม่มีทางปล่อยออกมาแน่ มันไม่เข้ากับภาพลักษณ์เลยสักนิด แต้มชื่อเสียงถือว่าเสียเปล่าไปแล้ว พยายามต่อไป!
“ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับมังงะ ‘One Piece’!”
อู้ อาจเพราะผลลัพธ์การสุ่มก่อนหน้านี้ห่วยแตก ครั้งนี้หลินจือไป๋เลยสุ่มได้ผลงานมังงะที่มีความนิยมระดับท็อปจากชาติก่อนมา!
แบบนี้สิถึงจะเรียกว่าสุ่มรางวัล! แต่ฝีมือการวาดภาพของเขาเข้าขั้นแย่ ต่อให้มี One Piece อยู่ในมือ ก็คงวาดออกมาไม่ได้อยู่ดี หรือว่าควรจะอัปเกรดทักษะการวาดภาพดูหน่อยดีไหมนะ?
เพราะหลังจากที่ทุ่มสุดตัวให้กับทักษะอักษรพู่กันไปคราวก่อน หลินจือไป๋ก็ค่อยๆ สะสมแต้มทักษะมาได้อีก 12 แต้มแล้ว โดยเฉพาะตอนที่ปู่มอบเครื่องบินให้ ระบบก็ใจป้ำให้รางวัลมาทีเดียวถึง 8 แต้มเลย! เรื่องมังงะไว้ค่อยว่ากันทีหลัง
มาดูต่อดีกว่าว่ามีอะไรอีก หลินจือไป๋สุ่มรางวัลต่อไป เขาเริ่มบ้าแล้ว สุ่มรวดเดียวไปถึงยี่สิบเก้าครั้ง! นี่เป็นครั้งแรกที่หลินจือไป๋เล่นใหญ่ขนาดนี้ การสุ่มยี่สิบเก้าครั้งติดต่อกันทำให้เขาเสียแต้มชื่อเสียงไปมหาศาล แต่ก็ได้ผลงานดีๆ กลับมาไม่น้อยเช่นกัน
“อันนี้ดี”
“นี่มันขยะชัดๆ!”
“อันนี้ในชาติก่อนคำวิจารณ์ห่วยแตกมากเลยนี่นา!”
“อันนี้คำวิจารณ์ดี แต่กระแสเหมือนจะไม่ค่อยมากเท่าไหร่?”
“หืม?”
“เพลงนี้เอาไว้ใช้แข่งรอบหลังๆ ได้ แล้วก็เพลงนี้ด้วย”
หลินจือไป๋ไล่ตรวจสอบรางวัลที่ได้มาไม่หยุด ภาพรวมถือว่าน่าพอใจ ในนั้นมีรางวัลประเภทบทเพลงอยู่ไม่น้อย เขาตั้งใจว่าจะเก็บไว้ใช้ในการแข่งขันรอบต่อๆ ไปของรายการ ‘King of Mask Singer’
“สุ่มรอบสุดท้ายแล้วกัน!”
สาเหตุหลักเป็นเพราะอาการย้ำคิดย้ำทำกำเริบ สุ่มไปยี่สิบเก้าครั้งแล้วถ้าไม่ทำให้มันเป็นเลขกลมๆ คงรู้สึกหงุดหงิดไม่สบายไปทั้งตัว
การสุ่มครั้งที่สามสิบ!
“ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับรางวัลลับพิเศษ: เพิ่มแต้มทักษะเป็นสองเท่า ระบบได้เปิดใช้งานให้ท่านโดยอัตโนมัติ”
หลินจือไป๋ยังไม่ทันได้ตั้งตัว ถึงกับไม่เข้าใจว่าประโยคนั้นหมายความว่าอะไรด้วยซ้ำ เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“ยินดีด้วย แต้มทักษะของโฮสต์จาก 12 แต้ม เพิ่มขึ้นสองเท่าเป็น 24 แต้ม!”
เชี่ย!
ในที่สุดหลินจือไป๋ก็ได้สติกลับมา ชั่วขณะนั้นเขาไม่รู้เลยว่าควรจะดีใจหรือหดหู่ดี! ของรางวัลจากการสุ่มครั้งที่สามสิบมันช่างเหลือเชื่อจริงๆ แต้มทักษะที่เขาอุตส่าห์สะสมมาอย่างยากลำบาก กลับเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าง่ายๆ ซะอย่างนั้น!
หลินจือไป๋สุ่มรางวัลอยู่บ่อยครั้ง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาสุ่มได้รางวัลลับแบบนี้ ความตื่นเต้นในตอนนี้คือการที่แต้มทักษะเพิ่มเป็นสองเท่า เท่ากับว่าเขาได้กำไรจากระบบมาเน้นๆ! ส่วนที่หดหู่คือถ้าก่อนหน้านี้เขาไม่ทุ่มสุดตัวจนแต้มหมดเกลี้ยง รวมแต้มทักษะที่เพิ่มเป็นสองเท่าของรางวัลลับนี้ ก็คงจะบรรลุอิสรภาพด้านแต้มทักษะไปแล้ว!
แต่บางทีนี่อาจจะเป็นโชคชะตา?
หลินจือไป๋ทอดถอนใจแล้วเรียกข้อมูลส่วนตัวออกมาดู
[การขับร้อง: 80]
[เปียโน: 60]
[วาดภาพ: 56]
[กีตาร์: 50]
[อักษรวิจิตร: สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ]
หลินจือไป๋ชะงัก จ้องมองช่องทักษะวาดภาพด้วยความประหลาดใจ ทำไมถึงเป็น 56 แล้วล่ะ? หลินจือไป๋เรียกเฟยหงออกมา “ฉันจำได้ว่าก่อนหน้านี้ทักษะวาดภาพอยู่ที่ 36 แต้มไม่ใช่เหรอ?”
เสียงของเฟยหงดังขึ้นข้างหู “เนื่องจากระดับอักษรวิจิตรของโฮสต์พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทั้งอักษรวิจิตรและการวาดภาพต่างก็ต้องใช้เทคนิคการตวัดพู่กัน ระดับการวาดภาพของโฮสต์จึงพัฒนาตามไปด้วยในระดับหนึ่ง”
โอ้โห? หลินจือไป๋ดีใจมาก “ฉันต้องการเพิ่มแต้ม!”
เฟยหง: “เพิ่มทักษะใด?”
หลินจือไป๋ครุ่นคิด เขากำลังลังเลว่าจะเพิ่มอันไหนดี ทักษะอักษรวิจิตรสมบูรณ์เต็มเปี่ยมแล้ว ตัดทิ้งไปได้เลย ส่วนการขับร้องก็น่าพิจารณา แต่ตอนนี้เขาก็อยู่ในระดับราชาเพลงแล้ว ถ้าเพิ่มแต้มการขับร้องเข้าไปอีก รายการ ‘King of Mask Singer’ ยังต้องแข่งอีกเหรอ? คงได้ไล่ต้อนทุกคนจนราบคาบไร้เทียมทานแน่นอน!
ช่างเถอะ การขับร้องเอาไว้ก่อนแล้วกัน เหลือความน่าตื่นเต้นไว้ให้การแข่งขันบ้าง ยังไงพวกทีมสีแดงก็เป็นเพื่อนเขาทั้งนั้น ไปเล่นเกมกับพวกเขาแล้วใช้โปรใหญ่ขนาดนั้นมันก็น่าเกลียดเกินไปหน่อย แค่โปรเล็กๆ น้อยๆ ก็พอแล้ว
แต่การวาดภาพนี่สิที่น่าพิจารณา เพราะหลินจือไป๋เพิ่งจะได้รับมังงะเรื่อง ‘One Piece’ มา ถึงมังงะเรื่องนี้จะไม่ได้ต้องการลายเส้นที่วิจิตรบรรจงมากนัก แต่ตอนที่แต้มเขายังไม่เพิ่มเป็นสองเท่า เขามีแค่ 12 แต้มเอง ต่อให้ทุ่มแต้มทั้งหมดไปกับการวาดภาพ ก็ดูเหมือนจะยังไม่พออยู่ดี
แต่ตอนนี้แต้มทักษะเพิ่มเป็น 24 แต้มแล้ว ถ้าเขาทุ่มทั้งหมดไปกับการวาดภาพล่ะจะเป็นยังไง?
นั่นจะทำให้ระดับการวาดภาพของหลินจือไป๋พุ่งสูงถึง 80 แต้มในพริบตา ก้าวสู่ระดับยอดปรมาจารย์ด้านจิตรกรรม เกินพอสำหรับจัดการ ‘One Piece’ เลยล่ะ!
ตกลง เอาตามนี้แหละ!
หรือการทุ่มหมดหน้าตักทำให้เสพติดนะ? หลินจือไป๋ไม่ได้เก็บแต้มทักษะเอาไว้เผื่อเหลือเผื่อขาดอย่างเคย แต่ทุ่มทั้งหมดลงไปที่การวาดภาพในคราวเดียว
ทันใดนั้น หลินจือไป๋รู้สึกถึงความรู้สึกซ่านชาที่ข้อมือ
ติงต่อง! ยินดีด้วย ทักษะการวาดภาพของโฮสต์ถึง 80 แต้มแล้ว!
ในวินาทีนี้ ยอดปรมาจารย์ด้านจิตรกรรมก็ได้ถือกำเนิดขึ้น! สิ่งที่น่าเสียดายเพียงอย่างเดียวคือ ครั้งนี้หลินจือไป๋ไม่ได้รับรางวัลพิเศษอย่างพวก ‘มรดกเซียนพู่กัน’ หรือ ‘เส้นเสียงร้อยลักษณ์’ อีก
“น่าเสียดายจริงๆ” ก่อนหน้านี้หลินจือไป๋มักจะได้รางวัลพิเศษเสมอ นี่จึงเป็นหนึ่งในสาเหตุที่เขาเลือกทุ่มหมดตัว เห็นได้ชัดว่าการเดิมพันในตานี้แพ้
แต่เมื่อพิจารณาว่าแต้มทักษะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ก็ดวงราชาแห่งโชคแล้ว หลินจือไป๋ไม่ได้โลภอะไรมากกว่านั้น ความรู้จักพอนำมาซึ่งความสุข
“ต่อไปก็เริ่มวาดมังงะเลยแล้วกัน!” ช่วงนี้ก้มหน้าก้มตาเข้าเรียนมานานก็ชักจะเบื่อ การแข่งขันระหว่างทีมแดง-น้ำเงิน รายการ ‘King of Mask Singer’ ก็ต้องรออีกสักพักกว่าจะเริ่ม ใช้ช่วงเวลานี้เอา ‘One Piece’ ออกมาทำเลยดีกว่า
“ถ้าในอนาคตเพิ่มทักษะการวาดภาพจนถึงระดับสมบูรณ์แล้ว ฉันคงกลายเป็นผู้ที่ยอดเยี่ยมที่สุดทั้งด้านการเขียนพู่กันและการวาดภาพอย่างแท้จริงเลยสินะ?”
หลินจือไป๋คิดอย่างคาดหวัง จากนั้นก็เริ่มสั่งซื้ออุปกรณ์วาดภาพทางออนไลน์
ทักษะการวาดภาพนั้นมีประโยชน์มาก หลินจือไป๋สัมผัสได้ว่าตอนนี้ระดับฝีมือของเขาครอบคลุมทุกด้านแล้ว ภาพสีน้ำมัน ภาพวาดพู่กันจีน มังงะ และอื่นๆ ภาพวาดทุกประเภทเขาล้วนไปถึงระดับปรมาจารย์แล้ว!
สาเหตุที่เลือกเริ่มจากมังงะก็แค่เพราะเขาสุ่มได้เรื่อง ‘One Piece’ มาพอดี และอยากจะลองวอร์มมือดูเท่านั้น หลังจากนี้จะไม่ใช่แค่มังงะเพียงอย่างเดียว ภาพวาดพู่กันจีนที่เป็นที่นิยมมากในแวดวงศิลปะของบลูสตาร์ หลินจือไป๋ก็ตั้งใจจะลองสร้างสรรค์ดู
“ไม่แน่วันหนึ่งฉันอาจจะจำลองภาพ ‘Along the River During the Qingming Festival’ ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบเลยก็ได้?”
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลินจือไป๋ก็รีบกดสั่งซื้ออุปกรณ์ทันที แค่รอให้เครื่องมือมาถึงเท่านั้น
จากนั้น หลินจือไป๋ก็อดไม่ได้ที่จะหยิบกระดาษกับดินสอมาลองวาดภาพเหมือนของตัวเองแบบสเก็ตช์ง่ายๆ ลายเส้น! โครงสร้าง! ไหลลื่นอย่างที่สุด! มีชีวิตชีวาราวกับมีจิตวิญญาณ!