ผมมีระบบย่อยสลายในวันสิ้นโลก - บทที่ 523 ปิดฉาก
บทที่ 523 ปิดฉาก
เมิ่งน้อยนั้นหาได้ใช่พวกที่ชอบทำให้ตนเองได้รับความเจ็บปวดไม่
ยิ่งไปกว่านั้นคือไม่เพียงเมิ่งน้อยจะไม่พ่ายแพ้ในการต่อสู้ในครั้งนี้แล้ว เมิ่งน้อยนั้นยังชนะได้อย่างสวยงามอีกด้วย
แถมยังเป็นชัยชนะที่แสดงให้เห็นถึงความห้าวหาญและทรงพลังต่อหน้าสัตว์วิญญาณนับหมื่น
และยิ่งเนิ่นนานไป เมิ่งน้อยแสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามันนั้นไม่รู้สึกรู้สากับการโจมตีของหมีดำ กลับกัน หมีดำในตอนนี้กลับต้องถอยร่นไปมากขึ้นเรื่อยๆ จนไม่อาจโจมตีถึงตัวเมิ่งน้อยได้ จนมันทำได้เพียงใช้พลังฟ้าดินภายในร่างโจมตีใส่เมิ่งน้อยได้เพียงเท่านั้น
จนในที่สุด เมื่อเห็นว่าแม้แต่พลังฟ้าดินในร่างของตนก็ยังไม่อาจไปถึงตัวเมิ่งน้อยได้ นี่ทำให้มันนั้นแสดงออกมาอย่างโกรธเคือง
การต่อสู้เช่นนี้สำหรับมันช่างไร้ค่านัก
และนี่ทำให้มันนั้นคิดขึ้นมาได้ว่ามันนั้นถนัดสู้กันแบบหัวชนฝามากกว่า
หากว่ามันเปลี่ยนเป็นสู้กับสัตว์วิญญาณตัวอื่นล่ะก็ มันเชื่อว่าป่านนี้มันคงจัดการสัตว์วิญญาณเหล่านั้นไปตั้งแต่การลงมือครั้งแรกแล้วด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตาม ยิ่งการต่อสู้นี้ลากยาวมากขึ้นเท่าไหร่ เมิ่งน้อยนั้นก็ยิ่งแสดงออกมาด้วยท่าทีตื่นเต้นยินดีมากขึ้นเท่านั้น แถมในตอนนี้ แขนของมันที่ใช้ในการโจมตีแต่ละครั้งนั้นก็ดูยาวขึ้นมาอย่างน่าประหลาด จนถึงขั้นที่ว่าหากเป็นการโจมตีธรรมดาแล้วจะไม่มีทางเข้าถึงตัวเมิ่งน้อยได้แล้ว แล้วหมีดำจะเอาอะไรไปสู้กับมันกัน
“โฮกกกกกก”
หมีดำในตอนนี้แม้จะคำรามลั่นออกมาอย่างโกรธแค้น ก่อนที่จะหลบการโจมตีของเมิ่งน้อยและโจนทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า พร้อมกับร่างกายของมันที่ใหญ่กว่าเดิมเป็นสองเท่าเห็นจะได้ เช่นเดียวกับขนาดของอุ้งเท้าของมันที่ใหญ่ขึ้นเป็นสองเท่า และฟาดซัดใส่เมิ่งน้อยที่อยู่เบื้องล่าง
เมื่อเห็นฉากนี้ สัตว์วิญญาณที่เห็นก็อดเป็นกังวลแทนเมิ่งน้อยไม่ได้พร้อมกับจ้องมองไปที่หมีดำพร้อมกับการลอบสาปแช่งอยู่ในใจที่คิดเล่นไม่ซื่อกับเมิ่งน้อย
หมีดำนั้นแต่เดิมที่คิดว่าจะต่อสู้โดยการแลกการโจมตีนั้นเป็นเพราะมันเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของตน
อย่างไรก็ตาม มันไม่นึกว่าอีกฝ่ายนั้นจะมีวิธีการที่ทำให้ผู้มีชัยเช่นมันนั้นต้องไม่สามารถตอบโต้ได้
หากว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นในระหว่างการต่อสู้ระหว่างมนุษย์ด้วยกัน นี่ถือได้ว่าเป็นเรื่องธรรมดาสามัญที่เกิดขึ้นได้บ่อยๆ
แต่กับสัตว์วิญญาณแล้วย่อมแตกต่างกันออกไป
พวกมันนั้นล้วนแล้วแต่ให้ค่ากับผู้ที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง
ยกตัวอย่างเช่นหมีดำตนนี้ที่อยู่ๆก็เลิกที่จะสู้แบบแลกเปลี่ยนการโจมตีไปเป็นวิธีการต่อสู้แบบปกติ นี่จึงทำให้เหล่าสัตว์วิญญาณต่างก็ดูแคลนมันในทันที
และผลก็คือ ในทันทีที่หมีดำทะยานขึ้นฟ้าไป เมิ่งน้อยนั้นก็กลายเป็นผู้ที่ชนะใจเหล่าสัตว์วิญญาณส่วนใหญ่ได้ในทันที
เฉกเช่นคำกล่าวที่ว่าราชาที่แท้ย่อมประทับฝังใจผู้คน
ไม่ใช่ความแข็งแกร่ง ขนาดลำตัว หรือนิสัยใจคอ
และในตอนนี้ ราชาสำหรับพวกมันนั้นก็คือเมิ่งน้อยหาใช่ใครอื่น
อย่างไรก็ตาม หมีดำนั้นหลังจากขยายร่างของมันกลางอากาศเมื่อครู่ นี่กลับทำให้มันตัวใหญ่กว่าเมิ่งน้อยกว่าเดิมอีกมากมายนัก
และด้วยขนาดร่างกายที่แตกต่างกันเกือบสามเท่านี้เกือบทำให้สัตว์วิญญาณหลายๆตัวต้องเปลี่ยนใจในความคิดก่อนหน้า
หมีดำนั้นหารู้ไม่ว่า ยอมที่หมีดำคิดเปลี่ยนวิธีการต่อสู้ เมิ่งน้อยนั้นก็อดที่จะลอบยินดีขึ้นมาอย่างสุดหัวใจไม่ได้
นั่นก็เพราะการต่อสู้กันแบบแลกหมัดเมื่อครู่นี้มันไม่ใช่สิ่งที่เมิ่งน้อยนั้นถนัดถนี่สักเท่าไหร่นัก
ไม่ใช่ว่ามันนั้นไม่ยากจะเปลี่ยนรูปแบบการต่อสู้ในก่อนหน้านี้ แต่เป็นเพราะมันต้องการหลบเลี่ยงสิ่งที่สัตว์วิญญาณทั้งหลายกำลังกระทำต่อหมีดำก็เท่านั้น
ด้วยการที่ไม่มีใครในโลกปีศาจนี้ไม่เคยเห็นหรือพบเจอสิ่งที่เรียกว่าขอบเขตเจตจำนง หรือแม้แต่วิธีการบ่มเพาะที่มีการสร้างโลกใบเล็กไว้ในร่างกายมาก่อน นี่ย่อมทำให้ไม่มีใครรับรู้ถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเมิ่งน้อยไม่
และมาในตอนนี้ หมีดำนั้นไม่อาจที่จะทนการโจมตีแบบแลกหมัดไปได้อีก นี่หมายความว่าหมีดำนั้นได้ยอมแพ้ในการเปรียบเทียบความแข็งแกร่งแบบซึ่งๆหน้าไปโดยปริยาย
หรือก็คือ พวกมันนั้นไม่ต้องอยู่ภายใต้การกดขี่ของหมีดำอีกต่อไป…ล่ะมั้ง
ถึงแม้ว่าร่างกายของหมีดำในตอนนี้จะใหญ่ยักษ์กว่าเมิ่งน้อยมากมายนัก แต่เมิ่งน้อยกับรับรู้ได้ว่าร่างนี้เกิดจากการที่หมีดำนั้นใช้พลังฟ้าดินภายในร่างบังคับขยายร่างของตนเองให้ดูสูงใหญ่ขึ้นเพียงเท่านั้น แต่ระดับบ่มเพาะนั้นหาได้สูงขึ้นไม่
นี่เป็นการทำเพื่อให้ผู้และคนที่เห็นรู้สึกหวาดกลัวเพียงเท่านั้น
และเมิ่งน้อยนั้นก็รู้ดีว่าวิธีการนี้จะเกิดผลเสียหนึ่งขึ้นมา
นั่นก็คือทั้งพลังการโจมตีและป้องกันนั้นจะอ่อนด้อยลงไปอย่างที่สุด
แต่กับเมิ่งน้อยนั้นต่างกันออกไป
ร่างที่มันใช้อยู่นี้คือร่างจริงแท้ของมันเอง
แน่นอนว่าการที่มันนั้นกลับมาอยู่ในร่างนี้ ย่อมทำให้มันนั้นเคลื่อนที่ได้คล่องแคล่วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
และหลังจากวิเคราะห์สถานการณ์ของมันกับหมีดำแล้ว นี่ทำให้เมิ่งน้อยนั้นตัดสินใจทำสิ่งหนึ่งในทันที
เมิ่งน้อยได้ก้าวขึ้นหน้าแล้วตบเสยไปที่หมีดำที่กำลังร่วงหล่นมาใส่มัน
ตูมมมม….
หมีดำที่ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้านั้นได้ปะทะเข้ากับฝ่ามือที่ขนาดราวกับหินโม่แป้งเข้าไปจนทำให้พื้นดินที่เมิ่งน้อยกำลังยืนอยู่นี้ยุบลงเป็นหลุมกว้างลงไปห้าเมตรในทันที
และนี่ทำให้เกิดคลื่นฝุ่นที่กระเด็นไปทุกทิศทางพร้อมกับแผ่นดินที่สะเทือนเลื่อนลั่นและภูเขาที่สั่นสะเทือน
ความรุนแรงจากการปะทะกันที่เกิดขึ้นนี้เพียงพอที่จะทำให้ทั้งสัตว์วิญญาณและหุ่นเชิดสัตว์วิญญาณสลบลงไปเสียตรงนั้น
ถึงแม้ว่าฝุ่นและควันจะยังคงฟุ้งกระจายไปบนอากาศ แต่ในตอนนี้ทั้งสัตว์วิญญาณและผู้บ่มเพาะเผ่าพันธุ์มนุษย์(ศิษย์และผู้อาวุโสจากสำนักเต๋าต่างๆ) ต่างก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเมิ่งน้อยนั้นไม่ได้ยืนอยู่ตรงหน้า
จะบอกว่าถูกหมีดำกระแทกจนฝังกลับร่างไปในผืนดินงั้นรึ
นี่คือสิ่งที่เหล่าผู้และคนที่ติดตามการต่อสู้นี้คิดขึ้นมา
เพราะไม่ว่าจะยังไงก็ตาม ฝ่ามือของหมีดำเมื่อครู่นี้ใช้แรงทั้งหมดของหมีดำในการโจมตี ต่อให้เมิ่งน้อยต้องถูกฝังลงไปใต้ดินก็ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด
แต่ก็อีกนั่นแหละ คงมีเพียงผู้บ่มเพาะที่มีพลังจิตที่แข็งกล้าอย่างเฉินเฉียงและหยานเสวี่ยเท่านั้นที่จะรับรู้ได้ว่าเมิ่งน้อยนั้นหาได้อยู่ในหลุมลึกที่เกิดจากฝ่ามืออันใหญ่กว้างของหมีดำไม่
แต่ก็มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่รับรู้ว่าเมิ่งน้อยนั้นอยู่ที่ไหนในตอนนี้ก็คือ เฉินเฉียง
ในทันทีที่หมีดำได้ทำการโจมตี เมิ่งน้อยก็เปลี่ยนร่างกลายเป็นตัวเล็กเฉกเช่นก่อนหน้านี้ และด้วยความรวดเร็วประดุจดั่งสายฟ้า มันก็ได้ทะยานขึ้นไปอยู่สูงเหนือหมีดำ
ในตอนที่หมีดำนั้นคิดว่าใช้คลื่นพลังจากอุ้งเท้าของมันนั้นอัดกระแทกเมิ่งน้อยไปจนจมดิน เมิ่งน้อยที่ลอยตัวอยู่เหนือมันก็ได้กลับคืนกลายเป็นร่างที่แท้จริงไปแล้ว
นี่ส่งผลให้ร่างของเมิ่งน้อยที่อยู่สูงกว่าหมีดำ ได้ร่วงหล่นทับมันอย่างรุนแรง
ส่วนหมีดำนั้น หลังจากที่มันปล่อยพลังจากอุ้งมือที่ทรงพลังไปแล้วพบว่าเมิ่งน้อยไม่ได้อยู่ใต้อุ้งมือของมัน เป็นเพียงตอนที่มันได้ยกอุ้งมือของมันขึ้นมาเท่านั้นถึงได้พบว่าร่างอันมหึมาของเมิ่งน้อยได้อยู่เหนือหัวมันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ก่อนที่มันจะได้ตอบสนอง แรงกดดันจากขอบเขตเจตจำนงแห่งไฟของเมิ่งน้อยก็ได้กดทับร่างของมันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
นี่ทำให้ตอนที่ก่อนหมีดำจะได้ถอนอุ้งมือของมันขึ้นจากพื้น มันก็ถูกเมิ่งน้อยอัดกระแทกลงไปที่หัวในทันที
ถึงแม้ส่วนที่แข็งที่สุดบนร่างกายของหมีดำนั้นคือหัว
แต่การโจมตีของเมิ่งน้อยกลับส่งผลถึงสมองโดยตรง
นี่เป็นเพราะเมิ่งน้อยรู้อยู่แล้วว่าหมีดำที่ขยายร่างขึ้นมานี้ทำให้พลังป้องกันของมันด้อยลงไป
นี่จึงทำให้การตัดสินใจโจมตีไปที่หัวของเมิ่งน้อยนั้นไม่ถือว่าผิดพลาดแต่อย่างใด
ยิ่งไปกว่านั้นคือ การโจมตีในลักษณะที่ร่วงหล่นมาจากฟ้านี้ยังรวดเร็วและรุนแรงจนทำให้แม้แต่หมีดำที่พอจะรู้ตัวแต่ก็ยังไม่อาจป้องกันได้ทัน
และหลังจากที่ถูกเมิ่งน้อยโจมตีไปที่หัวอย่างหนักซ้ำๆสิบกว่าที หมีดำก็ได้นิ่งอึ้งตะลึงงันไป
ถึงแม้มันจะไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่การโดนโจมตีโดยที่หัวนั้นอยู่เหนือพื้นดินเช่นนี้ รวมถึงการที่ร่างของมันขยายจนทำให้พลังป้องกันของมันนั้นลดต่ำลง ได้ทำให้มันนั้นพ่ายแพ้ต่อเมิ่งน้อยในทุกด้าน
ภายใต้สถานการณ์อันสิ้นหวังนี้ หมีดำทำได้เพียงประคับประคองร่างกายอันใหญ่ยักษ์ของมันก่อนที่จะทำการหดขนาดตัวของมันให้กลับไปอยู่ในรูปร่างดังเดิม พร้อมกันนั้นก็ได้สวนกลับการโจมตีของเมิ่งน้อยไป
แต่ผลนั้นกลับทำให้เมิ่งน้อยนั้นเร่งโจมตีไปที่หัวของหมีดำหนักหน่วงเสียยิ่งกว่าเดิม
แน่นอนว่าด้วยโอกาสอันดีแบบนี้มีหรือที่เมิ่งน้อยจะปล่อยโอกาสฆ่าหมีดำให้หลุดมือ
ยังไม่รวมถึงเรื่องที่ว่าการฆ่าหมีดำนี้จะทำให้มันนั้นแสดงให้เหล่าสัตว์วิญญาณได้ประจักษ์ในความไร้เทียมทานของมัน
และนี่เองจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเมื่อเมิ่งน้อยเห็นว่าหมีดำนั้นกลับคืนร่างเดิม ก็ได้เปิดโลกใบเล็กของมันแล้วนำแก่นหุ่นเชิดหลากสีนับพันก้อนออกมา
แก่นหุ่นเชิดเหล่านี้เป็นสิ่งที่หยานเสวี่ยนำเก็บใส่ไว้ในโลกใบเล็กของเธอก่อนหน้านี้ และเมิ่งน้อยก็ได้หยิบฉวยมาเป็นของตนเอง
“แกร๊กกกก.….”
เมิ่งน้อยได้อ้าปากงาบแก่นหุ่นเชิดนับพันก้อนใส่ปาก ก่อนจะเคี้ยวจนเกิดเสียงดังแกร๊กไปทั่วปากของมันในทันที
————————
(จัดฟรีให้ค่ะ น้ำเยอะหน่อย)