ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 396 ฉีโจว ฉันมาแล้ว!
ตอนที่ 396 ฉีโจว ฉันมาแล้ว!
หลินจือไป๋ย่อมไม่รู้เลยว่า ตนยังไม่ทันออกเดินทางก็กลายเป็นที่สนใจของใครหลายคนในฉีโจวเสียแล้ว ในช่วงวันสุดท้ายก่อนออกเดินทางเขาใช้เวลาอยู่กับครอบครัวตลอด ซึมซับช่วงเวลาพักผ่อนที่หาได้ยาก และถือโอกาสเปิดระบบขึ้นมาเช็กข้อมูลส่วนตัวของตัวเองไปด้วย
[กีตาร์: 50]
[เปียโน: 60]
[จิตรกรรม: 80]
[การขับร้อง: 86]
[การเขียนพู่กัน: 100]
กีตาร์และเปียโนต่างก็เป็นเครื่องดนตรี ซึ่งเขายังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องอัปเกรดอะไร ส่วนการขับร้องและจิตรกรรมก็บรรลุถึงระดับปรมาจารย์แล้ว ยิ่งวิชาเขียนพู่กันยิ่งเข้าสู่ขอบเขตเหนือชั้นเกินบรรยาย หลินจือไป๋จึงรู้สึกว่าความต้องการแต้มทักษะของเขาลดน้อยลงไปทุกที
หลังจากนั้น
หลินจือไป๋ก็ดูรายงานโครงการของแผนกต่างๆ ภายใต้สังกัดคุนเผิงที่เจียงเฉิงส่งมาให้ ซึ่งรวมถึงสรุปกำไรของคุนเผิงตลอดหลายปีที่ผ่านมา เห็นได้ชัดว่าผลกำไรส่วนนี้เพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะเว็บไซต์วิดีโอคุนเผิงที่ทำผลงานได้โดดเด่นเป็นพิเศษ ยิ่งพอกระแส ‘King of Mask Singer’ ฮิตถล่มทลาย ส่วนแบ่งการตลาดก็พุ่งสูงถึง 28% เลย!
ตอนที่เพิ่งรับช่วงต่อมาใหม่ๆ
เว็บไซต์วิดีโอนี้ยังเป็นแค่กองขยะอยู่เลย
ด้วยแรงหนุนจากผลงานต่างๆ นานาของหลินจือไป๋ ตอนนี้จึงผงาดขึ้นมาได้อย่างเต็มตัว ท้ายรายงานยังระบุอีกว่าคืนนี้จะมีผลงานชิ้นใหม่ล่าสุดออกฉาย คาดว่าจะช่วยให้ส่วนแบ่งการตลาดของเว็บไซต์วิดีโอคุนเผิงทะลุ 30% ได้!
ผลงานเรื่องนี้ชื่อว่า ‘One Piece’!
พูดให้ชัดก็คือ ‘One Piece’ เวอร์ชันแอนิเมชันนั่นเอง!
เพราะมังงะเรื่อง ‘One Piece’ ฮิตระเบิดต่อเนื่อง แอนิเมชันยังไม่ทันฉาย ความคาดหวังของเหล่าแฟนคลับก็พุ่งสูงแล้ว หลินจือไป๋จึงรู้สึกว่าเมื่อผลงานชิ้นนี้ออนแอร์ การที่เว็บไซต์วิดีโอคุนเผิงจะครองส่วนแบ่งการตลาดเกินสามสิบเปอร์เซ็นต์นั้นไม่ใช่ปัญหาเลย
เป็นไปตามคาด
ในคืนนั้นเอง
ทันทีที่ ‘One Piece’ เวอร์ชันแอนิเมชันเริ่มฉาย ยอดคลิกเข้าชมก็พุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว เหล่าแฟนมังงะนับไม่ถ้วนกดเข้ามาดูทันที รวมถึงแฟนคลับของปู๋เย่โหวบางส่วนที่ไม่เคยอ่านมังงะต้นฉบับมาก่อน ก็เข้ามาดูในเว็บไซต์วิดีโอคุนเผิงด้วยความอยากรู้อยากเห็น จากนั้นช่องคอมเมนต์ก็คึกคักขึ้นมาทันตา!
‘ในที่สุดก็ฉายสักที อัปรวดเดียวสิบสองตอนเลย!’
‘คุณภาพแอนิเมชันไม่เลวนะ ไม่หลุดจากต้นฉบับมังงะเลย ลูฟี่แอนิเมชันถึงกับน่ารักกว่าในมังงะอีก โซโลก็เท่ขึ้นตั้งเยอะ!’
‘เดี๋ยวนะ คนที่พากย์เสียงลูฟี่คือพี่เหมยเหรอ!’
‘เฮ้ย ลูฟี่เป็นผู้ชายนะ เอาผู้หญิงมาพากย์ซะงั้น!’
‘ที่สำคัญคือพี่เหมยเป็นผู้หญิงแท้ๆ แต่พอมาพากย์บทพระเอก ผลลัพธ์กลับออกมาดีขนาดนี้ ฉันเกือบจะฟังไม่ออกเลย แสดงว่าการสลับเสียงแบบที่ไป๋ตี้ทำ นักพากย์ระดับท็อปบางคนก็ทำได้เหมือนกันเหรอ?’
‘ยังไงไป๋ตี้ก็เหนือกว่า’
‘ทีมนักพากย์โดยรวมหรูหรามาก แอนิเมชันเรื่องนี้คุ้มค่าที่ฉันจะยอมสมัครสมาชิกเว็บไซต์วิดีโอคุนเผิงเลย!’
‘แฟนคลับท่านโหวรายงานตัว ไม่เคยอ่านต้นฉบับมาก่อน ปกติไม่ค่อยชอบอ่านมังงะ แต่แอนิเมชันเรื่องนี้สนุกมากจริงๆ มิน่ามังงะถึงดังระเบิดขนาดนั้น’
‘ท่านโหวนี่โหดจริงนะ!’
‘One Piece’ เวอร์ชันแอนิเมชันดังระเบิดตามคาด และเพราะความฮิตของแอนิเมชันเรื่องนี้นี่เองที่ทำให้ยอดสมัครสมาชิกของคุนเผิงพุ่งกระฉูด!
ถึงวันรุ่งขึ้น
เจียงเฉิงรีบสรุปข้อมูลและส่งข้อความแสดงความยินดีมาให้หลินจือไป๋ทันที
ส่วนแบ่งการตลาดของเว็บไซต์วิดีโอคุนเผิงถึง 30% อย่างเป็นทางการ!
ต้องรู้ว่าส่วนแบ่งการตลาดของเว็บไซต์วิดีโอเสินฮว่าอยู่ที่ประมาณ 40% เท่านั้น!
หมายความว่าในสมรภูมิเว็บไซต์วิดีโอ คุนเผิงและเสินฮว่าได้กวาดส่วนแบ่งในฉินโจวไปถึงเจ็ดในสิบส่วนแล้ว ถึงขั้นที่พอจะขึ้นเวทีประลองได้อย่างสูสี!
หลินจือไป๋ยิ้ม
“ดูท่าลุงรองของฉันคงจะนั่งไม่ติดแล้วสิ”
ตอนนี้ที่พึ่งที่ใหญ่ที่สุดของครอบครัวลุงรองก็คือเสินฮว่าวิดีโอ พอมีคู่แข่งที่น่ากลัวอย่างเว็บไซต์วิดีโอคุนเผิงโผล่มาแบบนี้ อนาคตของพวกเขาคงลำบากขึ้นเรื่อยๆ แน่
เจียงเฉิงก็ยิ้มออกมา
ตอนแรกเขายังกังวลอยู่ว่า หลังจากรายการ ‘King of Mask Singer’ จบลง กระแสของเว็บไซต์วิดีโอจะแผ่วลงไปด้วยหรือเปล่า
แต่พอแอนิเมชัน ‘One Piece’ ฉาย ความกังวลนั้นก็หายวับไปทันที เจียงเฉิงถึงขั้นเริ่มวางแผนจะส่งแอนิเมชันเรื่องนี้ไปบุกตลาดฉีโจวแล้วด้วยซ้ำ แต่กลับโดนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางนู้นสกัดเอาไว้ก่อน
“นั่นไงล่ะ ตลาดฉีโจว พวกเราบุกเข้าไปไม่ง่ายเลย”
พูดถึงเรื่องนี้เจียงเฉิงก็อดบ่นไม่ได้ “สารพัดข้อจำกัดไม่เท่าไหร่ ภาษีก็ยังแพงหูฉี่อีกต่างหากครับ”
หลินจือไป๋เอ่ย “เพราะงั้นผมถึงต้องเดินทางไปบุกตลาดฉีโจวด้วยตัวเองไง ลำพังแค่นำเข้าผลงานไม่รอดหรอก”
“นั่นสิครับ”
จู่ๆ เจียงเฉิงก็เปลี่ยนประเด็น “ยังมีอีกเรื่องครับ เจ้านายยังจำเกม ‘เกียรติยศวีรบุรุษ’ ได้ไหมครับ?”
“จำได้สิ”
นี่เป็นเกมวางแผนการรบออนไลน์ที่มีผู้เล่นหลายคนที่หลินจือไป๋ร่วมลงทุนด้วย ชื่อเกมเขาก็ยังเป็นคนเสนอ
เจียงเฉิงเอ่ยอย่างตื่นเต้น “เกมนี้เริ่มเปิดให้ทดสอบระบบอย่างเป็นทางการแล้วครับ กระแสตอบรับจากผู้เล่นดีมาก ขั้นต่อไปก็คือเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ คาดว่าเปิดตัวเมื่อไหร่ คงช่วยให้คุนเผิงของพวกเรากวาดกำไรได้มหาศาลแน่ครับ!”
“อืม”
หลินจือไป๋ไม่ได้คิดจะขยายตัวเข้าไปในอุตสาหกรรมเกมมากนัก ยังไงก็เป็นแค่การเดินหมากแก้เซ็งในตอนนั้นเฉยๆ ทำเงินได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น
“เทียบกับเรื่องนี้แล้ว ผมสนใจมากกว่าว่าไปถึงฉีโจวแล้วจะเริ่มเปิดฉากยังไงดี”
ถึงจะมีโปรเจกต์หนัง แต่การถ่ายทำมันต้องใช้เวลา หลินจือไป๋จำเป็นต้องหาทางที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่านั้น แทรกตัวเข้าไปในวงการบันเทิงฉีโจว
“เรื่องนี้ผมก็คิดอยู่เหมือนกันครับ”
เจียงเฉิงเอ่ย “คุณก็ทราบว่าผมเคยทำงานที่ฉีโจวมาก่อน พอจะรู้สถานการณ์พื้นฐานที่นั่นอยู่บ้าง ในฐานะที่เป็นหน้าใหม่ในวงการบันเทิงฉีโจว ถ้าอยากจะสร้างชื่อให้เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว ผมว่ามันมีวิธีที่ค่อนข้างเป็นทางลัดอยู่เหมือนกัน นั่นคือเข้าร่วมรายการวาไรตี้ที่กำลังฮิตสุดๆ ครับ”
“วาไรตี้?”
“ใช่ครับ ฉีโจวขึ้นชื่อว่าเป็นแดนแห่งรายการวาไรตี้ ต่อให้เป็นซูเปอร์สตาร์สูงสุดของฉีโจว ก็ยังไปเป็นแขกรับเชิญประจำหรือแขกรับเชิญชั่วคราวเลยครับ ถ้าเจ้านายสนใจ ผมจะลองคัดเลือกรายการที่เหมาะสมมาให้ดูครับ”
“งั้นพี่ลองเลือกมาแล้วกัน”
หลินจือไป๋เองก็ใช่ว่าจะไม่เคยร่วมวาไรตี้มาก่อน
ก่อนหน้านี้ในรายการ ‘The Voice’ เขาก็รับหน้าที่เป็นมิวสิกไดเรกเตอร์
ต่อมาในรายการ ‘Sisters Who Make Waves’ เขาก็เคยไปเป็นกรรมการตัดสินมาแล้ว
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตอนที่เขาเป็นเทพดาราร้อยลักษณ์ แล้วไปอาละวาดบนเวที ‘King of Mask Singer’ จนสนุกสุดเหวี่ยงนั่น
ถ้ามีรายการเหมาะๆ จะลองไปเล่นดูบ้างก็ไม่เสียหาย
“ได้ครับ แล้วคุณมีเงื่อนไขอะไรไหมครับ?”
“ไม่เอาแบบมีสคริปต์ ขอแบบที่เป็นอิสระหน่อย แล้วก็รายการแข่งขันร้องเพลงไม่ต้องเอามานะครับ”
เพิ่งจบจากรายการ ‘King of Mask Singer’ มา
ตอนนี้หลินจือไป๋ยังไม่มีอารมณ์จะไปแข่งร้องเพลงอะไรทั้งนั้น
“รับทราบครับ”
เจียงเฉิงยิ้มกล่าว “งั้นผมจะพยายามหารายการแนวไลฟ์สไตล์ที่กำลังฮิตๆ มาให้ครับ ยังไงรายการแนวนี้ แค่แขกรับเชิญหน้าตาดีพอก็มักจะได้รับความนิยมอยู่แล้ว”
ชะงักไปครู่หนึ่ง
เจียงเฉิงก็พลันถามขึ้นด้วยรอยยิ้มกริ่ม “จะว่าไปคุณสนใจรายการออกเดตไหมครับ?”
หลินจือไป๋ปฏิเสธทันควัน “ไม่ไปครับ”
รายการออกเดตหรือก็คือรายการหาคู่
เจียงเฉิงจิ๊ปากอย่างนึกเสียดาย “รายการออกเดตดีจะตายไปครับ หน้าตาอย่างเจ้านาย รับรองว่าขยี้ทุกคนได้สบายๆ เลย…งั้นเดี๋ยวผมลองหาแนวอื่นดูแล้วกันครับ”
“อืม”
หลินจือไป๋เอ่ย “ถ้าไม่ไหวจริงๆ เดี๋ยวผมคิดพล็อตรายการแล้วค่อยไปหาคนมาถ่ายทำที่ฉีโจว”
“เข้าท่าเลยครับ”
เจียงเฉิงไม่สงสัยเลยว่าเจ้านายจะมีศักยภาพพอจะทำแบบนั้นได้จริงหรือไม่ แต่เขามองว่ามันไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก เพราะการผลิตรายการวาไรตี้ใหม่สักรายการต้องใช้เวลานานมาก
การเข้าร่วมรายการที่ฉายอยู่แล้วง่ายกว่ามาก
หลายปีที่คุนเผิงเติบโตมา ใช่ว่าจะไม่มีความสัมพันธ์กับบริษัทบันเทิงทางฝั่งฉีโจวเลยเสียทีเดียว
มีบริษัทบันเทิงหลายแห่งที่เคยซื้อลิขสิทธิ์รายการวาไรตี้ของคุนเผิงไป
…
ช่วงบ่าย
เจียงเฉิงส่งรายการวาไรตี้มาให้หลินจือไป๋ดูเป็นกองพะเนิน แต่หลินจือไป๋ไล่ดูแล้วก็ยังไม่มีรายการไหนน่าสนใจ จึงตัดสินใจพักเรื่องนี้เอาไว้ก่อน
ผ่านไปแบบนี้สองสามวัน
ในที่สุดก็ถึงเวลาออกเดินทาง
หลินจือไป๋ตรงไปยังคฤหาสน์ซีเฉิง
ขึ้นเครื่องบินส่วนตัวที่คุณปู่มอบให้ออกเดินทาง
วันนี้คนในครอบครัวต่างพากันวางมือจากงานมาส่งหลินจือไป๋โดยเฉพาะ
แม่เอ่ยอย่างอาลัยอาวรณ์ว่า “ถึงฉีโจวแล้ว อย่าลืมโทรหาแม่ทุกสัปดาห์นะ”
“ครับ”
พี่ชายหลินเซิ่งเทียนยิ้มกล่าว “บุกตลาดไม่ง่ายเลย ถ้ามีปัญหาอะไร พี่เจียดเวลาไปช่วยนายได้นะ”
หลินจือไป๋พยักหน้า
พี่สาวขอบตาแดงเรื่อ โผเข้ากอดหลินจือไป๋ “ไปอยู่ที่นั่นดูแลตัวเองดีๆ นะ ถ้าพี่ว่างจะไปหา”
หลินจือไป๋ : “อืม”
พ่อเอ่ยขึ้น “เอาละ ให้เสี่ยวเฮยขึ้นเครื่องเถอะ ระยะทางไม่ใช่ใกล้ๆ เลย ว่างเมื่อไหร่ก็กลับมาเยี่ยมบ้านบ้างล่ะ ส่วนเรื่องงานก็ไม่ต้องกดดันมากนะ ต่อให้ทำได้ไม่ดีจริงๆ ก็ไม่เห็นเป็นไร”
“ได้ครับ งั้นผมไปก่อนนะ!”
หลินจือไป๋โบกมือลาครอบครัว แล้วก้าวขึ้นเครื่องบินไปนั่งประจำที่
เขาก็ไม่อยากจากครอบครัวเหมือนกัน แต่ในเมื่อตัดสินใจจะไปฉีโจวแล้วก็ต้องสร้างผลงานให้ได้สักหน่อย
มีเครื่องบินส่วนตัวสะดวกสบายซะจริง
เดินทางนานกว่าห้าชั่วโมง หลินจือไป๋ก็มาถึงฉีโจว
ทางนี้มีคนมารอต้อนรับโดยเฉพาะ มีสองคนเป็นชายหนึ่งหญิงหนึ่ง สวมชุดยูนิฟอร์มรูปแบบเดียวกัน ที่หน้าอกมีบัตรแขวนไว้ว่า ‘บริษัทร่วมทุนเสินฮว่าคุนเผิง’
ชายหนุ่มสวมแว่น รูปร่างสูงโปร่ง กำลังก้มหัวทักทายอย่างนอบน้อมยิ่ง
“ยินดีต้อนรับตัวแทนหลินสู่ฉีโจวครับ ผมหวังเยว่ รองผู้จัดการของเสินฮว่าคุนเผิงครับ”
พูดจบ
หวังเยว่ก็แนะนำว่า “ส่วนด้านนี้คือคุณอู๋เสวียน พนักงานของบริษัทเราครับ”
“สวัสดีครับ”
หลินจือไป๋พยักหน้า
หวังเยว่ถามหยั่งเชิง “ลำดับต่อไปคุณจะไปทานอาหารที่ภัตตาคาร หรือไปทานที่ที่พักดีครับ?”
“ผมทานบนเครื่องมาแล้วล่ะ”
หลินจือไป๋ตอบ “ไปส่งผมที่ที่พักเลยแล้วกัน”
หวังเยว่รีบรับคำทันที “ได้ครับ เชิญทางนี้เลยครับ รถเตรียมไว้พร้อมแล้ว”
ครู่ต่อมา
หลินจือไป๋ขึ้นรถแล้ว
ที่ลานจอดรถมีคนขับรถเตรียมพร้อมรอรับ
พนักงานหญิงที่ชื่ออู๋เสวียนนั่งอยู่ที่เบาะหน้าข้างคนขับ
ส่วนหวังเยว่นั่งที่เบาะหลังกับหลินจือไป๋
รถเริ่มเคลื่อนตัวออกไป
หวังเยว่เอ่ยขึ้น “คุณตัวแทนหลินครับ คุณอู๋เสวียนคือเลขาที่ทางเบื้องบนเลือกไว้ให้คุณ แน่นอนว่าถ้าคุณไม่ชอบก็สามารถเปลี่ยนได้ครับ”
“เอาเธอนี่แหละครับ”
หลินจือไป๋ไม่รู้จักใครเลยจึงทำตามแผนที่วางไว้
บริษัทร่วมทุนเสินฮว่าคุนเผิง เป็นบริษัทที่พ่อยกหน้าที่ให้เจียงเฉิงประสานงาน ก่อตั้งขึ้นในรูปแบบบริษัทร่วมทุน
คำว่าเบื้องบนก็หมายถึงพวกเขานั่นแหละ ในเมื่อเป็นเลขาที่พวกเขาเลือกมาให้ หลินจือไป๋ย่อมวางใจในเรื่องความสามารถ
“ขอบคุณคุณตัวแทนหลินที่ให้โอกาสฉันค่ะ!”
อู๋เสวียนรีบกล่าวขอบคุณ ขณะเดียวกันก็ลอบสังเกตหลินจือไป๋ผ่านกระจกมองหลัง
ตัวแทนหลินคนนี้หล่อเหลามากจริงๆ แถมยังเป็นถึงปรมาจารย์นักเขียนพู่กันระดับท็อปอีกด้วย!
นักเขียนพู่กันก็คือนักศิลปะ!
ซึ่งนักศิลปะมักจะมีสถานะสูงส่งในใจของทุกคนเสมอ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าอีกฝ่ายยังเป็นหลานชายจักรพรรดิแห่งเสินฮว่ากรุ๊ปด้วย
ทั้งมีเงิน!
ทั้งมีพรสวรรค์!
หลินจือไป๋ย่อมไม่รู้หรอกว่าเลขาสาวกำลังคิดอะไร เขาเอ่ยปากถามถึงสถานการณ์ในบริษัทไปตามปกติ
หวังเยว่ตอบ “บริษัทของพวกเราเน้นไปที่งานเพลงและภาพยนตร์เป็นหลักครับ แต่ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น คงต้องรบกวนคุณช่วยชี้แนะสั่งการครับ”
“มีเซ็นสัญญากับศิลปินไว้บ้างไหมครับ?”
“มีอยู่สองสามคนครับ แต่ไม่ใช่แกนหลักในการดำเนินงานของพวกเรา ตอนนี้ทางบริษัทกำลังวุ่นอยู่กับการถ่ายทำเรื่อง ‘เปาบุ้นจิ้นหน้าขาว’ เป็นหลักครับ”
หวังเยว่ชะงักไปครู่หนึ่ง
ก่อนจะเอ่ยว่า “แล้วอาจารย์ปู๋เย่โหวที่เป็นคนเขียนบทเรื่อง ‘เปาบุ้นจิ้นหน้าขาว’ ไม่ได้มาด้วยเหรอครับ?”
“อีกสองสามวันเขาจะตามมา”
หลินจือไป๋โกหกหน้าตาย “เรื่องปู๋เย่โหว เดี๋ยวผมติดต่อเขาเอง พวกคุณไม่ต้องยุ่งหรอก”
“รับทราบครับ!”
หวังเยว่เป็นชาวฉีโจว แต่เขาก็ศึกษาข้อมูลมาก่อนหน้านี้บ้างแล้ว พอรู้สถานการณ์มาบ้าง เช่น เรื่องที่ปู๋เย่โหวไม่เคยเปิดเผยใบหน้า
หรืออย่างเรื่องที่ตัวแทนหลินคนนี้เป็นคนดังที่ยิ่งใหญ่แค่ไหนในฉินโจว!
และแน่นอนว่าเพราะเขาเป็นชาวฉีโจว เลยยังไม่มีภาพจำที่ชัดเจนนัก ข่าวคราวเกี่ยวกับตัวแทนหลินที่เขาได้ยินมา ล้วนแต่เป็นเรื่องที่ฟังเขาว่ามาทั้งนั้น
สำหรับเจ้านายที่อายุน้อยเกินไปคนนี้ จะเก่งกาจสมคำร่ำลือจริงๆ หรือเปล่า ยังต้องรอดูกันต่อไป
แต่เรื่องที่ควรประจบยังไงก็ต้องประจบ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะมีฝีมือเป็นยังไงก็ตาม หวังเยว่จึงวางตัวนอบน้อมอย่างที่สุด
“ที่นี่คือเมืองเซินเฉิงแห่งฉีโจวครับ ถ้าคุณอยากจะลองไปเที่ยวชม พรุ่งนี้ให้อู๋เสวียนเป็นไกด์ให้ได้นะครับ”
“ยินดีรับใช้ค่ะ!”
อู๋เสวียนรีบตอบรับอย่างกระฉับกระเฉงทันที
หลินจือไป๋ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ “อู๋เสวียนใช่ไหม ลองเล่าโครงสร้างวงการบันเทิงของฉีโจวให้ฟังหน่อยสิครับ”
อู๋เสวียนเอ่ย “ฉินโจวจะมีโครงสร้างสามขั้วอำนาจใหญ่ เสินฮว่า เทียนกวงและน่าเซิน โดยมีคุนเผิงที่เริ่มมีเค้าลางจะกลายเป็นขั้วอำนาจที่สี่ แต่ที่ฉีโจวต่างออกไปค่ะ ที่นี่ไม่มีบริษัทไหนที่โดดเด่นนำหน้า บริษัทที่ใหญ่ที่สุดหลายแห่งมีขุมกำลังที่สูสีใกล้เคียงกันมาก ที่โดดเด่นหน่อยก็อย่างเช่นนี่กวงเอ็นเตอร์เทนเมนต์ แล้วก็หลานซินเอ็นเตอร์เทนเมนต์ หรือไม่ก็คราวน์มีเดียค่ะ คืนนี้ฉันจะส่งข้อมูลรายละเอียดให้คุณอีกทีนะคะ”
หยุดไปครู่หนึ่ง
อู๋เสวียนก็กล่าวต่อ “ส่วนเรื่องศิลปิน ฉีโจวมีสี่จตุรเทพค่ะ ในนั้นมีนักแสดงสองคน นักร้องสองคน ทุกคนล้วนเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับเหนือแถวหน้า นอกจากนี้ยังมีราชินีเพลงอีกสองคน พวกเรามักจะเรียกกลุ่มนี้รวมกันว่า ‘สี่ราชาสองราชินี’ ค่ะ ราชินีเพลงคนแรกชื่อฉีเจียนเจีย เป็นลูกสาวแท้ๆ ของประธานบริษัทนี่กวงเอ็นเตอร์เทนเมนต์ สถานะในวงการเลยค่อนข้างพิเศษค่ะ ส่วนราชินีเพลงอีกคนชื่อเย่อิง เป็นเจ้าหญิงแห่งคราวน์มีเดีย สถานการณ์คล้ายกับฉีเจียนเจียเลยค่ะ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เลยค่อนข้างซับซ้อนและละเอียดอ่อน”
“อืม”
หลินจือไป๋รับฟังโดยไม่ได้ออกความเห็น
ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถก็มาจอดสนิทอยู่ที่หน้าวิลล่าหลังเดี่ยวสุดหรูหลังหนึ่ง
“ที่พักหลังนี้คุณพ่อของคุณเป็นคนเลือกให้เองเลยครับ ท่านบอกว่าถ้าคุณไม่ถูกใจ ก็สามารถเปลี่ยนได้นะครับ พวกเรายังมีตัวเลือกอื่นเตรียมไว้อีกครับ”
“ผมขอดูหน่อย”
หลินจือไป๋เดินเข้าไปสำรวจด้านใน ตัววิลล่ามีทั้งหมดสองชั้นและมีห้องใต้ดินอีกหนึ่งชั้น
โครงสร้างคล้ายกับวิลล่าที่บ้าน พ่อคงจะใส่ใจมากจริงๆ หลินจือไป๋จึงพยักหน้าแล้วบอกว่า
“เอาหลังนี้แหละครับ”
หลินจือไป๋ชินกับการอยู่บ้านวิลล่าไปเสียแล้ว
“ได้ครับ บ้านหลังนี้จัดเตรียมไว้พร้อมหมดแล้ว ข้างในมีครบทุกอย่าง ถ้าคุณต้องการอะไรเพิ่มเติมก็ติดต่อผม หรือจะติดต่ออู๋เสวียนก็ได้ครับ เธอพักอยู่ในหมู่บ้านใกล้ๆ นี้เอง เดินทางมาที่นี่ไม่ไกลครับ”
“อืม พวกคุณกลับไปก่อนเถอะ พรุ่งนี้อู๋เสวียนอย่าลืมขับรถมารับผมไปบริษัทด้วยนะ”
“รับทราบค่ะ!”
อู๋เสวียนจิตวิญญาณของคนทำงานเต็มเปี่ยม
พอทั้งคู่กลับไปแล้ว หลินจือไป๋ก็เดินเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง
เขาเปิดผ้าม่านออก เผยให้เห็นหน้าต่างกระจกบานใหญ่ตั้งแต่เพดานจรดพื้น วิวข้างนอกสวยงามมาก มีทั้งสวนและแม่น้ำ เจริญหูเจริญตาเป็นที่สุด
มุมปากของหลินจือไป๋ยกขึ้นเล็กน้อย
ฉีโจว!
ฉันมาแล้ว!
………………………………………………