ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 379 รักแม่จริงๆ!
ผู้ชมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังเวที และยิ่งไม่รู้ว่าเทพดาราร้อยลักษณ์ได้ลั่นวาจาอาจหาญออกไปแล้ว
บนเวที หลังจากการร้องเพลงของทุเรียนระเบิดสิ้นสุดลง หวงลี่พิธีกรก็ก้าวขึ้นเวทีแล้วกล่าวว่า “ลำดับต่อไปขอต้อนรับนักร้องคนสุดท้ายในรอบนี้ เทพดาราร้อยลักษณ์ครับ!”
แปะๆๆ! เสียงปรบมือดังทั่วทุกสารทิศ
“ถึงตาเทพดาราร้อยลักษณ์อีกแล้ว คงเป็นสไตล์เรียกน้ำตาแบบเพลง ‘คุณพ่อ’ อีกละมั้ง คราวนี้เขาไม่มีทางทำให้ฉันร้องไห้ได้หรอก น้ำตาไม่เหลือสักหยดแล้วจริงๆ!”
“หลังจากฟังเพลงซึ้งๆ มาเยอะขนาดนี้ หัวใจฉันก็แกร่งดั่งเหล็กกล้าแล้ว!”
“เทพดาราร้อยลักษณ์จับสลากรอบนี้ไม่ค่อยดีเลยแฮะ ต้องร้องต่อจากทุเรียนระเบิด”
“เพลงภาษาฉีของทุเรียนระเบิดดีจริง ถึงจะเป็นเรื่องความรักของแม่เหมือนกัน แต่กลับให้ความรู้สึกต่างกันสิ้นเชิงเลย!”
“ดูเหมือนราชาเพลงรอบนี้คงเป็นทุเรียนระเบิดแล้วละ สองรอบที่ผ่านมาเทพดาราร้อยลักษณ์ทำผลงานได้โดดเด่นเกินไปแล้ว เดิมทีฉันนึกว่าเขาจะมีลุ้นตำแหน่งราชาเพลงสัปดาห์นี้ซะอีก”
“ฮ่าๆ คิดมากไปแล้ว! รอบที่สองของสัปดาห์นี้มีแต่คนของทีมสีน้ำเงิน คะแนนของเทพดาราร้อยลักษณ์ต้องเอาชนะทั้งดอกเพชฌฆาต หลิวริมน้ำ และทุเรียนระเบิดเลยนะ ความยากระดับนี้มันเวอร์เกินไป แทบจะเป็นหนึ่งต่อสามอยู่แล้ว ไม่มีหวังเลย”
“จริงๆ ก็มีหวังชนะหลิวริมน้ำกับดอกเพชฌฆาตอยู่นะ แต่รอบนี้ยังไงก็ไม่มีทางชนะเพลงภาษาฉีที่มีเอกลักษณ์ของทุเรียนระเบิดได้หรอก การแสดงของเขามันสุดยอดเกินไป ราชาหวนคืนบัลลังก์ชัดๆ!”
การถกเถียงมากมายนับไม่ถ้วน ผู้ชมมองไปที่เทพดาราร้อยลักษณ์ ทุเรียนระเบิดที่กลับมายังโซนพักก็จ้องเขาเขม็งเช่นกัน มุมปากภายใต้หน้ากากยกขึ้นเล็กน้อย
ด้านข้าง ดอกเพชฌฆาตยิ้มกล่าว “ยินดีกับพี่ทุเรียนล่วงหน้านะคะ รอบนี้พี่นอนมาแล้ว”
หลิวริมน้ำเสริม “สถานการณ์แบบวันนี้ การร้องเพลงภาษาฉีเป็นไม้ตายที่ร้ายกาจจริงๆ พวกเรารับมือไม่ไหวเลย เทพดาราร้อยลักษณ์ก็รับมือไม่ไหวเหมือนกัน”
“ยังไม่แน่หรอก” ทุเรียนระเบิดเริ่มเรียนรู้ที่จะถ่อมตัวแล้ว แม้ปากจะพูดไปแบบนั้น แต่ใจกลับกำลังครุ่นคิดว่าจะใช้รางวัลราชาเพลงนี้ยังไงดี ชุบชีวิตเพื่อนร่วมทีมสีน้ำเงิน? หรือเก็บไว้เป็นประกันให้ตัวเอง?
เก็บไว้เป็นประกันให้ตัวเองน่าจะปลอดภัยกว่ามั้ง?
เทพดาราร้อยลักษณ์คนนี้ลึกลับเกินไป ลูกเล่นมากมายจนงัดออกมาใช้ได้ไม่ซ้ำ ถ้ารอบสุดท้ายตนพลาดท่าขึ้นมา อะไรๆ คงจบสิ้น เพราะสัปดาห์หน้าไม่มีที่ว่างสำหรับความผิดพลาดอีกแล้ว ต้องเก็บสิทธิพิเศษไว้รับรองความปลอดภัยให้ถึงที่สุด!
‘เข้ามาเลยเทพดาราร้อยลักษณ์! ให้ฉันดูหน่อยสิว่าครั้งนี้แกยังมีมุกอะไรอีก’ แววตาของทุเรียนระเบิดฉายประกายความมั่นใจอย่างแรงกล้า
ส่วนที่ที่นั่งแขกรับเชิญ ฉินเลี่ยนพลันยิ้มออกมา “ไม่รู้ว่าเขาจะยังมีมุกอะไรอีกไหม”
หลี่เชียวส่ายหน้า “ยากแล้วละค่ะ ทั้งการสลับเสียงแนบเนียนไร้รอยต่อ ทั้งการขับร้องเสียงไซเรนที่สั่นสะเทือนผู้คน หรือการเรียกน้ำตาถึงขีดสุด มุกพวกนี้เทพดาราร้อยลักษณ์ก็ใช้ไปหมดแล้ว”
แต่ไม่เป็นไร เถียนเหวยยิ้มแล้วพูดว่า “ยังไงถึงรอบนี้จะแพ้ ก็ยังได้เข้ารอบชิงอยู่ดี”
จ้าวโยวเยว่พยักหน้าตาม “ก่อนหน้านี้เทพดาราร้อยลักษณ์ปล่อยไม้ตายตลอดเลย ชนะมาได้เรื่อยๆ แต่รอบนี้ทุเรียนระเบิดก็ปล่อยไม้ตายของตัวเองแล้วเหมือนกัน”
ด้านข้าง หานปัวกล่าวเบาๆ ด้วยอารมณ์ “นี่แค่รอบรองสุดท้ายเองนะ ทุกคนก็เริ่มปล่อยไม้ตายกันแล้ว ชิงแชมป์สัปดาห์หน้าคงต้องวัดกันด้วยรากฐานและบารมีที่สั่งสมมาแล้วละครับ!”
จากนั้นบรรยากาศในสตูดิโอก็ค่อยๆ เงียบสงัดลง เมื่อแสงไฟค่อยๆ มืดดับ หลินจือไป๋ยืนอยู่กลางเวที สายตาจ้องมองไปยังคนในครอบครัวของตนเองอีกครั้ง
เมื่อทุกอย่างพร้อมสรรพ หลินจือไป๋สูดลมหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นพยักหน้าให้วงดนตรีเบาๆ วินาทีต่อมา เสียงดนตรีดังขึ้น ผู้ชมเห็นชื่อเพลงบนหน้าจอขนาดใหญ่ อักษรสี่พยางค์: รักแม่จริงๆ!
เมื่อพิจารณาว่ารอบก่อนเทพดาราร้อยลักษณ์ร้องเพลง ‘คุณพ่อ’ ไปแล้ว งั้นรอบนี้ก็น่าจะเป็นเพลงเกี่ยวกับแม่สินะ? ทุกคนคิดเช่นนั้น เพลงใหม่อีกแล้วเหรอ? และขณะที่ทุกคนกำลังครุ่นคิดไปแบบนั้นโดยอัตโนมัติ ทุกคนก็จะได้ยินเสียงเพลงที่สั่นสะเทือนจิตวิญญาณดังแว่วมาข้างหู
“มือคู่นั้นที่งดงามไม่อาจปรุงแต่ง คอยมอบความอบอุ่นอยู่เบื้องหลังเสมอ แม้จะพร่ำบ่น คอยตามห่วงใย ฉันกลับไม่เห็นคุณค่า น่าละอายแก่ใจ”
อ๊ะ! หานปัวตะลึงอึ้ง! หลี่เชียวเงยหน้าขึ้นฉับพลัน! ฉินเลี่ยนปากอ้าตาค้าง!
จ้าวโยวเยว่อุทานว่า “นี่มัน…”
น้ำเสียงของเถียนเหวยสั่นเครือ “ภาษาฉี…”
ใช่แล้ว! ภาษาฉี!
รอบนี้เทพดาราร้อยลักษณ์ก็ร้องเพลงภาษาฉีเช่นกัน! สำเนียงการร้องที่เป๊ะตามมาตรฐาน การเปล่งเสียงที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ทำให้สีหน้าของผู้ชมทุกคนทั้งในฮอลล์และที่อยู่หน้าจอทั่วประเทศเปลี่ยนไปในพริบตา!
เป็นไปไม่ได้! ไม่ควรจะเป็นแบบนี้สิ! เทพดาราร้อยลักษณ์ก็พูดภาษาฉีเป็นเหรอ!? นายยังมีเรื่องให้ประหลาดใจอีกมากมายแค่ไหนกันเนี่ย!
ภายใต้หน้ากาก ทุเรียนระเบิดยิ่งเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ ราวกับเห็นผีตอนกลางวัน จ้องมองเทพดาราร้อยลักษณ์อย่างเหม่อลอย!
‘นายพูดภาษาฉีได้ยังไง! นายไม่ใช่นักร้องฉินโจวหรือไง! ทำไมภาษาฉีของนักร้องฉินโจวถึงได้มาตรฐานขนาดนี้เนี่ย!’
หลินจือไป๋ไม่ได้สนใจเลยว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร ตอนนี้เขาใช้เสียงจริงของตนเองอีกครั้ง เวลาอื่นอาจจะเล่นสนุกได้ มีแค่สัปดาห์นี้ที่เขาต้องใช้เสียงของตัวเอง!
“ตอนที่ฉันลุ่มหลงในเสียงดนตรี ถึงเธอไม่เคยชื่นชม แต่ความรักของแม่กลับมั่นคงไม่เคยจืดจาง มุ่งมั่นทลายความสับสนวุ่นวายในใจ เพื่อรอวันที่พระคุณนี้ได้ทดแทน ดังสายฝนวสันต์ที่ปลอบโยนหัวใจของฉัน ความอาทรตลอดชีวิตที่มอบให้มาโดยไม่เอ่ยคำพูดใดๆ”
ช่วงปีที่เจ็บปวดที่สุดเหล่านั้น หลินจือไป๋ไม่เคยลืมกำลังใจจากแม่เลย แม้ว่าเธอจะชอบล้อเลียนว่าเขาร้องเพลงเพี้ยน แต่นั่นก็เป็นแค่การล้อเลียนด้วยความปรารถนาดีเท่านั้น ไม่ว่าเขาอยากจะทำอะไร อีกฝ่ายก็มักจะทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อสนับสนุนและทำให้เขาเสมอ!
ท่ามกลางเสียงดนตรี ภาษาฉีที่เป๊ะเสียจนแม้แต่ชาวฉีโจวแท้ๆ อย่างทุเรียนระเบิดยังไม่อาจหาจุดที่ผิดได้เลยแม้แต่น้อย ดังขึ้นต่อเนื่อง
หลิวริมน้ำตกอยู่ในความตะลึงจนเงียบงัน ดอกเพชฌฆาตเองก็พูดไม่ออก ตอนนี้ทั้งคู่ต่างสัมผัสได้ว่าสภาพทุเรียนระเบิดเริ่มจะไม่ปกติแล้ว แต่สภาพของหลินจือไป๋กลับดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาหันไปยังทิศทางหนึ่งของผู้ชมกะทันหัน จ้องประสานตาคู่นั้นของแม่อย่างแน่วแน่!
คือแม่! แววตาที่แสนอบอุ่นละมุนนั้น! สอนให้ฉันหยัดยืน จ้องมองไปยังหนทางข้างหน้า! คอยย้ำเตือนใจ ยามใดที่ล้มลง จงอย่ายอมแพ้!”
เสียงกลองที่สั่นสะเทือน เสียงเบสที่กึกก้อง เสียงกีตาร์ที่ผสมผสานไปกับดนตรีประกอบ ระเบิดออกมาพร้อมกับน้ำเสียงของหลินจือไป๋ สั่นสะท้านไปถึงโสตประสาทของทุกคนในทันที!
“เกินจะหาถ้อยคำมาอธิบาย ว่าจะทดแทนพระคุณให้หมดได้อย่างไร! ความรักช่างกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต! ได้โปรดให้ฉันได้บอกว่า รักแม่จริงๆ!”
คำพูดที่ปกติมักจะพูดไม่ออกเพราะเขินอายอยู่เสมอ ในตอนนี้ได้ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างหมดเปลือก ผ่านท่วงทำนองดนตรีและหน้ากากที่บดบัง เม็ดเหงื่อเริ่มผุดซึมที่หน้าผากของหลินจือไป๋ เลือดในกายทุกหยดกำลังเดือดพล่านและลุกโชน!
ไม่ว่าภาษาอะไร! ไม่ว่าทำนองแบบไหน! สิ่งที่สั่นคลอนหัวใจผู้คนได้มากที่สุดคือความรู้สึกที่ลึกซึ้งนั้นเสมอ! ผู้ชมทุกคนต่างสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ เพลงนี้ได้ปลุกหัวใจที่ด้านชาของทุกคนให้ตื่นขึ้นด้วยดนตรีร็อก จนเลือดในกายของทุกคนเดือดพล่านและลุกโซนตามไปด้วย!
ขณะเดียวกัน ทุเรียนระเบิดรู้สึกขาอ่อนแรงจนเกือบจะเซล้ม เขาถอยหลังครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว เขารู้ดีว่ารอบนี้ตนพบกับความไม่แน่นอนอีกแล้ว!
‘เสี่ยวเฮย…’ แม่ที่อยู่ด้านล่างเวทีจ้องมองเทพดาราร้อยลักษณ์ตาไม่กะพริบ เอ่ยคำนี้ออกมาราวกับถูกผีสิง แม้แต่ตัวเธอเองยังแปลกใจว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ เทพดาราร้อยลักษณ์จะเป็นลูกชายของเธอได้ยังไง? อาจเพราะเสียงเหมือนกันเกินไป?
แก้มของแม่รู้สึกเย็นวาบ น้ำตาไหลนองหน้าโดยไม่รู้ตัว เธอรีบกุมมือสามีไว้แน่น แต่กลับพบว่าดวงตาของหลินตงเองก็เริ่มแดงก่ำขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
“เหมือนมาก” หลินตงพึมพำ เขาไม่ได้พูดให้ชัดเจนว่าเหมือนอะไร แต่แม่ก็เข้าใจ
พี่ชายหลินเชิงเทียนและพี่สาวหลินซีเองก็เข้าใจเช่นกัน สายตาของคนทั้งครอบครัวต่างจับจ้องไปยังเงารางบนเวทีนั้น ใชเขาไหม? เป็นเขาจริงๆ เหรอ? คำถามเดิมเดียวกันนี้วนเวียนอยู่ในใจของคนในครอบครัว เมื่อนึกไปถึงรายชื่อทีมงานของ ‘King of Mask Singer’ ที่ไม่มีชื่อของหลินจือไป๋ การคาดเดาบางอย่างที่ดูเหลือเชื่อก็ได้ผุดขึ้นมาอย่างเงียบๆ
หลังเวทีทีมสีแดง ก่อนที่เทพดาราร้อยลักษณ์จะขึ้นร้องเพลง ปลาคาร์ปน้อยและเจ้าชายกบยังเกี่ยงกันไปมา แต่หลังจากทุเรียนระเบิดร้องจบพวกเขาก็หมดหวังทันที โควตาชุบชีวิตเพียงหนึ่งเดียวจึงกลายเป็นเรื่องสำคัญขึ้นมา
“ชุบชีวิตคุณเถอะ”
“คุณจำเป็นต้องใช้โอกาสนี้มากกว่า”
“ฟังผมนะ”
“ฉันไม่ฟังค่ะ”
“ถ้าไม่โอเคจริงๆ ก็ช่างเถอะ”
“พวกเราไม่ต้องมีใครถูกชุบชีวิตทั้งนั้นแหละ”
“โอกาสนี้ควรให้เขาเก็บไว้ใช้เองดีกว่า”
ระหว่างที่เกี่ยงกันนั้นเอง เมื่อเสียงร้องของเทพดาราร้อยลักษณ์ดังขึ้น ทั้งสองก็พลันชะงักค้าง ราวกับกลายเป็นรูปปั้นสองรูป! ไม่สิ รูปปั้นสามรูปต่างหาก! เพราะแม้แต่สุนัขทิเบตที่นิ่งเงียบมาตลอด ก็ชะงักค้างไปในวินาทีนั้นเช่นกัน ภายในห้องพักทีมสีแดงเงียบกริบจนน่ากลัว!
หลินจือไป๋ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นหลังเวที เขาจดจ่ออยู่กับการร้องเพลงอย่างเต็มที่ สบสายตากับแม่ ใช้เสียงเพลงสื่อสารความรักจากก้นบึ้งของหัวใจ!
“ยังจดจำสองมือแสนอบอุ่นนั้นได้ดี คอยดูแลฉันเสมอมาไม่เคยเปลี่ยน ในที่สุดวันนี้ความฝันกลายเป็นจริง อยากให้เธอชื่นชมเกียรติยศนี้ด้วยกัน”
ขอบคุณแม่ที่คอยดูแลมาตลอดหลายปีนี้ ผมกำลังทำตามความฝันของตัวเองให้เป็นจริงไปทีละก้าว หวังจะแบ่งปันเกียรติยศทั้งหมดนี้กับแม่และทุกคนในครอบครัวนะครับ!
แม่ครับ! แม่ได้ยินไหม?
เหมือนเนื้อเพลงที่ร้องว่า “ดังสายฝนวสันต์ที่ปลอบโยนหัวใจของฉัน ความอาทรตลอดชีวิตที่มอบให้มาโดยไม่เอ่ยคำพูดใดๆ” ปลายนิ้วของหลินจือไป๋ชี้ไปยังทิศทางที่แมนั่งอยู่จากไกลๆ คือแม่! แววตาที่แสนอบอุ่นละมุนนั้น! สอนให้ฉันหยัดยืน จ้องมองไปยังหนทางข้างหน้า! คอยย้ำเตือนใจ ยามใดที่ล้มลง จงอย่ายอมแพ้!”
ตอนที่ถึงท่อนฮุคครั้งที่สอง! บรรยากาศในฮอลล์เดือดพล่านถึงขีดสุด! ผู้คนนับไม่ถ้วนขอบตาชุ่มโชกอีกครั้ง! ทั้งที่เป็นภาษาฉีที่ผู้ชมไม่ค่อยคุ้นเคย แต่กลับไม่จำเป็นต้องดูคำแปลก็ทำให้ผู้ชมชาวฉินโจวเข้าใจได้ เพราะเพลงนี้ไม่มีศัพท์ยากๆ อะไร ทุกอย่างสื่อสารชัดเจนตรงไปตรงมา ด้วยเหตุนี้ต่อมน้ำตาของทุกคนจึงพังทลายลงอีกครั้ง!
ไหนว่าน้ำตาแห้งไปหมดแล้วไง ไหนว่าหัวใจแกร่งดังเหล็กกล้า ต่อหน้าบทเพลง ‘รักแม่จริงๆ’ ผู้ชมทุกคนพ่ายแพ้อย่างหมดรูปอีกครั้ง ปล่อยให้ความตื้นตันเข้ายึดครองหัวใจ!
พวกเขาโบกมือทั้งสองข้าง! พวกเขาไมอาจถอนตัว! ความสดใหม่จากเพลงภาษาฉีของทุเรียนระเบิด ความจริงแล้วมีน้ำหนักมากกว่าการตีความและการสื่อสารเรื่องความรักของแม่เสียอีก ความได้เปรียบทางภาษาถูกขยายให้ใหญ่ขึ้น เทียบกันแล้วเพลงภาษาฉีของเทพดาราร้อยลักษณ์มีอารมณ์ที่เข้มข้นกว่า ทำนองติดหูมากกว่า เพราะนี่คือสไตล์เพลงร็อก ซึ่งจะช่วยขยายทุกห้วงอารมณ์ความรู้สึกให้ยิ่งใหญ่ขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด!
“เกินจะหาถ้อยคำมาอธิบาย ว่าจะทดแทนพระคุณให้หมดได้อย่างไร! ความรักช่างกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต!”
สายตาของหลินจือไป๋กวาดมองไปยังพ่อแม่ พี่ชาย และพี่สาว เขารู้ดีว่าคนในครอบครัวได้ยินเสียงเพลงของเขาแล้ว
“ได้โปรดให้ฉันได้บอก! รักแม่จริงๆ!”