ผมมีระบบย่อยสลายในวันสิ้นโลก - บทที่ 508 อหังกา
บทที่ 508 อหังกา
ผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตระดับราชาเหนือราชาขั้นต้น ได้พุ่งเข้าใส่กลุ่มศิษย์แผนกหุ่นเชิดโลหิตที่อย่างมากก็เป็นเพียงผู้บ่มเพาะระดับราชาขั้นต้น ฉากเหตุการณ์นี้เปรี ยบได้ดั่งหมาป่าที่พุ่งเข้าหาฝูงแกะก็ไม่ปาน
ไม่นาน ศิษย์แผนกหุ่นเชิดโลหิตที่หลงเหลือประมาณสองพัน ก็ตกตายและหลงเหลือเพียงสองร้อยคนเห็นจะได้
เป็นตอนนี้ที่หุ่นเชิดโลหิตของลี่หยงได้ทะลวงขั้น กลายเป็นราชาอสูรขั้นกลาง
เมื่อเห็นแบบนี้แล้ว ลี่หยงก็แสดงออกมาด้วยท่าทางมีความสุขอย่างยินดียิ่ง
อย่างไรก็ตาม ความสุขอย่างที่สุดของเขานั้นก็คงอยู่ได้เพียงสิบกว่านาทีเท่านั้น นั่นก็เพราะหุ่นเชิดโลหิตที่พึ่งจะพัฒนาของเขานั้นได้ถูกประกายแสงหนึ่งพุ่งเข้าใส่ก่อเกิดเป็นกอ องไฟกองใหญ่ยักษ์
“ใครวะ”
เมื่อได้เห็นฉากนี้ ลี่หยงผู้ซึ่งในตอนนี้รู้สึกราวกับถูกถีบส่งจากสวรรค์ในทันทีที่เหยียบย่างลงสู้ขุมนรกอเวจีในทันที
ในทันทีที่เสียงของเขาได้สิ้นลง เขาก็เห็นประกายแสงหนึ่งพุ่งผ่านเขาไป
แม้สัตว์ปีศาจหุ่นเชิดโลหิตของลี่หยงนั้นจะอยู่ในระดับราชาอสูร แต่ตัวลี่หยงนั้นเป็นเพียงแค่ราชาเหนือราชาขั้นต้น แล้วเขาจะสามารถหลบทักษะเคลื่อนย้ายพริบตาของเฉินเฉียงไปได้ย ยังไง
เฉินเฉียงที่พึ่งจะฆ่าลี่หยงไปก็ตรวจทราบพื้นที่โดยรอบด้วยกระแสจิตของตนอีกครั้ง
ไม่นาน เขาก็พบสถานที่ต่อไปที่อยู่ห่างออกไปอีกพันไมล์
ฉากเหตุการณ์แบบเดียวกับที่ลี่หยงนั้นปรากฏไปทั่วทุกหย่อมหญ้าในป่าแห่งนี้
แต่นี่ก็หาได้ทำให้เฉินเฉียงนั้นกังวลไม่
สิ่งที่เขาสนใจคือศิษย์แผนกหุ่นเชิดโลหิตสองร้อยคนที่หนีออกไปได้มากกว่า
ในครั้งนี้ที่เขาให้ศิษย์แผนกหุ่นเชิดโลหิตไปกับคนของวิหารศักดิ์สิทธิ์นั้น เป็นเพราะต้องการยืมมือคนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ในการสังหารศิษย์แผนกหุ่นเชิดโลหิตเหล่านี้ แล้วเขาค่อย ยจัดการคนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ง่ายๆไปเพียงเท่านั้น นี่จะเป็นการถอนรากผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตได้ในเวลาอันสั้นและสมบูรณ์
ไม่ว่ายังไงก็ตาม เขาจะไม่ยอมปล่อยศิษย์แผนกหุ่นเชิดโลหิตเหล่านี้สักคนเดียวให้หลุดรอดออกไปจากป่าใต้ดิน
ในตอนที่ศิษย์แผนกหุ่นเชิดโลหิตที่หลุดรอดไปกว่าสองร้อยคนนี้หนีกระจัดกระจายไปทุกทางนั้น เฉินเฉียงในตอนแรกก็อยากจะไล่ตามไปเหมือนกัน แต่ไม่นาน เขาก็ได้หยุดความคิดลงและเผย รอยยิ้มออกมา
นั่นก็เพราะเขาได้เห็นแล้วว่าศิษย์แผนกหุ่นเชิดโลหิตบางคนที่กำลังวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิตได้ไปพบเจอกับศิษย์แผนกหุ่นเชิดโลหิตกลุ่มอื่น พวกเขาได้ตกตายลงไปในทันทีที่ได้พบ เจอ
อีกส่วนหนึ่งเองก็ได้ไปพบเจอเข้ากับศิษย์แผนกวิชายุทธ์….ไม่สิหมู่เหล่าศิษย์แผนกวิชายุทธ์และแผนวัตถุวิญญาณ
ด้วยการที่ศิษย์ทั้งสองแผนกถูกเสี่ยมไว้โดยเฉินเฉียง ตงติ๋น และผ่านการรับรู้เรื่องราวจากหลิวฉิงหยุนมาแล้ว นี่ทำให้เมื่อศิษย์แผนกหุ่นเชิดโลหิตไปปรากฏ พวกเขาก็จ้องมองศิษย์ เหล่านั้นประดุจดั่งหมาป่าที่หิวโหยที่พร้อมฉีกทึ้งร่างสิ่งที่พบเจอได้ทุกเมื่อ และนี่ทำให้พวกเขาถาโถมเข้าใส่พร้อมอาวุธคู่ใจที่กรีดร้องแหวกอากาศอย่างไม่ลังเล
เมื่อเห็นเหล่าศิษย์แผนกวิชายุทธ์ที่พุ่งตรงเข้าใส่อย่างกระหายเลือดจนดวงตาเผยแววที่แดงฉาน มีหรือที่ศิษย์เหล่านี้จะไม่ปลดปล่อยหุ่นเชิดโลหิตของตัวออกมาเพื่อข่มขู่ป้องกัน แต่น นั่นก็หาได้ช่วยให้พวกเขาและหุ่นเชิดโลหิตตกตายกลายเป็นกองเนื้อเละๆอยู่ดี
แม้แต่ตงติ๋นผู้ซึ่งอยู่ในระดับราชาเหนือราชาขั้นต้นเองก็ยังไม่น้อยหน้าปลี่เข้าใส่ศิษย์แผนกหุ่นเชิดโลหิตเหล่านี้ และโจมตีด้วยทุกสิ่งที่มีอย่างไม่ยั้ง
และหลังจากได้ปลดปล่อยความเคียดแค้นที่สั่งสมอยู่นานออกไปได้ ความกระหายเลือดของพวกเขาก็ลดน้อยถอยลง
ในวันนี้เป็นวันที่เขานั้นรู้สึกได้ว่าตนเองคือผู้บ่มเพาะที่แท้จริงนับแต่วันที่พวกเขาได้เข้าสู่เส้นทางการบ่มเพาะ
ตัวหายนะที่เคยทำตัวโอหัง โหดร้ายทารุณ บ้าเลือดผิดมนุษย์มนา เหล่าผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตได้ตกตายลงด้วยน้ำมือของพวกเขา
“ทุกคน ยามใดที่พบเจอหุ่นเชิดซากศพ หลังจากฆ่าพวกมันได้แล้ว ที่หลังหัวของพวกมันนั้นมีสิ่งที่เรียกว่าแก่นหุ่นเชิด แก่นหุ่นเชิดเหล่านี้มีพลังวิญญาณที่ล้นเหลือเสียยิ่งกว่าแก ก่นวิญญาณซะอีก”
หลังจากพิมพ์ข้อความส่งออกไปให้คนในกองกำลังเทียนเว่ย กลุ่มเหมันต์จันทรา และตงติ๋นแล้ว เฉินเฉียงก็ได้หายวับไปกับตา
การล่าสังหารยังคงดำเนินต่อไป และนี่ทำให้ศิษย์แผนกหุ่นเชิดโลหิตกว่าล้านสองแสนคนลดลงอย่างรวดเร็ว
ในขณะเดียวกัน คนของวิหารศักดิ์สิทธิ์เองก็ได้ยกระดับบ่มเพาะของตนให้สูงขึ้นได้ทีละคนสองคน
อย่างไรก็ตาม ความกระหายในพลังก็เปรียบได้เหมือนยาเสพติด เมื่อได้ทดลองแล้วยากที่จะเลิกรา
คนของวิหารศักดิ์สิทธิ์บางคนนั้นหลังจากได้กลืนกินศิษย์ในกลุ่มของตนกว่าสี่พันไปหมดสิ้น พวกเขาก็เริ่มมองหาศิษย์แผนกหุ่นเชิดโลหิตกลุ่มอื่นที่ยังเหลือรอด
และนี่ทำให้บังเกิดความขัดแย้งระหว่างคนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่แบ่งกลุ่มกันออกไปขึ้นมา
“หลูอัน ไอ้เลวระยำ นี่มันส่วนของข้าแล้วเจ้านั้นคิดจะมาแย่งชิงไปงั้นรึ”
“แย่งชิงรึ หึหึหึ จะว่าอย่างนั้นก็ไม่ผิดนักล่ะนะ แต่เจ้าเองก็คงจะโทษได้เพียงความอ่อนด้อยของเจ้าเองเท่านั้นแหละ เฉียวซี่เอ๋อ”
“เจ้าเองไม่เห็นรึว่าข้านั้นในตอนนี้ได้อยู่ในระดับราชาเหนือราชาขั้นกลางเรียบร้อยแล้วน่ะ”
“ตราบใดที่ข้านั้นกลืนกินเหล่าศิษย์แผนกหุ่นเชิดโลหิตที่มากับเจ้าได้ ช้าผู้นี้ย่อมยกระดับขึ้นเป็นขั้นสูงได้อย่างแน่นอน”
“และเมื่อถึงเวลานั้น ตำแหน่งผู้คุมหอย่อมตกเป็นของข้า หลูอันผู้นี้”
“ดังนั้น เฉียวซี่เอ๋อเอ๋ย ข้าขอแนะนำให้เจ้าทำตัวฉลาดๆซะเถอะนะ”
“หากจะปล่อยให้ข้าผู้นี้กลืนกินส่วนของเจ้า ข้าในฐานะว่าที่ผู้คุมหอ เมื่อถึงยามนั้นข้าจะมอบผลประโยชน์ให้เจ้าอย่างไม่สิ้นสุด”
“ฮึ่ม ฝันไปเถอะเอ็ง” เฉียวซี่เอ๋อตอบกลับไปอย่างโกรธเกรี้ยว
“ผอ.จ้งนั้นได้มอบคนเหล่านี้ให้ข้า แล้วทำไมข้าต้องมอบส่วนแบ่งของข้าให้แกวะ”
“เจ้านั้นคิดว่าข้าไม่รู้แกวของแกรึไงกัน ห้ะ”
“หลังจากที่กลืนกินส่วนแบ่งของข้าไปหมดสิ้นแล้วมีหรือที่คนอย่างแกจะปล่อยให้ข้ารอดออกไป”
“นี่แกไม่กลัวผอ.จ้งจะโกรธเกรี้ยวที่แกละโมบอยากได้ส่วนแบ่งไปคนเดียวรึไงกันวะ ห้ะ”
หลูอันที่ได้ยินก็หัวเราะออกมาอย่างดังลั่น เขานั้นไม่สนสิ่งใดนอกจากการเพิ่มระดับการบ่มเพาะเท่านั้นในตอนนี้
“ฮ่าฮ่าฮ่า….เฉียวซี่เอ๋อ แกไม่ต้องยกผอ.จ้งมาขู่ข้า อย่าว่าแต่ผอ.จ้งมาเลย แม้แต่ท่านจ้าววังมาด้วยตัวเองข้าก็ไม่กลัว”
“หลังจากข้ากลืนกินแกกับไอ้อาหารโลหิตพวกนี้แล้ว ต่อให้ผอ.จ้งปรากฏ ข้าก็จะฆ่ามันด้วยมือของข้าเอง”
เฉียวซี่เอ๋อในตอนนี้อยู่ดีๆก็นิ่งอึ้งไปทำอะไรไม่ถูก
“โอ้ อะไรกันเฉียวซีเอ๋อ นี่เจ้าคิดจะยืนนิ่งๆยอมให้ข้ากลืนกินง่ายๆเลยงั้นรึ ไม่คิดจะขัดขืนข้าสักหน่อยเลยรึไงกัน”
เมื่อได้ยินแบบนี้ เฉียวซี่เอ๋อก็ปลดปล่อยหุ่นเชิดซากศพของตนออกมาเพื่อเตรียมรับมือ
ถึงแม้อีกฝ่ายจะเป็นราชาเหนือราชาขั้นต้น แต่หลูอันในตอนนี้ก็ราวกับไม่แยแส เขาได้ปลดปล่อยหุ่นเชิดโลหิตของตนพร้อมกับหุ่นเชิดซากศพออกมาจากร่าง
เขานั้นมั่นใจในหุ่นเชิดโลหิตของตนที่มีระดับสูงกว่าเฉียวซี่เอ๋อหนึ่งขั้น ไหนเขานั้นยังมีหุ่นเชิดซากศพอยู่อีกถึงสองตนนี่อีก
นี่เรียกได้ว่ากำลังรบของทั้งสองฝ่ายนั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิง
“ฮ่าฮ่าฮ่า เฉียวซี่เอ๋อ ส่งชีวิตของเจ้าออกมาเป็นก้อนหินให้ว่าที่ผู้คุมหอผู้นี้เหยียบย่ำขึ้นไปซะ”
ถึงแม้ว่าเฉียวซี่เอ๋อจะรู้ดีว่าไม่ว่ายังไงตนเองก็ย่อมตกตาย แต่เขานั้นก็ไม่คิดจะอยู่เฉยๆให้คนอื่นมาฆ่าได้ง่ายๆ
ไม่นาน การต่อสู้อันบ้าคลั่งระหว่างผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตทั้งสองคนได้ปรากฏขึ้นบนฝากฝ้า
หลังจากผ่านไปชั่วโมงกว่า หลูอันก็ได้รับชัยชนะ พร้อมกับระดับบ่มเพาะของเขาที่ก้าวเข้าสู่ระดับราชาเหนือราชาขั้นสูงตามเป้าที่ประสงค์ไว้
แม้กระทั่งหุ่นเชิดโลหิตของเขาเองก็ยังอยู่ในระดับราชาอสูรขั้นกลางช่วงปลาย
ด้วยระดับบ่มเพาะของเขาในตอนนี้ ต่อให้เขาต้องพบเจอกับผู้คุมหอหุ่นเชิดโลหิต เขาก็เชื่อว่าตนนั้นยังแข็งแกร่งกว่าหลายขุม
หรือจะพูดได้ว่าเพียงแค่หลูอันได้กลับไปยังวิหารศักดิ์สิทธิ์ ตำแหน่งผู้คุมหอหุ่นเชิดโลหิตต้องเป็นของเขาอย่างแน่นอน
แต่มีหรือที่ความกระหายของผู้คนจะมีสิ้นสุด
เฉกเช่นเดียวกับหลูอันในตอนนี้ที่มีระดับบ่มเพาะที่สูงล้ำขึ้นมาด้วยเวลาอันสั้นราวกับระเบิดที่เกิดขึ้นเป็นทอดๆ และนี่เองทำให้เขาในตอนนี้คิดว่าคนเองนั้นมีโอกาสถึงขั้นกลาย ยเป็นผู้ครองโลกปีศาจ แล้วมีหรือที่เขาจะปล่อยไป
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เขานั้นจะได้ติดตามสังหารศิษย์แผนกหุ่นเชิดโลหิตกลุ่มอื่น เขาก็ได้หันไปพบร่างๆหนึ่งที่ลอยตัวนั่งขัดสมาธิอยู่บนท้องฟ้าไม่ไกลจากตน พลางมองมาที่เขาด้วยใบ หน้าที่กระหยิ่มยิ้มย่อง
“ผอ.จ้ง….รึ”
หลูอันในตอนนี้ขบริมฝีปากแน่นพร้อมใบหน้าที่เคร่งเครียด
ถึงแม้ก่อนหน้านี้เขานั้นจะพูดจาใส่เฉียวซี่เอ๋ออย่างยโสโอหังไปก็ตาม
แต่เขาเองก็ได้เห็นว่าผู้คุมหอของตนตกตายต่อหน้าต่อตาด้วยน้ำมือของเฉินเฉียงเช่นเดียวกัน
แม้กระทั่งจนถึงตอนนี้ เขาเองก็ยังไม่รู้เลยว่าผอ.จ้งนั้นทำยังไงถึงได้ฆ่าผู้คุมหอของเขาตายได้อย่างง่ายดายนัก โดยไม่อาจต้านทานได้แม้จะกระบวนท่าเดียว
ต่อให้ในตอนนี้เขามั่นใจขนาดที่ว่าต่อให้ต้องสู้กับผู้คุมหอของตนเองก็ยังไหว แต่เขานั้นหาได้มั่นใจในการต่อสู้กับผอ.จ้งผู้ลึกลับผู้นี้ไม่
เฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ของผอ.จ้งในตอนนี้ที่กำลังนั่งอย่างเอื่อยเฉื่อยบนฝากฟ้านั้นก็ได้คลอนหัวโยกไปมาด้วยรอยยิ้ม
“หลูอัน…สินะ ไม่ใช่ว่าเจ้านั้นต้องการสังหารผอ.ผู้นี้รึ”
“เข้ามาสิ เจ้านั้นอย่าได้ให้ผอ.ผู้นี้ต้องรอนาน”