ผมมีระบบย่อยสลายในวันสิ้นโลก - บทที่ 495 ฆ่าล้างหุ่นเชิดซากศพสัตว์ประหลาดทะเล
บทที่ 495 ฆ่าล้างหุ่นเชิดซากศพสัตว์ประหลาดทะเล
ฮูเตี๋ยนเมื่อได้ยินคำถามนี้เขาก็ยิ้มกริ่มออกมาในทันที “พี่หลิว สิ่งที่ท่านนายเหนือหัวแสดงออกมาให้ข้าได้พบเห็นในวันนี้ มันเกินกว่าที่จะใช้คำว่าปกป้องตนเองได้มากนัก”
“เจ้านั้นพลาดโอกาสที่จะได้พบเห็นท่านนายเหนือหัวของข้าที่ทำลายหุ่นเชิดซากศพระดับราชาจอมพลขั้นสูงกว่าสี่สิบตนไปในชั่วพริบตา อย่างมากข้าบอกได้เลยว่าไม่เกินครึ่งนาทีเป็นแน่ ”
“นี่ทำให้ข้านั้นอดไม่ได้ที่จะถามพี่หลิวฉิงว่าหากเป็นเจ้านั้นจะทำเช่นนั้นได้หรือไม่”
ในขณะที่ฮูเตี๋ยนพูดออกมานี้ ใบหน้าของเขาแสดงออกมาอย่างภาคภูมิใจในความสามารถของนายเหนือหัวของตน
เขานั้นรู้สึกภูมิใจอย่างสุดหัวใจที่เขานั้นได้พบกับนายเหนือหัวดีๆอย่างเฉินเฉียง
เมื่อเห็นทั้งคำพูดของฮูเตี๋ยน และผู้คนของฮุยตู๋ที่แสดงออกมาเมื่อได้ยินคำพูดนี้แล้ว หลิวฉิงและคนอื่นๆถึงกับพูดไม่ออกในทันที
มันก็จริงที่เฉินเฉียงในตอนนี้กลายเป็นตัวตนที่แม้แต่พวกเขาก็ยังต้องแหงนหน้ามอง
ไม่เพียงเขานั้นยังเยาว์วัย แม้แต่ความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้ก็ยังเรียกว่าแข็งแกร่งที่สุดในโลกใบนี้ได้แล้วด้วยซ้ำ
ยังไม่รวมถึงเรื่องที่ว่าเจ้าหนุ่มคนนี้ ที่เมื่อไม่กี่ปีก่อนนั้นยังอาศัยพลังของฮุยตู๋ในการปกป้องตนเองอยู่เลย แต่ระดับบ่มเพาะของเขาในช่วงเวลาที่ผ่านมาถือได้ว่าเร็วเกินกว่า าที่พวกเขาจะจินตนาการได้
ยังไม่รวมถึงเรื่องที่ว่าเฉินเฉียงนั้นเป็นผู้สอนวิธีการฝึกฝนทักษะวิชาที่มีผลต่อการบ่มเพาะอย่างขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ให้พวกเขาอีก ส่วนขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ขั้นกลาง ของเฉินเฉียงนั้น หากจะมีคนเทียบเคียงก็คงจะต้องเป็นการเผชิญหน้ากับตนเองของเขาได้เพียงเท่านั้น
เรียกได้ว่าหากเป็นเรื่องของเส้นทางการบ่มเพาะ พวกเขาล้วนแล้วแต่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างห่างชั้น
….
ฮูเตี๋ยนและผู้อาวุโสสูงสุดของทั้งสามเผ่าพันธุ์ได้นำกำลังตนของตนนั้นออกไปต่อสู้กับผู้รุกรานจากโลกปีศาจทั่วแว่นแคว้นบนผืนดิน ส่วนเฉินเฉียงนั้นได้พุ่งตรงไปยังมหาสมุทร
ด้วยความร่วมมือจากทั้งสามเผ่าพันธุ์กับอีกองค์กรผู้นำของโลกมนุษย์ ผู้รุกรานเหล่านี้ถูกสังหารลงได้อย่างรวดเร็ว
แต่ในเขตห้วงมหาสมุทรนั้น นอกจากสัตว์ประหลาดและมนุษย์กลายพันธุ์บางส่วนที่มีพลังเหนือมนุษย์ควบคุมสายน้ำแล้ว ต่อให้คนอื่นเข้ามาร่วมก็มีแต่เสียกับเสีย และมีเพียงไม่กี่คนที่จะ ะหลุดรอดกลับไปได้
แต่นี่หาใช่ปัญหาของเฉินเฉียงไม่
ในพื้นที่มหาสมุทรอันเวิ้งว้างไร้จุดสิ้นสุดนี้ สถานที่แห่งนี้เปรียบได้ดั่งสรวงสวรรค์ของสัตว์ปีศาจและหุ่นเชิดซากศพ
ในตอนนี้ ไอ้ตัวยึกยือจำนวนมากมายรวมถึงสัตว์ปีศาจทั้งหลายได้ผ่านเข้ามายังโลกใบนี้ผ่านช่องทางข้ามเขตแดนที่อยู่ใต้ก้นสมุทรคาบสมุทรมังกรซ่อน พร้อมกับเหล่าผู้บ่มเพาะบนเส้นทาง งหุ่นเชิดโลหิตของโลกปีศาจ และสัตว์วิญญาณที่ถูกทำให้กลายเป็นหุ่นเชิดซากศพไปแล้วด้วยจำนวนที่ยากจะนับเข้ามาก่อความวุ่นวายในมหาสมุทรของโลกมนุษย์
เฉินเฉียงผู้ซึ่งในตอนนี้กำลังลอยตัวเหนือมหาสมุทรอันเวิ้งว้างได้ปลดปล่อยกระแสจิตของตนออกมา เขาพบกับหุ่นเชิดซากศพสัตว์ทะเลนับล้านที่พลุ่งพล่านไปทั่วมหาสมุทร พวกมันกำลังเข่ นฆ่าเหล่าสัตว์ประหลาดทะเลอย่างไม่หยุดยั้งจนทำให้พวกมันเหลือน้อยลงในทุกขณะ
หลังจากเก็บกระแสจิตของตนมาแล้ว เฉินเฉียงก็พุ่งตรงไปยังจุดที่มีหุ่นเชิดซากศพสัตว์ประหลาดทะเลรวมตัวกันอยู่มากที่สุด
และเป็นตอนนี้ที่เขาได้ปลดปล่อยขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ออกไป
หลังจากที่ระบบย่อยสลายซากศพของเฉินเฉียงได้ดูดซับพลังงานความสามารถต่างๆของซากศพผู้บ่มเพาะระดับราชาจอมพลก่อนหน้านี้ไปกว่าสี่สิบร่าง ไม่เพียงโลกใบเล็กของเฉินเฉียงขยายตัวไปจน นอยู่ในระดับพื้นที่สิบล้านกิโลเมตรแล้วนั้น แม้แต่ค่าสถานะพลังจิตของเขาก็ยังพุ่งขึ้นสูงนับหมื่นหน่วยไปแล้วในตอนนี้
และนี่ทำให้ขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ของเขานั้นสามารถกางออกได้เป็นระยะกว่าหนึ่งหมื่นห้าพันเมตร
หากว่าเฉินเฉียงไม่ได้ที่จะต้องเร่งรีบจนไม่มีเวลาฝึกฝน ขอบเขตเจตจำนงของเฉินเฉียงจะขยายตัวไปได้มากกว่านี้อีกหลายเท่า
แต่ในตอนนี้เขายังไม่มีอารมณ์มาสนใจในเรื่องนั้น
เพราะหากว่าเขายังปล่อยไว้แบบนี้ โลกของพวกเขาคงจะแหลกสลายไปด้วยเวลาอีกไม่นานนัก
จากข้อมูลของฮูเตี๋ยนแล้ว การรุกรานในครั้งนี้เกิดขึ้นยังไม่ถึงหนึ่งเดือนดี แต่พลังวิญญาณของโลกนี้กลับหายไปอย่างน่าเหลือเชื่อนัก
เขาเชื่อว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นจากการปรากฏของหุ่นเชิดซากศพ
เพราะมันเกิดขึ้นเช่นเดียวกับในพื้นที่ที่มีพวกมันอย่างมากมายเช่นเดียวกับในภูมิภาคกลาง เขาโรคา และหุบเขาเสียงกระซิบของโลกปีศาจ
เมื่อคิดได้แบบนี้แล้ว เหตุผลที่พื้นที่เหล่านั้นมีพลังฟ้าดินที่บางเบาก็สมควรจะเป็นเพราะสัตว์ปีศาจได้ด้วยเช่นกัน
หรือจะให้พูดอีกอย่างก็คือ สัตว์ปีศาจเหล่านี้แม้พวกมันจะดูเหมือนว่าชอบเลือดเนื้อเพื่อให้พวกมันได้เจริญเติบโต แต่ในความจริงนั้นพวกมันต้องการพลังฟ้าดินที่แฝงไว้ในร่างกายของ สิ่งมีชีวิตอย่างไม่ต้องสงสัย และนี่จึงทำให้พลังฟ้าดินของทั้งสองโลกนั้นลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว
และหากปล่อยไว้ให้เป็นแบบนี้อีกต่อไป ยามที่ทั้งสองโลกมีสัตว์ประหลาดแพร่กระจายไปทั่ว พลังฟ้าดินที่ยังคงมีอยู่ในสิ่งมีชีวิตของทั้งสองโลกดีไม่ดีจะหมดสิ้นไปได้เลยด้วยซ้ำ
….
ในขณะที่เฉินเฉียงได้ปลดปล่อยขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ออกไปนี้ เขาก็ได้ถูกรายล้อมไว้ด้วยหุ่นเชิดซากศพสัตว์ประหลาดทะเลเรียบร้อยแล้ว ถึงแม้ว่าพวกมันจะพุ่งเขาหาด้วยความเร็วระ ะดับหอยทากก็ตาม
เฉินเฉียงในตอนนี้แสดงออกมาด้วยท่าทางยิ้มกริ่ม หลังจากที่เขานำแก่นหุ่นเชิดออกมาจากหลังหัวของหุ่นเชิดซากศพสัตว์ประหลาดทะเลเหล่านี้ไปแล้ว เขาก็โยนแก่นหุ่นเชิดที่สีไม่เหมือนกับ บที่เห็นก่อนหน้าเข้าไปไว้ในโลกใบเล็กของตน
ในตอนนี้เฉินเฉียงเปรียบได้ดั่งแมงมุมที่ยืนอยู่กลางไยของตน หลังจากเก็บเกี่ยวเสร็จสิ้น เขาก็จัดการร่างหุ่นเชิดซากศพสัตว์ประหลาดทะเลไปอย่างไม่เหลือซาก
เหตุการณ์เช่นนี้ยังคงวนเวียนเกิดขึ้นต่อไป เฉินเฉียงได้เก็บเกี่ยวแก่นหุ่นเชิดเหล่านี้ไปพลางรักษาระดับอาณาเขตของเจตจำนงแห่งการต่อสู้ของเขาไปพลาง นอกจากสองสิ่งนี้ เฉินเฉียงไม่ได ด้ทำสิ่งอื่นแต่อย่างใด เปรียบได้ดั่งคนงานในโรงงานที่คอยยืนทำหน้าที่อยู่ในสายการผลิต
และเป็นตอนที่เฉินเฉียงใช้พลังฟ้าดินในร่างของตนคอยประคับประคองขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ของเขานี่เองที่เรียกได้ว่าเฉินเฉียงนั้นได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง
ด้วยการที่หุ่นเชิดซากศพสัตว์ประหลาดทะเลเหล่านี้ไม่ได้มีความรู้สึกนึกคิด พวกมันทำได้เพียงปฏิบัติตามคำสั่งของผู้เป็นนายอย่างเคร่งครัดเพียงเท่านั้น และนั่นก็สมควรมีเพียงแค่ฆ่าท ทุกสิ่งมีชีวิตที่พวกมันได้พบเจอ
และผลที่เกิดขึ้นก็คือต่อให้เฉินเฉียงไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหน พวกมันก็จะพุ่งเข้าใส่เฉินเฉียงในทันทีอย่างไม่ลังเล
ในระหว่างนี้ เฉินเฉียงก็ไม่ได้นิ่งนอนใจในการปลดปล่อยขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ของเขาออกไปแม้แต่น้อย และนี่ทำให้เขานั้นเริ่มมีความชำนาญในการใช้ขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ขั้ นกลางของเขามากยิ่งขึ้น
ขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ขั้นต้นนั้นเปรียบได้ดั่งกระดองเต่าที่อยู่ยงคงกระพัน มันมีพลังการป้องกันที่สูงล้ำ แลกกับการที่กินพลังฟ้าดินและพลังจิตไปอย่างมหาศาล
แต่หลังจากที่เฉินเฉียงมีระดับขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้อยู่ในระดับขั้นกลาง กระดองเต่าที่เคยคงกระพันนั้นกลับกลายเป็นอ่อนนุ่มลง พร้อมทั้งยังทำให้มันเปลี่ยนแปลงรูปร่างได้อย่า างอิสระ พร้อมทั้งการกำหนดใช้ท่าเท้าของศัตรูตลอดไปจนถึงความเร็วที่ศัตรูของเขาใช้ได้ในขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ของเขา แถมเขานั้นยังเปลี่ยนพวกมันให้อยู่ในฐานะกระดองเต่าท ที่แข็งแกร่งเฉกเช่นเดิมได้ทุกเมื่อตามที่เขาต้องการได้อีก
และด้วยระดับขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ของเขาในตอนนี้ เขาเชื่อว่ามันเทียบเท่ากับราชาจักรพรรดิทั้งสามได้แล้ว
เรื่องทั้งหมดนี้เขาต้องขอบคุณความรู้ความเข้าใจที่เขามีต่อเคล็ดวิชาภาพวาดแห่งห้วงมหาสมุทร
เคล็ดวิชาลึกลับที่ถูกพบเจอได้ทั้งสองโลก กุญแจสำคัญที่จะนำพาผู้บ่มเพาะก้าวขึ้นไปสู่การเป็นระดับราชาจักรพรรดิ
อย่างไรก็ตาม เฉินเฉียงนั้นไม่เคยรับรู้เรื่องนี้จากใครมาก่อนเลยสักคน
นี่ทำให้เขาเชื่อได้ว่าผู้บ่มเพาะที่เลือกฝึกเคล็ดวิชานี้ก็เพียงเพราะความทรงพลังของมันเพียงเท่านั้น
และต่อให้เฉินเฉียงบอกเรื่องนี้ให้ผู้คนได้รับฟัง ผู้คนเหล่านั้นก็คงมีเพียงจำนวนน้อยนิดที่เชื่อถือคำพูดของเขา และต่อให้คนเหล่านั้นเชื่อก็ยังไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำความเข้ าใจได้ว่าพวกเขาจะกลายเป็นราชาจักรพรรดิได้เพราะเคล็ดวิชานี้ได้ยังไง
เคล็ดวิชานี้ไม่ได้เรียบง่ายเหมือนเคล็ดวิชาการต่อสู้และป้องกันที่มีอยู่ทั่วไป เคล็ดวิชานี้ต้องการสิ่งที่เรียกว่าการรับรู้ที่แรงกล้า เพื่อที่จะทำให้เคล็ดวิชาภาพวาดแห่งห้วงมห หาสมุทรนี้แสดงผลออกมาได้อย่างเต็มที่
ด้วยการที่เฉินเฉียงพึ่งจะยกระดับขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้นี้ได้ไม่นาน ก่อนที่เขาจะทำความเข้าใจขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ของเขาได้อย่างกระจ่างแจ้งแล้ว เขาเชื่อว่าต่อให้เขา าลองฝึกเคล็ดวิชาขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ในตอนนี้ไป สิ่งที่เขาจะได้รับกลับมานั้นก็จะได้รับเพียงน้อยนิด
ยิ่งไปกว่านั้น มันไม่ง่ายเลยที่เขาจะกลับไปอยู่ในสภาพเลื่อนลอยเฉกเช่นในครั้งก่อนได้
การจะเข้าถึงสภาวะนั้นได้นั้นหาได้ใช้กำลังอันใด แต่เป็นการดีกว่าที่จะปล่อยให้มันเกิดขึ้นมาเองโดยธรรมชาติ
เวลาได้ผ่านไปนานแค่ไหนก็ไม่อาจรู้ได้ ในตอนนี้หุ่นเชิดซากศพสัตว์ประหลาดทะเลก็มีจำนวนลดน้อยถอยลงไปมากขึ้นเรื่อยๆ
และเป็นตอนนี้ที่เขาพึ่งจะรับรู้ได้ว่าแก่นหุ่นเชิดที่เขาโยนเข้าไปในโลกใบเล็กของเขากองใหญ่โตเท่าภูเขาลูกหนึ่ง
และด้วยเหตุนี้ หลิงเว่ยและคนอื่นๆที่อยู่ในโลกใบเล็กของเฉินเฉียงได้ช่วยขนพวกมันเก็บไว้เป็นที่เป็นทาง พวกเขาเขานำพวกมันไปเก็บไว้ในโกดังเก็บของที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเ เก็บพวกมันโดยเฉพาะ
“ฝื้ดดดดดดด”
เฉินเฉียงในตอนนี้ตื่นขึ้นมาจากภวังค์ความคิดที่เรียนรู้ขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ของเขาและสูดหายใจเข้าอย่างลึกสุดกู่
-ดูเหมือนว่าจะถึงเวลากลับไปยังโลกปีศาจแล้วกระมัง หากคำนวณจากเวลาแล้ว น่าจะใกล้เวลาที่หยานเสวี่ยและคนอื่นๆไปยังที่นั่นแล้วสินะ-