ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 97 จางซีหยางมุ่งสู่ราชาเพลง
ตอนที่ 97 จางซีหยางมุ่งสู่ราชาเพลง
ฉูฉือกับปู่เยโหวเข้าสู่ลำดับแถวห้าเรียบร้อย
เช่นนั้นไปตี้ซึ่งเดิมทีอยู่ในแถวห้าก็ควรจะมุ่งหน้าสู่แถวสี่แล้ว
ดังนั้นหลินจือไปจึงต้องปล่อยเพลงใหม่ในเดือนหน้าให้ได้
และเป้าหมายคือการคว้าอันดับหนึ่งบนชาร์ตเพลงประจำฤดูกาล
แต่จะเลือกใครมาเป็นคู่ร่วมงานดีละ?
หลินโสวจัว?
จางซีหยาง?
หรือว่าซุนกู้?
หลินจือไปตัดสินใจถามหลินซีดูว่ามีคำแนะนำอะไรดีๆ ไหม
พอดีวันนี้ไม่มีเรียนจึงตัดสินใจมาที่บริษัทเสียเลย
ถือโอกาสไปเยี่ยมหลินเซิ่งเทียนด้วย
บ่ายวันเดียวกัน
ตึกเสินฮว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์
หลังจากแผนกเพลงของเสินฮว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์ปรับโครงสร้างใหม่
หลินซีก็กลายเป็นหัวหน้าทีมสิบ
เมื่อหลินจือไปมาถึงบริษัทก็ตรงไปที่ห้องทำงานของพี่สาวทันที
แล้วเล่าความตั้งใจที่จะปล่อยเพลงใหม่ในเดือนหน้าให้ฟัง
“มีเพลงใหม่แล้วเหรอ?”
หลินซีตื่นเต้นขึ้นมาทันที
หลินจือไปกล่าวว่า
“แต่งเก็บไว้หลายเพลงแล้ว แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะปล่อยเพลงไหน
กำลังพิจารณาอยู่ว่าจะร่วมงานกับหลินโสวจัว จางซีหยาง หรือซุนกู้ก่อน
เพราะการเลือกว่าจะร่วมงานกับใครจะเป็นตัวกำหนดว่าผมจะปล่อยเพลงไหนก่อน”
เพลงใหม่ไม่ใช่แค่เพลงเดียว!?
หลินซีจับคำสำคัญได้ในทันที ดวงตาเป็นประกาย
“ถ้าในเพลงพวกนั้นมีเพลงที่เหมาะกับจางซีหยางละก็ ต้องให้เขาก่อนเลย!”
หลินจือไป
“ทำไมละ?”
หลินซีตอบ
“นายน่าจะรู้นะว่าตั้งแต่รายการ I Am a Singer เริ่มออกอากาศมา
ก็มอบความนิยมและกระแสให้จางซีหยางมากขนาดไหน
ตอนนี้เขากลับมาอยู่บนจุดสูงสุดของเส้นทางอาชีพอีกครั้ง
เป้าหมายของฉันในปีนี้ก็คือผลักดันให้จางซีหยาง
กลายเป็นราชาเพลงคนที่สามของเสินฮว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์ให้ได้!”
มุ่งสู่ตำแหน่งราชาเพลง?
หลินจือไปอดประหลาดใจไม่ได้
จางซีหยางมาถึงจุดนี้แล้วงั้นหรือ?
คิดดูอีกทีก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ
เพราะจางซีหยางเดิมทีก็เป็นนักร้องแถวหนึ่งอยู่แล้ว
มีคุณสมบัติเพียงพอจะชิงตำแหน่งราชาเพลง
เพียงแต่การหย่าร้างทำให้เขาเงียบหายไปหลายปี
แต่เนื้อแท้ฝีมือของเขาล้ำลึกมาก
ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถคว้าโอกาสทันทีที่เจอ แล้วกลับมาดังเปรี้ยงได้เร็วขนาดนี้!
“เรื่องนี้ต้องให้เครดิตอันดับหนึ่งกับนายเลยนะ”
หลินซียิ้ม
“ก่อนหน้านี้ถ้าไม่ใช่เพราะนายเชิญจางซีหยางไปร่วมรายการ I Am a Singer
เขาคงไม่กลับขึ้นจุดสูงสุดได้เร็วขนาดนี้
แน่นอนว่าเกี่ยวกับการแสดงของเขาที่ระเบิดพลังในรายการสุดๆ ด้วย
ตอนนี้การแข่งขันเดินทางมาถึงรอบที่แปดแล้ว
เขาคว้าที่หนึ่งไปสี่ครั้ง ที่สองอีกสี่ครั้ง นายก็น่าจะรู้ว่าการทำผลงานระดับนี้ในรายการได้มันเว่อร์แค่ไหนจริงไหม”
“อืม”
หลินจือไปพยักหน้า
การแข่งขันเพิ่งจะผ่านมาแค่แปดตอน แต่จางซีหยางกลับได้อันดับหนึ่งหรือไม่ก็อันดับสองทุกตอน
ในชาติก่อน I Am a Singer จัดมาหลายฤดูกาล
แต่หลินจือไปก็ยังไม่เคยเห็นนักร้องคนไหนที่มีอิทธิพลบนเวทีได้ขนาดนี้
ไม่แปลกที่พี่สาวจะอยากปั้นให้จางซีหยางเป็นราชาเพลง
เพราะเขาเพียบพร้อมทุกด้านจริงๆ
เป็นโอกาสทองที่หาได้ยากยิ่ง!
หลินซีพูดด้วยความรู้สึกทึ่ง
“จางซีหยางมีทักษะการร้องเพลงถึงระดับมาตรฐานราชาเพลงแล้วก็จริง
แต่นายต้องรู้ว่านักร้องคนหนึ่ง ต่อให้ร้องเพลงดีแค่ไหนก็ใช่ว่าจะก้าวเป็นราชาเพลงได้เลย
มันมีเงื่อนไขมากมายที่เข้มงวดมากๆ โชคดีที่เขาได้มาเจอรายการระดับปรากฏการณ์อย่าง I Am a Singer”
ในชาติก่อนมีคำกล่าวโบราณไว้ดีว่า
ความสำเร็จของคนเรานั้นนอกจากต้องพึ่งพาความพยายามของตนแล้ว
ยังต้องอาศัยจังหวะแห่งยุคสมัยด้วย
จางซีหยางมีฝีมือมากพออยู่แล้ว
แต่ถ้าไม่ได้เวที I Am a Singer ที่เปิดโอกาสให้เขาแสดงความสามารถละ?
อย่าลืมว่ารายการนี้คือรายการวาไรตี้ที่มีกระแสความนิยมอันดับหนึ่งของฉินโจวในตอนนี้!
“ผมเข้าใจแล้ว”
หลินจือไปพยักหน้า
“เดือนหน้าปล่อยเพลงใหม่ ก็ร่วมงานกับพี่จางก่อนแล้วกัน”
หลินซีก็พยักหน้าแล้วพูดว่า
“ตอนนี้ทรัพยากรทั้งหมดในแผนกของเราก็เทไปที่จางซีหยางหมดแล้ว
ปัจจุบันเขาคือเสาหลักของทีมสิบ
ไม่ใช่แค่พี่ในฐานะหัวหน้าทีมสิบเท่านั้นนะ แม้แต่บริษัทเองก็คาดหวังในตัวเขาไว้สูงมาก”
ชะงักไปครู่หนึ่ง หลินซีก็กล่าวต่อ
“ต้นเดือนหน้าจะเป็นรอบชิงของ I Am a Singer โอกาสที่จางซีหยางจะคว้าแชมป์มีสูงมาก
ถ้าเขาคว้าแชมป์มาได้อย่างราบรื่น โอกาสก้าวเป็นราชาเพลงก็จะยิ่งใกล้เข้าไปอีก!”
“รอบชิงสินะ…”
หลินจือไปครุ่นคิด
“ถ้าเขาร้องเพลงใหม่ที่ผมแต่งให้บนเวทีรอบชิง
อันดับหนึ่งบนชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลก็คงไม่หลุดมือสินะ?”
“ถูกต้อง”
หลินซีกล่าว
“แต่อันนี้ก็ต้องดูท่าทีของจางซีหยางนะ
ถ้าเขาไม่เต็มใจจะร้องเพลงใหม่ของนายบนเวทีรอบชิง
เราก็คงบังคับเขาไม่ได้เหมือนกัน”
“ผมรู้”
แน่นอนว่าความสำคัญของการแข่งขันย่อมมาก่อน
ถ้าเพลงใหม่ของหลินจือไปไม่เหมาะกับการแข่งขันรอบสุดท้าย
แล้วจางซีหยางพลาดแชมป์ขึ้นมาจะทำอย่างไร?
นั่นมันไม่เท่ากับว่าทำให้เขาเสียหายเหรอ?
ดังนั้นหลินจือไปจึงต้องแต่งเพลงที่เหมาะกับเวที I Am a Singer โดยเฉพาะให้จางซีหยาง
เพื่อเป็นหลักประกันชัยชนะรอบชิงให้เขาอีกชั้นหนึ่ง!
หลังจากคุยกับพี่สาวเสร็จ
หลินจือไปก็มุ่งหน้าไปยังแผนกของพี่ชาย
ขณะนั้นหลินเซิ่งเทียนกำลังเตรียมงานถ่ายทำตอนที่เก้าของรายการ I Am a Singer ที่จะมีขึ้นคืนนี้อยู่
พอเห็นน้องชายมาก็อารมณ์ดีขึ้นมาทันที
“มาๆ ดื่มชากัน”
ว่าแล้วหลินเซิ่งเทียนก็รินชาให้หลินจือไป
หลินจือไปถาม
“รอบชิงของ I Am a Singer จะจัดวันไหนของเดือนหน้าเหรอครับ?”
หลินเซิ่งเทียนบอก
“พี่วางเวลาถ่ายไว้วันที่หนึ่งของเดือนหน้า ตอนนั้นจะออกอากาศสดด้วย
บริษัทให้ความสำคัญกับรอบชิงมากเลยนะ
อยู่ๆ มาถามเรื่องนี้ทำไม อยากได้บัตรเข้าชมสดเหรอ?”
“ก็ด้วยส่วนหนึ่งครับ”
หลินจือไปเล่าความตั้งใจของตัวเอง
หลินเซิ่งเทียนครุ่นคิด
“การเลือกเพลงในรอบชิงของจางซีหยางสำคัญมาก
ถ้านายอยากให้เขาร้องเพลงใหม่ของนายในรอบนั้น
ก็ต้องขึ้นอยู่กับความสมัครใจของเขาเอง”
“ครับ”
ทั้งพี่สาวและพี่ชายต่างก็ให้หลินจือไปพิจารณาความสมัครใจของจางซีหยางอย่างเต็มที่
“ตอนนั้นพี่แค่เก็บบัตรเข้าชมสดไว้ให้ผมสักใบก็พอครับ”
จากนั้น
หลินจือไปตรงไปที่ห้องซ้อมและได้พบกับจางซีหยาง
ตอนนี้จางซีหยางกำลังดื่มน้ำพักผ่อน
พอเห็นหลินจือไปเดินเข้ามา ก็ยิ้มแล้วเปิดขวดน้ำอีกขวดยื่นให้หลินจือไปพลางเอ่ยว่า
“มาดูการซ้อมเหรอครับ?”
“ใช่แล้วครับ”
หลินจือไปกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“คิดไว้หรือยังครับว่าจะร้องเพลงอะไรในรอบชิง?”
จางซีหยางส่ายหัว
“ยังคิดอยู่เลยครับ มีความเห็นเข้ามาหลายทาง
ทั้งเพื่อน ทั้งผู้จัดการ แม้แต่บริษัทเองก็อยากจะเข้ามาแทรกแซงการเลือกเพลง
แน่นอนว่าทุกคนก็หวังดีกับผมทั้งนั้น อยากให้ผมคว้าแชมป์มาได้อย่างมั่นคง…”
“บังเอิญจัง”
หลินจือไปกล่าว
“ผมก็อยากแทรกด้วยเหมือนกัน”
จางซีหยางเอ่ยติดตลกว่า
“งั้นผมก็ฟังคุณแล้วกันครับ”
หลินจือไปหลุดขำ
เหล่าจางคนนี้นี่ไว้ใจได้จริงๆ มีเรื่องเมื่อไรก็ไม่เคยถอย
เขามองจางซีหยางอย่างจริงจังแล้วพูดว่า
“รอบชิง ร้องเพลงใหม่ของผมดูไหม?”
“ได้ครับ”
“ไม่ลองคิดดูสักหน่อยเหรอครับ?”
ทำเอาหลินจือไปเก้อเขินเล็กน้อย เพราะจางซีหยางตอบตกลงไวเกินไป
ยังไม่ถามด้วยซ้ำว่าเพลงใหม่ที่ตนจะให้เป็นแบบไหน ถ้าคุณภาพไม่ดีพอละจะทำยังไง?
ต่อให้คุณภาพดีจริง ถ้าไม่เหมาะกับเวทีการแข่งขันละ?
อย่าประมาทกับโจทย์ข้อนี้เชียว
ไม่ใช่ว่าแค่เพลงใหม่ของหลินจือไปมีคุณภาพดี แล้วจางซีหยางร้องก็จะคว้าแชมป์ได้เลย
เพราะเวทีแข่งขันอย่าง I Am a Singer ต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายอย่างมาก
ตัวอย่างเช่น
ถ้าหลินจือไปให้จางซีหยางร้อง ‘คนแบบฉัน’ ในรอบชิงละก็
มีสิทธิ์พลาดแชมป์ไปอย่างน่าเสียดายเลยละ
ไม่ใช่ว่าเพลงนี้ไม่ดี เพียงแต่ไม่ค่อยมีความเป็นเพลงแข่งขันสักเท่าไร!
เพลงบางเพลงเหมาะจะฟังยามดึกสงัด
บางเพลงก็เหมาะจะฟังให้คึกคักเฮฮา
แต่การแข่งขันนั้นแข่งกันด้วยโชว์บนเวที
คุณสมบัติการแข่งขันของเพลงก็ถูกขยายขึ้นแบบไร้ขีดจำกัด…
“ผมเชื่อคุณครับ”
จางซีหยางตอบรับอย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับเป็นเรื่องที่ควรจะเป็นอยู่แล้ว
หลินจือไปดื่มน้ำอีกหนึ่งแล้วพูด
“ไม่กลัวผมจะทำให้เสียหายเหรอครับ?”
จางซีหยางตอบอย่างสบายๆ ว่า
“ผมกลับมาโลดแล่นอีกครั้งก็ด้วยเพลงที่คุณเขียนให้
การที่ผมเข้าร่วม I Am a Singer ก็เป็นคำแนะนำจากคุณ
ข้อเท็จจริงพิสูจน์แล้วว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาด
ทุกการตัดสินใจของคุณล้วนถูกต้อง งั้นในรอบชิงผมฟังคุณอีกครั้งจะเป็นไรไป
อีกอย่างก็แค่แชมป์เองนี่ ผมได้ที่หนึ่งมาหลายรอบแล้ว
ต่อให้รอบชิงจะไม่ได้แชมป์ ก็ไม่มีใครปฏิเสธความสำเร็จของผมได้หรอก”
“ปล่อยวางเกินไปก็ไม่ดีหรอกนะครับ”
หลินจือไปพูดว่า
“ตอนนี้เป็นช่วงสำคัญที่คุณจะได้ชิงตำแหน่งราชาเพลง
ถ้าคุณคว้าแชมป์ได้ มันก็จะเป็นตัวชี้ขาดเลยว่าการไปให้ถึงการเป็นราชาเพลงของคุณจะประสบความสำเร็จ
แต่ถ้าไม่ได้แชมป์ ในระยะสั้นก็คงไม่มีโอกาสได้เป็นราชาเพลงแล้ว”
“ราชาเพลงเหรอ…”
จางซีหยางกล่าวพลางมองเหม่อ
“ไม่ช้าก็เร็วผมต้องได้มาแน่นอน”
หลินจือไปพยักหน้า
“งั้นพรุ่งนี้ผมจะส่งเพลงใหม่ให้คุณ คุณเลือกเองได้เลย
ถ้าฟังแล้วไม่ชอบก็ไม่ต้องฝืนนะครับ”
“คุณไม่ต้องกดดันหรอกครับ”
จางซีหยางปลอบหลินจือไปว่า
“ถึงที่สุดแล้วมันก็เป็นแค่การประกวดเท่านั้น”
จู่ๆ หลินจือไปก็ทำหน้าไม่ถูก
“นี่เราสลับกันรึเปล่า คนที่ต้องแข่งคือคุณไม่ใช่ผม
คนที่ควรกดดันก็คือคุณนะครับ”
“ผมไม่กดดันหรอก”
จางซีหยางคนนี้วางเฉยก็วางเฉยจริง แต่มั่นใจก็มั่นใจจริงๆ เหมือนกัน
อาจเป็นเพราะฝีมือสูงเลยกล้าตัดสินใจ กล้าได้กล้าเสียละมั้ง
แต่ในเมื่อจางซีหยางเชื่อมั่นในตัวเขาขนาดนี้ หลินจือไปก็ไม่อาจจะทำให้เขาผิดหวังได้จริงๆ
คืนนั้นทันทีที่กลับถึงบ้าน เขาเรียกระบบขึ้นมา แล้วสั่งแต่งเพลงหนึ่งเพลงให้เหล่าจางโดยเฉพาะ
“ติ้งต่อง”
ตรงหน้าเขาปรากฏข้อความว่า
‘ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับเพลง ดอกไม้ไฟ’
หลินจือไปเลิกคิ้วขึ้น
‘ดอกไม้ไฟ’ ของหวังเฟิง?
เพลงนี้ดูเหมาะกับการแข่งขัน แถมยังเข้ากับสไตล์ของจางซีหยาง
ตั้งแต่เนื้อร้องยันท่วงทำนองนั้นล้วนแล้วแต่ไร้ที่ติ
แน่ละอย่างไรก็เป็นหนึ่งในผลงานตัวแทนของอาจารย์ผู้คุมครึ่งวงการนี่นา!
ความจริงแล้ว ในชาติก่อนในรายการแข่งขันใหญ่ๆ ที่คล้ายกับ I Am a Singer
เหล่านักร้องอย่างเติ้งจื่อฉีก็เคยเลือกผลงานของหวังเฟิงไปใช้ประกวด และได้ที่หนึ่งมาหลายครั้ง!
เพราะเพลงของเหล่าหวังนั้นเป็นแนวร็อก แต่ก็ไม่ได้เสียงดังหนวกหูจนเกินไป
เรียกได้ว่าเป็นเพลงที่แต่งขึ้นเพื่อคนหมู่มากอย่างแท้จริง
บนเวทีแข่งขันแบบนี้จึงมีความได้เปรียบโดยธรรมชาติ
“น่าจะไม่มีปัญหาอะไร”
หลินจือไปรีบขึ้นไปที่สตูดิโอเพลงชั้นสองของตัวเองเพื่อทำเดโมทันที
แถมยังอดหลับอดนอนอย่างหาได้ยาก
อย่างไรเขาก็รับปากเหล่าจางแล้วว่าวันพรุ่งนี้จะส่งเพลงให้ คนหากสิ้นความน่าเชื่อถือก็อยู่ไม่ได้
ทำงานจนถึงตีสองกว่า ในที่สุดหลินจือไปก็ทำเดโมที่สมบูรณ์เสร็จสิ้นในระดับหนึ่งแล้ว
เรื่องเรียบเรียงดนตรีอย่างเป็นทางการยังไม่ต้องรีบร้อนเพราะการแข่งจะเริ่มเดือนหน้า
เช้าวันถัดมา หลังจากตื่นนอนหลินจือไปก็ส่ง ‘ดอกไม้ไฟ’ ไปให้จางซีหยางพลางหาวอย่างงัวเงีย
ทางฝั่งจางซีหยาง หลังจากได้รับไฟล์ไปก็เว้นช่วงไปยี่สิบนาทีก่อนจะตอบกลับมาว่า
‘ไม่รู้ว่าถ้วยแชมป์รายการ I Am a Singer ทำจากทองหรือเปล่า’
หลินจือไปยิ้มออกมา ดูเหมือนว่าจางซีหยางจะมั่นใจแล้ว
คราวนี้จางซีหยางส่งข้อความมาอีกว่า
‘ขอบคุณนะครับ’
หลินจือไปพิมพ์ตอบกลับไปว่า
‘สู้ๆ นะครับ ราชาเพลงจาง’
จางซีหยางตอบกลับ
‘ตกลงตามนั้นครับ’
หลินจือไปไม่ได้ตอบกลับอะไรอีก จางซีหยางมีแววของราชาเพลงอยู่แล้ว เขาเองก็ยินดีส่งเสริม
ไม่ใช่แค่เพื่อต้องการให้แผนกของพี่สาวมีเสาหลักที่น่าเชิดหน้าชูตา
แต่ยังเพื่อตอบแทนความไว้วางใจของอีกฝ่ายด้วย