ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 66 เพลงนี้ดังระเบิด!
ตอนที่ 66 เพลงนี้ดังระเบิด!
กลุ่มพันธมิตรเพลงโบราณ
หลังจากที่หัวหน้ากลุ่มแนะนำ ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ ให้ทุกคนแล้ว ก็หายตัวไป
แต่หลังจากเหล่าคอเพลงโบราณในกลุ่มฟังเพลงนี้จบ กลุ่มพันธมิตรเพลงโบราณก็คึกคักขึ้นมา!
[เพลงนี้สุดยอดมาก!]
[รักเลย รักเลย!]
[ขอบคุณหัวหน้ากลุ่มที่แนะนำ!]
[ในที่สุดก็ไม่ต้องฟัง ‘แสงจันทรา’ วนไปวนมาอีกแล้ว ฮ่าๆ!]
[แค่ฟังท่อนแรกก็ชอบสุดๆ แล้ว พอเข้าท่อนฮุกยิ่งตกหลุมรักเลย! ชอบเสียงนักร้องมาก เนื้อเพลงกับทำนองก็ดีสุดๆ!]
[คอมเมนต์บน คุณไม่สังเกตเหรอ? ทั้งเนื้อเพลง ทำนอง และการขับร้องทำโดยคนคนเดียวหมดเลย!]
[เมื่อกี้ไม่ได้สังเกต โอโห จริงด้วย ทั้งหมดแต่งโดยฉูฉือเหรอ?]
[เป็นมือใหม่ที่โคตรวิปริตเลย!]
[คำว่าวิปริตต้องยกให้ปู่เยโหวไป มือใหม่นี่ต้องเรียกว่าน่าทึ่งต่างหาก!]
ปู่เยโหวคือใคร?
[เป็นนักเขียนที่โหดมาก แต่นี่ไม่สำคัญ สำคัญคือฉูฉือคนนี้! วงการเพลงโบราณของเราต้องการมหาเทพแบบนี้!]
[วงการเพลงโบราณคงได้ฉลองปีใหม่กันแล้ว!]
[ฉูฉือเป็นชื่อที่สองของปีนี้ที่ฉันรู้สึกแปลกมาก คนก่อนหน้าคือไป๋ตี้ พวกหน้าใหม่สมัยนี้พากันออกมาเป็นขบวนปีศาจเลย!]
[ไป๋ตี้น่ะเป็นเทพเซียนชัดๆ!]
เพราะเพลง ‘แสงจันทรา’ ทำให้คนในวงการเพลงโบราณมีความรู้สึกดีๆ กับไป๋ตี้มาก
แต่ตอนนี้ ‘ฉูฉือ’ ดูท่าจะกลายเป็น ‘ขวัญใจคนใหม่’ ของกลุ่มเสียแล้ว
ก็เพราะว่า ‘แสงจันทรา’ ทุกคนฟังมาหลายรอบเหลือเกิน
แต่ ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ ยังสดใหม่ ร้อนแรงสุดๆ
ในระหว่างการถกกันครึ่งชั่วโมงนี้ หลายคนได้นำเพลงนี้ไปแชร์ยังกลุ่มแชทของคนรักเพลงโบราณกลุ่มอื่นๆ ของตนแล้ว
ลักษณะของเหล่าคนนอนดึก: เข้าร่วมกลุ่มเยอะเป็นพิเศษ
เมื่อเวลาผ่านไป บางคนกลายเป็นพวกตระเวนไปตามกลุ่ม ไปที่ไหนก็เจอแต่หน้าคุ้นเคย
ส่วนจ้าวเยวี่ย หลังจากเปิด ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ วนซ้ำไปมาพักใหญ่ ยิ่งฟังก็ยิ่งชอบ!
“เพราะเกินคาด ฟังไม่เบื่อเลย”
จากนั้นเธอก็สังเกตเห็นเสียงชื่นชมในกลุ่ม คนในกลุ่มมีรสนิยมเหมือนกับเธอเป๊ะ
หรือจะบอกว่า ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ เป็นเพลงที่เข้าถึงคนหมู่มากก็ว่าได้
ยิ่งไปกว่านั้น… จ้าวเยวี่ยเชื่อว่า แม้แต่คนที่ไม่อินกับเพลงโบราณก็ต้องชอบเพลงนี้!
ต้องแชร์ให้คนอื่นได้ฟังกันมากขึ้น!
เมื่อคิดได้ดังนั้น จ้าวเยวี่ยเปิด Notepad แล้วเขียนความรู้สึกของตนออกมา
[ขอแนะนำเพลง ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ ให้ทุกคน เพลงนี้ใช้ท่วงทำนองที่มีกลิ่นอายโบราณเข้มข้น บวกกับเนื้อร้องอันงดงาม ถ่ายทอดภาพของคนที่รอคอยคนรักอย่างเงียบงันบนสะพานขาด ฉันชอบเพลงแนวโบราณก็เพราะตัวอักษรที่ดูเก่าแก่แบบนี้ มันสื่อถึงมิติแห่งความรู้สึกได้มากกว่าการบรรยายตรงๆ]
[เพลงนี้ให้บรรยากาศเศร้าโศก ตัวเพลงมีโทนอารมณ์แห่งโชคชะตาและความเศร้าหมอง ผู้ขับร้องหรือจะบอกว่าตัวละครในเรื่อง ต่างทำได้แค่ยอมรับความเปลี่ยนแปลงเมื่อกาลเวลาผันผ่าน ราวสายลมวสันต์พัดผืนน้ำในสระกระเพื่อม แท้จริงแล้วหลังเกล็ดหิมะละลายหายไป ก็เป็นเพียงการจับตัวกันชั่วขณะเท่านั้น]
[เพลงนี้เป็นผลงานของคนเพียงคนเดียว ผู้มีพรสวรรค์เหลือล้นคนนี้ชื่อฉูฉือ ตอนนี้ยังเป็นหน้าใหม่ที่แทบไม่มีใครรู้จัก แต่ฉันกลับคิดว่าในอนาคต เขาอาจเฉิดฉายในวงการเพลงโบราณได้เลย…]
จ้าวเยวี่ยไม่ใช่นักวิจารณ์เพลงมืออาชีพ เธอแค่ชอบแบ่งปันความเข้าใจและความรู้สึกที่มีต่อเพลง เรียกได้ว่าเป็นงานเขียนที่ค่อนไปในเชิงวรรณศิลป์
เขียนจบ จ้าวเยวี่ยก็เตรียมจะโพสต์ไปยังเว็บบอร์ดยอดฮิตของวงการเพลงแนวโบราณ
แต่เมื่อเปิดบอร์ดขึ้นมา จ้าวเยวี่ยถึงได้พบว่าหลายคนโพสต์เร็วกว่าตัวเองเสียอีก
[แนะนำ หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด อย่างแรง!]
[รีบไปฟัง หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด ซะ!]
[หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด สุดยอดมาก นี่วงการเพลงแนวโบราณของเรากำลังจะบูมแล้วสินะ!?]
[ยังฟัง ‘แสงจันทรา’ อยู่เหรอ ลองเพลงนี้ ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ หน่อยเป็นไง?]
[‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ เพราะจริงๆ!]
[ฉูฉือนี่สุดยอดเลย เป็นศิลปินที่เขียนเองร้องเอง!]
[วงการเพลงแนวโบราณปีนี้ดวงดีแฮะ มีเพลงระดับตำนานเพิ่มอีกเพลง!]
[โดนพวกเธอแนะนำให้ลองฟัง ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ แล้ว เพลงนี้ต้องให้ห้าดาวเท่านั้น!]
กระทู้ใหม่มากมายนับไม่ถ้วน! ทั้งหมดล้วนเกี่ยวข้องกับ ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ ทั้งสิ้น!
เห็นเพียงเสี้ยวเดียวก็มองออกหมดแล้ว ดูเหมือนเพลงนี้กำลังแพร่สะพัดไปทั่ววงการเพลงโบราณด้วยความเร็วที่น่ากลัว!
นี่จะดังเป็นพลุแตกเลยสินะ…
จ้าวเยวี่ยจำได้ว่าคืนที่ ‘แสงจันทรา’ ถูกปล่อยออกมาก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน
ในเว็บบอร์ดมีแต่กระทู้ที่เกี่ยวข้อง ทุกคนที่ชอบเพลงแนวโบราณต่างตื่นเต้นกันถ้วนหน้า
งั้นฉันร่วมเติมเชื้อไฟด้วยแล้วกัน จ้าวเยวี่ยคิดในใจแบบนั้น แล้วก็โพสต์กระทู้ของตัวเองออกไปทันที
ในความหมายหนึ่ง ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ ที่ปล่อยออกมาได้สองวันแต่กลับไม่มีใครสนใจ หลังจากได้รับการโปรโมตขึ้นหน้าแรกของคริมเซินคลาวด์ ก็ราวกับดอกไม้ที่ได้รับฝนหลังแล้งมานาน
ตั้งแต่ช่วงเที่ยงคืนเป็นต้นมา ด้วยพลังของกระแสจำนวนมหาศาล ความนิยมของเพลงนี้ก็พุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว ยอดดาวน์โหลดพุ่งกระฉูด
หลายคนเริ่มสังเกตเห็นเพลงนี้ โดยเฉพาะคนรักเพลงโบราณ พอได้ฟังก็เหมือนพบขุมทรัพย์!
อย่างไรก็ยังเป็นเวลาดึกอยู่ ยังไม่ถึงช่วงที่มียอดวิวสูงสุด
การโปรโมตหน้าแรกนี้มีเวลายี่สิบสี่ชั่วโมง ช่วงพีคของยอดเข้าชมจริงๆ จะมาถึงในตอนกลางวัน
หลังจากฟ้าสาง
บริษัทคริมเซินคลาวด์
เวลาแปดโมงครึ่งตอนเช้า
เสี่ยวหูเริ่มรูดบัตรเข้างาน ระหว่างเดินผ่านแผนกข้อมูล ก็เห็นเพื่อนร่วมงานกลุ่มหนึ่งกำลังยืนล้อมคอมพิวเตอร์ชี้ไปมา ถกเถียงกันอย่างออกรส
“เพลงนี้ดังระเบิดแล้ว!”
“แค่ได้การแนะนำบนหน้าแรกก็พุ่งทะยานเลย!”
“เพลงใหม่จากศิลปินใหม่สุดคลาสสิกพร้อมทะยานขึ้นฟ้า!”
“ดูตัวเลขนี่สิ ยอดดาวน์โหลดเพิ่มขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในช่วงเวลาเดียวกัน นี่มันสัญญาณเตรียมพุ่งขึ้นชาร์ตประจำฤดูกาลแล้วใช่ไหม?”
“ข้อมูลอยู่ตรงนี้แล้ว ฝ่ายปฏิบัติการต้องช่วยผลักดันโปรโมตต่อแน่ๆ ถ้าเพลงของศิลปินอิสระได้ระดับนี้กันหมด เราก็ไม่ต้องง้อค่ายเพลงอีกแล้ว”
“พวกนายคุยถึงเพลงไหนกันนะ?”
เสี่ยวหูโผล่หน้ามา ถามด้วยความสงสัย
เพื่อนร่วมงานเห็นเสี่ยวหูก็ยิ้มออกมา
“ก็เพลงที่ฝ่ายกิจกรรมของพวกนายรับมาเมื่อเดือนที่แล้วไง”
“กิจกรรมเดือนที่แล้ว?”
เสี่ยวหูมีปฏิกิริยาทันที
“กิจกรรมประกวดเพลงโบราณ!”
เสี่ยวหูจำได้เป็นอย่างดี โพล่งออกมาว่า
“เพลง ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ ที่ได้ขึ้นหน้าแนะนำ มียอดดาวน์โหลดถล่มทลายงั้นเหรอ?”
เพื่อนร่วมงานตอบ
“หลังจากได้ขึ้นหน้าแนะนำตอนดึก เพลงนี้ก็เริ่มแพร่กระจายในวงการเพลงโบราณ วันนี้น่าจะกลายเป็นที่รู้จักกันทั่ว ดูท่าเพลงนี้จะโดนใจแฟนเพลงโบราณจริงๆ นายลองดูตัวเลขสถิติก็จะเข้าใจเอง”
“ขอดูหน่อย”
เสี่ยวหูรีบเข้ามาดูตัวเลขแล้วถึงกับตาโต
“โห นี่มันแรงเกินไปแล้วมั้ง!”
แรงจริงๆ เพลงนี้พอขึ้นหน้าแนะนำของคริมเซินคลาวด์ ยอดดาวน์โหลดก็พุ่งขึ้นถึง 208,655 ครั้งในชั่วข้ามคืน!
มีคนฟังกว่าสองแสนครั้ง!
เพลงใหม่จากศิลปินหน้าใหม่ ไม่มีการโปรโมตอะไรเพิ่มเติม นอกจากได้การแนะนำบนหน้าแรกของคริมเซินคลาวด์!
“น่าเหลือเชื่อใช่มั้ยละ”
เพื่อนร่วมงานตบไหล่เสี่ยวหูพลางกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ฝ่ายกิจกรรมของพวกนาย คัดเลือกเพลงได้ดีจริงๆ ได้โบนัสแล้วอย่าลืมเลี้ยงละ”
“ได้เลย ได้เลย”
เสี่ยวหูแม้ปากจะพูดอย่างนั้น แต่ในใจกลับปั่นป่วน
ก่อนหน้านี้พอเขาฟัง ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ จบก็รู้สึกว่าเพลงนี้จะดังได้
แต่ไม่คิดว่ามันจะดังเร็วขนาดนี้ เพลงใหม่จากศิลปินหน้าใหม่ทำยอดดาวน์โหลดเกินสองแสนในชั่วข้ามคืน เกินความคาดหมายของเสี่ยวหูไปอย่างสิ้นเชิง
แม้ว่าในชาร์ตเพลงประจำฤดูกาล ยอดดาวน์โหลดสองแสนอาจไม่ใช่ตัวเลขที่น่าตกใจนัก กระทั่งยังอาจไม่ดึงดูดความสนใจได้มากนัก
แต่เพลงนี้เพิ่งจะเริ่มดังเองนะ! ใครจะรู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง?
อย่าลืมว่าการชิงชัยในชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นเอง
หลังจากหลินจือไปลุกขึ้นจากเตียงก็เห็นผลงานของ ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ แล้ว แต่ในใจก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษ
ชินแล้ว อย่างไรหลินจือไปก็ไม่ได้เป็นมือใหม่จริงๆ เขาทันเหมือนทุกวัน ทานข้าวเช้าเสร็จก็ไปเรียน
วันนี้ไม่ได้พบหยิ่นตงหน่วน ปกติหยิ่นตงหน่วนพักอยู่หอใน ไม่อย่างนั้นคงไม่ปล่อยให้บ้านพักข้างๆ ว่างอยู่ตลอด
หลังจากที่ทั้งสองแยกย้ายกันในเช้าวันนั้น ก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย
เมื่อไปถึงวิทยาลัย คาบแรกของวันก็มีนักศึกษาบางคนสัปหงก บางคนก็แอบเหม่อลอย นี่แหละชีวิตมหาวิทยาลัย ต่างจากมัธยมปลายโดยสิ้นเชิง
แต่ก็มีคนตั้งใจเรียนเหมือนกัน เช่น หลินจือไป บทเรียนวันนี้หลินจือไปสนใจเป็นพิเศษ เป็นเรื่องเกี่ยวกับวิวัฒนาการของวรรณกรรมนิยายบนบลูสตาร์
“วรรณกรรมยุคแรกของบลูสตาร์มักเกี่ยวกับตำนานเทพนิยาย ต่อมามีคนเริ่มเขียนพงศาวดารทางประวัติศาสตร์ แล้วก็มีเรื่องราวของบุคคลในตำนาน ต้นแบบส่วนใหญ่คือบุคคลที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ แต่ได้รับการดัดแปลงและแต่งเติมจินตนาการเข้าไป บางครั้งก็เพิ่มองค์ประกอบสยองขวัญ นั่นคือสิ่งที่เรามักเรียกกันว่าเรื่องผี…”
อาจารย์บรรยายไปเรื่อยๆ การพัฒนานี้ไม่ต่างจากโลกมากนัก
จากนั้นอาจารย์ก็เริ่มพูดถึงตลาดนิยายยุคปัจจุบัน
“ตลาดนิยายในปัจจุบันเต็มไปด้วยสีสันและความหลากหลาย ประเภทนิยายมีสารพัด อย่างนิยายไซไฟที่อาจารย์โปรดปราน และนิยายแนวสืบสวนสอบสวนที่นักศึกษาอย่างพวกเธอชื่นชอบ นอกจากนี้ แนวประวัติศาสตร์กับแฟนตาซีก็ได้รับความนิยมสูงเช่นกัน นวนิยายเหล่านี้ยังแตกแขนงออกมาได้อีก ยกตัวอย่างประวัติศาสตร์ของเรา หลายคนมองว่ามันน่าเบื่อ ดังนั้นนักเขียนบางคนจึงเลือกเปิดเส้นทางใหม่ สร้างสรรค์ประวัติศาสตร์สมมุติขึ้นมา ปรากฏว่าได้รับความนิยมมาก จากวรรณกรรมเชิงลึกกลายเป็นวรรณกรรมสมัยนิยม ทำให้คนทั่วไปเข้าถึงได้ง่ายขึ้น…”
อธิบายไปเรื่อยๆ จู่ๆ อาจารย์ก็หยุดชะงัก บางเรื่องทนได้ แต่บางเรื่องก็ทนไม่ได้จริงๆ
เขาชี้ไปที่แถวหลังสุดด้วยความโกรธ
“นักศึกษาแถวหลังสุดคนนั้นยืนขึ้นหน่อย ทวนสิ่งที่ผมเพิ่งพูดไปเมื่อกี้ด้วย”
นักศึกษาทั้งห้องพากันหันหลังไปมอง เพื่อนแถวหลังสุดที่ถูกอาจารย์เรียกยังสวมหูฟังอยู่ เห็นได้ชัดว่ากำลังฟังเพลง ไม่ได้ยินเลยว่าตนเองถูกเรียก
“เฮ้ย!”
เพื่อนข้างๆ ทนดูไม่ไหว จึงสะกิดเขา
นักศึกษาคนนั้นจึงเงยหน้าขึ้น สังเกตเห็นแววตาดุของอาจารย์ก็พลันสะดุ้งโหยงลุกพรวด
แต่ด้วยความรีบร้อน สายหูฟังจากมือถือจึงหลุดออกมาโดยไม่ตั้งใจ เสียงเพลงดังขึ้นจากลำโพงโทรศัพท์
“ปลายเล็บสัมผัสต้องละลายหาย สะพานขาดเคยปกคลุมด้วยหิมะหรือไม่ ใจคะนึงถึงดวงหน้าเจ้า…”
ทั้งห้องหัวเราะครืน
ยังมีนักศึกษาสองสามคนถึงกับร้องตามเสียงเพลง
“หากไร้วาสนาพบพานอีกครา ม่านหลิว ณ คันดินไปคงรำไหรำพันไปไม่สิ้นสุด…”
ให้ตายเถอะ นักศึกษาสองสามคนนี้อยู่หอเดียวกันกับนักศึกษาชายที่ฟังเพลง
หมอนนี่เปิดเพลงนี้ในห้องพักซ้ำแล้วซ้ำเล่าตั้งแต่เช้าตรู่ ชอบมากจนยัดเยียดให้เพื่อนร่วมห้องพักลองฟังด้วย ผลคือแค่เช้าวันเดียว เพื่อนร่วมห้องพักหลายคนจำเนื้อเพลงได้เกือบทั้งหมด ตอนนี้จึงร้องกันสนุกสนาน
ใบหน้าอาจารย์มืดมัวราวกับเถ้าถ่าน
หลินจือไปเองก็ทำหน้าแปลกใจ ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ เจาะกลุ่มนักศึกษาได้เร็วขนาดนี้เลยเหรอ?
นี่เป็นความผิดฉัน? ไม่ ทั้งหมดต้องโทษพี่สวี่ต่างหาก!