ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 362 ปู่เยโหวรุกคืบสู่วงการมังงะ!
ความจริงด้วยความยาวของ ‘One Piece’ ตามปกติแล้วต้องใช้เวลาวาดนานหลายปี แต่หลินจือไป๋ไม่ใช่คนปกติ เขามียามหัศจรรย์สารพัดชนิดที่ระบบมอบให้ ทำให้ความเร็วของเขานั้นพุ่งไปถึงระดับที่เหนือมนุษย์ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าเขาไม่ต้องเสียเวลาคิดเรื่องการจัดวางช่องเลย
ดังนั้นหลังจากอุปกรณ์วาดภาพมาถึง เขาจึงใช้เวลาครู่หนึ่งทำความคุ้นเคยกับโปรแกรมวาดภาพระดับมืออาชีพและเครื่องมือต่างๆ จากนั้นจึงค่อยลงมือวาดอย่างเป็นทางการ
One Piece!
ตอนที่ 1!
บทนำแห่งการผจญภัย!
‘โกล ดี. โรเจอร์’ ราชาโจรสลัดผู้ครอบครองทั้งความมั่งคั่ง ชื่อเสียง และอำนาจ ได้กล่าวประโยคหนึ่งก่อนจะถูกประหารชีวิต ซึ่งทำให้ผู้คนจากทั่วโลกหลั่งไหลสู่ท้องทะเล
“อยากได้ขุมทรัพย์ของฉันไหม? ถ้าอยากได้ละก็ไปหาเอาบนท้องทะเลสิ ฉันเอาทุกอย่างไปวางไว้ที่นั่นหมดแล้ว!”
นับแต่นั้น โลกก็ได้ก้าวเข้าสู่ ‘ยุคสมัยแห่งมหาโจรสลัด’!
ปากกาสไตลัสขยับรัวลงบนหน้าจอไม่หยุด หลินจือไป๋จดจ่ออย่างเต็มที่ เสียงฟิ่บๆ ดังขึ้นต่อเนื่องจนตอนที่หนึ่งเสร็จสมบูรณ์ จากนั้นหลินจือไป๋ก็วาดตอนที่สอง สาม และสี่ต่อไป
เพียงเวลาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ เขาก็มีสต็อกเนื้อหาเก็บไว้ถึง 30 ตอน!
ประสิทธิภาพในการทำงานระดับนี้หากบอกไป รับรองว่าทำให้นักวาดการ์ตูนมหาศาลตกใจตายได้เลย! เพราะปกติแล้วนักวาดการ์ตูนที่สามารถอัปเดตได้สัปดาห์ละตอน ก็นับว่าเป็นตัวแทนของความขยันหมั่นเพียรแล้ว เพื่อนร่วมอาชีพต่างก็มองว่าคนพวกนี้ขยันเกินไป
ในวงการส่วนใหญ่มีแต่พวกปลาเค็มที่อัปเดตเดือนละตอนสองตอนเท่านั้น แต่ในกรณีของหลินจือไป๋ ลำพังแค่ความขยันอย่างเดียวคงทำไม่ได้แน่ ถ้าไม่มีโปรจากระบบ ต่อให้เป็นเทพเซียนก็คงทำเรื่องเกินจริงขนาดนี้ไม่ได้
เป็นเช่นนี้ หลังจากวาดครบสามสิบตอนแล้ว หลินจือไป๋ก็เริ่มพิจารณาว่าจะนำไปลงตีพิมพ์ด้วยวิธีไหนดี ด้วยจำนวนหน้าและเนื้อหาในแต่ละตอนของ ‘One Piece’ ประมาณทุกสิบตอนน่าจะรวมเป็นฉบับรวมเล่มได้หนึ่งเล่มพอดี เขาควรจะหาสำนักพิมพ์การ์ตูนที่ไหนมาร่วมงานดีนะ…
“ฉันไม่ใช่เจ้าของสำนักพิมพ์ที่ใหญ่ที่สุดในฉินโจวหรอกเหรอ?”
หลินจือไป๋หลุดขำ เกือบเป็นเส้นผมบังภูเขาซะแล้ว ในฐานะเจ้าของสำนักพิมพ์อันดับหนึ่งของฉินโจว หากต้องการเผยแพร่ผลงานมังงะสักเรื่อง ไหนเลยต้องไปหาบริษัทสำนักพิมพ์ภายนอกมาร่วมงาน แค่หาชื่อสำนักพิมพ์ที่เชี่ยวชาญด้านการ์ตูนมาสักแห่ง แล้วให้รับผิดชอบธุรกิจมังงะในเครือสำนักพิมพ์เสินฮวาไปก็จบเรื่องแล้วไม่ใช่หรือ?
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลินจือไป๋จึงโทรศัพท์ไปหาเริ่นเจียซุนและมอบหมายงานให้เขาไปจัดการ ตอนนี้เริ่นเจียซุนเป็นรองประธานสำนักพิมพ์เสินฮวา หมอนี่เคยเป็นคนของลุงสามมาก่อน แต่ตอนนี้ได้แปรพักตร์มาอยู่กับหลินจือไป๋เต็มตัวแล้ว และจัดการงานได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย เป็นคนมีความสามารถ
หลินจือไป๋ไม่กังวลว่าเริ่นเจียซุนจะเสแสร้งสวามิภักดิ์ เพราะตอนนี้เขาเป็นเจ้าของสำนักพิมพ์เสินฮวา อีกฝ่ายโดยเนื้อแท้แล้วก็คือทำงานให้เขา
“เป็นอย่างนี้ครับ” หลังจากเริ่นเจียซุนได้รับคำสั่งก็กล่าวด้วยรอยยิ้ม “ความจริงแล้วบริษัทของเราก็มีธุรกิจสิ่งพิมพ์ด้านการ์ตูนอยู่เหมือนกันครับ เพียงแต่ที่ผ่านมาไม่ค่อยเปรี้ยงปร้างเท่าไหร่ เลยทำให้คนภายนอกส่วนใหญ่คิดว่าเราตีพิมพ์แต่พวกหนังสือที่เป็นตัวอักษร…”
“งั้นเหรอ?” หลินจือไป๋รู้สึกกระอักกระอวนเล็กน้อย ตนที่เป็นเจ้าของไม่ได้เรื่องเอาเสียเลยแม้แต่เรื่องนี้ยังไม่รู้ “งั้นคุณเตรียมตัวไว้หน่อยนะ อีกเดี๋ยวจะมีมังงะเรื่องหนึ่งที่ต้องตีพิมพ์ในนามบริษัทเรา”
“รับทราบครับ” เริ่นเจียซุนรีบตอบรับทันที
หลินจือไป๋ยังไม่ได้วางสายโทรศัพท์ เขาก็เริ่มพิจารณาถึงปัญหาที่สอง นั่นคือจะใช้นามแฝงอะไรลงซีรีส์มังงะเรื่อง ‘One Piece’ นี้ดี?
จะสร้างตัวตนใหม่ดีไหมนะ? ไปตี้ ฉือตี้ จวินหลิน ปู่เยโหว! สี่ตัวตนก็นับว่ามากพอแล้ว! จะสร้างเพิ่มอีกดูท่าจะไม่มีความจำเป็นเท่าไหร่
อย่างไรเสีย ตอนนี้หลินจือไป๋ก็ไม่จำเป็นต้องคอยพิจารณาวิธีปิดบังตัวตนในทุกๆ เรื่องแล้ว อีกอย่างการมีตัวตนแฝงมากเกินไป เห็นได้ชัดว่าต้องใช้แรงกายแรงใจในการดูแลให้ทั่วถึง ความจริงหลินจือไป๋ได้เริ่มทำการลบออกไปบ้างแล้ว
ตามแผนการที่วางไว้ก่อนหน้านี้ เมื่อรายการ ‘King of Mask Singer’ สิ้นสุดลง หน้ากากของฉือตี้ก็จะถูกถอดออก ทำไมต้องทำเรื่องเกินจำเป็นอย่างการเพิ่มตัวตนอีกละ?
งั้นก็ให้ ‘ปู่เยโหว’ เป็นคนทำแล้วกัน ไปตี้แต่งเพลงได้ เชี่ยวชาญการประพันธ์กวีนิพนธ์ แถมยังมีทักษะการเขียนพู่กันระดับสมบูรณ์แบบ แสดงออกถึงความเป็นผู้รอบรู้ในทุกด้าน แม้แต่ฉือตี้ก็ยังถูกวางบทบาทให้เป็นอัจฉริยะที่แต่งเพลงเองร้องเองได้ แล้วทำไมปู่เยโหวจะแสดงออกถึงความเป็นอัจฉริยะมากขึ้นกว่านี้อีกหน่อยไม่ได้?
นักเขียนก็ดี หรือนักวาดการ์ตูนก็ตาม แม้แต่คนเขียนบทก็อยู่ในทิศทางเดียวกัน โดยเนื้อแท้แล้วต่างก็คือการสร้างสรรค์เรื่องราวทั้งนั้นนั่นแหละ
แน่นอนว่าใช้ตัวตน ‘จวินหลิน’ เผยแพร่ One Piece ก็มีความเป็นไปได้ แต่ตัวตนนี้ยังไงก็มีไว้สำหรับรายการวาไรตี้ มากสุดก็แค่ดูแลเรื่องการออกแบบโฆษณาเป็นครั้งคราว แต่ไม่ได้เข้าร่วมการจัดอันดับดารา
เห็นได้ชัดว่าเก็บไว้ให้ ‘ปู่เยโหว’ เผยแพร่จะเหมาะสมกว่า ไม่แน่ว่าอาจจะช่วยส่งให้ปู่เยโหวขึ้นไปแถวหน้าได้ด้วย เพราะหลินจือไป๋ได้ลองประเมินข้อมูลดูคร่าวๆ เมื่อความลับของฉือตี้เปิดเผย ตัวตนของไปตี้และฉือตี้จะรวมกันเป็น ‘หลินจือไป๋ตัวจริง’ เรื่องการพุ่งสู่แถวหน้าไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน ถึงตอนนั้นปู่เยโหวจะทำยังไง? การบุกเบิกสาขาใหม่น่าจะเป็นทางเลือกที่ไม่เลว
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลินจือไป๋จึงส่งเนื้อหา One Piece ทั้งสามสิบตอนที่ทำเสร็จแล้วไปยังอีเมลของเริ่นเจียซุน พร้อมพูดกับเริ่นเจียซุนในโทรศัพท์ว่า “ส่งมังงะไปให้แล้วนะ”
“ได้รับแล้วครับ!”
อู้ ถึงขนาดทำให้เจ้านายออกปากกำชับด้วยตัวเองแบบนี้ เริ่นเจียซุนอดสงสัยไม่ได้ “นี่เป็นผลงานของอาจารย์ท่านไหนครับ?”
“ปู่เยโหว”
“หา?” เริ่นเจียซุนอึ้งไป “ใช่อาจารย์ปู่เยโหวคนเดียวกับที่ผมรู้จักหรือเปล่าครับ?”
นักเขียนปู่เยโหวคนนั้นนะเหรอ? คนเขียนบทปู่เยโหวคนนั้นนะเหรอ?
หลินจือไป๋ไม่ได้อธิบายอะไรมาก เอ่ยสั่งการว่า “คุณรับผิดชอบงานด้านการประชาสัมพันธ์และการตีพิมพ์มังงะเรื่องนี้ด้วยตัวเองนะ”
วางสายโทรศัพท์ เริ่นเจียซุนยังตกอยู่ในอาการอึ้ง สายตาจ้องเขม็งไปที่ต้นฉบับมังงะที่ชื่อว่า ‘One Piece’ บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ มังงะของปู่เยโหว? ปู่เยโหวในฐานะนักเขียนที่ยอดเยี่ยมและคนเขียนบทที่ประสบความสำเร็จ จะวาดมังงะเป็นได้อย่างไร?
สำนักพิมพ์เสินฮวา แผนกบรรณาธิการมังงะ
“ทุกคน มาดูมังงะเรื่องนี้หน่อย รองประธานส่งมาให้ด้วยตัวเองเลย ให้พวกเราลองประเมินดู”
“รองประธานส่งมาให้เองเลยเหรอ?”
“ขอดูหน่อย”
“โห… เฮ้ย นี่มันลายเส้นอะไรเนี่ย?”
“ฉันทำงานในวงการนี้มาสิบกว่าปี เป็นครั้งแรกเลยที่เห็นผลงานลายเส้นแบบนี้ แปลกเกินไปแล้ว!”
“เวอร์ไปหน่อยนะ!”
“แต่พล็อตเรื่องดูเหมือนจะใช้ได้เลยนะ?”
“การตั้งค่าตัวละครก็น่าสนใจดี มนุษย์ยาง? ผลปีศาจ?”
“นี่คือผลงานของอาจารย์ท่านไหนกันนะ ผลงานที่ท่านรองประธานส่งมาด้วยตัวเองแบบนี้ ต้องไม่ใช่การสร้างสรรค์ของคนไร้ชื่อเสียงเรียงนามแน่ๆ”
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เริ่นเจียซุนมาถึง ก็พบว่าแผนกมังงะเงียบกริบ ทุกคนต่างกำลังจดจ่อที่หน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างมีสมาธิ
“อะแฮ่ม” เริ่นเจียซุนส่งเสียงทำลายความเงียบ
เหล่าบรรณาธิการมังงะเงยหน้าขึ้นมอง พลันสะดุ้งโหยง “ท่านรองประธาน!”
“มังงะที่ผมส่งมา พวกคุณดูกันหรือยัง?”
“กำลังดูอยู่ครับ!” หัวหน้าแผนกมังงะกล่าว “มังงะเรื่องนี้ดูเผินๆ ค่อนข้างแปลก ลายเส้นไม่ค่อยตรงกับความงามที่เป็นที่นิยมในตลาดปัจจุบัน แต่พอดูไปสักพักก็จะเริ่มคุ้นชิน ถึงขั้นรู้สึกว่าน่าสนใจมากทีเดียวครับ”
“น่าสนใจมากทีเดียว?” เริ่นเจียซุนกล่าวด้วยสีหน้าประหลาด “คุณแน่ใจนะ?”
หัวหน้าแผนกมังงะมองรองประธานด้วยความแปลกใจ ทำไมถึงรู้สึกเหมือนอีกฝ่ายดูไม่ค่อยมั่นใจเลยล่ะ?
“ผมมั่นใจในระดับหนึ่งว่าถามังงะเรื่องนี้ออกสู่ตลาด น่าจะมีกลุ่มผู้ติดตามอยู่บ้าง แต่ผลตอบรับที่ชัดเจนจะเป็นยังไงก็ยังพูดยากครับ เพราะไม่เคยมีผลงานสไตล์นี้ปรากฏมาก่อน…”
ชะงักไปครู่หนึ่ง หัวหน้าแผนกมังงะถามต่อว่า “นี่คือผลงานของยอดฝีมือท่านไหนเหรอครับ?”
“เป็นผลงานของยอดฝีมือจริงๆ นั่นแหละ” เริ่นเจียซุนทำสีหน้าที่ประหลาดขึ้นไปอีก “ชื่อเสียงโด่งดังของ ‘ปู่เยโหว’ ทุกท่านคงไม่แปลกหูหรอกนะ?”
“ใครนะ?”
ทุกคนอึ้งไป ในที่สุดก็เข้าใจว่าทำไมปฏิกิริยาของรองประธานถึงดูแปลกขนาดนั้น นี่เป็นผลงานการสร้างสรรค์ของอาจารย์ปู่เยโหว… มังงะเนี่ยนะ!?
“คุณแน่ใจนะครับว่าไม่ได้จำผิด?”
“อาจารย์ปู่เยโหวเป็นนักเขียนกับคนเขียนบทไม่ใช่เหรอครับ นิยายและละครของเขาผมชอบมากทุกเรื่องเลย!”
“มังงะเรื่องนี้เป็นฝีมือของเขาจริงๆ เหรอครับ?”
“ที่แท้อาจารย์ปู่เยโหวก็วาดรูปเป็นด้วย?”
“ถึงสไตล์แบบนี้จะทำใจยอมรับยากไปหน่อยก็เถอะ”
“ถึงฝีมือการวาดของอาจารย์ปู่เยโหวจะแปลกๆ แต่พล็อตเรื่องไม่มีทางแย่แน่นอน เพราะสำหรับมังงะแล้ว แม้ลายเส้นจะสำคัญแต่บทเนื้อเรื่องก็สำคัญมากไม่แพ้กัน นี่แหละสิ่งที่อาจารย์ปู่เยโหวเชี่ยวชาญที่สุด!”
ทุกคนต่างพากันพูดเจื้อยแจ้ว เริ่นเจียซุนพูดขัดทุกคนว่า “นี่คืองานที่บอสสั่งลงมาด้วยตัวเอง มังงะเรื่องนี้เราต้องดันให้ดี ทุกคนรีบจัดเตรียมเรื่องการตีพิมพ์ให้เร็วที่สุด”
“พวกเราจะออกเป็นรวมเล่มเลยเหรอครับ?”
ที่ถามแบบนี้เป็นเพราะโดยปกติแล้ว การ์ตูนมักจะต้องลงตีพิมพ์เป็นตอนๆ ในนิตยสารก่อน หากทำผลงานได้ดีพอถึงจะได้ออกรวมเล่ม
“ออกไปเลยแล้วกัน” เริ่นเจียซุนกล่าว “ชื่อเสียงของอาจารย์ปู่เยโหว ต่อให้เป็นมังงะก็มีแฟนคลับมหาศาลยอมควักเงินซื้ออยู่แล้ว”
นี่คือความจริง ต่อให้เป็นชาติก่อน หากไปดึงตัวซูเปอร์สตาร์ระดับแถวหน้าอย่างเจย์ โชว มาแล้ว อยู่ดีๆ วันดีคืนดีเขาดันปล่อยผลงานการ์ตูนออกมาสักเรื่องแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย อย่างไรก็มีแฟนคลับมหาศาลยอมควักเงินซื้ออยู่ดี นี่คือผลลัพธ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
แม้ว่าความอยากรู้อยากเห็นของคนส่วนใหญ่จะมากกว่าความคาดหวัง กระทั่งอาจจะแค่ต้องการสนับสนุนไอดอลที่ตัวเองรักเฉยๆ ก็ตาม
แน่นอนว่า มังงะจะดังได้นั้น ลำพังแค่การสนับสนุนชั่วคราวของแฟนคลับไม่เพียงพออยู่แล้ว
เป็นเช่นนี้เอง ข่าว “ปู่เยโหวจะออกมังงะเรื่องหนึ่งที่ชื่อว่า One Piece” ก็แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว
แผนกประชาสัมพันธ์ของสำนักพิมพ์เสินฮวายังคงทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม เพียงแต่เมื่อภายนอกได้เห็นการประชาสัมพันธ์ของ ‘One Piece’ กลับเริ่มสงสัยว่าสายตาของตัวเองมีปัญหาหรือเปล่า แม้แต่แฟนคลับของปู่เยโหวเองก็ยังมึนตึ๊บ!
“หา?”
“มังงะของปู่เยโหว?”
“ท่านโผล่มาจากไหนอีกเนี่ย?”
“อยู่ๆ ก็คิดสั้นจะเปลี่ยนสายงานแล้วเหรอ?”
“ทำไมถึงโดดไปวาดมังงะล่ะ เขาเข้าใจเรื่องมังงะอยู่ดีๆ เหรอ?”
“น่าจะวาดเล่นๆ มั้ง?”
“มิน่าล่ะ ปีนี้ท่านโหวไม่เขียนนิยายเลย แม้แต่บทละครที่ผลิตออกมาก็ไม่เยอะเท่าเมื่อก่อน แอบไปวาดมังงะเล่นอยู่นี่เอง?”
“ไม่รู้จักทำมาหากินตรงสายงาน!”
“ไม่เขียนหนังสือเขียนบทดีๆ หาเรื่องวุ่นวายไม่หยุด!”
แฟนคลับต่างก็รู้สึกงงงวยไปตามๆ กัน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคนผ่านทางเลย แต่ในใจของทุกคนก็ยังอยากรู้อยากเห็นอยู่ดี
เอาเถอะ หลักๆ คือเหล่าแฟนคลับของปู่เยโหวต่างก็พากันคิดว่า รอมังงะตีพิมพ์ออกมาก็จะลองไปแอบส่องดูสักหน่อย
คนผ่านทางส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสนใจนัก เพราะทุกคนต่างคิดว่า การที่อยู่ๆ ปู่เยโหวกระโดดไปวาดมังงะ น่าจะเป็นแค่การทำเล่นๆ เพื่อหาความสุขให้ตัวเอง หรือพัฒนาความชอบส่วนตัวอะไรแบบนั้น
เหมือนดาราบางคนที่รุ่งสุดๆ ปกติก็ร้องเพลงเล่นละครไปตามเรื่องตามราว แต่อยู่ดีๆ ก็กระโดดไปจับงานถ่ายภาพเสียอย่างนั้น สองเรื่องนี้ก็น่าจะคล้ายกัน