ผมมีระบบย่อยสลายในวันสิ้นโลก - บทที่ 498 ล่อลวง
บทที่ 498 ล่อลวง
หลังจากกวาดตามองไปทั่วอย่างช้าๆ เฉินเฉียงก็ได้นำป้ายคำสั่งของตนที่เคยใช้เข้าออกวิหารศักดิ์สิทธิ์ออกมา ก่อนจะชูขึ้นฟ้าและตะโกนออกมาด้วยเสียงที่หนักแน่น “รองจ้าววิหารกงซุนจงฟัง พวกเราต่างก็ได้รับคำสั่งจากจ้าววิหารเพื่อล้างมลทินให้กับชื่อเสียงของวิหารศักดิ์สิทธิ์”
“แต่เจ้า ในฐานะที่เป็นถึงรองจ้าววังและผู้คุมหอหุ่นเชิดโลหิต ไม่เพียงเจ้านั้นจะไม่ให้ความร่วมมือของผอ.ผู้นี้ เจ้ายังขัดขวางงานของข้า ทำแม้แต่การพูดจาด้วยจิตที่ป่วยที่ยากจะทานทนยามเมื่อได้รับฟัง”
หากจะให้พูดกันตรงๆ หาว่าไม่ได้มีคนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ด้านหลังของกงซุนหยูหมิงผู้นี้กว่าสามร้อยคนอยู่ล่ะก็ เฉินเฉียงนั้นจะฆ่าคนคนนี้ทิ้งไปซะตั้งแต่แรกพบเจอ
แต่หากว่าเขาทำอย่างนั้น เหล่าศิษย์แผนปรุงยาและศิษย์แผนกวัตถุวิญญาณนั้นจะต้องอลหม่านอย่างแน่นอน
นั่นก็เพราะไม่ว่ายังไงก็ตาม ในหมู่คนทั้งสามร้อยที่ติดตามกงซุนหยูหมิงมานี้สองในสามเป็นราชาขั้นต้น ส่วนที่เหลือนั้นเป็นราชาเหนือราชาขั้นต้น
กับคนทั้งสามร้อยนี้ย่อมเพียงพอที่จะเป็นหายนะให้กับศิษย์นับล้านที่อยู่ตรงนี้
ประเด็นคือเขายังไม่มั่นใจว่าการมาของกงซุนหยูหมิงนี้เป็นการมาโดยพลการหรือมาในนามของวิหารศักดิ์สิทธิ์จริงๆ
นี่จึงทำให้ก่อนที่เฉินเฉียงจะมั่นใจในเจตนาของกงซุนหยูหมิง เขาจะต้องไม่ทำให้คนทั้งสามร้อยต้องลงมือ ไม่สิ ต้องทำให้มาอยู่ในเรือลำเดียวกันให้ได้ถึงจะถูก
นี่จึงทำให้สิ่งที่เฉินเฉียงต้องทำเป็นอย่างแรกคือแสดงออกมาให้ศิษย์สำนักเต๋าต่างๆทุกคนได้รรับรู้ว่าสิ่งที่เขากำลังทำอยู่นี้หาใช่เพียงการตั้งต้นของสำนักเต่าสวรรค์ชั้นฟ้าแต่อย่างใด แต่เป็นการรับคำสั่งมาภายใต้การอนุญาตจากจ้าววังของวิหารศักดิ์สิทธิ์
และนี่เป็นสิ่งที่แม้แต่กงซุนหยูหมิงที่เห็นก็ไม่อาจจะขัดข้องได้
อย่างไรก็ตาม กงซุนหยูหมิงเองก็ได้รับคำสั่งมาเช่นเดียวกัน แต่ในเปลือกนอกนั้น เขากลับแสดงออกมาว่าไม่ได้รับคำสั่งสิ่งใดมา และพาผู้คนกว่าสามร้อยมาช่วยเหลือเพราะความต้องการของตน
นี่ทำให้หากกงซุนหยูหมิงต้องขัดแย้งกับเฉินเฉียงขึ้นมาจริงๆ ต่อให้พวกเขาอยากจะช่วยแต่ก็ไม่อาจขัดคนที่รับภารกิจตรงมาจากจ้าววิหารของพวกเขาได้
และนี่จึงเป็นเหตุให้เฉินเฉียงนั้นนำป้ายคำสั่งออกมาพร้อมกล่าวขานเนื้อหาภารกิจที่ได้รับมา เพื่อที่ว่าในอนาคต ต่อให้มีบางอย่างที่เขาได้ทำลงไปก็จะได้มีใครกล้าสร้างคำถามในการกระทำของเขาอีก
และเป็นไปอย่างที่เฉินเฉียงได้คิดเอาไว้ กงซุนหยูหมิงและผู้ติดตามกว่าสามร้อยได้ลดความกระด้างกระเดื่องลงไปในทันที
ส่วนศิษย์สำนักเต๋าต่างๆสองล้านกว่าคนที่เห็นฉากนี้ไม่ว่าศิษย์คนนั้นจะเป็นศิษย์แผนกหุ่นเชิดโลหิตหรือไม่ก็ตาม ทุกคนล้วนแล้วแต่มุ่งหวังให้เกิดเรื่องอันดีให้เขาตื่นเต้นยินดีในหัวใจ
เพราะไม่ว่าจะเป็นฝั่งผอ.จ้งหรือฝั่งกงซุนหยูหมิง ทั้งสองล้วนแล้วแต่เป็นเสาหลักของวิหารศักดิ์สิทธิ์ ต่อให้ทั้งสองต้องมีเรื่องบาดหมาง นอกจากจ้าววังแล้วย่อมไม่มีผู้คนกล้ายื่นมือเข้าแทรกแซงแต่อย่างใด
ส่วนกองกำลังเทียนเว่ยผู้ซึ่งร่วมทุกข์ร่วมสุขเป็นตายมากันอย่างไม่อยากจะนับ พวกเขาย่อมรู้ดีว่านี่คือการวางแผนฆ่าทิ้งอย่างไม่ต้องสงสัย
กงซุนหยูหมิงในตอนนี้อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาอย่างดังลั่นเมื่อเห็นป้ายคำสั่งที่เฉินเฉียงเอามาแสดงต่อหน้าผู้คน
“ผอ.จ้ง นี่ท่านเล่นอะไรของท่านกัน ไอ้ป้ายในมือท่านไม่ใช่ว่าทุกคนในวิหารศักดิ์สิทธิ์ล้วนแล้วแต่มีกันหมดหรือไง”
“มันก็แค่ป้ายเบิกทางเข้าออกวิหารศักดิ์สิทธิ์เพียงเท่านั้น แล้วท่านคิดจะเอาสิ่งนี้มาทำเป็นเขียนเสือให้วัวกลัวเช่นนั้นรึ”
เฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ของผอ.จ้งเมื่อได้ยินก็ไม่ได้แสดงออกต่อคำพูดของกงซุนหยูหมิงแต่อย่างใด เขาเพียงชี้ไปที่เหล่าศิษย์กว่าสองล้านคนแล้วถามออกมา “หากว่ารองจ้าววิหารกงซุนมีคำสั่งก็จงบอกข้ามา ว่าท่านเป็นคนออกคำสั่งให้รวบรวมศิษย์มาจากแต่ละสำนักเต๋าทั่วโลกปีศาจรึเปล่า”
“หากไม่ใช่ว่านี่เป็นคำสั่งของจ้าววิหารที่เป็นผู้ออกคำสั่ง แล้วท่านคิดว่าเพียงพวกเรานั้นจะใจกล้าหน้าหนาพอที่จะรวบรวมศิษย์จากสำนักต่างๆทั่วทั้งโลกปีศาจมาเพียงอาศัยชื่อของสำนักเต๋าสวรรค์ชั้นฟ้างั้นรึ”
กงซุนหยูหมิงเมื่อได้ยินก็ไม่อาจปฏิเสธคำพูดของเฉินเฉียงได้แม้แต่น้อย ความจริงที่ว่าเขานั้นได้รับรู้มาแล้วว่าจ้าววิหารแห่งวิหารศักดิ์สิทธิ์ได้มีคำสั่งให้สำนักเต๋าสวรรค์ชั้นฟ้านำศิษย์สำนักเต๋าต่างๆจากทั่วทั้งโลกปีศาจมารวมตัวกันและออกไปช่วยเหลือหายนะที่เกิดขึ้นกับผู้คน
และเมื่อเห็นใบหน้าของกงซุนหยูหมิงที่แสดงออกมาอย่างเย็นชามากขึ้นทุกชั่วขณะ ก่อนที่จะมองไปที่เฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ของผอ.จ้งไปอย่างดูแคลนปราดหนึ่งแล้วพูดออกมา “เช่นนั้นแล้วไอ้ภาพฉายเมื่อครู่นั่นมันหมายความว่ายังไงกัน มันไม่ใช่การสร้างมลทินให้กับวิหารศักดิ์สิทธิ์รึไงกันห้ะ ข้าในนามของวิหารศักดิ์สิทธิ์นั้นบอกได้เลยว่าเป็นการกระทำของเจ้าต่างหากที่สร้างมลทิน”
“ฮี่ฮี่ฮี่ ข้าไม่คิดเลยจริงๆว่าผู้ที่เป็นถึงรองจ้าววังอย่างท่านกงซุนหยูหมิงนั้นจะมากังวลกับเพียงแต่ภาพฉากเหตุการณ์แบบนี้” เฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ของผอ.จ้งมองกับด้วยสายตาเย็นชาปราดหนึ่งแล้วพูดออกมา “เอาเถอะนะ หากว่าท่านกงซุนหยูหมิงนั้นถูกมอบคำสั่งมาว่าให้ขัดขวางแผนการช่วยเหลือโลกปีศาจนี้จากท่านจ้าววังโดยตรงล่ะก็ ข้าเองก็คงไม่อาจจะยอมได้เช่นกัน”
“โฮ่โฮ่ ทนไม่ได้งั้นรึไอ้เจ้าสกุลจ้ง แล้วเจ้าจะเอายังไงล่ะ”
การแสดงออกมาในตอนนี้ของกงซุนหยูหมิงนั้นไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจแต่อย่างใด นั่นก็เพราะแม้ว่าในเรื่องของตำแหน่ง เขานั้นจะไม่ได้อยู่เหนือกว่าผอ.จ้ง แต่ในด้านการบ่มเพาะ กงซุนหยูหมิงนั้นถือว่าอยู่เหนือผอ.จ้งมากนัก
แล้วมีหรือที่กงซุนหยูหมิงนั้นจะยอมความกับคนที่มีระดับบ่มเพาะด้อยกว่าไปได้นานนัก
เฉินเฉียงนั้นเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี
ผลก็คือเฉินเฉียงได้มองไปที่ผู้คนกว่าสามร้อยที่ยังคงลอยตัวอยู่ด้านหลังของกงซุนหยูหมิงแล้วพูดออกมา “คนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจงฟัง ด้วยการที่รองจ้าววิหาร กงซุนหยูหมิงผู้นี้ ได้กล้าตั้งคำถามในการตัดสินใจของท่านจ้าววิหารและคิดทำการกระด้างกระเดื่องขัดขืนอยู่หลายครั้ง นี่เรียกได้ว่าเป็นอาชญากรรมอย่างร้ายแรง”
“และนี่ทำให้ผอ.ผู้นี้คิดจะสู้เป็นตายกับกงซุนหยูหมิงผู้นี้”
“เหล่าผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตของวิหารศักดิ์สิทธิ์ผู้ซึ่งต้องลำบากลำบนมาถึงที่นี่ หากผอ.ผู้นี้ตกตายไปในการประลอง ร่างของข้ารวมถึงทุกสิ่งที่ข้ามีข้าจะยกให้กงซุนหยูหมิงให้หมด”
“ส่วนหุ่นเชิดโลหิตของผอ.ผู้นี้ ข้าจะยกให้กับพวกเจ้าทุกคนเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้พวกเจ้าต่อไป”
เมื่อได้ยินแบบนี้แล้ว เหล่าผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตทั้งสามร้อยคนมองหน้ากันอย่างไม่รู้ว่าต้องทำสิ่งใดต่อ
หากว่ากันตามตรงแล้วพวกเขานั้นมาที่นี่เพียงเพราะเป็นคำสั่งของกงซุนหยูหมิงเพียงเท่านั้น
แต่มาในตอนนี้ เมื่อเฉินเฉียงมีเรื่องจนถึงขั้นต้องชี้เป็นตายด้วยการต่อสู้ พวกเขานั้นก็ย่อมเข้าข้างคนของฝั่งตน
แต่เฉินเฉียงนั้นกลับกระทำในสิ่งที่เป็นการกระตุ้นความสนใจของพวกเขา นั่นก็คือการยกซากร่างของหุ่นเชิดโลหิตของผอ.จ้งหากว่าเขานั้นต้องตกตายไป
หากหุ่นเชิดโลหิตของพวกเขานั้นได้กินหุ่นเชิดโลหิตของผอ.จ้งไปล่ะก็ ระดับบ่มเพาะของพวกเขานั้นต้องเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว
ยิ่งไปกว่านั้นคือด้วยการที่รองจ้าววังของพวกเขานี้เป็นผู้ที่อยู่ในระดับบ่มเพาะราชาเหนือราชา ขั้นสูง แม้ผอ.จ้งจะเป็นผู้ที่มีระดับบ่มเพาะอยู่ในระดับราชาเหนือราชาขั้นกลางที่ห่างกันเพียงหนึ่งระดับขั้น แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้กงซุนหยูหมิงเป็นต่อจนมั่นใจได้ว่ายังไงก็ต้องชนะเป็นแน่
กงซุนหยูหมิงที่กำลังนั่งสดับรับฟังคำพูดของเฉินเฉียงอยู่กลางอากาศนี้ก็ถึงกับต้องประหลาดใจ
เขาไม่คิดมาก่อนว่าผอ.จ้งที่อยู่ตรงหน้าเขามาถึงไม่ทันไรก็จะมาประกาศประลองเป็นตายกันง่ายๆแบบนี้
เพราะไม่ว่าจะยังไงก็ตาม ผอ.จ้งนั้นรวบรวมคนมาที่นี่ด้วยคำสั่งของจ้าววิหารศักดิ์สิทธิ์ หากเขาลงมือฆ่าอีกฝ่ายไป แล้วเขาจะไปอธิบายต่อจ้าววังวิหารศักดิ์สิทธิ์ได้ยังไงกันยามที่เขาได้กลับไป
นี่ทำให้กงซุนหยูหมิงแสดงออกมาด้วยสีหน้าที่มึนตึงแล้วตะคอกออกมา “ไอ้แซ่จ้ง นี่แกต้องการจะประลองกับข้าจนกว่าจะตายกันไปข้างหนึ่งจริงๆงั้นรึ”
เฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ของผอ.จ้งเมื่อได้ยินก็ได้พูดตอกกลับไป “เออ เราจะสู้กันจนกว่าจะตายกันไปข้าง เจ้า กงซุนหยูหมิง เจ้านั้นเมื่อมาถึงก็สร้างปัญหาให้ข้าได้อย่างไม่หยุดหย่อน ไหนจะทำลายกำไลสื่อสารที่สำนักของเข้าได้มาอย่างยากลำบากเพื่อเอาไว้ใช้ล้างมลทินให้กับวิหารศักดิ์สิทธิ์อีก แล้วจะให้ผอ.ผู้นี้ปล่อยเจ้าไว้ขวางแข้งขาเฉยๆอยู่อีกรึไงกัน”
“และยามใดที่เจ้าตกตายลงในมือข้า ต่อให้ข้าจะฆ่าเจ้าได้เพราะโชคช่วยก็ตาม แต่ข้าก็จะนำเนื้อของหุ่นเชิดโลหิตของเจ้านั้นไปแบ่งปันให้กับเหล่าผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตให้หมดไปเลยแล้วกัน”
ท่าทางของเฉินเฉียงนี้ทำให้แม้แต่ผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตของวิหารศักดิ์สิทธิ์นั้นอดไม่ได้ที่จะเนื้อเต้นในทันที
นั่นก็เพราะหุ่นเชิดโลหิตของรองจ้าววังนั้นอยู่ในระดับราชาอสูรขั้นกลาง
หากว่าหุ่นเชิดโลหิตของพวกเขาได้ดื่มกิน มันจะทำให้หุ่นเชิดโลหิตของพวกเขายกระดับขึ้นได้อย่างไม่ต้องสงสัย
ยังดีที่ทั้งสามร้อยคนนี้ยังเก็บอาการอยู่ ก่อนที่จะกระจายตัวล้อมวงรอบเฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ของผอ.จ้ง และกงซุนหยูหมิงเป็นลูกบอลทรงกลมโดยไม่ได้คิดฟังคำพูดคำจาใดๆเพิ่มเติมอีก
กงซุนหยูหมิงที่เห็นก็อดไม่ได้ที่จะโกรธเกรี้ยวขึ้นมา
“ไอ้แซ่จ้ง แกมันรนหาที่ตาย”
เฉินเฉียงในตอนนี้ได้แสดงออกมาด้วยท่าทีที่องอาจ ก่อนจะทุบของตนแล้วพูดออกมา “ลูกผู้ชายนั้นยอมที่จะยืนจนตาย ดีกว่าต้องคุกเข่าไปตลอดชีวิต”
“เจ้า กงซุนหยูหมิง เจ้านั้นขัดแข้งขัดขาขัดคอผอ.ผู้นี้อยู่หลายต่อหลายครั้ง แล้วจะให้ผอ.ผู้นี้จะปล่อยเจ้าเอาไว้ดูเล่นเช่นนั้นรึไงกัน”
“เรื่องของเจ้ากับข้าจะไม่เลิกรา เฉกเช่นศัตรูคู่อาฆาตแต่ปางก่อน”
“อย่างไรก็ตาม ศิษย์เบื้องล่างเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นผู้บริสุทธิ์ เพื่อไม่ให้ได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้ของพวกเรา ข้าว่าจะดีกว่าหากเจ้ากับข้านั้นจะสู้กันในเขตแดน พวกเขาจะได้ไม่ต้องโดนลูกหลงไปด้วย เจ้าคิดว่ายังไง”