ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 367 ทุเรียนระเบิดจอมโอหัง!
วันถัดมาตอนเช้า ณ สถานีโทรทัศน์เทียนกวง หลังเวทีบันทึกเทปรายการ ‘King of Mask Singer’ หลินจือไป๋เดินทางมาถึงในร่างเทพดาราร้อยลักษณ์ และเห็นเซียวหลงเยว่ ผู้จัดการส่วนตัวชั่วคราวกำลังยืนรอตนอยู่ที่หน้าประตู
“อาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์!”
เซียวหลงเยว่กวักมือเรียก “พวกเราต้องไปรวมตัวกันที่ห้องพักรวมของทีมแดงค่ะ เช้านี้ต้องบันทึกเทปเนื้อหาบางส่วนล่วงหน้าไว้ใช้แทรกระหว่างการถ่ายทอดสด เพื่อเพิ่มอรรถรสให้กับรายการค่ะ”
“อืม”
เทพดาราร้อยลักษณ์ขานรับแล้วเดินตามไป ครู่ต่อมาเซียวหลงเยว่นำทางหลินจือไป๋เข้าไปในห้องห้องหนึ่ง เห็นที่หน้าประตูมีป้ายแขวนไว้ว่า [ห้องพักทีมแดง]
ห้องมีขนาดใหญ่มาก มีโซฟาอยู่ห้าตัว สุนัขทิเบต นกกาเหว่า ปลาคาร์ปน้อย และเจ้าชายกบนั่งอยู่บนโซฟาคนละตัว
ในบรรดานั้น เจ้าชายกบนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางราวกับขาใหญ่ คาดว่าโจวหานจินคงจะเลิกพยายามปกปิดตัวตนแล้ว เพราะถึงอย่างไรตัวตนของโจวหานจินก็ถูกเปิดโปงจนเกือบหมดแล้ว ฝืนแกล้งทำต่อไปเขาคงอึดอัดเสียเอง สู้กลับมาเป็นตัวเอง ปล่อยรัศมีราชาเพลงให้เต็มที่เลยดีกว่า
และเมื่อเทพดาราร้อยลักษณ์เดินเข้ามา ทุกคนในห้องก็เงยหน้าขึ้นมามองพร้อมกัน
“มาแล้วเหรอเทพดาราร้อยลักษณ์”
สุนัขทิเบตและเจ้าชายกบเอ่ยทักทายแต่ไม่ได้ลุกขึ้นยืน กลับเป็นนกกาเหว่าและปลาคาร์ปน้อยที่ลุกขึ้นยืนอย่างมีมารยาทในฐานะรุ่นน้องในวงการเพลง ทั้งสองเอ่ยทักทายอย่างสุภาพและนอบน้อมว่า
“อาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์ อรุณสวัสดิ์ครับ!”
“สวัสดีทุกคน” เทพดาราร้อยลักษณ์พยักหน้าแล้วหาโซฟาว่างนั่งลง
ถึงจะไม่รู้ว่าภายใต้หน้ากากแต่ละใบจะเป็นใคร แต่ทั้งห้าคนก็แข่งขันร่วมกันมานานพอควรจนเริ่มคุ้นเคยกันแล้ว
“เหล่าโจวกินข้าวหรือยัง?”
เทพดาราร้อยลักษณ์หันไปมองเจ้าชายกบกะทันหัน ภายใต้หน้ากากเจ้าชายกบ มุมปากของโจวหานจินกระตุกริกๆ นายเป็นใครถึงได้มาเรียกฉันว่าเหล่าโจว? แต่เขาก็ยังคงส่งเสียงฮึดฮัดอย่างถือตัว
“ผมไม่ใช่เหล่าโจว… มื้อเช้ากินซาลาเปาไปห้าลูก น้ำเต้าหู้หนึ่งชาม แล้วก็ปาท่องโก๋อีกหนึ่งตัว ร้านอาหารเช้าตรงข้างนอกสถานีโทรทัศน์เทียนกวงนั้นนะ รสชาติไม่เลวดี”
“มิน่าเหล่าโจวถึงได้อ้วนเอาซะแบบนี้”
คำพูดติดตลกของสุนัขทิเบตที่อยู่ข้างๆ ทำให้มุมปากของเจ้าชายกบโจวหานจินยิ่งกระตุกหนักกว่าเดิม
แล้วแกเป็นใครอีกละเนี่ย ถึงได้มาเรียกฉันว่าเหล่าโจวตามกันไปหมด? มันน่าหงุดหงิดชะมัด! ทุกคนรู้หมดแล้วว่าฉันเป็นใคร! แต่ฉันกลับไม่รู้เลยว่าพวกนั้นเป็นใครบ้าง!
นกกาเหว่าและปลาคาร์ปน้อยที่อยู่ข้างๆ ได้แต่ตัวสั่นเทา ไม่กล้าเอ่ยปากพูดอะไร เทพดาราร้อยลักษณ์กับสุนัขทิเบตใจกล้าจริงๆ ถึงขั้นเรียกราชาเพลงโจวว่า ‘เหล่าโจว’
สุนัขทิเบตยังพอว่า ในเน็ตต่างวิเคราะห์ว่าเขามีโอกาสสูงที่จะเป็นราชาเพลง การจะเรียกเหล่าโจวก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่เทพดาราร้อยลักษณ์มีสิทธิ์อะไรถึงได้โอหังขนาดนี้?
ทั้งที่ตอนแข่งก่อนหน้านี้ เทพดาราร้อยลักษณ์ก็บอกชัดเจนว่าตัวเองไม่ใช่ราชาเพลง!
ไม่ว่ายังไง นกกาเหว่าและปลาคาร์ปน้อยก็ไม่กล้าเรียกแบบนั้น ไม่งั้นตอนเปิดหน้ากากจะรับมือกับการคิดบัญชีของราชาเพลงโจวยังไง?
แต่เมื่อนึกได้ว่าเทพดาราร้อยลักษณ์ก็ทำตัวโอหังแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ทั้งสองก็เริ่มทำใจยอมรับได้
เวลานั้นเองเจ้าชายกบก็เอ่ยถามเทพดาราร้อยลักษณ์ “ในเน็ตบอกว่าคุณเป็นตัวปลอม”
หลินจือไป๋ภายใต้หน้ากากเทพดาราร้อยลักษณ์เผยยิ้ม “ผมเป็นตัวปลอมจริงหรือเปล่า คุณยังไม่ชัดเจนอีกเหรอ?”
เจ้าชายกบโจวหานจิ้นไม่คิดว่าเทพดาราร้อยลักษณ์เป็นตัวปลอมจริงๆ เขาเคยเจออีกฝ่ายตั้งแตรอบแรก แถมยังเคยลองเชิงกันมาแล้ว ด้วยท่าทางกวนประสาทของเจ้านี่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย ภายใต้หน้ากากนั้นเป็นคนเดิมมาตลอด
“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะ” สุนัขทิเบตเอ่ยขึ้นว่า “การแข่งขันคัดเลือกของทีมน้ำเงินพวกคุณดูแล้วใช่ไหม”
“ดูแล้ว!”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ โจวหานจินก็เริ่มมีอารมณ์ขึ้นมา “ทีมน้ำเงินท่าทางโอหังมากเลยนะ”
โอหังมากจริงๆ เพราะในการแข่งขันรอบสุดท้ายของทีมน้ำเงิน มีการสัมภาษณ์เดี่ยวของนักร้องหน้ากากคนหนึ่ง เมื่อทีมงานรายการถาม ‘ทุเรียนระเบิด’ คนนั้นว่า เขารู้สึกยำเกรงนักร้องคนไหนเป็นพิเศษไหม เจ้านั้นกลับพูดออกมาว่า
“ผมมาเพื่อคว้าแชมป์ คู่แข่งจะเป็นใครก็เหมือนกันแหละครับ”
ทั้งที่รู้ว่าเจ้าชายกบของทีมแดงคือราชาเพลง แต่ทุเรียนระเบิดยังกล้าพูดแบบนี้ โจวหานจินสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายการยั่วยุ
ถึงขั้นไม่ได้มีแค่ทุเรียนระเบิด ในการสัมภาษณ์เดี่ยวของหลิวริมน้ำ เมื่อต้องเผชิญกับคำถามเดียวกัน อีกฝ่ายก็ให้คำตอบที่ดูถูกทีมแดงอย่างมากว่า
“คู่แข่งคนเดียวที่ผมยำเกรงคือทุเรียนระเบิด ส่วนคนอื่นๆ ก็งั้นๆ”
คำว่าคนอื่นๆ ก็งั้นๆ นี่มันหมายความว่าไง? ไม่ว่ายังไงคำพูดนี้ก็ทำให้โจวหานจินฟังแล้วหงุดหงิดมาก
แม้แต่สุนัขทิเบตเองก็มีความเห็นต่อเรื่องนี้เช่นกัน เขาเอ่ยออกมาเรียบๆ ว่า “ดูเหมือนทีมน้ำเงินจะไม่เห็นเราอยู่ในสายตาเลยนะ แม้แต่ชาวเน็ตเองก็ยังมองว่าทีมแดงของพวกเรามีความสามารถด้อยกว่าพวกเขาอยู่ก้าวหนึ่ง”
“นี่มันดูถูกราชาเพลงโจวชัดๆ เลย!”
เทพดาราร้อยลักษณ์เอ่ยขึ้นทันที “เหล่าโจว ถ้าเป็นผมเจอเรื่องแบบนี้คงทนไม่ได้แน่”
ทุกคน: วิธีการยุแยงของนายนี่มันอ่อนหัดเกินไปหรือเปล่า ราชาเพลงโจวจะหลงกลเหรอ?
โจวหานจิ้นกล่าว “ทนไม่ได้จริงๆ แหละ ตอนที่แข่งฉันจะทำให้พวกทีมน้ำเงินนั่น… ฉันไม่ใช่ราชาเพลงโจวซะหน่อย!”
ทุกคนกลั้นขำ ได้ผลจริงๆ แฮะ
กลับเป็นสุนัขทิเบตที่เหลือบมองเทพดาราร้อยลักษณ์ “ราชาเพลงโจวยังโมโหเลย คุณไม่โมโหบ้างเหรอ?”
แน่นอนว่าหลินจือไป๋เองก็ดูบทสัมภาษณ์เดี่ยวของพวกทีมน้ำเงินแล้ว แต่กลับไม่ได้โกรธอะไรขนาดนั้น คนเรามีความมั่นใจไม่ใช่เรื่องปกติหรอกเหรอ?
“ไม่ใส่ใจนะ” เทพดาราร้อยลักษณ์โบกมือไปมา “ไม่ใส่ใจเลยสักนิด”
ในตอนนี้เอง มีเสียงดังมาจากนอกประตู ที่แท้ก็เป็นจินเสี่ยวเฟิง
“สวัสดีครับอาจารย์ทุกท่าน เหตุผลที่วันนี้ไม่ได้ให้ทุกคนแยกกันอยู่ในห้องพักส่วนตัว คิดว่าทุกท่านก็น่าจะทราบกันดีอยู่แล้ว การแข่งขันรอบถัดไปคือการดวลกันของทีมแดงและทีมน้ำเงิน ในแง่หนึ่งก็คือทุกท่านที่นั่งอยู่ที่นี่ในฐานะนักร้องทีมแดง ตอนนี้ได้กลายเป็นทีมเดียวกันแล้ว พวกคุณก็คือเพื่อนร่วมทีมของกันและกันครับ!”
เพื่อนร่วมทีม?
ทั้งห้าคนหันไปมองหน้ากัน สุดท้ายมีเพียงปลาคาร์ปน้อยและนกกาเหว่าที่ช่วยส่งเสียงตอบรับ “เย้!”
เจ้าชายกบเอ่ยว่า “ถ้าอย่างนั้นการแข่งนี้ก็ฆ่าเพื่อนร่วมทีมไม่ได้นะสิ?”
ทุกคนหัวเราะพลางหันไปมองเทพดาราร้อยลักษณ์ หมอนี่ไม่ได้เลียนเสียงราชาเพลงโจวร้องเพลงแค่ครั้งเดียว เรื่องนี้โดนจดลงสมุดบัญชีของราชาเพลงโจวแล้ว
จินเสี่ยวเฟิงเองก็อดหัวเราะไม่ได้ “หลังจากนี้ได้แน่นอนครับ แตรอบแรกยังไม่ได้”
“งั้นนายก็ระวังอย่าให้ถูกคัดออกซะก่อนละ” เจ้าชายกบเอ่ยกับเทพดาราร้อยลักษณ์
เทพดาราร้อยลักษณ์พยักหน้าอย่างจริงจัง “ในเมื่อราชาเพลงโจวไม่ยอมให้ผมถูกคัดออก งั้นผมก็จะไม่ถูกคัดออกครับ”
ทุกคน: คุณช่วยเลิกหยอกราชาเพลงโจวสักทีได้ไหม? ไม่กลัวถูกราชาเพลงโจวจับกุมตัวไว้คาที่ตอนเปิดหน้ากากหรือไง?
จินเสี่ยวเฟิงกล่าวต่อ “กติกาในวันนี้เรียบง่ายมากครับ สมาชิกทั้งห้าคนของทีมแดงและน้ำเงินจะมาดวลตัวต่อตัวกัน”
สุนัขทิเบต: “จับสลาก?”
จินเสี่ยวเฟิงพยักหน้า “จับสลากกำหนดคู่แข่งของแต่ละท่านครับ นักร้องห้าคนที่แพ้ในการดวล จะต้องมาแข่งกันอีกรอบสองคนที่มีคะแนนต่ำสุดจะถูกคัดออก ส่วนนักร้องห้าคนที่ชนะ จะได้ไปชิงตำแหน่งราชาเพลงประจำรอบแรกของการดวลแดงน้ำเงินครับ”
“เรื่องราชาเพลงไม่หวังแล้วละ” นกกาเหว่ายิ้มกล่าว “ไม่ถูกคัดออกก็คือเป้าหมายในรอบนี้”
จินเสี่ยวเฟิงเอ่ยต่อ “ผมต้องขอเตือนทุกท่านไว้ว่า การคว้าตำแหน่งราชาเพลงในรอบนี้ จะมีสิทธิพิเศษเพิ่มเติม ส่วนรายละเอียดของสิทธิพิเศษ เราจะประกาศในการแข่งขันรอบต่อไป ดังนั้นหวังว่าทุกท่านจะไม่คิดว่าขอแค่ไม่ถูกคัดออกก็ถือว่ารอดตัวแล้วนะครับ ไม่ว่าฝ่ายทีมแดงหรือทีมน้ำเงินจะมีใครได้เป็นราชาเพลง ก็ล้วนมีผลต่อสถานการณ์การแข่งขันหลังจากนี้ทั้งสิ้นครับ”
ราชาเพลงในรอบนี้จะมีรางวัลเป็นสิทธิพิเศษ? ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา แววตาของทุกคนก็เปลี่ยนไป การแข่งขันก่อนหน้านี้ทุกคนค่อนข้างปล่อยวาง ไม่รั้นที่จะต้องเอาที่หนึ่งให้ได้ขนาดนั้น เหมือนว่าตอนนี้ทีมงานรายการกำลังพยายามใช้วิธีนี้กระตุ้นให้ทุกคนแย่งชิงตำแหน่งราชาเพลงในสัปดาห์นี้!
“ถ้าอย่างนั้นเรามาเริ่มจับสลากกันเลยครับ”
จินเสี่ยวเฟิงเอ่ยขึ้นก่อนจะให้เจ้าหน้าที่ยกกล่องเข้ามา เหล่านักร้องจึงเริ่มจับสลาก
“หมายเลขสองครับ” หลินจือไป๋ชูหมายเลขในมือของตนขึ้น
ปลาคาร์ปน้อยทำหน้าเศร้า “ฉันได้หมายเลขหนึ่ง งั้นก็ต้องขึ้นเวทีเป็นคนแรกเหรอคะ?”
“ใช่ครับ” จินเสี่ยวเฟิงยิ้มกล่าว “ส่วนคู่แข่งของคุณจะเป็นใครเราจะประกาศภายหลังครับ”
เป็นเช่นนี้จนทุกคนจับสลากเสร็จ จินเสี่ยวเฟิงเริ่มประกาศผล
“คู่แข่งของปลาคาร์ปน้อยคือ หญ้าอ่อนเขียวขจี”
“คู่แข่งของเทพดาราร้อยลักษณ์คือ มันฝรั่ง”
“คู่แข่งของสุนัขทิเบตคือ ดอกเพชฌฆาต”
“คู่แข่งของเจ้าชายกบคือ หลิวริมน้ำ”
“คู่แข่งของนกกาเหว่าคือ ทุเรียนระเบิด”
ปลาคาร์ปน้อยถอนหายใจโล่งอก แม้ลำดับการขึ้นเวทีจะไม่ค่อยดี แต่คู่แข่งก็ไม่ได้แข็งแกร่งมากเป็นพิเศษ ตนมีโอกาสชนะอยู่สักหกสิบเปอร์เซ็นต์
คู่แข่งของหลินจือไป๋คือ มันฝรั่ง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าชนะใสๆ เพราะความสามารถของมันฝรั่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วว่าอ่อนที่สุดในทีมน้ำเงิน
คู่แข่งของสุนัขทิเบตคือ ดอกเพชฌฆาต ความกดดันถือว่าไม่มากนัก
ส่วนคู่ของเจ้าชายกบกับหลิวริมน้ำ หลินจือไป๋ก็รู้สึกว่าไม่ใช่ปัญหาอะไร เพราะราชาเพลงโจวดุดันเอาเรื่อง
ที่น่าสงสารที่สุดคือนกกาเหว่า ดันต้องมาเจอกับทุเรียนระเบิด หนักหนาสาหัสเอาการ อีกฝ่ายเป็นถึงตัวเต็งอันดับหนึ่งที่จะคว้าแชมป์เลยทีเดียว!
อีกด้านหนึ่งที่ห้องพักทีมน้ำเงิน นักร้องหน้ากากทั้งห้าคนต่างก็ได้ทราบแล้วว่าคู่แข่งของตนเองคือใคร
“ปลาคาร์ปน้อย?” หญ้าอ่อนเขียวขจีขมวดคิ้วพลางพึมพำเบาๆ “เหมือนเธอจะเก่งเอาเรื่องเลยนะ… กดดันเหรอ?”
ทุเรียนระเบิดเอ่ยขึ้น หญ้าอ่อนเขียวขจีเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อน “ก็ฉันไม่ใช่พี่ทุเรียนนี่นา ใครหน้าไหนก็ไม่กลัวทั้งนั้น”
ทุเรียนระเบิดกล่าว “งั้นเธอก็ไปสู้กับนกกาเหวานั่น เดี๋ยวฉันดวลกับปลาคาร์ปน้อยเอง ยังไงคู่แข่งจะเป็นใครสำหรับฉันก็เหมือนกันหมด”
“เอ๊ะ?” หญ้าอ่อนเขียวขจีชะงัก “ทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอ?”
นกกาเหว่าสำหรับเธอแล้วรู้สึกวางใจมากกว่าจริงๆ หลักๆ เพราะรู้สึกว่าคนคนนั้นดูจะอ่อนกว่าปลาคาร์ปน้อยอยู่นิดหน่อย
เจ้าหน้าที่ชะงักไป ไม่คิดว่าจะมีคนอยากขอเปลี่ยนหมายเลข จึงเอ่ยขึ้นว่า “เรื่องนี้ผมต้องไปขอความเห็นจากผู้กำกับก่อนนะครับ…”
“ไม่ใช่การแข่งดวลแดงน้ำเงินหรอกเหรอ?” ดอกเพชฌฆาตเอ่ยเรียบๆ “ในเมื่อเป็นการดวลระหว่างสองทีม แล้วคนในทีมเราจะเปลี่ยนหมายเลขกันจะมีปัญหาอะไรล่ะ?”
“แต่ผมต้องถามผู้กำกับก่อนครับ…” เจ้าหน้าที่รู้สึกลำบากใจเล็กน้อย ไม่กล้ารับคำ จึงรีบติดต่อเรียกตัวผู้กำกับทันที
“เปลี่ยนหมายเลข?” เหมือนผู้กำกับเองก็คาดไม่ถึงว่าจะมีสถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้น
“อาจารย์ทุเรียนระเบิดกับดอกเพชฌฆาตเสนอว่า ในการดวลแดงน้ำเงิน การเปลี่ยนหมายเลขภายในไม่น่าจะมีปัญหาอะไรครับ…”
“ฉันขอคิดดูก่อน” ผู้กำกับรู้สึกปวดหัวอยู่บ้าง รายการวาไรตี้แนวแข่งขัน บางรายการก็อนุญาตให้เปลี่ยนหมายเลขได้ แต่บางรายการก็ไม่อนุญาต
ทั้งหมดขึ้นอยู่กับว่าทีมงานจะจัดการอย่างไร หลังจากครุ่นคิดครู่หนึ่ง ผู้กำกับก็เอ่ยว่า “งั้นก็ให้พวกเขาเปลี่ยนเถอะ แต่มีข้อแม้หนึ่งอย่าง ในเมื่ออนุญาตให้เปลี่ยนหมายเลขได้ ก็ต้องแจ้งข้อมูลนี้ให้ทีมแดงทราบด้วย…”
ทีมน้ำเงินนี่แผนสูงจริงๆ คิดจะใช้แผนส่งม้าชั้นเลิศไปแข่งกับม้าชั้นเลวอย่างนั้นเหรอ?
ได้เลย แต่จะปิดบังทีมแดงเพื่อจู่โจมกะทันหันนะไม่ได้! ดังนนั้นในเวลาต่อมา ทีมแดงจึงได้รับแจ้งข่าว
“ทางทีมน้ำเงิน ทุเรียนระเบิดอยากจะแลกเปลี่ยนคู่แข่งกับหญ้าอ่อนเขียวขจี? นี่คิดจะให้ทุเรียนระเบิดมาเจอกับปลาคาร์ปน้อย แล้วให้หญ้าอ่อนเขียวขจีไปเจอกับนกกาเหว่าสินะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ปลาคาร์ปน้อยก็รู้สึกหน้ามืดไปชั่วขณะ เธอจะเป็นคู่แข่งของทุเรียนระเบิดได้ยังไง!
แต่แล้วในขณะที่ปลาคาร์ปน้อยกำลังเข่าอ่อนรู้สึกสิ้นหวัง จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหู
“ผมเปลี่ยนกับคุณเอง”
คนที่พูดคือสุนัขทิเบต แววตาของเขาดูเย็นชาลงเล็กน้อย ไม่สบอารมณ์กับการกระทำของทุเรียนระเบิดอย่างมาก
“ให้ฉันเอง!” เจ้าชายกบเอ่ยขึ้น “ทุเรียนระเบิดคิดจะรังแกคนทีมแดงของพวกเรา ก็ต้องถามฉัน… เจ้าชายกบซะก่อนว่าตกลงหรือเปล่า!”
“แต่ผมอาสาก่อน” สุนัขทิเบตไม่ยอม
เจ้าชายกบเริ่มไม่พอใจ “ทุเรียนระเบิดฝีมือแข็งแกร่งมาก คุณเอาเขาไม่อยู่หรอก”
“ดูถูกใครอยู่นะ?”
ทั้งสองคนถึงกับโต้เถียงกัน หัวใจปลาคาร์ปน้อยพลันรู้สึกอบอุ่น สองคนนี้ต่างก็อยากจะดวลกับทุเรียนระเบิดแทนเธอ!
แต่แล้วในระหว่างที่สุนัขทิเบตและเจ้าชายกบกำลังโต้เถียงกันอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมา
“เรื่องนี้ยังไม่ถึงคิวพวกคุณสองคนเข้ามาวุ่น”
ผู้ที่เอ่ยก็คือเทพดาราร้อยลักษณ์