ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 67 โจวหานจิ้น: ไม่ใช่ว่าใครก็จะมาเทียบกับไป๋ตี้ได้
ตอนที่ 67 โจวหานจิ้น: ไม่ใช่ว่าใครก็จะมาเทียบกับไป๋ตี้ได้
หลังเลิกเรียน นักเรียนที่ฟังเพลงคนนั้นก็ถูกเพื่อนรอบข้างหลายคนรุมล้อม
“สุดยอดเลย!”
“กล้าหาญมาก!”
“ในคาบฟังเพลงอะไรนะ?”
“แอบได้ยินผ่านๆ รู้สึกไม่เลวเลย”
“ส่งมาให้หน่อย”
“หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด”
นักเรียนชายที่ถูกอาจารย์สั่งลงโทษให้ยืนอยู่ครึ่งชั่วโมง นั่งเก้าอี้อย่างทรมาน คิดในใจว่าคงไม่ได้ถูกอาจารย์จดชื่อไว้แล้วค่อยจัดการให้ตกวิชานี้หรอกนะ?
ผ่านไปสักพัก ก็มีคนวิ่งมาถามอีกว่า
“เฮ้ นายฟังเพลงอะไรในคาบน่ะ?”
เด็กหนุ่มตอบอย่างปลงชีวิต
“หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด ก็เพิ่งบอกไปเมื่อกี้เองไม่ใช่เหรอ”
แต่ไม่จบแค่นั้น หลังจากนั้นยังมีคนเข้ามาถามอีกเรื่อยๆ
เด็กหนุ่มเริ่มหัวเสีย
“หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด! ถามอีกทีฉันจะฆ่าตัวตายแล้วนะ!”
โคตรน่ารำคาญเลย
ดีที่หลังจากนั้นไม่มีใครเข้ามาถามอีก เพราะมีคนแชร์ ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ ลงในกรุ๊ปห้อง จึงกลายเป็นหัวข้อสนทนากันยกใหญ่
หลินจือไป:
“เพราะมาก!”
สวีจินจือ:
“หลินจือไปยังบอกว่าเพราะ งั้นก็ต้องดีแน่ๆ”
สวีตันตัน:
“เชื่อหลินจือไป”
หวงเซี่ยนเซี่ยน:
“สาวๆ ไปฟังกันด่วน!”
จูหย่าถิง:
“เพื่อนหลินจือไปแนะนำ ไม่มีผิดหวัง~”
หลินจือไป:
“…”
แม้จะอวยตัวเองไปหน่อย แต่ได้ยอดดาวน์โหลดเพิ่มขึ้นมาก็ดีเหมือนกัน หลินจือไปเลยหน้าหนาปลอบใจตัวเอง
ช่วงบ่ายกลับถึงบ้าน
หลินจือไปได้รับโทรศัพท์จากเจียงเฉิง น้ำเสียงปลายสายดูตื่นเต้นมาก
“พอได้โปรโมตแล้วแตกต่างจริงๆ ครับ เมื่อกี้ผมโทรไปถามคนที่คริมเซินคลาวด์มา พวกเขาบอกว่าสถิติของเพลงนี้ก็น่ากลัวสุดๆ!”
“ฟังได้แค่ในคริมเซินคลาวด์เหรอครับ?”
หลินจือไปกังวลเรื่องลิขสิทธิ์เพลง คริมเซินคลาวด์อยากจะเซ็นสัญญาเอ็กซคลูซีฟกับเพลงนี้
เจียงเฉิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ก่อนหน้านี้ผมก็กังวลอยู่เหมือนกันครับ ตอนเซ็นสัญญาเลยยอมลดส่วนแบ่งลงเพื่อแลกกับการถือครองลิขสิทธิ์เพลง ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’
คืนนี้แพลตฟอร์มอื่นก็จะอัปโหลดเหมือนกัน เรื่องนี้ผมเคยรายงานคุณแล้วนะครับ…”
“ผมไม่ทันสังเกตข้อมูล”
“งั้นคราวหน้าผมจะโทรบอกคุณนะครับ”
“เรื่องพวกนี้พี่ตัดสินใจเองได้เลยครับ”
เป็นไปไม่ได้ที่หลินจือไปจะมาคอยดูแลรายละเอียดทุกอย่าง
เรื่องนี้เห็นได้ชัดว่าเขาคิดไม่รอบคอบเอง ดีที่เจียงเฉิงจัดการเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี แก้ข้อผิดพลาดของตนก่อนเซ็นสัญญาเรียบร้อย
ถ้า ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ ไม่ได้ปล่อยในแพลตฟอร์มอื่น คงส่งผลต่อเพดานกระแสเพลง
“งั้นผมจะส่งรายงานการทำงานให้เป็นระยะๆ ก็แล้วกันนะครับ”
สถานการณ์ของหลินจือไปค่อนข้างพิเศษ เขาแทบไม่เข้าไปมีส่วนร่วมในการทำงานเลย
ถึงการที่เจ้านายไม่ถามมากจะหมายถึงความเชื่อใจ แต่เจียงเฉิงก็อยากรอบคอบไว้ก่อน
“แล้วแต่พี่เลยครับ”
หลินจือไปครุ่นคิด
“นักดนตรีอิสระจัดการอะไรยุ่งยากเกินไป พี่ลองหาบริษัทเพลงเล็กๆ สักแห่ง แล้วถือหุ้นในนามคุนเผิงอินเวสต์เมนต์ แบบนี้จะคุยกับแพลตฟอร์มได้ง่ายขึ้นครับ”
“ผมเข้าใจแล้วครับ”
เจียงเฉิงปวดหัวเล็กน้อย
“แต่เจ้านายครับ เรื่องนี้คงต้องชะลอไว้ก่อน ตอนนี้เงินในกองทุนของเรายังไม่พอจะขยับอะไร มีอยู่แค่ไม่กี่ล้านเองครับ”
“อืม”
หลินจือไปเข้าใจดีว่าคุนเผิงยังขาดเงิน ต้องรอให้ละครกับรายการวาไรตี้ทำกำไรก่อน
ถ้าสองโปรเจกต์ใหญ่ยังไม่ทำกำไร เขาก็ได้แต่ต้องพึ่งค่านิยายและส่วนแบ่งจากยอดดาวน์โหลดเพลงไปก่อน แบบนี้คงไม่เวิร์ก
หลินจือไปรู้สึกว่าตัวเองหาเงินได้ไม่เร็วพอ
พลบค่ำ ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ ที่อยู่บนหน้าแนะนำของคริมเซินคลาวด์ ยังคงมียอดดาวน์โหลดพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
เจียงเฉิงกดรีเฟรชชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลอย่างบ้าคลั่ง
เห็นเพลง ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ พุ่งสู่หนึ่งร้อยอันดับแรกแบบไม่มีแผ่ว ก็ตื่นเต้นจนตาแดงเตะขาไปมา
พุ่งทะยาน! พุ่งทะยาน! ให้ฉันดูหน่อยว่าเพลงนี้จะไปได้ไกลแค่ไหน!
ขณะเดียวกันเพลงนี้ก็สร้างความคึกคักให้กับวงการเพลงโบราณด้วยเช่นกัน!
ไม่ใช่เรื่องเกินจริง บอกได้แค่วงการเพลงโบราณจะมีเพลงดีๆ สักเพลงนั้นยากมาก
แม้ว่าทุกเดือนจะมีเพลงโบราณติดสิบอันดับแรกในชาร์ตเพลงประจำฤดูกาล แต่ทุกครั้งต่อให้อยู่ในสิบอันดับแรก ส่วนใหญ่ก็ยังอยู่ในอันดับค่อนข้างท้าย
ด้วยเหตุนี้เอง ก่อนหน้านี้ ‘แสงจันทรา’ ขึ้นอันดับหนึ่ง ทำให้วงการเพลงโบราณเฉลิมฉลองกันยกใหญ่
พูดแบบคนที่ชื่นชอบสไตล์จีนโบราณก็คือ “ฉลองตรุษจีนอย่างมีความสุข”
แต่ว่าบ้านไหนก็ไม่สามารถฉลองตรุษจีนได้ทุกวันหรอก
เดือนนี้เพลงโบราณในชาร์ตประจำฤดูกาลมีแนวโน้มดีขึ้นมาก
หาได้ยากที่มีเพลงโบราณสองเพลงติดหนึ่งในสิบอันดับแรกพร้อมกัน แต่คุณภาพก็ยังห่างจาก ‘แสงจันทรา’ อยู่มาก
เรื่องนี้ทำให้แฟนเพลงโบราณทั้งหลายพากันตั้งความหวัง
“เมื่อไหร่ไป๋ตี้จะปล่อยเพลงโบราณมาอีกนะ!”
ไป๋ตี้เป็นความหวังสูงสุดของทุกคนอยู่ดี เพราะ ‘แสงจันทรา’ ได้สร้างแรงกระตุ้นสำคัญให้วงการเพลงโบราณ จุดประกายความเชื่อมั่นให้กับใครหลายคน
แต่ใครจะคาดคิด วงการเพลงโบราณไม่ได้รอจนไป๋ตี้มา แต่กลับได้ฉูฉือมาแทน วงการเพลงโบราณจึงรู้สึกเหมือนได้ฉลองตรุษจีนอีกครั้ง
“ยังไม่พุ่งอีกเหรอ?”
“ไปสนับสนุน ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ กันให้หมดเลย!”
“ให้ชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลได้รู้ซึ้งถึงพลังของชาวเพลงโบราณเราหน่อย!”
“ยิ่งเพลงนี้ทำผลงานได้ดีเท่าไหร่ ก็จะมีคนแต่งเพลงโบราณมากขึ้นเท่านั้น นี่ก็เพื่อให้วงการของพวกเราเติบโตได้ดียิ่งขึ้น อีกอย่างคุณภาพเพลงนี้ก็ชัดเจนอยู่แล้ว!”
“ขอบคุณไป๋ตี้!”
“ขอบคุณฉูฉือ!”
“ถล่มกันให้สุดไปเลย!”
“ทุกคนมาช่วยกันหน่อย!”
“ฉูฉือเฉิดฉาย ก็เท่ากับเพลงโบราณเฉิดฉาย!”
เพลงแนวโบราณถือเป็นแนวเพลงที่ค่อนข้างเฉพาะกลุ่ม แม้ว่าช่วงไม่กี่ปีมานี้อิทธิพลจะกว้างขึ้น แต่โดยรวมก็ยังเทียบกับแนวเพลงกระแสหลักอื่นๆ ไม่ได้
ดังนั้นผู้ที่ชื่นชอบเพลงแนวโบราณทุกคนต่างก็หวังจากใจว่าแนวเพลงนี้จะสามารถยืนหยัดขึ้นมาได้
ดังนั้น เมื่อ ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ แพร่สะพัดอย่างรวดเร็วในวงการเพลงโบราณ ทุกคนในวงการนี้ต่างตะโกนกึกก้อง เตรียมบุกตะลุยชาร์ตเพลงประจำฤดูกาล
ความเป็นจริงพิสูจน์แล้วว่าพลังกลุ่มใดๆ เมื่อรวมใจกัน ล้วนประมาทไม่ได้
ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้ไม่ใช่แค่คนในวงการนี้ที่ให้การสนับสนุน ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ ยังดึงดูดคนที่ไม่ใช่แฟนเพลงโบราณด้วยเช่นกัน
อีกด้านหนึ่ง แพลตฟอร์มเล่นเพลงเจ้าใหญ่อีกหลายแห่งในฉินโจว ต่างก็เตรียมปล่อย ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ ออนไลน์และเร่งโปรโมต
อันดับที่แปดสิบ!
คืนวันที่แปดเดือนธันวาคม ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ พุ่งขึ้นไปถึงอันดับที่สามสิบเอ็ดของชาร์ตฤดูกาลในเดือนนี้
นี่เป็นอันดับที่ค่ายใหญ่ทั้งสามแทบไม่ชายตามอง อย่างมากก็แค่เหลือบดูนิดๆ
แต่กลับเป็นจุดหมายที่บริษัทเพลงอื่นๆ ในฉินโจวต่างจ้องตาเป็นมันและทุ่มสุดตัว
ก่อนหน้านี้ อันดับที่สามสิบเป็นของนักร้องหญิงคนหนึ่ง
นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่นักร้องหญิงคนนี้ทะลุเข้าสู่สามสิบอันดับแรกของชาร์ตฤดูกาล เธอตื่นเต้นมากจนออกไปฉลองกับเพื่อน ถึงขั้นเปิดแชมเปญฉลอง
แต่จู่ๆ เพื่อนของเธอกลับจ้องมือถือแล้วเงียบไป
“เป็นอะไรไป?”
เธอถาม
“มื้อนี้ฉันเลี้ยงเองดีกว่า”
เพื่อนกล่าว
“ฉันขึ้นชาร์ตสามสิบอันดับแรกได้ทั้งที ดีใจสุดๆ ฉันต้องเป็นคนเลี้ยงสิ!”
เธอยิ้มอย่างร่าเริง
“คือว่า”
เพื่อนมองเธออย่างปวดใจ
“ตอนนี้เธออยู่อันดับที่สามสิบเอ็ดแล้ว”
รอยยิ้มของเธอแข็งค้างไปทันที เพื่อนยื่นหน้าจอโทรศัพท์ให้เธอดู
“ตอนนี้อันดับสามสิบคือเพลง ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ นี่นะ”
“ไอ้เชี้ย!”
เธอเผลอหลุดคำหยาบออกมา ก่อนจะคว้าโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาเช็ก แล้วก็หยิบหูฟังขึ้นมาฟังเพลงไปด้วย
ฟังจบ แววตาเธอดูหม่นลง
เพื่อนปลอบว่า
“ยังมีโอกาสนะ”
แต่เธอกลับถอนใจ
“เจอเพลงนี้จะยังมีโอกาสบ้าบออะไรอีกละ”
“หมายความว่ายังไง?”
เพื่อนมีสีหน้าฉงนงงงวย
เธอชี้ให้ดูข้อมูล เพลงนี้และกราฟแนวโน้มการเติบโต ก่อนจะพูดอย่างหมดหวัง
“นี่มัน ‘ดับทุกข์’ อีกเพลงชัดๆ”
พูดจบ จู่ๆ เธอก็จิ้มไปที่เพลงอันดับก่อนหน้าในชาร์ตฤดูกาล พลันเผยยิ้มสะใจ
“เธอคอยดูเถอะ คนพวกนี้ได้ตายกันหมดแน่”
คืนวันที่สิบเดือนธันวาคม โจวหานจิ้นที่ใส่แมสก์มาร้องคาราโอเกะกับเพื่อนๆ
“หลี่เซียว คืนนี้เธอร้อง ‘เดือนสิบสอง’ นะ”
โจวหานจิ้นยิ้มพลางพูดกับเพื่อนสาวที่ใส่แมสก์อยู่ข้างๆ เช่นเดียวกัน
เพื่อนสาวคนนั้นคือหลี่เซียว ราชินีเพลงแห่งเทียนกวง ขณะเดียวกันก็ครองแชมป์ชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลในเดือนนี้
“ต้องร้อง ‘เดือนสิบสอง’!”
เพื่อนคนอื่นๆ ก็รีบรับลูกทันที เพลงนี้เป็นผลงานที่ทำให้หลี่เซียวขึ้นอันดับหนึ่งของชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลในเดือนนี้
“ได้ๆๆ”
หลี่เซียวพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
“ร้อง ‘เดือนสิบสอง’”
ข่าวลือเป็นเรื่องจริง เธอเป็นแฟนของโจวหานจิ้นจริงๆ เพียงแต่ไม่อยากเปิดเผยสู่สาธารณะเท่านั้น
เดินไปสักพัก พวกเขาก็ได้ยินเสียงร้องเพลงดังมาจากห้องข้างๆ
“ผีเสื้อปีกหักรอนแรมไร้บุปผา…”
เดินไปอีกไม่กี่ก้าว ก็ได้ยินเพลงนี้ดังมาจากห้องอื่นอีก
“สะพานขาดเคยปกคลุมด้วยหิมะหรือไม่ ข้ามองเงาสะท้อนชลธาร…”
จนสุดท้ายพวกเขาเดินมาถึงห้องของตัวเอง ก่อนเข้าประตูได้ยินเสียงเพลงที่คล้ายกันดังมาจากห้องข้างๆ
“บุหลันในธาราเย็นเยียบดุจหิมะขาว ปลายเล็บสัมผัสต้องละลายหาย…”
ทุกคนหยุดชะงัก
“เพลงของใครเนี่ย?”
“ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย”
“ตลอดทางที่เดินผ่านมาก็นี้มีสี่ห้าห้องที่ร้องเพลงนี้อยู่นะ ดังขนาดนี้เชียว?”
“พวกนายสามค่ายใหญ่หยิ่งเกินไปแล้ว”
มีคนหนึ่งอดบ่นไม่ได้
“นี่เป็นเพลงใหม่จากนักร้องหน้าใหม่ สองวันนี้ในวงการพูดถึงกันให้แซด บอกว่าเป็นอีกเพลงที่เหมือน ‘ดับทุกข์’ ตอนนี้เขาพุ่งไปถึงยี่สิบอันดับแรกของชาร์ตประจำฤดูกาลแล้ว!”
เหมือนสะกิดคำต้องห้าม สีหน้าของโจวหานจิ้นเปลี่ยนไปทันที
“ทำไมถึงบอกว่าเป็น ‘ดับทุกข์’ อีกเพลงละ?”
เพื่อนยิ้มแหย
“ตอนที่ไป๋ตี้ปล่อย ‘ดับทุกข์’ ก็ยังเป็นแค่ศิลปินหน้าใหม่ไม่ใช่เหรอ ตอนนั้นนักร้องก็เป็นหน้าใหม่เหมือนกัน แต่เพลงใหม่ของศิลปินหน้าใหม่ดันถล่มชาร์ตประจำฤดูกาลซะเละเลย…”
หยุดไปครู่หนึ่ง คนคนนั้นก็เกาหัวกล่าวว่า
“แน่นอนว่าสุดท้ายก็โดนราชาเพลงโจวจัดการไป”
กระแอมเบาๆ อย่างประหลาดใจ คนคนนั้นพูดต่อ
“เพลง ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ นี่ก็เป็นเพลงใหม่จากศิลปินหน้าใหม่เหมือนกัน กำลังมาแรงสุดๆ ในชาร์ตเพลงประจำฤดูกาล ไม่รู้สุดท้ายจะขึ้นไปถึงอันดับไหน แต่สิบอันดับแรกนี่ชัวร์ๆ เลย มีคนบอกว่าหน้าใหม่คนนี้คล้ายไป๋ตี้มาก…”
“ไม่ใช่ว่าใครก็จะมาเทียบกับไป๋ตี้ได้หรอกนะ!”
โจวหานจิ้นรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เดินนำเข้าไปในห้อง นั่งลงแล้วหยิบมือถือของเขาขึ้นมาเปิดดูชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลจนเจอ ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ ที่อันดับสิบแปด
ลองฟังดูหน่อยแล้วกัน โจวหานจิ้นกดเล่นเพลง
เสียงร้องโหยหวนจากห้องคาราโอเกะด้านนอก ทำให้คนไม่สามารถตัดสินคุณภาพของเพลงนี้ได้เลย
เพื่อนที่มาด้วยกันก็เดินตามเข้ามา หลี่เซียวซบไหล่โจวหานจิ้นและฟังไปด้วย
หนึ่งนาที… สองนาที… สามนาที…
เกือบสี่นาที เพลงนี้ก็จบลง
ภายในห้องเงียบสนิท ไม่มีใครพูดอะไร บรรยากาศดูแปลกประหลาดเล็กน้อย
หลี่เซียวลุกขึ้นพรวด
“ฉันปวดท้องนิดหน่อย อยากกลับไปพักก่อน พวกนายสนุกกันต่อเลยนะ”
“ฉันไปด้วย”
โจวหานจิ้นลุกขึ้นโอบแฟนสาว แล้วหันไปบอกทุกคน
“ขอโทษทีนะ ขอตัวก่อน”
เดินออกจากคาราโอเกะมา หลี่เซียวหันไปมองโจวหานจิ้น
“นายคิดยังไงกับเพลงนี้?”
สีหน้าของโจวหานจิ้นดูซับซ้อน
“แค่พูดถึงเพลงนี้อย่างเดียว เจ้าฉูฉือนี่มีลักษณะบางอย่างคล้ายไป๋ตี้อยู่จริงๆ แต่ทักษะการร้องยังไม่ถึงขั้น หมอนี่เป็นทั้งนักร้องนักแต่งเพลง มีของอยู่เหมือนกัน”
“ดูท่าฉันจะอันตรายแล้ว”
หลี่เซียวถอนหายใจพลางกล่าว
โจวหานจิ้นพูดอย่างจริงจัง
“ฉันโจวหานจิ้นยังชนะไป๋ตี้ได้ หลี่เซียวเธอก็ย่อมชนะฉูฉือคนนี้ได้เหมือนกัน”
“นายชนะไป๋ตี้เหรอ?”
หลี่เซียวขมวดคิ้วดูสงสัย
โจวหานจิ้นพลันรู้สึกเก้อเขินเล็กน้อย
“ฉันกับไป๋ตี้ก็สูสีกันนะ ก่อนหน้านี้ฉันเคยล้มเขาแบบตัวต่อตัวมาแล้ว ยังไงฉันก็ไม่คิดว่าเจ้าฉูฉืออะไรนี่จะเอามาเทียบกับไป๋ตี้ได้ แค่เพลงเดียวพิสูจน์อะไรไม่ได้หรอก”