ผมมีระบบย่อยสลายในวันสิ้นโลก - บทที่ 519 จ้าวสัตว์ร้ายปะทะหุ่นเชิดโลหิต
บทที่ 519 จ้าวสัตว์ร้ายปะทะหุ่นเชิดโลหิต
ในตอนนี้ ไม่เพียงเฉินเฉียงและหยานเสวี่ยเท่านั้น แม้แต่เหล่าศิษย์และผู้อาวุโสจากสำนักเต๋าต่างๆนั้น ต่างก็อดไม่ได้ที่จะใช้กระแสจิตของตนตรวจสอบพื้นที่ตรงหน้าที่ห่างออกไปสิ บไมล์เสียมิได้
ส่วนกลุ่มสัตว์วิญญาณที่อยู่เบื้องล่างนับร้อยตัวนั้น ในตอนนี้พวกมันเริ่มวิ่งเบี่ยงตัวออกแล้วย้อนกลับอย่างรวดเร็ว
แต่เมื่อพวกมันนั้นพบว่ามีผู้บ่มเพาะเผ่าพันธุ์มนุษย์จำนวนมากกำลังล้อมกรอบพวกมันไว้ สัตว์วิญญาณเหล่านี้จึงไม่มีทางเลือกทำได้เพียงหยุดเท้าลง ก่อนจะมองเข้าหากลุ่มคนตรงหน้าของ งพวกมันอย่างลังเลและยึกยัก ตัดสินใจไม่ถูกว่าควรที่จะหันหน้ากลับไปตามทิศทางตรงข้ามกับที่มนุษย์กำลังพุ่งเข้ามาดีรึเปล่า หรือควรที่จะรอหัวหน้าของพวกมันหรือก็คือหมาป่าสีเท ทาที่พุ่งขึ้นฟ้าไปก่อนหน้า แต่เมื่อนึกถึงความรวดเร็วของพวกมันที่ช้าเชื่องอย่างที่สุดแล้ว ระหว่างให้วิ่งหนีไปอีกกับวิ่งเข้าปากเสือที่กำลังร่นใกล้เข้ามา พวกมันสู้วิ่งเข้า าหาปากเสือกับมนุษย์เหล่านี้จะดีกว่า
ส่วนเมิ่งน้อยนั้น ด้วยที่นี่เป็นครั้งแรกที่มันได้บินขึ้นฟ้า เมื่อพบเจอบางสิ่งที่ขัดหูขัดตาทำให้มันแสดงออกมาอย่างโกรธเคือง
นั่นก็เพราะในตอนนี้ ป่าเบื้องล่างข้างหน้ามันนั้นเต็มไปด้วยเสียงฝีเท้าของสัตว์วิญญาณจำนวนนับไม่ถ้วน
และหนึ่งในนั้นคือหมีดำตัวใหญ่ที่มีความสูงสามสิบเมตร และนี่เป็นเพียงความสูงของมันในขณะที่เดินสี่เท้าอย่างงุ่นง่าน
และที่ด้านหลังของมันนั้นเองก็มีร่างสีดำหลากหลายขนาดที่ราวกับเป็นวิญญาณคอยตามติดสัตว์วิญญาณนับไม่ถ้วนกลุ่มนี้ และคอยลิดรอนจำนวนของพวกมัน
ไม่ว่าสัตว์วิญญาณเหล่านี้จะมีระดับบ่มเพาะที่สูงล้ำหรือต่ำต้อย สัตว์วิญญาณตัวใดก็ตามที่ถูกร่างสีดำเหล่านี้สัมผัส ไม่นานร่างของสัตว์วิญญาณตัวนั้นก็ได้กลายเป็นร่างที่แห้งกร รังประดุจดั่งมัมมี่ในทันที
ย้อนกลับไปที่เป่ยหมิง เมิ่งน้อยนั้นได้เคยเห็นฉากนี้มาแล้วจากการลงมือล่าของสัตว์ปีศาจที่เป็นหุ่นเชิดโลหิต
อย่างไรก็ตาม สำหรับเมิ่งน้อยแล้ว สัตว์ปีศาจหุ่นเชิดโลหิตเหล่านี้เมื่อเทียบกับไอ้ยักษ์ที่สูงกว่าสามสิบเมตรตรงหน้า พวกมันช่างด้อยค่านัก
แต่เป็นเพียงตอนนี้ที่เมิ่งน้อยนั้นรับรู้ได้ว่าหมีดำตัวยักษ์นั่นกำลังทำอะไรอยู่
เจ้าหมีดำนั่นกำลังทำอะไรบางอย่าง และทำให้ซากร่างของสัตว์วิญญาณที่พังพาบอยู่กับพื้นดินได้ฟื้นคืนและวิ่งเข้าใส่สัตว์วิญญาณตัวอื่น
หากเป็นแบบนี้ต่อไป สัตว์วิญญาณนับหมื่นที่นี่จะต้องถูกหมีดำตัวใหญ่ยักษ์และหุ่นเชิดโลหิตเหล่านั้นฆ่าตายจนหมดสิ้นไม่ช้าก็เลย
นี่ทำให้มันไม่แปลกใจเลยที่ว่าทำไมหมาป่าสีเทาที่อยู่ในระดับราชาขั้นกลางต้องวิ่งหนีอย่างหัวซุกหัวซุน นั่นก็เพราะเจ้าหมีดำตัวใหญ่ยักษ์และหุ่นเชิดโลหิตที่ติดตามมันอยู่นี้ล ล้วนแล้วอยู่ในระดับราชันย์ขั้นกลางทั้งสิ้น
“เจียกเจียกเจี๊ยก...”
หลังจากร้องอย่างบ่นอุบด้วยความโกรธเคืองแล้ว เมิ่งน้อยก็ได้พุ่งตรงไปหาหุ่นเชิดโลหิตในทันที
เป็นตอนนี้ที่หุ่นเชิดโลหิตกำลังวุ่นวายกับการรับบทบาทเป็นหมาป่าท่ามกลางฝูงเกาะนี้ก็ได้รับรู้ว่ามีบางสิ่งเล็กๆได้พุ่งตรงไปหาพวกมัน
ด้วยขนาดของมันแล้ว เมิ่งน้อยนั้นเปรียบได้กับปลายก้อยของมันเพียงเท่านั้น
แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าในทันทีที่เมิ่งน้อยลงมือ หุ่นเชิดโลหิตตัวนี้ก็ถึงกับต้องเสียหลักหงายหลังไปจนเกือบล้มในทันที
ถึงแม้ว่านี่จะไม่ได้ทำให้มันต้องบาดเจ็บแต่อย่างใด แต่กับการที่มันโดนสิ่งตัวกระจ้อยที่ราวกับเป็นยุงสำหรับมันเล่นงานจนมันเกือบเสียหลักหงายเก๋งในทันทีแบบนี้ นี่ทำให้หุ่นเชิ ดสัตว์วิญญาณระดับราชันย์ปีศาจขั้นต้นนั้นรู้สึกราวกับต้องอับอายในเรื่องนี้
และนี่ทำให้มันต้องกระทืบเท้าไปมาอย่างแค้นเคือง
และหากเมิ่งน้อยตัวใหญ่กว่านี้อีกสักหน่อย เมิ่งน้อยก็คงจะถูกเหยียบไปแล้ว
แต่หลังจากที่เมิ่งน้อยพุ่งเข้าใส่หุ่นเชิดโลหิตตัวนี้แล้ว มันก็ได้ลอยกระเด็นไปยังทิศทางหนึ่งประมาณพันเมตรเห็นจะได้
หลังจากที่เมิ่งน้อยหยุดลอยกระเด็นไปแล้ว นี่ทำให้มันนั้นรู้สึกโกรธเกรี้ยวยิ่งกว่าเดิม
ด้วยการที่มันนั้นตั้งสัตย์สาบานกับตนเองว่าจะต้องกลายเป็นจ้าวแห่งสัตว์ร้ายให้ได้ แต่กลับต้องมากระเด็นกระดอนเพียงแค่ชนเข้ากับการชนปะทะกันแบบนี้ มันจะเอาหน้าไว้ที่ไหนได้อีก
เมื่อเห็นว่าเมิ่งน้อยนั้นไม่ได้เป็นอะไรแม้แต่น้อยหลังจากที่ปะทะเข้ากับหุ่นเชิดโลหิตตัวนี้ไป นี่ทำให้หมาป่าสีเทาที่ยังคงบินอยู่บนฟากฟ้านั้นถึงกับต้องถลึงตามองในทันที พร้อม มกับความคิดบางอย่างที่ผุดขึ้นมาในใจ แต่เป็นตอนนี้เองที่มันได้มองไปที่เฉินเฉียงด้วยสายตาที่ไม่ได้ต่างไปจากมองเมิ่งน้อยแม้แต่น้อย
หลังจากชั่งใจอยู่นาน ในที่สุดหมาป่าสีเทาก็คิดตกว่าหากมันทำอะไรลงไปล่ะก็ ชายผู้ทรงพลังผู้นี้ย่อมไม่ปล่อยมันเอาไว้แน่
ในตอนนี้เฉินเฉียงหาได้ห่วงใยเมิ่งน้อยสักเท่าไหร่นัก
ถึงแม้เมิ่งน้อยในตอนนี้ตัวของมันจะดูเล็กจ้อย แต่เมิ่งน้อยเองก็กินสมุนไพรหมุนเวียนโลหิตไปแล้ว นี่จึงทำให้เมิ่งน้อยไม่ต้องกลัวบอลเลือดปีศาจกลืนกินอีกแต่อย่างใด
ยิ่งไปกว่านั้นคือหุ่นเชิดโลหิตแต่ละตัวเองก็มีทักษะที่น่าสะพรึงอยู่เพียงแค่อย่างเดียวเท่านั้น หรือจะกล่าวว่านอกจากบอลเลือดปีศาจกลืนกินแล้ว สัตว์ปีศาจหุ่นเชิดโลหิตเหล่านี้ก็ไม ม่มีสิ่งใดที่น่ากังวลอีก อีกอย่างหนึ่งก็คือ เมิ่งน้อยคือสัตว์ประหลาดที่มีสายเลือดอัคคี ทักษะของเมิ่งน้อยล้วนแล้วแต่เป็นของแสลงของหุ่นเชิดโลหิตเหล่านี้
อย่างไรก็ตาม เฉินเฉียงนั้นก็ไม่คิดว่าเมิ่งน้อยจะคิดเล่นซื่อๆเข้าไปปะทะซึ่งๆหน้าไม่ยอมกองขอบเขตเจตจำนงแห่งไฟออกมาแบบนี้เหมือนกัน หากจะให้เฉินเฉียงคาดเดาล่ะก็ เมิ่งน้อยนั้นน น่าจะไม่ยอมใช้ทักษะไฟใดๆของมันในการต่อสู้ครั้งนี้เป็นแน่
แต่สิ่งที่เฉินเฉียงยังไม่รู้นั่นก็คือ เมิ่งน้อยนั้นไม่ได้ให้ความสำคัญในการเข่นฆ่าทั้งสัตว์วิญญาณ หุ่นเชิดสัตว์วิญญาณ หรือแม้แต่สัตว์ปีศาจหุ่นเชิดโลหิตแต่อย่างใด
เพราะว่ามันนั้นต้องการเป็นจ้าวสัตว์ร้ายที่อยู่เหนือสัตว์ร้ายทั้งปวงไม่ว่าจะเป็นโลกนี้หรือโลกมนุษย์
และสถานการณ์ในตอนนี้เป็นโอกาสอันดีที่มันจะได้ประกาศศักดา
หากมันต้องการแสดงความทรงพลังของตนออกมา มันก็ต้องทำอย่างตรงไปตรงมาอย่างกล้าหาญ หรือก็คือการใช้กำลังล้วนๆในการกำราบศัตรูที่มากหน้าหลายพันธุ์ต่อหน้าสัตว์ร้ายตนอื่น เพื่อ อที่จะให้เหล่าสัตว์ร้ายที่อ่อนด้อยจนต้องหลบหนีสัตว์ร้ายเหล่านี้เป็นที่ประจักษ์กับสายตาว่ามันนั้นคือจ้าวแห่งสัตว์ร้ายไม่ว่าจะอยู่แต่หน้าสายพันธุ์ใดก็ตาม นี่ถึงจะยอมให้เหล่า สัตว์ร้ายยอมศิโรราบแทบเท้ามัน
แล้วจะมีเวลาไหนเหมาะสมนอกจากเวลานี้ในตอนนี้อีกกัน
นี่จึงทำให้มันนั้นทำเพียงแค่ใช้หัวของตนพุ่งตรงเข้าใส่หุ่นเชิดโลหิตตนก่อนหน้านี้
และนี่ทำให้เมิ่งน้อยนั้นอดคิดไม่ได้ว่าไอ้พวกสัตว์ปีศาจหุ่นเชิดโลหิตเหล่านี้เป็นรถการสงครามรึไงกัน ทำไมพวกมันถึงได้สังหารโดยไม่มีท่าทีใดๆแสดงออกมาเลยสักนิด
และนี่ทำให้มันคิดจะพุ่งเข้าใส่อีกครั้ง
ให้มันรู้กันไปว่าใครกันแน่ที่จะต้องวิ่งหนี
และนี่ทำให้เมื่อเห็นว่าสัตว์ปีศาจหุ่นเชิดโลหิตวิ่งเข้าหาตนเอง เมิ่งน้อยนั้นก็ไม่ได้คิดหลบหนีแต่พุ่งเข้าใส่ไปตรงๆ
แน่นอนว่าไม่มีทางเลยที่เมิ่งน้อยนั้นจะสามารถสยบสิ่งมีชีวิตที่มีความคิดวิปลาสเฉกเช่นสัตว์ปีศาจลงได้
โดยปกติแล้ว สัตว์ปีศาจหุ่นเชิดโลหิตเหล่านี้ทุกย่างก้าวของพวกมันนั้นจะมีหลุมเงาดำที่แน่นหนึบคอยยึดพวกมันไว้กับบางสิ่งบางอย่างอย่างเหนียวแน่น การที่พวกมันนั้นเข้าปะทะกับอ อะไรก็ตามจนถึงกับหน้าหงายและเกือบจะล้มตึงได้นั้นเป็นธรรมดาที่พวกมันจะรู้สึกต้องอับอายกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“ฝุ่บบบบ”
เมิ่งน้อยที่รวดเร็วประดุจลูกกระสุนได้พุ่งเข้าปะทะกับสัตว์ปีศาจหุ่นเชิดโลหิต
แต่….ในครั้งนี้เมิ่งน้อยแพ้อย่างเห็นได้ชัด
นั่นก็เพราะก่อนหน้านี้ สัตว์ปีศาจหุ่นเชิดโลหิตตนนี้ไม่ได้รับรู้ว่าเมิ่งน้อยได้พุ่งเข้ามาหา มันจึงไม่ทันตั้งตัวสำหรับการปะทะ แต่ในตอนนี้มันรับรู้ได้เป็นอย่างดี นี่จึงทำให้ พวกมันเตรียมพร้อมรับการโจมตีเป็นอย่างดี แล้วมีหรือที่พวกมันจะต้องหน้าหงายไปอีกครั้ง
และนี่ทำให้ หลังจากสัตว์ร้ายทั้งสองได้เข้าปะทะกันแล้ว สัตว์ปีศาจหุ่นเชิดโลหิตร่างยักษ์ก็เพียงแค่ตัวสั่นสะเทือนไปเล็กน้อยเท่านั้น และไม่ได้ถูกดีดให้เสียหลักหน้าหงายแบบตอนก่ อนหน้า
อีกฟากฝั่งหนึ่ง เมิ่งน้อยนั้นต้องกระเด็นกระดอนไปอย่างรวดเร็วเสียยิ่งกว่าตอนที่มันพุ่งเข้าใส่ซะอีก
หลังจากที่มันกระดอนออกไปเจ็ดร้อยเมตรเห็นจะได้ เมิ่งน้อยก็ไม่ได้ท่าทีว่าได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด มันเพียงขมวดคิ้วแน่นพร้อมพุ่งเข้าใส่สัตว์ปีศาจหุ่นเชิดโลหิตตัวเดิมอีกครั้ง
“ฝุ่บ ฝุ่บ ฝุ่บ….”
“ปัง ปัง ปัง…”
หลังจากเสียงปะทะดังลั่นเฉกเช่นเดิมวนซ้ำไปมาประมาณแปดรอบเห็นจะได้ เมิ่งน้อยนั้นแม้จะกระเด็นออกไปเสียทุกครั้ง แต่หุ่นเชิดโลหิตตัวใหญ่ยักษ์เองก็ก้าวย่างหาเมิ่งน้อยกระชั้นมากขึ น
เจ้าหุ่นเชิดสัตว์วิญญาณหมียักษ์ที่ง่วนกับการสร้างหุ่นเชิดสัตว์วิญญาณตัวอื่นอยู่เองก็เห็นแล้วว่าสัตว์ปีศาจหุ่นเชิดโลหิตของมันนั้นกำลังเล่นอยู่กับสัตว์ตัวจ้อย แต่นี่ก็ ไม่ได้ทำให้มันหยุดมือ และยังคงสร้างหุ่นเชิดสัตว์วิญญาณต่อไปอย่างไม่หยุดหย่อน
และด้วยการที่เมิ่งน้อยคอยก่อเรื่องอยู่อีกด้านหนึ่ง นี่จึงทำให้เหล่าสัตว์วิญญาณที่พึ่งจะตกตายและสัตว์วิญญาณที่กำลังโดนล้อมกรอบจากเผ่าพันธุ์มนุษย์หนีไปไหนไม่ได้นั้นกลับทำ ำให้พวกมันอยู่รอดปลอดภัยไปได้ชั่วขณะหนึ่ง และนี่ทำให้พวกมันได้พักหายใจหายคอก่อนจะมองไปที่ฉากการต่อสู้ระหว่างสัตว์ร้ายทั้งสองด้วยท่าทีกระอักกระอ่วน
แต่ยิ่งพวกมันมองเมิ่งน้อยที่กล้าเผชิญหน้ากับสัตว์ปีศาจหุ่นเชิดโลหิตอย่างห้าวหาญแม้จะถูกดีดกระเด็นออกไปหลายครั้งหลายครา พวกมันก็อดที่จะเอาอุ้งเท้ามาปิดหน้าปิดตาไม่ได้
เจ้าตัวน้อยตัวนี้ แม้จะมีระดับบ่มเพาะที่สูงล้ำ แต่หากมันต้องการจะโค่นล้มสัตว์ปีศาจหุ่นเชิดโลหิตด้วยวิธีการนี้ล่ะก็ พวกมันนั้นคิดว่าต่อให้ทำแบบนี้ทั้งคืนก็ยังสูญเปล่า
แม้แต่หมาป่าสีเทาที่บินอยู่บนฟากฟ้าในตอนนี้ก็ต้องเอาอุ้งเท้าข้างหนึ่งของมันมาปิดลูกตาไว้
ก่อนหน้านี้เมิ่งน้อยนั้นได้บังคับขู่เข็ญมันสารพัดสารเพ จนในที่สุดเมื่อตกลงกันได้แล้วมันถึงได้ยอมให้ขี่หลังแล้วพามานี่ แต่ในตอนนี้เมื่อมันได้เห็นเจ้าตัวน้อยที่มาขู่มัน ก่อนหน้าตกอยู่ในสภาพนี้แล้ว มันจึงรู้สึกขึ้นมาว่าตัวมันยังแกร่งกว่าเมิ่งน้อยเสียอีก
มันอยากรู้นักว่าเมิ่งน้อยที่พ่ายแพ้อย่างหมดรูปแบบนี้แล้วยังจะด้านหน้ามาขอมันขี่หลังอยู่อีกรึเปล่า