ผมมีระบบย่อยสลายในวันสิ้นโลก - บทที่ 521 ลองเชิง
บทที่ 521 ลองเชิง
เช่นเดียวกับการต่อสู้ก่อนหน้านี้ การต่อสู้นี้ก็เป็นการต่อสู้ของเมิ่งน้อยอีกครั้งหนึ่ง
ส่วนการฆ่าช้างยักษ์คลั่งก่อนหน้านี้เป็นเพียงแค่การลองเชิงเล็กๆน้อยๆเพียงเท่านั้น
นั่นก็เพราะต่อให้ช้างยักษ์คลั่งตัวนั้นจะตัวใหญ่โต แต่ด้วยระดับบ่มเพาะที่ห่างชั้นกันถึงสองขั้น การฆ่ามันให้ตกตายไปได้โดยง่ายหาใช่เรียกว่าการต่อสู้อย่างสุดฝีมือไม่
แม้ว่าเมิ่งน้อยฆ่าสัตว์ปีศาจหุ่นเชิดโลหิตระดับราชันย์ไปก็ตาม แต่สำหรับเมิ่งน้อยแล้ว นั่นเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบที่เห็นว่าสัตว์ปีศาจตนนี้เข่นฆ่าว่าที่ลูกน้องมันไปมากมายก็เท่านั้น
แต่เจ้าหมีดำตัวนี้ต่างกันออกไป
ในด้านการบ่มเพาะ มันอยู่ในระดับราชันย์ขั้นต้นเท่าเทียมกับหมีดำ นี่ถือได้ว่าระดับของมันกับหมีดำไม่แตกต่างกันสักเท่าไหร่
แต่สิ่งที่ทำให้แตกต่างกันในตอนนี้ก็คือหมีดำตัวนี้ได้นำพาหายนะมาสู่สัตว์วิญญาณจำนวนนับไม่ถ้วนที่อยู่ในป่าใต้ดินแห่งนี้
นี่ทำให้พวกมันนั้นไร้ที่พึ่ง
แล้วหากเมิ่งน้อยสามารถฆ่าหมีดำตัวนี้ได้ มันจะได้รับความเลื่อมใสศรัทธาจากสัตว์วิญญาณเหล่านี้อย่างหมดหัวใจ
และนี่จะกลายเป็นก้าวแรกแห่งการเป็นจ้าวแห่งสัตว์ร้าย
เมิ่งน้อยในตอนนี้ได้มองไปที่หมีดำที่กำลังแสดงออกมาด้วยท่าทางบ่งบอกอารมณ์ที่ยากจะเอ่ย และในเวลาเดียวกันนั้น มันก็สัมผัสได้ถึงแรงศรัทธาที่พุ่งตรงมาจากสัตว์วิญญาณจำนวนนับไม่ถ้วนที่ยังคงอยู่รอดและเห็นเหตุการณ์จากกระแสจิตของมัน
เมิ่งน้อยนั้นสามารถฆ่าสัตว์ปีศาจหุ่นเชิดโลหิตที่เข่นฆ่าพวกมันอย่างไม่ว่างเว้นได้อย่างง่ายดายราวกับแค่คิดก็ตกตาย ไหนจากที่มันนั้นยังสามารถเปิดใช้ขอบเขตเจตจำนงแห่งไฟได้อีก
แม้จะเป็นเป้าหมายเดียวกัน แต่เมิ่งน้อยหารู้ไม่ว่าในตอนนี้มันได้ทำให้สัตว์วิญญาณจำนวนนับไม่ถ้วนที่หลงเหลือศรัทธาและเลื่อมใสมันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
แถมดูๆไปแล้วน่าจะเทิดทูนให้มันกลายเป็นผู้นำของมันไปแล้วด้วยซ้ำ
ในตอนนี้ เหลือเพียงแค่เมิ่งน้อยเอาชนะหมีดำตัวนี้ลงได้ มันก็จะกลายเป็นผู้นำของสัตว์วิญญาณในป่าใต้ดินแห่งนี้ในทันที
และแน่นอนว่าเมิ่งน้อยนั้นไม่ได้เร่งรีบเปิดฉากแต่อย่างใด
ซึ่งนี่เป็นคนละเรื่องกับหมีดำ
สำหรับหมีดำแล้วต่อให้ไม่มีหุ่นเชิดโลหิต มันก็ไม่ต้องกลัวเกรงไฟของเมิ่งน้อยแต่อย่างใด
สำหรับมันแล้ว เหตุผลที่เมิ่งน้อยสามารถฆ่าสัตว์ปีศาจหุ่นเชิดโลหิตของมันได้อย่างง่ายดายนั้นเป็นเพราะว่าเมิ่งน้อยใช้ทักษะวิชาเกี่ยวกับเปลวไฟเพียงเท่านั้น
หากมันรู้ว่าเมิ่งน้อยนั้นเป็นสัตว์วิญญาณสายเปลวไฟ มันจะไม่ยอมให้หุ่นเชิดโลหิตของมันต้องตกตายอย่างโง่ๆไปแบบเมื่อครู่
และในความคิดของมันนั้น ต่อให้เมิ่งน้อยตัวจะใหญ่กว่ามันก็จริง แต่ตราบใดที่มันเอาจริง ไม่ว่าเมิ่งน้อยจะใช้อะไรออกมามันก็สามารถรับมือได้หมด
หรือจะให้พูดอีกอย่างก็คือ มันคิดว่าร่างใหญ่ยักษ์ของเมิ่งน้อยนี้เป็นเพียงร่างชั่วคราวเพื่อทำให้ศัตรูของมันนั้นต้องเกรงกลัวทำอะไรไม่ถูกเพียงเท่านั้น
หลังจากคิดเข้าข้างเอาเองอยู่มากมายหลายครั้ง นี่ทำให้หมีดำที่สูญเสียหุ่นเชิดโลหิตของตนไปก็ได้แสดงออกมาด้วยอารมณ์ที่เดือดดาล
“กรร กรร กรรรรรร”
หมีดำในตอนนี้ได้ทุบตีอกของตนด้วยอุ้งเท้าหน้าของมันทั้งสองข้าง แสดงออกมาถึงความโกรธเกรี้ยวและเกลียดชังเมิ่งน้อยออกมาอย่างเต็มหัวใจ ในขณะเดียวกันนั้นมันก็ได้ก้าวเท้าอันใหญ่ยักษ์ของมันแต่ละข้าง พุ่งเข้าใส่เมิ่งน้อยจนบังเกิดแรงสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น
ในตอนนี้ เมิ่งน้อยหาได้ขยับเขยื้อนแต่อย่างใด แม้มันจะรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่หมีดำวิ่งเข้ามาหามันแล้วก็จริง แต่มันนั้นทำเพียงแค่จับสัมผัสในทุกอย่างก้าวทุกอิริยาบถของอีกฝ่ายที่พุ่งเข้าใส่มันเพียงเท่านั้น พร้อมกับเตรียมตัวรับมือในสิ่งที่อีกฝ่ายนั้นกำลังจะใช้ออกมา
ส่วนเหล่าผู้บ่มเพาะเผ่าพันธุ์มนุษย์นับแสนและกองทัพสัตว์วิญญาณนับหมื่นนั้น เมื่อทั้งหมดได้รับแรงสั่นสะเทือนจากการพุ่งเข้าโจมตีของหมีดำไปหาเมิ่งน้อย ต่างก็ยืนกันไม่อยู่เลยทั่วทุกตัวทุกคน และทำได้เพียงแค่ถอยหนีออกไป
แต่แม้ว่าผู้คนจะแหนงหนี ทั้งสองฝั่งต่างก็หาได้ละความสนใจของตนออกไปแต่อย่างใด
พร้อมกับความคิดที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ความคิดที่ว่าเมิ่งน้อยนั้นต้องชนะหมีดำให้จงได้
แน่นอนว่ายังมีทั้งเผ่าพันธุ์มนุษย์บางคน รวมถึงสัตว์วิญญาณบางตัวที่กำลังเฝ้ามองเหตุการณ์บนฟากฟ้าอย่างหมาป่าสีเทา รวมถึงเฉินเฉียงและหยานเสวี่ย และเมื่อทุกคนที่อยู่บนฟากฟ้าเห็นว่าเฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ผอ.จ้งนั้นยังมีท่าทางที่สงบ ทุกคนต่างก็รับรู้ได้ในทันทีว่าต่อให้เมิ่งน้อยจะต้องพบเจออันตรายจริง เฉินเฉียงย่อมต้องลงมือช่วยเหลืออย่างแน่นอน
และในเมื่อเฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ผอ.จ้งไม่ได้มีท่าทีกังวล แน่นอนว่าเมิ่งน้อยย่อมไม่มีปัญหาในการต่อสู้นี้
และด้วยแนวคิดนี้ เมื่อทุกคนได้เห็นว่าเมิ่งน้อยก้มตัวต่ำลงเรี่ยพื้นดิน หัวใจของพวกเขาก็เต็มไปด้วยความคาดหวัง
และในตอนที่หมีดำอยู่ห่างจากเมิ่งน้อยประมาณห้าสิบเมตรเห็นจะได้ เมิ่งน้อยก็ได้ยืดตัวขึ้นสูง
มันคิดว่าในเมื่อตัวมันนั้นยังไม่รู้ไม่เห็นการโจมตีของเจ้าหมีดำเลยสักอย่างเดียว ถ้าอย่างนั้นมันจะเป็นฝ่ายชิงลงมือก่อนเพื่อทดสอบอีกฝ่าย
อย่างไรก็ตาม ด้วยการที่เมิ่งน้อยนั้นอยู่กับเฉินเฉียงและหยานเสวี่ยมานาน ประสาทสัมผัสของมันเองก็ไม่ได้อ่อนด้อยแต่อย่างใด แน่นอนว่าต่อให้หมีดำตัวนี้จะดูธรรมดาสามัญขนาดไหน มันก็ไม่คิดจะประมาทแม้แต่น้อย
และนี่ทำให้ต่อให้หมีดำตัวนี้มีไพ่ตายอยู่จริง เมิ่งน้อยก็จะตอบโต้ได้ทันท่วงที
นี่คือสิ่งที่เฉินเฉียงนั้นสังเกตเห็นได้
การระแวดระวังของเมิ่งน้อยนี้เองก็ทำให้เฉินเฉียงนั้นอดไม่ได้ที่จะพยักหน้าออกมายอมรับในความคิดของมันจนเผยรอยยิ้มให้เห็นบนใบหน้า
นี่แสดงว่าเมิ่งน้อยนั้นเติบโตขึ้นมาแล้วจริงๆ
และนี่ทำให้เขานั้นไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับมันมากมายอีก
ต่อให้ในอนาคต เมิ่งน้อยต้องออกไปท่องโลกกว้างเพียงลำพัง มันก็จะสามารถฟันฝ่าทุกสิ่งไปได้ด้วยตัวของมันเอง
ในตอนนี้เมิ่งน้อยนั้นได้ทุบแขนของตนลงกับพื้นดินจนทำให้ร่างกายของมันรวมถึงเท้าของมันได้ลอยขึ้นจากพื้นด้วยแรงทุบนี้ไปครึ่งเมตรเห็นจะได้ นี่ทำให้กล้ามเนื้อในร่างกายของมันทั่วทั้งร่าง รวมถึงขนของมันทั่วทุกเส้นราวกับกำลังตื่นตัวจนลุกชัน ก่อนที่มันนั้นจะปลดปล่อยขอบเขตเจตจำนงแห่งไฟออกไปจนทำให้เกิดฉากเหตุการณ์ที่น่าอัศจรรย์พันลึก
หมีดำที่เห็นฉากนี้ก็รู้ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายเองต้องการเปรียบพลังกับมัน มันเองก็ไม่คิดจะหลีกหนีกลับพุ่งเข้าชนไป
งั้นก็รีบมาทำให้มันจบๆไปซะ
ถึงแม้จุดแข็งของเมิ่งน้อยนั้นจะเป็นความเร็ว แต่มันเชื่อว่าหากเป็นเรื่องของกำลังวังชานั้นมันย่อมเหนือกว่า
และด้วยการที่ร่างของหมีดำนั้นใหญ่กว่าร่างหลัก(ร่างเล็ก)ของเจ้าตัวจ้อยตัวนี้อยู่เห็นๆ หากมันต้องหลบหนีก็ต้องอับอายไปจนชั่วชีวิตอย่างแน่นอน
นี่ทำให้หมีดำเองก็เร่งความเร็วร่างของตนเข้าไป
ส่วนเมิ่งน้อยที่เผชิญหน้าพุ่งเข้าใส่หมีดำอยู่นี้ มันรู้สึกได้ถึงคลื่นพลังอันบ้าคลั่งออกมาจากร่างของหมีดำ
จนทำให้มันนั้นรู้สึกราวกับกำลังเผชิญหน้ากับระเบิดลูกโตที่พร้อมจะระเบิดออกได้ทุกเวลาที่มันสัมผัสร่างของหมีดำในทันที
ถึงแม้ว่าหมีดำตัวนี้จะฝึกฝนเคล็ดวิชาหุ่นเชิดโลหิต แต่มันนั้นก็ยังแตกต่างจากมนุษย์ที่เมื่อไม่มีหุ่นเชิดโลหิตแล้วพลังการต่อสู้จะอ่อนด้อยลง ราวกับว่าที่มันยอมฝึกฝนเคล็ดวิชาบ่มเพาะโลหิตนั้นเป็นเพราะต้องการเร่งระดับบ่มเพาะของตนไปเพียงเท่านั้น
หากว่ากันตามตรง แล้ว ต่อให้ไม่มีหุ่นเชิดโลหิต นี่ก็เป็นระดับบ่มเพาะเดิมของหมีดำอยู่แล้วเหมือนกัน
ภายใต้สายตาที่เบิกโพลงของผู้และคนที่อยู่บริเวณนี้ หมีดำที่วิ่งเข้าใส่เมิ่งน้อยซึ่งๆหน้าก็ได้เริ่มโจมตีก่อน
“ปังงงง…..”
หมีดำได้ซัดอุ้งมือของมันใส่เมิ่งน้อยเข้าที่ชายโครงจนบังเกิดเสียงดังสนั่น
ในขณะเดียวกัน ด้วยการที่ในตอนนี้เมิ่งน้อยตัวเล็กกว่าอีกฝ่ายมากนัก ทำให้เมิ่งน้อยถีบตัวเองขึ้นจากพื้นพร้อมกำหมัดแน่นให้ลอยไปปะทะเข้ากับอกของหมีดำ
แม้ว่าเมิ่งน้อยจะออกท่าทางทีหลัง แต่เมื่อหมัดของทั้งสองได้ปะทะกันแล้วกลับปะทะเข้ากับอีกฝ่ายในเวลาเดียวกัน
เริ่มทีหลังแต่ถึงพร้อมกัน
เมิ่งน้อยมีความเร็วเหนือล้ำกว่า
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่หนึ่งหมัด หนึ่งอุ้งมือได้แลกเปลี่ยนกันแล้ว เมิ่งน้อยนั้นรู้สึกได้ทันทีว่าหมีดำตัวนี้เป็นศัตรูที่คู่ควรกับมัน
ส่วนหมีดำนั้น หลังจากซัดอุ้งมือเข้าใส่เมิ่งน้อยไปแล้ว ด้วยการที่เมิ่งน้อยมีขอบเขตเจตจำนงแห่งไฟอยู่ นี่ทำให้มันไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ราวกับว่าอุ้งมือของมันนั้นสัมผัสถูกเพียงก้อนอากาศที่เกิดขึ้นได้ตอนที่เอามือไปอังตอนที่ลมพัดแรงถึงขนาดที่ลืมตาไม่ขึ้นได้เพียงเท่านั้น
แตกต่างจากเมิ่งน้อย หมัดที่ใหญ่ยักษ์ของมันนั้นได้จรดเข้ากับอกของหมีดำอย่างถนัดถนี่
แม้ว่าความกว้างของรอยหมัดของเมิ่งน้อยจะเล็กกว่าอุ้งมือของหมีดำอย่างมาก
แต่กระนั้น หมัดของเมิ่งน้อยกับราวกับตะปูที่พุ่งลึกเข้าไปในอกของหมีดำ