ผมมีระบบย่อยสลายในวันสิ้นโลก - บทที่ 524 ฆ่าอย่างโหดเหี้ยม
ในขณะที่ทุกคนกำลังสับสนกับเหตุการณ์ตรงหน้าอยู่นี้ พวกเขาได้เห็นเมิ่งน้อยกินแก่นหุ่นเชิด
เข้าไปจำนวนนับพันก้อนในคราวเดียว นี่ทำให้ทุกผู้ทุกคนที่ได้เห็นก็สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่ระเบิด
ออกมาจากส่วนแขนของเมิ่งน้อย
ด้วยคลื่นพลังที่ถูกส่งผ่านจากแขนไปยังหมัดของเมิ่งน้อยนี้เองทำให้หมัดของเมิ่งน้อยบังเกิด
แสงสว่างที่เรืองรองประดุจโลหะมันวาวที่สะท้อนแสงอย่างไม่หยดหยุ่น ก่อนที่หมัดนี้ จะไปจรด
อยู่ที่หัวของหมีดำจนทำให้หัวของมันนั้นต้องระเบิดกระจายพร้อมบางส่วนที่ห้อยร่องแร่ง
ช่างเป็นฉากที่น่าสะพรึงอย่างที่สุด
เมื่อได้เห็นฉากนี้ เหล่าสัตว์วิญญาณทั้งหลายต่างก็ตกตะลึง แต่กระนั้น พวกมันเกือบทั้งหมดก็ได้
กระโดดโลดเต้นด้วยความยินดีในทันที
เพียงฉากเหตุการณ์นี้เหตุการณ์เดียวทำให้เหล่าสัตว์วิญญาณเหล่านี้เชื่อว่า นับจากนี้ เหล่า
สัตว์ร้ายจะต้องเกรียงไกรใด้โลกหล้า
แม้หมีดำนั้นจะได้ชื่อว่าเป็นสัตว์วิญญาณที่อึดลึกทนที่สุดในหมู่สัตว์วิญญาณ พร้อมกับความ
ทรงพลังที่ไม่เคยมีสัตว์วิญญาณดนใดด้านทานพลังของมันได้มาก่อน กลับถูกโค่นล้มไปโดยลิง
แขนยาวที่ได้ชื่อว่ามีดีเพียงแค่ความเร็วเพียงเท่านั้น
หมีดำในดอนนี้รู้สึกสำนึกเสียใจในสิ่งที่มันได้กระทำจนอยากจะหลั่งน้ำตาออกมาเป็นครั้งสุดท้าย
แต่ก็ไม่อาจทำได้
ก่อนหน้านี้มันต้องการสั่งสอนเมิ่งน้อยให้รู้ขึ้งว่าสิ่งที่เรียกว่าหมัดนั้น ต้องปล่อยออกมายังไง นี่
ทำให้มันกลับคืนสู่ร่างเดิมเพื่อสั่งสอนเมิ่งน้อย
แล้วมันก็ไม่คิดว่าเมิ่งน้อยที่ลอยตัวอยู่เหนือมันในดอนนี้จะใช้หมัดคู่ที่แข็งแกร่งประดุจดั่งหัว
ทะลวงเหล็กกล้า ในทุกๆครั้งที่หมัดของเมิ่งน้อยโจมดีโดนหัวของมัน จนมันได้รับความเจ็บปวด
อย่างมหาศาลจนยากจะทานทน
ไม่เพียงพลังป้องกันของเจ้าลิงน้อยตัวนี้จะสูงล้ำเหนือลิงยักษ์ทั่วไปแล้ว แม้แต่พลังโจมดีของมันก็
ยังเหนือล้ำยิ่งกว่า
โลกใบนี้มันบิดเบี้ยวไปแล้วรึไงกัน
ตัวมันใช้เวลาบ่มเพาะเคล็ดวิชาหุ่นเชิดโลหิตอยู่นานจนทำให้มันสามารถเข้าใจและใช้เคล็ดวิชานี้
ในการยกระดับบ่มเพาะของมันขึ้นได้ด้วยเวลาอันสั้น
แต่เจ้าลิงยักษ์ตัวนี้กลับจัดการมันได้เพียงเพราะมันนั้นตัดสินใจกลับไปอยู่ในร่างเดิมของมันเพียง
เท่านั้น
และที่น่าเดียดฉันท์ยิ่งกว่าก็คือพละกำลังที่มันเคยเชื่อว่าตัวมันมีอยู่เหนือผู้ใด กลับถูกลิงอักษ์ตนนี้
ใช้พละกำลังสะกดข่มมันจนแพ้พ่าย
ต่อให้เจ้าลิงน้อยไม่ฆ่ามันในวันนี้ มันก็คงไม่มีหน้าไปพบเจอสัตว์วิญญาณดนโดอีกใน
ภายภาคหน้าแล้ว
นี่คือการรังแกที่โหดร้ายยิ่งกว่าการฆ่ามันทิ้งไปเสียดรงนี้
แต่ไม่นาน ความคิดมากมายของหมีดำก็ต้องดับรูบลง
นั่นก็เพราะจิงน้อยที่กลายเป็นลิงยักษ์ที่อยู่เหนือมันในดอนนี้ อยู่ๆก็ได้นำแก่นหุ่นเชิดออกมาจาก
ไหนก็ไม่รู้แล้วเคี้ยวพวกมันไปจนหมดสิ้นนับพันก้อน ตามมาด้วยหมัดของมันที่ส่องแสงแวววาว
เสียยิ่งกว่าเหล็กกล้าพร้อมคลื่นพลังที่ระเบิดออกมาจนสัมผัสได้
-เจ้าลิงยักษ์นี่ไม่คิดจะเลิกราเลยงั้นรึ-
-การต่อสู้ที่หนักหน่วงและยาวนานมาถึงขนาดนี้แล้วมันไม่รู้สึกเหนื่อยล้าเลยรึ-
หมีดำนั้นไม่รู้ว่าเมิ่งน้อยนั้นมีโลกใบเล็กอยู่ในร่าง โลกใบนี้เป็นแหล่งกำเนิดพลังงานฟ้าดินที่คอย
เกื้อหนุนร่างกายเอาไว้ไม่ให้รู้สึกเหน็ดเหนื่อยหรือหิวกระหาย อย่างมากก็เพียงแค่ทำให้ขนาดของ
โลกใบเล็กภายในร่างหดเล็กลงเพียงเท่านั้น
ผู้บ่มเพาะบนโลก หลังจากบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งโลก จึงบังเกิดโลกใบเล็กภายในร่างขึ้นมาแล้ว
ยามใดที่พวกเขาใช้พลังจากโลกใบเล็กนี้นานพอ โลกใบเล็กของพวกเขาล้วนแล้วแต่หดเล็กลง
แต่ต่อให้พวกมันจะหดเล็กลงไป เมื่อเทียบกับความพ่ายแพ้ต่อศัตรูแล้ว พวกเขาถือว่าดีกว่าเป็น
ไหนๆ
ยิ่งไปกว่านั้นคือเมิ่งน้อยในดอนนี้อยู่ในระดับราชันย์สัตว์วิญญาณขั้นต้น โลกโบเล็กของเมิ่งน้อย
มีขนาดเกินกว่าพันกิโลเมตรไปแล้ว
กับการต่อสู้นี้ เมิ่งน้อยนั้นคิดว่ามันคุ้มค่าที่จะใช้พลังฟ้าดินจากโลกใบเล็กของมัน
มันมั่นใจว่าหลังจากการต่อสู้นี้จบลง มันจะกลายเป็นจ้าวแห่งสัตว์ร้ายในสายดาของสัตว์วิญญาณ
เหล่านี้
ต่อให้โลกใบเล็กของมันหดเล็กไปเล็กน้อย มันก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว
และด้วยเหตุผลนี้เองทำให้เมิ่งน้อยที่ยิ่งถูกอีกฝ่ายโจมดีใส่ มันก็ยิ่งแสดงออกมาอย่างปิติยินดี
มากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่ามันได้รับการฝังแผ่นแก่นพลังงานรูปแบบบ้าคลั่งเอาไว้ในร่าง จนทำให้
อารมณ์ของมันเดลิดเปิดเปิง จนในที่สุดแล้วก็ได้คิดที่จะปิดฉากการต่อสู้โดยการรวมพลังทั้งหมด
ที่มีต่อยเข้าไปที่หัวของหมีดำให้มันระเบิดระเบ้อประทับฝังใจผู้คนไปเลย
ส่วนหมีดำ ตอนที่มันเห็นหมัดที่ส่องแสงเรืองรองของเมิ่งน้อย มันก็ทำได้เพียงยกอุ้งเท้าของมัน
มาป้องกันหัวของมันเอาไว้ได้เพียงเท่านั้น
แต่ไม่ว่าอุ้งเท้าของมันจะหนาสักขนาดไหนก็ตาม การป้องกันจากอุ้งเท้าของมันนั้นก็ยังไม่อาจจะ
ทานทนหมัดของเมิ่งน้อยได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากผ่านการรับหมัดของเมิ่งน้อยมาแล้วนับ
ร้อยครั้งก่อนหน้า นี่จึงทำให้หลังจากโดนการโจมดีในครั้งนี้ทำให้อุ้งเท้าของมันกระเด็นตามแรง
หมัดของเมิ่งน้อยกระแทกเข้ากับใบหน้าของตนเองจนเลือดกบปาก
ด้วยสติสัมปชัญญะที่เลื่อนลอยหายไปทำให้หมีดำไม่อาจบังคับพลังฟ้าดินภายในร่างของมันไว้ได้
อีก และนี่ทำให้มันกลับสู่ร่างเดิมของมัน
ด้วยการที่มันนั้นใช้พลังฟ้าดินภายในร่างอย่างฝืนเกินขีดจำกัด ทำให้ร่างของหมีดำนี้หลังจากที่
ถูกหมัดของเมิ่งน้อยไปแล้ว พลังฟ้าดินภายในร่างของหมีดำได้หายไปอย่างรวดเร็ว
และนี่ทำให้ร่างกายของหมีดำไม่ได้อยู่ในสภาพที่ดีไปกว่าสภาพหัวที่ห้อยร่องแร่งสักเท่าไหร่นัก
แกร๊ก แกร๊ก แกร๊ก เสียงกระดูกที่ค่อยๆดังลั่นอย่างต่อเนื่องที่เกิดจากพละพลังของเมิ่งน้อยที่
ถ่ายทอดมาด้วยหมัดคู่ของมันยังตกค้างอยู่ พร้อมทั้งหัวกะโหลกที่หนาอย่างที่สุดของหมีดำที่ได้
ยุบตัวลงไปเพราะไม่เหลือพลังฟ้าดินคุ้มกันร่างกายไว้ แล้วแตกกระจายออกไปเป็นชิ้นๆในที่สุด
หลังจากเห็นหมีดำสูดลมหายใจสุดท้ายไปแล้วไม่มีท่าทีที่จะสูดลมหายใจเข้าต่อ เมิ่งน้อยก็ได้
กระโดดลงจากหลังของหมีดำ ก่อนจะหันไปหาเฉินเฉียงพร้อมกับส่งเสียงออกมา
“เจียกเจี๊ยกกกกก”
หลังจากส่งเสียงร้องออกมาสองที เหล่าสัตว์วิญญาณที่จ้องมองฉากเหตุการณ์ที่พึ่งเกิดขึ้นไป
อย่างนึ่งอึ้งนี้ก็ได้พุ่งไปหาหมีดำอย่างบ้าคลั่ง
หลังจากหมีดำถูกกำจัด เมิ่งน้อยก็ได้ใช้วิธีการบางอย่างเพื่อให้ได้ใจของสัตว์วิญญาณเหล่านี้เพิ่ม
มากขึ้นไปอีก
มันตัดสินใจที่จะมอบร่างของหมีดำนี้ให้กับเหล่าสัตว์วิญญาณเป็นคนจัดการ จะกัดกินระบาย
แค้นหรือทำอะไรก็แล้วแต่พวกมัน
แม้แต่หมาป่าสีเทาที่ลอยตัวอยู่บนฟ้าเฝ้าดูเหตุการณ์มาตั้งแต่ต้นก็ยังอดเข้าไปผสมโรงด้วยไม่ได้
อีกฟากฝั่งหนึ่ง เมิ่งน้อยนั้น หลังจากฆ่าหมีดำไปได้แล้ว มันก็ได้เปลี่ยนเป้าหมายใหม่
ในตอนนี้มันจ้องมองไปยังเหล่าหุ่นเชิดสัตว์วิญญาณนับไม่ถ้วนที่นอนเรียบแต้อยู่กับพื้นดิน
พร้อมสายดาที่เป็นประกายลุกวาว
นี่หมายถึงแก่นหุ่นเชิดจำนวนนับไม่ถ้วน
เพื่อเป็นการฟื้นคืนพลังฟ้าดินที่ใช้ไปกับการโจมตีหมีดำก่อนหน้านี้ เมิ่งน้อยคิดจะเก็บแก่นหุ่นเชิด
เหล่านี้ไว้กับตัวเองทั้งหมด
ยิ่งไปกว่านั้นก็คือมันรู้สึกได้ว่านับจากนี้ พ่อของมันนั้นจะต้องไม่คิดอุ้มชูแบ่งแก่นหุ่นเชิดให้มันอีก
เป็นแน่ และเพื่อให้มันนั้นมีของกินเล่นได้ทุกเวลายามที่มันต้องการในภายภาคหน้า ทำให้มัน
ไม่มีทางเลือกทำได้เพียงสำรองอาหารของมันเอาไว้ด้วยตัวเองเท่านั้น
ที่ดีสำหรับมันก็คือ ก่อนหน้านี้ในตอนที่หุ่นเชิดสัตว์วิญญาณเหล่านี้ถูกทำลายไปนั้น เหล่าสัตว์วิญ
ญาณนั้นไม่รู้ว่าในหุ่นเชิดเหล่านี้มีสมบัติล้ำค่าที่เรียกว่าแก่นหุ่นเชิดอยู่
นี่จึงทำให้ในขณะที่สัตว์วิญญาณจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังระบายความโกรธใส่ร่างไร้วิญญาณของ
หมีดำ เมิ่งน้อยจึงลิงโลดไปกับหาแก่นหุ่นเชิดจากขากหุ่นเชิดสัตว์วิญญาณเหล่านี้
นีจึงทำให้เหล่าสัตว์วิญญาณที่ระบายแค้นอย่างสาแก่ใจแล้วได้เห็นท่าทางของเมิ่งน้อยที่วิ่งวุ่น
ไปทั่วนั้นก็ต้องประหลาดใจ เพราะพวกมันได้เห็นเมิ่งน้อยผู้ไร้เทียมทานในสายตาพวกมันกำลังวิ่ง
วุ่นปาท่ามกลางขากร่างของหุ่นเชิดสัตว์วิญญาณที่อ่อนแอ
ไม่เพียงเท่านั้น พวกมันยังเห็นอีกว่าเมิ่งน้อยได้ทำการเปิดหลังหัวของหุ่นเชิดสัตว์วิญญาณเหล่านี้
แล้วนำผลึกหลากสีสันออกมาจากหลังหัวของพวกมัน
ด้วยการที่สัตว์วิญญาณเหล่านี้ไม่มีโลกใบเล็กในร่าง พวกมันจึงไม่รู้ว่าโลกใบเล็กของเมิ่งน้อยนั้น
ทำให้ร่างกายของเมิ่งน้อยทรงพลังได้ถึงขนาดไหน อย่างไรก็ตาม หลังจากที่พวกมันเห็นเมิ่งน้อย
นำเอาผลึกที่พวกมันไม่รู้จักออกมาจากหุ่นเชิดสัตว์วิญญาณ พวกมันก็เห็นเมิ่งน้อยโยนผลึกที่พวก
มันไม่รู้จักเหล่านี้ไปที่หน้าอกทีละอันสองอัน พร้อมกับที่ผลึกเหล่านั้นได้หายไปต่อหน้าต่อตา
แต่สิ่งที่ทำให้เหล่าสัตว์วิญญาณเหล่านี้ต้องมึนงงและสับสนยิ่งกว่าก็คือหลังจากที่เมิ่งน้อยได้ผลึก
ที่พวกมันไม่รู้จักออกมาแล้ว เมิ่งน้อยกลับโยนพวกมันใส่ปากไปทีละชิ้น พร้อมเคี้ยวตุ้ยไปมา
พร้อมหน้าดาที่แสดงออกถึงความเอร็ดอร่อย
ถึงแม้ว่าการเคี้ยวกินของเมิ่งน้อยนั้นจะดูเอรีดอร่อยจนน่าลองกินตาม แต่ด้วยการที่ผลึกที่พวก
มันไม่รู้จักเหล่านี้ยังโชกเลือดสีดำทะมึนอยู่ นี่ทำให้พวกมันอดไม่ได้ที่จะรู้สึกขยะแขยง
หลังจากได้ฝังคำแนะนำของเฉินเฉียงเพิ่มเติม นี่ทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าไปแก่งแย่งแก่นหุ่นเชิด
เหล่านี้จากเมิ่งน้อยแต่อย่างใด
ความจริงแล้ว ต่อให้เฉินเฉียงไม่เอ่ยปาก เหล่าศิษย์และผู้อาวุโสของสำนักเต๋าต่างๆก็ไม่คิดจะกล้า
เข้าไปแย่งชิงแก่นหุ่นเชิดเหล่านี้แต่อย่างโด
เพราะต่อให้เมิ่งน้อยในดอนนี้จะดูตัวเล็กจ้อยน่ารักน่าชังขนาดไหนก็ตาม แต่มันนั้นได้ต่อสู้กับ
ช้างยักษ์คลั่งและหมีดำและชนะได้อย่างเรียบง่ายและไม่ยากเย็นสักเท่าไหร่ นี่ทำให้ทุกคนนั้นได้
ประจักษ์ในความโหดร้ายของเมิ่งน้อยกับตาตัวเอง จนไม่อาจทำให้พวกเขากล้าเข้าไปหาเรื่อง
ใส่ตัวแต่อย่างใด
สำหรับเมิ่งน้อยแล้ว หากจะให้มันเลือกระหว่างการต่อสู้ของมันกับช้างยักษ์คลั่ง หรือแม้แต่หมีดำ
ก็ตาม มันย่อมเลือกที่จะเก็บเกี่ยวแก่นหุ่นเชิดเหล่านี้มากกว่าการต่อสู้เหล่านั้น
เมื่อเห็นเมิ่งน้อยแสดงออกมาอย่างตื่นเต้นยินดียามที่เก็บเกี่ยวแก่นหุ่นเชิดได้ นี่ทำให้ไม่ว่าใครที่
เห็นต่างก็แทบจะนึกไม่ออกว่าเมิ่งน้อยคือลิงยักษ์ใหญ่ที่ไปต่อสู้กับหมีดำแล้วชนะมาอย่าง
ไม่ยากเย็น
อย่างไรก็ตาม สำหรับหยานเสวียแล้ว เมิ่งน้อย ไม่ว่ายังไงก็คือเมิ่งน้อยที่น่ารักน่าเอ็นดูอยู่ดี