ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 395-2 วงการเพลงฉีโจวแซ่ฉี! (2)
ตอนที่ 395-2 วงการเพลงฉีโจวแซ่ฉี! (2)
เพื่อนๆ ของหลินจือไป๋หลายคนก็เข้ามาคอมเมนต์ใต้โพสต์
ฉินเลี่ยน : ‘โชคดีนะ!’
หลัวเยี่ยน : ‘สยบฉีโจว!’
หลินโส่วจัว : ‘คุณอาสู้ๆ!’
จางซีหยาง : ‘สองสามวันนี้ถ้าว่างมาทานข้าวด้วยกันนะ จะได้เลี้ยงส่งคุณ’
สุดท้าย
ดาราหลายคนที่หลินจือไป๋ไม่ค่อยสนิท หรือกระทั่งคนที่ไม่รู้จักเลย ก็แห่กันเข้ามาคอมเมนต์อวยพร ในนั้นมีระดับเหนือแถวหน้าอยู่ด้วย!
ราศีในฐานะหลานชายจักรพรรดิผู้สืบทอดเสินฮว่ากรุ๊ปในวินาทีนี้จับเต็มพิกัดสุดๆ!
แต่ในบรรดาดาราที่มาคอมเมนต์ พวกที่แหวกแนวที่สุดก็ยังเป็นคู่รักอย่างโจวหานจิ้นกับหลี่เซียว
หลี่เซียว : ‘(ทุเรียน) (ระเบิด) (ร้องไห้)’
โจวหานจิ้น : ‘ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ ยินดีกับฉีโจวที่ได้รับจอมมาร!’
ชาวเน็ตที่เห็นต่างขำกิ๊ก!
เห็นได้ชัดว่าหลี่เซียวแซะทุเรียนระเบิดเย่จวินจี๋ว่าจะร้องไห้แล้ว!
เย่จวินจี๋ที่เป็นหนึ่งในสี่จตุรเทพแห่งฉีโจว อุตส่าห์เดินทางพันลี้มาบุกตลาดฉินโจวหวังจะขึ้นเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับทวีป กลับโดนหลินจือไป๋อัดซะสมองสุนัขกระเด็น สุดท้ายต้องหน้าเจื่อนหนีกลับฉีโจวไป
สู้หลินจือไป๋ไม่ได้
แล้วยังหนีไม่พ้นอีกเหรอ?
แต่ใครจะไปนึกว่าหนีไม่พ้นจริงๆ ตอนนี้หลินจือไป๋ก็จะไปบุกตลาดที่ฉีโจวแล้ว!
เหมือนที่โจวหานจิ้นบอกนั่นแหละ
ยินดีกับฉีโจวที่ได้รับจอมมาร!
…
คนในวงการที่ได้ข่าวนี้ต่างพากันขำกลิ้ง!
‘ขำจะตายอยู่แล้ว!’
‘ถ้าฉันเป็นเย่จวินจี๋ คงร้องไห้น้ำตาเป็นสายเลือดแน่!’
‘นี่กะจะตามไปขยี้เย่จวินจี๋ถึงฉีโจวอีกรอบเลยเหรอเนี่ย!’
‘ไม่ใช่แค่เย่จวินจี๋นะ ฉันได้ข่าวมาว่าเออิจิโร่ก็หนีไปบุกตลาดฉีโจวเหมือนกัน คงได้ปะทะกับหลินจือไป๋อีกแหง’
‘พรืด!’
‘เออิจิโร่ตกใจกลัวหนีกระเจิงไปแล้วมั้ง!’
‘นั่นน่ะสิ ช่วงนี้แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่พากันจำกัดการมองเห็นผลงานของเออิจิโร่กันหมด ฉันไม่ต้องคิดก็รู้ว่าเป็นฝีมือของเสินฮว่า’
‘หมอนี่ล่วงเกินใครไม่ล่วงเกิน ดันไปล่วงเกินหลานชายจักรพรรดิ!’
‘แต่พอหลานชายจักรพรรดิไป ฉินโจวคงเงียบเหงาไปช่วงนึงเลย ยังไงปกติก็ไม่มีใครสร้างกระแสข่าวได้แรงเท่าเขาอีกแล้ว’
เวลานี้ตัวตนเพิ่งยุบรวมกัน
โลกภายนอกยังสับสนกันอยู่ว่าจะเรียกหลินจือไป๋ยังไงดี
บางคนเรียกเขาไป๋ตี้ บางคนเรียกฉู่ฉือ บางคนก็เรียกหลินจือไป๋ สับสนวุ่นวายไปหมด แต่ในวงการบันเทิงฉินโจวกลับเรียกเป็นเสียงเดียว
เกือบทุกคนพากันเรียกว่าหลานชายจักรพรรดิ
บางคนก็เรียกสั้นๆ ว่า ‘ไท่ซุน’
เพราะเทียนกวงหนึ่งในสามยักษ์ใหญ่ ตั้งแต่ประธานคนก่อนเสียชีวิตลงก็ดูจะซบเซาลงไม่น้อย ถึงขั้นต้องพึ่งพาคุนเผิงประคองไว้
ส่วนน่าเซินก็ไม่ได้มีท่าทีจะรุกคืบมากนัก ทำให้เสินฮว่ากรุ๊ปมีราศีของความเป็นเจ้าใหญ่เพียงหนึ่งเดียวมากขึ้นเรื่อยๆ หลินเจามู่เรียกได้ว่าเป็นจักรพรรดิแห่งวงการบันเทิงฉินโจว ดังนั้นหลินจือไป๋ในฐานะหลานชายคนโปรด การจะได้สืบทอดกิจการตระกูลจึงมีความเป็นไปได้สูงมาก จะไม่ใช่หลานชายจักรพรรดิได้ยังไง
ไม่ต้องดูอย่างอื่น
แค่ดูตอนที่เออิจิโร่เผ่นหนี ผลงานยังโดนลดการมองเห็น ก็รู้แล้วว่าเสินฮว่าปกป้องหลานชายจักรพรรดิขนาดไหน
เพียงแต่ว่า
ในวงการบันเทิงฉินโจว หลินจือไป๋คือหลานชายจักรพรรดิที่อยู่เหนือคนนับหมื่น เป็นรองเพียงคนเดียว
แต่เมื่อไปถึงฉีโจว ป้ายชื่อหลานชายจักรพรรดิแห่งฉินโจวคงใช้การไม่ได้ แล้วเขาจะบุกเบิกตลาดที่นั่นได้สำเร็จจริงๆ เหรอ?
…
และขณะเดียวกัน
วงการบันเทิงฉีโจวเองระยะนี้ก็ไม่ได้สงบสุขเลย!
เย่จวินจี๋ หนึ่งในสี่จตุรเทพ ใช้ชื่อทุเรียนระเบิดเข้าร่วมรายการ ‘King of Mask Singer’ ของฉินโจว หวังจะบุกเบิกตลาดเพื่อก้าวขึ้นเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับทวีป แต่ผลคือโดนเทพดาราร้อยลักษณ์ถล่มน่วม ข่าวนี้ได้แพร่กระจายกลับมาถึงฉีโจวแล้ว!
ข่าวสารสารพัด!
กระแสต่างๆ นานา!
‘เย่จวินจี๋โผล่กลางรายการเพลงดังของฉินโจว!’
‘เย่จวินจี๋หวังบุกตลาดฉินโจว ทำไมผ่านไปแค่สองเดือนก็กลับมาแล้ว?’
‘เย่จวินจี๋โดนนักร้องฉินโจวใช้สารพัดท่าถล่มยับ!’
‘ลือกันว่าเย่จวินจี๋ร่วมรายการที่ฉินโจวแต่กลับไปไม่ถึงแม้แต่รอบชิง!’
‘ข่าวเอ็กซ์คลูซีฟ : การดวลกันระหว่างเย่จวินจี๋กับนักร้องฉินโจว คะแนนได้เพียงครึ่งหนึ่งของอีกฝ่าย!’
‘หรือเย่จวินจี๋จะถูกกลุ่มทุนฉินโจวกดขี่!’
‘นักร้องที่ถล่มเย่จวินจี๋ คือหลินจือไป๋ ปรมาจารย์นักเขียนพู่กันที่เคยทำให้คนทั้งโลกตะลึงในงานการกุศลบลูสตาร์!’
‘หลินจือไป๋คือใครกันแน่?’
หลินจือไป๋เคยทำให้คนทั่วโลกตกตะลึงด้วย ‘อารัมภบทศาลากล้วยไม้’ ในงานการกุศลบลูสตาร์ ฉากนั้นยังมีหลายคนที่จดจำได้แม่นถึงทุกวันนี้!
รวมถึงชาวเน็ตฉีโจวจำนวนไม่น้อยด้วย
และตอนนี้ยังมีข่าวออกมาอีกว่าหลินจือไป๋ถล่มเย่จวินจี๋ยับในรายการวาไรตี้ของฉินโจว
ทำให้ชื่อของหลินจือไป๋เป็นที่รู้จักในหมู่ชาวเน็ตฉีโจวมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงคนส่วนใหญ่จะยังรู้ข้อมูลของเขาแค่ผิวเผินก็ตาม
ยังมีชาวฉีโจวอีกหลายคนที่สงสัยว่า
ปรมาจารย์นักเขียนพู่กันจะเอาชนะเย่จวินจี๋ในด้านดนตรีได้ยังไง?
คนละเรื่องกันเลยนะ!
และในบรรดาข่าวมากมาย ก็มีข่าวที่เอ่ยถึงเออิจิโร่ด้วย
ถึงเออิจิโร่จะไม่ได้มีรากฐานที่มั่นคงในฉีโจวนัก แต่ยังไงเขาก็เป็นถึงระดับซูเปอร์สตาร์ระดับทวีป
การมาถึงของเขาจึงยังได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นในฉีโจว!
เพียงแต่ชาวฉีโจวไม่รู้เลยว่า การที่เออิจิโร่มาเยือนฉีโจว มีส่วนของความรู้สึกจนปัญญาอยู่ไม่น้อย
…
ภายในวิลล่าแห่งหนึ่ง
เย่จวินจี๋มองดูหัวข้อข่าวที่เขาโดนถล่มยับในฉินโจวถูกแชร์ว่อนเต็มฟีด แววตาพลันเต็มไปด้วยความโกรธแค้น!
“บัดซบ! ต้องเป็นฝีมือไอ้ฉีเทียนเหวินที่เล่นงานฉันแน่!”
ฉีเทียนเหวิน
นักร้องอีกคนที่อยู่ในกลุ่มสี่จตุรเทพแห่งฉีโจว
จตุรเทพอีกสองคนเป็นนักแสดง ไม่ได้มีความขัดแย้งโดยตรงอะไรกับเย่จวินจี๋
มีแต่ฉีเทียนเหวินคนนี้ที่ไม่ลงรอยกับเย่จวินจี๋มาตลอด คอยขัดแข้งขัดขาเขาทั้งในที่ลับที่แจ้งอยู่เรื่อย
ปราชัยที่ฉินโจวครั้งนี้ ความจริงก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
แต่สื่อยักษ์ใหญ่ในฉีโจวต่างพากันมารุมเหยียบย่ำเขา ถ้าจะบอกว่าไม่มีใครปลุกปั่นใช้เล่ห์เหลี่ยม เย่จวินจี๋ไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด
ผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งก็คือฉีเทียนเหวินคนนี้แหละ!
เออิจิโร่ที่อยู่ข้างๆ ถอนหายใจแล้วเอ่ยว่า “ตอนนั้นนายไม่ควรยอมเปิดหน้ากากเลย ขอแค่ไม่ยอมรับ ใครจะไปยืนยันได้ว่าทุเรียนระเบิดเป็นนายแน่นอนกัน?”
ในฐานะเพื่อนรัก
ช่วงนี้เออิจิโร่พักอยู่ที่วิลล่าของเย่จวินจี๋
เย่จวินจี๋เอ่ยอย่างจนใจ “ฉันเองก็เบลอไปหน่อย ก่อนหน้านั้นรับปากทีมงานไว้แล้วว่าจะถอดหน้ากาก กลับคำก็ยังไงอยู่”
ความจริงคือ
เย่จวินจี๋ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะแพ้ ถึงได้รับคำว่าจะยอมเปิดหน้ากากหลังแข่งจบ กลับนึกไม่ถึงว่าสุดท้ายจะอนาถขนาดนี้
“ไม่เป็นไรหรอก ตอนนี้ฉันมาแล้ว”
เออิจิโร่เอ่ยขึ้น “ต่อไปฉันจะมาปักหลักที่ฉีโจว นายช่วยสนับสนุนฉันหน่อยแล้วกัน ฉันก็จะช่วยนายด้วย ทางฝั่งฉู่โจว พ่อเพลงไม่น้อยยังต้องไว้หน้าฉันเลย”
“อืม”
เย่จวินจี๋พยักหน้า
ในตอนนี้เอง จู่ๆ ผู้จัดการส่วนตัวคนหนึ่งก็วิ่งพรวดพราดเข้ามา
“แย่แล้ว แย่แล้ว!”
“อะไรแย่? นายหมายถึงข่าวเหรอ ฉันเห็นหมดแล้วล่ะ บอกให้ทางบริษัทพยายามกดข่าวไว้สิ”
เย่จวินจี๋เอ่ยอย่างหัวเสีย
ผู้จัดการแทบจะร้องไห้ “ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น ฉันหมายถึงหลินจือไป๋…”
เย่จวินจี๋ชะงักไป “หลินจือไป๋?”
เออิจิโร่เอ่ยเสริม “ก็เทพดาราร้อยลักษณ์คนนั้นไง!”
พอเย่จวินจี๋ได้ยินชื่อเทพดาราร้อยลักษณ์ ก็รู้สึกไม่สบายทั้งตัวขึ้นมาทันที “มันทำไม? ซ้ำเติมฉันด้วยเหรอ?”
“น่ากลัวกว่านั้นอีก เขาจะมาบุกตลาดที่ฉีโจวแล้ว!” ผู้จัดการทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
หา?
เย่จวินจี๋ตาเบิกโพลง “นายว่าอะไรนะ?”
เออิจิโร่เองก็ถึงกับสะดุ้ง “หลินจือไป๋จะมาฉีโจว!?”
“เรื่องจริงแท้แน่นอน!”
ผู้จัดการเอ่ยอย่างขมขื่น “เพื่อนฉันที่ฉินโจวส่งรูปแคปหน้าจอมาให้ดู หลินจือไป๋ หรือก็คือเทพดาราร้อยลักษณ์ประกาศอย่างเป็นทางการแล้ว!”
เย่จวินจี๋ถึงกับตัวสั่น!
แต่เออิจิโร่กลับดวงตาแดงฉานในพริบตา “ที่ฉินโจวฉันอาจจะแตะต้องมันไม่ได้ แต่มาถึงฉีโจวแล้ว ทำไมฉันต้องกลัวมันด้วย จวินจี๋ โอกาสล้างแค้นของพวกเรามาถึงแล้ว!”
ในฐานะซูเปอร์สตาร์ระดับทวีป
เออิจิโร่ใช้ชีวิตอยู่ในฉินโจวมานาน ย่อมรู้ดีว่าหลินจือไป๋เป็นใคร ดังนั้นพอรู้ว่าเทพดาราร้อยลักษณ์คือท่านหลานชายจักรพรรดิคนนั้น เขาจึงตัดสินใจเผ่นหนีมาฉีโจวทันทีโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย เพราะถ้าล่วงเกินเสินฮว่า ตนก็ไม่ต้องหวังว่าจะใช้ชีวิตในฉินโจวได้อย่างสงบสุขอีกแล้ว แต่บนแผ่นดินฉีโจวแห่งนี้ เออิจิโร่กลับไม่กลัวหลานชายจักรพรรดิแห่งเสินฮว่าอะไรนั่นแม้แต่นิดเดียว!
“ฉัน…”
เย่จวินจี๋อึกอักพูดไม่ออก เขาขยาดเทพดาราร้อยลักษณ์ขึ้นสมองไปแล้ว!
ฉันอุตส่าห์หลบมาไกลขนาดนี้ ถึงขั้นสาบานว่าจะไม่เหยียบฉินโจวอีกตลอดชีวิต ทำไมหมอนี่ยังตามหลอกหลอนมาถึงนี่อีก!?
…
ยังคงอยู่ที่ฉีโจว
ภายในวิลล่าอีกหลังหนึ่ง ชายร่างสูงใหญ่หน้าตาหล่อเหลาระเบิดเสียงหัวเราะอย่างสะใจ “นึกไม่ถึงเลยว่าเย่จวินจี๋จะมีวันนี้ กะจะแซงหน้าฉันขึ้นเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับทวีป แต่พริบตาเดียวก็วิ่งหางจุกตูดกลับมาซะงั้น!”
“มันเทียบพี่ฉีไม่ได้หรอกครับ!”
ลูกน้องข้างกายรีบประจบประแจง ชายคนนี้ก็คือราชาเพลงระดับท็อปของฉีโจว หนึ่งในสี่จตุรเทพ ฉีเทียนเหวิน!
ในแผ่นดินฉีโจว
ฉีเทียนเหวินคือบุคคลที่น่าเกรงขามยิ่งกว่าเย่จวินจี๋ ไม่ว่าด้านความนิยมหรือฝีมือ แต่เหนือกว่าไม่มากนัก ทั้งคู่จึงได้ชื่อเสียงโด่งดังทัดเทียมกัน
ทันใดนั้นเอง
โทรศัพท์ของลูกน้องก็ดังขึ้น
หลังจากรับสายและคุยไปสองสามประโยค ลูกน้องก็เอ่ยด้วยสีหน้าประหลาด “ได้ยินว่านักร้องจากฉินโจวที่ชนะเย่จวินจี๋จะเดินทางมาบุกตลาดที่ฉีโจวของพวกเราครับ”
“อะไรนะ?”
ฉีเทียนเหวินอึ้งไป “หมอนี่มันเป็นใครกัน จะมาตามล่าล้างแค้นเย่จวินจี๋ถึงฉีโจวเลยเหรอ?”
“ไม่ใช่หรอกครับ”
ลูกน้องยิ้มตอบ “คนคนนี้ชื่อหลินจือไป๋ ก็คือปรมาจารย์ที่ทำให้คนทั้งโลกตกตะลึงด้วยวิชาเขียนพู่กันในงานประมูลการกุศลครั้งก่อนไงครับ!”
“เอ่อ…ขอฉันเรียบเรียงความคิดแป๊บ…”
ฉีเทียนเหวินเอ่ย “ปรมาจารย์นักเขียนพู่กัน ร้องเพลงเก่งกว่าเย่จวินจี๋เนี่ยนะ?”
“ใช่ครับ เพราะหลินจือไป๋คนนี้ไม่ได้เป็นแค่ปรมาจารย์นักเขียนพู่กัน ขณะเดียวกันยังเป็นนักแต่งเพลง และมีความสามารถระดับราชาเพลงด้วยครับ”
“แกแน่ใจนะ?”
ฉีเทียนเหวินเริ่มตามไม่ทัน “ในโลกนี้มีคนเก่งขนาดนี้อยู่ด้วยเหรอ?”
“ยังมีที่เหนือกว่านั้นอีกครับ”
ลูกน้องกล่าวอย่างอิจฉาเล็กๆ “หลินจือไป๋คนนี้ เป็นหลานชายจักรพรรดิแห่งเสินฮว่ากรุ๊ป หนึ่งในสามบริษัทยักษ์ใหญ่ของฉินโจวครับ”
“เชี่ย!”
ฉีเทียนเหวินตบขาฉาด “ฉีโจวจะยอมให้มีคนที่เจ๋งแบบนี้อยู่ไม่ได้เด็ดขาด!”
ลูกน้องสงสัย “พี่หมายความว่ายังไงครับ?”
ฉีเทียนเหวินหรี่ตาลง “ถ้าฉันใช้ดนตรีเอาชนะคนที่ถล่มเย่จวินจี๋จนยับเยินได้ แกคิดว่าทุกคนจะมองยังไง?”
“พี่ฉีก็จะเป็นราชาเพลงอันดับหนึ่งที่แท้จริงของฉีโจวไงล่ะครับ!”
“ใช่ไหมล่ะ?”
ฉีเทียนเหวินยิ้มตาหยี “สิ่งที่เย่จวินจี๋ทำไม่ได้ ฉันจะทำเอง! คนที่เย่จวินจี๋สู้ไม่ได้ ฉันจะสู้เอง! สรุปสั้นๆ คำเดียว วงการเพลงฉีโจวต้องแซ่ฉี ไม่ใช่แซ่เย่!”
………………………………………………