ผมมีระบบย่อยสลายในวันสิ้นโลก - บทที่ 493 ต่อสู้สมบูรณ์แบบ
บทที่ 493 ต่อสู้สมบูรณ์แบบ
“ปังงงงงง”
เฉินเฉียงเข้าปะทะกับคิงคองปีศาจที่เป็นหุ่นเชิดโลหิตของเว่ยกังจนกระเด็นกระดอนออกไปราวกับเป็นลูกปิงปองที่กระทบเข้ากับลูกบาสเกตบอล
และนี่ก็ทำให้เฉินเฉียงถูกกระแทกลอบถอยหลังไปอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่ฉากนี้เองก็ทำให้ฮูเตี๋ยนและผู้บ่มเพาะทั้งหาลายของฮุยตู๋อดไม่ได้ที่จะตกตะลึง “ท่านนายเหนือหัว”
อีกฟากฝั่งหนึ่ง เว่ยกังก็หัวเราะออกมาอย่างสาแก่ใจเมื่อได้เห็นฉากนี้
เฉินเฉียงนั้นลอยละล่องไปราวกับลูกปืนใหญ่ก่อนจะพุ่งเข้าไปชนกับหุ่นเชิดซากศพตนหนึ่ง และเฉินเฉียงเองนั้นก็ได้รีบตั้งตัวโดยก่อนยืนมือขวาไปเหนี่ยวรั้งไหล่ของหุ่นเชิดซากศพระดับ บราชาจอมพลขั้นสูงตัวนี้ไว้
ติ้ง ระบบย่อยสลายราชาจอมพลขั้นสูงสำเร็จ
สำหรับสายตาของผู้อื่นที่พบเห็นนั้น เฉินเฉียงมั่นใจในตัวเองเกินไป เป็นธรรมดาที่เขานั้นจะต้องถูกกระแทกถอยหลังไปโดยคิงคองปีศาจตนนี้
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เริ่ม เฉินเฉียงนั้นก็ตั้งใจไว้แล้วว่าจะใช้วิธีนี้ในการดูดซับพลังจากหุ่นเชิดซากศพระดับราชาจอมพลขั้นสูงของเว่ยกังให้หมดสิ้น
เพราะไม่อย่างนั้นล่ะก็ หากเขาทำอะไรที่เตะตาจนทำให้เว่ยกังนั้นเก็บหุ่นเชิดซากศพเหล่านี้แล้วหนีหายไปล่ะก็ ต่อให้เขาไล่ตามก็คงจะยากที่จะพบเจอเว่ยกังได้อีก
ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ในโลกใบเล็กที่อยู่ในร่างของหุ่นเชิดซากศพเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีผู้คนจากทั้งสามเผ่าพันธุ์อยู่มากมาย เขาจึงคิดใช้วิธีนี้ช่วยเหลือพวกเขาออกมา
เมื่อเห็นว่าฮูเตี๋ยนและหยางตู่คิดจะเคลื่อนไหว เฉินเฉียงที่ทำท่าราวกับได้รับบาดเจ็บหนักจนต้องใช้มือทาบอกก็ได้พูดออกมา “ห้ามใครขยับเขยื้อนทั้งสิ้น ข้าต้องการจะสู้กับเว่ยกัง งกับหุ่นเชิดของมันจนกว่าจะตายกันไปข้าง”
เมื่อได้ยินแบบนี้ เหล่าผู้บ่มเพาะของฮุยตู๋ที่ทำได้เพียงทำตามคำสั่งของเฉินเฉียงนั้นก็จับจ้องไปที่เว่ยกังด้วยดวงตาที่ร้อนแรงประดุจจะเผาเว่ยกังให้ตายพ้นๆไปด้วยเพียงการม มองเสียให้ได้
ส่วนอีกฟากฝั่ง เว่ยกังคอยควบคุมหุ่นเชิดโลหิตของตนเพื่อถ่วงเวลาหาโอกาสหลบหนีจากสถานการณ์ในตอนนี้
แต่เมื่อได้ยินคำพูดของเฉินเฉียง เขาเองก็รู้สึกดูแคลนขึ้นมาอย่างหนักหน่วงเสียไม่ได้
-ไอ้พวกฮุยตู๋นี่มันไปทำอีท่าไหนถึงได้ผู้นำพันธุ์นี้มาได้กันวะ-
เว่ยกังนั้นหลังจากเห็นการปะทะแล้ว เขารับรู้ได้ในทันทีว่าเฉินเฉียงนั้นมีระดับการบ่มเพาะเพียงแค่ระดับราชาเหนือราชาขั้นต้นเพียงเท่านั้น
จะมีดีกว่าก็ตรงที่ยังหนุ่มแน่นกว่าเพียงเท่านั้น
กับไอ้หนูน้อยที่เป็นเพียงราชาเหนือราชาขั้นต้น อยากจะสู้เป็นตัวกับราชาเหนือราชาขั้นสูงเช่นเขา ไม่สิ ยังมีหน้ามาบอกว่าต้องการสู้กับสัตว์ปีศาจระดับราชาของเขาให้ตกตายไปกัน นข้าง
นี่มันรนหาที่ตายชัดๆไม่ใช่รึไงกัน
แต่ก็อีกล่ะนะ หากต้องการจะตายนัก เขาก็ยินดีที่จะสนองให้
และเมื่อเขาฆ่าเฉินเฉียงที่ใช้ใบหน้าของเขาอยู่ในตอนนี้ลงไป เหล่าหุ่นเชิดซากศพระดับราชาเหนือราชาของเขาจะเป็นอิสระอีกครั้ง และเขาจะใช้โอกาสนั้นเปิดฉากโจมตีหลบหนีออกไป
เมื่อคิดได้แบบนี้ เว่ยกังจึงสั่งให้หุ่นเชิดโลหิตของตนพุ่งเข้าใส่เฉินเฉียงอีกครา
เฉินเฉียงก็ไม่ได้แสดงออกมาถึงความหวาดหวั่น เขาพุ่งตรงเข้าไปใส่คิงคองปีศาจอีกครั้ง
“ปังงงงงงง”
เฉินเฉียงบินลอยล่องออกไปอีกครั้ง
และมุมที่ลอยออกไปนั้นก็แม่นยำประดุจจับวาง เขาได้ลอยไปข้างหลังหุ่นเชิดซากศพอีกตนหนึ่ง
ติ้ง ระบบย่อยสลายนักรบสายเลือดระดับราชาจอมพลสำเร็จ
……
หลังจากผ่านการปะทะไปหลายสิบรอบ การลอยออกไปของเฉินเฉียงแต่ละครั้งทำให้เขาลอยไปกระทบโดนหุ่นเชิดซากศพทั้งหมดทั้งสิ้น
ในระหว่างนี้ เว่ยกังนั้นหัวเราะออกมาดังลั่นอย่างไม่หยุดหย่อน
“ฮ่าฮ่าฮ่า ไอ้หนู ข้ายืนมานานหลายปีแล้วข้ายังไม่เคยเห็นไอ้ตัวตายยากอย่างแกเลยสักคน”
“ข้าก็ไม่รู้หรอกนะว่าไอ้กลุ่มที่แกสังกัดอยู่นี้มันหัวสมองตายด้านกันไปหมดรึไงถึงได้ยกให้แกเป็นนายเหนือหัว แต่ข้าเองก็อยากเห็นเหมือนกันนะว่าแกจะดื้อด้านทนการโจมตีจา ากหุ่นเชิดโลหิตของข้าได้อีกสักกี่ครั้ง”
เมื่อได้ยินคำเยาะเย้ยถากถางของเว่ยกัง ฮูเตี๋ยนและคนอื่นๆในฮุยตู๋นั้นล้วนแล้วอยากจะหาหลุมมุดลงไปในทันที
เพราะแม้แต่พวกเขาเองนั้นก็ไม่คิดว่าเฉินเฉียงจะปล่อยให้ตนเองประสบพบเจอสถานการณ์เลวร้ายแบบนี้ซ้ำๆ
ยังไม่รวมถึงเรื่องที่ว่าด้วยการคงอยู่ของฮูเตี๋ยนก่อนหน้า เฉินเฉียงนั้นก็สมควรเป็นต่อพอที่จะจัดการศัตรูตรงหน้าได้อย่างง่ายดาย ทำไมเขาต้องทำให้ตนเองพบเจอปัญหาเช่นนี้กัน เพ พราะไม่ว่ามองยังไง เว่ยกังผู้นี้ต้องตกตายไม่เหลือซากอย่างแน่นอน
ทุกคนในที่นี้ล้วนแล้วแต่ไม่รู้ว่าเฉินเฉียงนั้นที่ยอมเสียเวลาของตนรับการโจมตีจากสัตว์ปีศาจตนนี้ซ้ำๆนั้น เป็นเพราะมุ่งหวังจะดูดซับพลังงานจากหุ่นเชิดซากศพระดับราชาจอมพลทั้งส สี่สิบตนนี้ พร้อมกับช่วยเหลือผู้คนภายในโลกใบเล็กของทุกตัวสำเร็จสมบูรณ์แล้ว
ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม ในโลกใบเล็กที่อยู่ในร่างของเหล่าผู้บ่มเหล่านี้แม้จะไม่ทุกคนแต่ก็ยังมีผู้คนจากสามเผ่าพันธุ์อยู่ หลังจากเสร็จสิ้นแล้ว เฉินเฉียงได้ช่วยผู้คนเอาไว้หลายล้า านชีวิต
ยังไม่รวมถึงเรื่องที่ว่าโลกใบเล็กของเฉินเฉียงได้ขยายตัวไปนับสิบล้านไมล์อีก
พื้นที่โลกใบเล็กขนาดนี้เชื่อได้เลยว่าไม่ว่าจะเป็นผู้บ่มเพาะระดับราชาจอมพลขั้นสูงคนใดก็ตามก็ไม่อาจเทียบเคียงได้
หากว่านำไปเทียบกับเขตแดนจักรพรรดิล่ะก็ ในตอนนี้เขามีพื้นที่โลกใบเล็กเทียบได้สักครึ่งหนึ่งของที่นั่นเห็นจะได้
สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือในโลกใบเล็กของเหล่าราชาจอมพลขั้นสูงเหล่านี้นั้นมีแก่นวิญญาณอยู่มากมายจนน่าสะพรึงกลัว
ในตอนนี้ หลังจากคิงคองปีศาจหุ่นเชิดของเว่ยกังได้พุ่งเข้าใส่เฉินเฉียงอีกครั้งนั้น เฉินเฉียงก็ได้เผยสายตาที่แหลมคมออกมา ก่อนที่เขาจะพุ่งออกไปด้วยแรงที่เหลือล้นกว่าครั้งก่อ อนหน้า
ในพริบตา
“ฝุ่บๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ……..”
เพียงชั่วพริบตา เฉินเฉียงได้ทะลุผ่านร่างของคิงคองปีศาจอย่างสายฟ้าแลบจนปรากฏรูที่ใหญ่ยักษ์ที่กลางร่างของมัน พร้อมๆกับรูที่ร่างของหุ่นเชิดโลหิตได้ปรากฏจนหมดสิ้นอย่างไม ม่รู้เนื้อรู้ตัว
“ฮ่าฮ่าฮ่า……..”
เป็นเพียงเฉินเฉียงได้จัดการหุ่นเชิดโลหิตของเว่ยกังไปจนหมดสิ้น เว่ยกังตกตะลึงนิ่งอึ้งไปอย่างกรามที่อ้ากว้างหุบไม่ลง
ไอ้หนูที่เขาไม่เคยเห็นอยู่ในสายตานั้นกลับสามารถฆ่าหุ่นเชิดโลหิตของเขาไปได้
หุ่นเชิดโลหิตของเว่ยกังตนนี้นั้น เขาเสียเวลาชุบเลี้ยงมานานหลายสิบปี แต่มาในตอนนี้กลับถูกชายหนุ่มอายุเพียงเกินยี่สิบมาเพียงไม่กี่ปีที่อยู่ในระดับราชาเหนือราชาขั้นต้นฆ่าได ด้ง่ายๆในชั่วพริบตา
เป็นตอนนี้ที่ฮูเตี๋ยนและคนจากฮุยตู๋ที่พบเห็นแสดงออกมาด้วยท่าทางตื่นเต้นยินดีเมื่อเห็นความทรงพลังที่เฉินเฉียงแสดงออกมา
หากว่ากันตามตรงแล้ว นับจากที่เฉินเฉียงขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งนายเหนือหัว พวกเขาทุกคนพึ่งจะเห็นพลังของเฉินเฉียงเป็นครั้งแรก
และกลายเป็นว่านายเหนือหัวของพวกเขานั้นทรงพลังอย่างน่าหวาดหวั่น
โดยเฉพาะกับเหล่าหุ่นเชิดซากศพระดับราชาจอมพลขั้นสูงกว่าสี่สิบตนนี้ได้สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าอย่างไม่รู้จบสิ้น กลับถูกทำลายลงไปง่ายๆอย่างง่ายดาย
เป็นเพียงตอนที่เฉินเฉียงกลับมาใช้รูปลักษณ์ของตนและยืนอยู่บนฟากฟ้า คนของฮุยตู๋ถึงได้ตื่นจากภวังค์และส่งเสียงออกมาอย่างดังลั่น
“นายเหนือหัวผู้ทรงพลัง”
“นายเหนือหัวผู้ทรงพลัง”
ในตอนนี้ พวกเขาได้สวามิภักดิ์ต่อเฉินเฉียงด้วยหัวใจทั้งหมดของพวกเขา
ท่ามกลางเสียงเชียร์ที่ดังลั่นนี้ เฉินเฉียงยังคงแสดงออกมาด้วยท่าทีเย็นชา เขายืนอยู่กลางอากาศพร้อมมือที่ไพล่หลัง ก่อนจะมองไปที่เว่ยกังราวกับกำลังจ้องมองคนที่สมควรที่จะตาย ยได้แล้ว
“เว่ยกัง”
“ในฐานะที่เป็นลูกหลานของเผ่าพันธุ์มนุษย์ แต่กลับเลือกที่จะใช้ร่างกายของตนเป็นที่พักพิงให้กับสัตว์ปีศาจ”
“และเพื่อชุบเลี้ยงพวกมัน แกได้เข่นฆ่าผู้คนบริสุทธิ์ไปอย่างมากมาย”
“แถมยังกล้าเอาหน้าโสโครกของแกนั้นมาเหยียบย่ำนำพาไอ้ตัวโสโครกมาก่อกรรมทำเข็ญทั่วโลกของข้าทั้งสี่ภูมิภาค ความผิดของแกนั้นมีอยู่ด้วยกันสามประการ”
“และความผิดของแก่เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นความผิดร้ายแรงอย่างที่สุด แต่ละข้อนั้นเพียงพอจะจับแกมาฆ่าทิ้งไปนับพันครั้งก็ยังไม่สาสม”
“ไอ้ตัวที่เดินบนเส้นทางบ่มเพาะที่โสโครกเช่นแกนั้นไม่ควรจะมีชีวิตอยู่ทั้งในโลกนี้หรือโลกไหนๆ”
“นายเหนือหัวผู้นี้หลังจากสะบั้นหุ่นเชิดโลหิตของแกให้เป็นชิ้นๆ แล้ว หลังจากนั้นก็ถึงคราวชีวิตชาติหมาของแกแล้วล่ะ”
เมื่อไม่มีหุ่นเชิดโลหิต ในฐานะที่เขาเป็นผู้คุมหอคนหนึ่งของวิหารศักดิ์สิทธิ์ เว่ยกังก็รู้ดีว่าเขานั้นไม่เหลือสิ่งใดแล้ว
ถึงแม้ว่าในครั้งนี้เขาจะเป็นผู้คุมหอกองโจรหมาป่าและมาที่นี่จนทำให้โลกใบนี้กลายเป็นนรกบนดิน นี่เรียกได้ว่าเป็นความสำเร็จอย่างงดงามหาใครเปรียบชนิดที่ว่าคนของทั้งสามเผ่า าพันธุ์ยังทำได้เพียงมองแค่ทำตาปริบๆไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
แต่เมื่อไม่มีหุ่นเชิดโลหิตแล้ว ต่อให้เขานั้นสร้างคุณประโยชน์ให้กับวิหารศักดิ์สิทธิ์มาอย่างมากมาย แต่เขาก็ไม่อาจจะรั้งตำแหน่งผู้คุมหอได้อีกต่อไป
ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อไม่มีหุ่นเชิดโลหิตแล้ว หลังจากที่เขากลับไปที่วิหารศักดิ์สิทธิ์ เขาจะกลายเป็นเพียงอาหารโลหิตที่มีคุณค่าและเป็นหุ่นเชิดโลหิตที่ทรงพลังให้กับผู้อาวุโสคนอื่ นเพียงเท่านั้น
“ไอ้เด็กระยำ ข้าจะฆ่าแก”
เว่ยกังกรีดร้องออกมาขณะที่ฟันยังคงกัดแน่น เขาดึงดาบยาวออกมาเล่มหนึ่งและพุ่งเข้าใส่เฉินเฉียงในทันที