ผมมีระบบย่อยสลายในวันสิ้นโลก - บทที่ 526 หลัวหลันที่ทุกข์ตรม
บทที่ 526 หลัวหลันที่ทุกข์ตรม
กระแสจิตที่เฉินเฉียงได้ปลดปล่อยออกไปนั้นทำให้เขาได้รับรู้ว่าเหล่าศิษย์และผู้อาวุโสสำนักเต๋าต่างๆที่มากับเม่ยหลัวหลันนั้น ในตอนนี้ได้กระจัดกระจายกันไปทั่ว
สำหรับคนที่มีระดับบ่มเพาะต่ำกว่าเม่ยหลัวหลันนั้น เธอได้พาทุกคนไปไว้ในโลกใบเล็กของเธอ และดูเหมือนว่าที่ทำเช่นนั้นเพราะโลกใบเล็กของเธอนั้นไม่ใหญ่พอที่จะนำพาทุกคนเข้าไปได้ทั้งหมด ทำให้เธอนั้นทำได้เพียงคนที่มีระดับบ่มเพาะที่เทียบเท่าหรือสูงกว่าให้อยู่ในโลกภายนอกได้เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่อยู่ในระดับราชาทั้งหลายในตอนนี้ส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ในสภาพโชกเลือด
ในระยะพันไมล์โดยรอบ มีศพของเหล่าศิษย์และผู้อาวุโสจากสำนักต่างๆอยู่นับร้อย พร้อมกับชิ้นส่วนที่ไม่ได้ครบถ้วนสมบูรณ์
เพียงเท่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้พื้นที่บริเวณนี้คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเลือด
ส่วนตัวเม่ยหลัวหลันที่รับหน้าที่เป็นผู้นำกลุ่มนั้น ในตอนนี้เธอได้ตกอยู่ในสภาพผมเผ้าที่ยุ่งเหยิง แขนซ้ายบาดเจ็บสาหัส จากท่าทางน่าจะหักเรียบร้อยแล้วเพราะมันห้อยร่องแร่งอย่างไร้เรี่ยวแรง และในตอนนี้เธอทำได้เพียงใช้แขนขวาเข้าต่อสู้กับชายหนุ่มที่ผอมเพรียวอย่างบ้าคลั่ง
ถึงแม้จะอยู่ห่างนับพันไมล์ แต่เมื่อเห็นแบบนี้แล้วเฉินเฉียงที่เลือดขึ้นหน้าก็ได้นำธนูดำของตนออกมาในทันที ก่อนที่จะปล่อยธนูไร้สีสันสองดอกให้พุ่งตรงไปยังชายหนุ่มคนนี้อย่างรวดเร็วประดุจพายุหมุนที่โหมกระหน่ำ
เทคนิคการยิงธนูของโฮวอี้คือเคล็ดวิชาที่เหมาะที่สุดกับการใช้อาวุธระยะไกล
แต่ถึงแม้ว่าเทคนิคการยิงธนูของโฮวอี้ที่เขามีจะอยู่ในระดับสูงสุด แต่ชายหนุ่มที่กำลังสู้กับเม่ยหลัวหลันอยู่นี้ก็เป็นถึงร่างมนุษย์ของสัตว์วิญญาณที่อยู่ในระดับราชาขั้นสูง
หากจะบอกว่าด้วยการที่อีกฝ่ายเป็นราชาสัตว์วิญญาณแถมยังมีระดับบ่มเพาะที่สูงกว่าเม่ยหลัวหลัน หากว่ามันคิดจะจบชีวิตของเม่ยหลัวหลันล่ะก็ มันก็สามารถทำได้ในทันทีเหมือนกัน
ยังดีที่เฉินเฉียงในตอนนี้อยู่ในระยะที่ห่างไกล การลอบโจมตีราชาสัตว์วิญญาณตนนี้จึงเป็นไปได้อย่างไม่ยากเย็น
แต่เขาก็ไม่ได้คิดว่าธนูสองดอกของเขาจะฆ่าราชาสัตว์วิญญาณลงได้ แต่เพียงแค่พวกมันซื้อเวลาให้เขาได้ก็เพียงพอ
ตราบใดที่เขาเข้าถึงตัวอีกฝ่ายได้ เขามั่นใจว่าเขาจะช่วยเหลือเม่ยหลัวหลันได้อย่างแน่นอน
นี่จึงทำให้หลังจากเฉินเฉียงยิงธนูไร้สีสันทั้งสองดอกออกไปแล้ว เขาก็ได้ใช้ทักษะผ่ามิติของเขาเข้าสู่สนามรบในทันที
เมื่อธนูสองดอกได้ปรากฏตรงหน้าระหว่างเม่ยหลัวหลันและชายหนุ่มผอมเพรียว เฉินเฉียงก็อยู่ในระยะห่างจากทั้งสองคนไม่ถึงพันไมล์
เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มตรงหน้าหลบธนูไร้สีสันสองดอกนี่ได้อย่างง่ายดาย เม่ยหลัวหลันก็ได้ถอดถอนลมหายใจอย่างหนัก
ด้วยการที่เธอเป็นคนในกองกำลังเทียนเว่ย เธอย่อมคุ้นเคยกับธนูที่ถูกยิงด้วยเคล็ดวิชาการยิงธนูของโฮวอี้เป็นอย่างดี
เฉินเฉียงมาถึงแล้ว
และเมื่อเขามาถึง สถานการณ์ที่ย่ำแย่นี้ย่อมคลี่คลายลงได้
ในขณะเดียวกัน ชายหนุ่มที่พึ่งจะหลบธนูไร้สีสันของเฉินเฉียงสองดอกนี้ไปก็รับรู้ได้ว่าศัตรูของมันมีคนมาช่วยเหลือ
ก่อนหน้านี้ที่มันไม่ได้จริงจังในการสังหารเม่ยหลัวหลันนั้นเป็นเพราะว่ามันไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้มาก่อน
ในสายตาของชายที่เป็นร่างมนุษย์ของราชาสัตว์วิญญาณคนนี้ มันเห็นว่าคนที่เม่ยหลัวหลันพามานั้นล้วนแล้วแต่ไม่ได้อยู่ในระดับราชาเหนือราชา คนเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เหมาะสมในการล่าของตน
ยิ่งไปกว่านั้นคือ มัน ไม่ใช่เพียงคนเดียวที่เล็งเป้าไปที่ผู้บ่มเพาะเผ่าพันธุ์มนุษย์เฉกเช่นเม่ยหลัวหลัน
นอกจากมันแล้ว ยังมีราชาสัตว์วิญญาณขั้นปลายอีกสามตนที่ลงมือกระทำแบบเดียวกัน
พวกมันเหล่าราชาสัตว์วิญญาณ ทุกตนล้วนแล้วแต่ฝึกฝนเคล็ดวิชาหุ่นเชิดโลหิตมาพร้อมๆกัน และนี่ทำให้พวกมันเร่งหาสัตว์วิญญาณและผู้บ่มเพาะเผ่าพันธุ์มนุษย์ เพื่อที่จะสร้างกองกำลังหุ่นเชิดวิญญาณภายใต้อาณัติของตน
หากไม่ใช่เพราะว่ามันนั้นเห็นเม่ยหลัวหลันได้นำพาผู้คนจำนวนมากให้หายไปอย่างน่าฉงน มันบอกได้เลยว่ามันสามารถกวาดล้างเหล่าผู้บ่มเพาะเผ่าพันธุ์มนุษย์ไปก่อนหน้านี้ตั้งนานแล้ว
แต่ในเมื่ออีกฝ่ายมีคนมาช่วย นี่ทำให้ผลการต่อสู้ที่ควรจะจบลงที่อีกฝ่ายปราชัยนั้นกลับมาไม่แน่นอนอีกครั้ง
เพราะมันรับรู้ได้ว่าคนที่ยิงธนูสองดอกมานี้ต้องเป็นผู้บ่มเพาะเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่มีระดับบ่มเพาะไม่ได้ด้อยไปกว่ามัน
แถมมันนั้นยังไม่อาจใช้กระแสจิตรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายนั้นยิงมาจากไหน
นี่ทำให้มันนั้นคิดจะเลิกเล่นและรีบสังหารศัตรูตรงหน้ามันให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วไปได้ ก่อนคนที่มาช่วยศัตรูของมันจะมาถึง
อย่างไรก็ตาม มันนั้นคิดไม่ถึงว่าศัตรูที่อยู่ตรงหน้ามันนั้นได้เปลี่ยนรูปแบบการโจมตีในทันทีที่เห็นธนูไร้สีสันนี้ ถามการโจมตีที่มันได้รับนั้นกลับรุนแรงยิ่งขึ้นในทุกชั่วขณะ
สิ่งที่ราชาสัตว์วิญญาณหนุ่มคนนี้ไม่รู้ก็คือ ถึงแม้ว่าเม่ยหลัวหลันจะมีระดับบ่มเพาะอ่อนด้อยกว่ามัน แต่ด้วยการเกื้อหนุนจากโลกใบเล็กภายในร่าง ทำให้เธอนั้นสามารถเพิ่มพลังป้องกันของเธอได้ชั่วขณะหนึ่ง โดยที่เธอไม่ต้องเหนื่อยแรงมากแต่อย่างใด
แต่สำหรับราชาสัตว์วิญญาณหนุ่มผู้นี้ การดิ้นรนของเม่ยหลัวหลันก็เปรียบได้ดั่งการแสดงออกมาซึ่งแรงเฮือกสุดท้ายเพียงเท่านั้น
หลังจากแสยะยิ้มออกมา มือของราชาสัตว์วิญญาณหนุ่มก็ได้ถูกปกคลุมไปด้วยขนที่หนาเตอะ พร้อมเล็บที่งอกยาวออกมาราวกับเป็นตะขอเหล็กสองอัน
เม่ยหลัวหลันตกตะลึงในทันทีที่พบว่าคนที่ตนสู้อยู่ด้วยนี้ความจริงแล้วคือราชาพยัคฆ์
ต่อให้ไม่ได้ฝึกฝนเคล็ดวิชาหุ่นเชิดโลหิต สัตว์วิญญาณประเภทพยัคฆ์นั้นก็ถือได้ว่าอยู่บนจุดสูงสุดของสัตว์วิญญาณทั้งหมดอยู่แล้ว
เป็นไปได้ว่าตอนที่ราชาพยัคฆ์ผู้นี้หักแขนของเธอด้วยการตบในครั้งเดียวก่อนหน้านี้ เป็นเพียงต้องการทำให้เธอหมดหนทางสู้
และเมื่อเธอเห็นว่าราชาพยัคฆ์ตนนี้คิดจะปิดฉากเธอ นี่ทำให้เม่ยหลัวหลันแสดงออกมาด้วยท่าทางเคร่งเครียด
อย่างไรก็ตาม ไม่นาน ทั้งสองก็รู้สึกได้ถึงคลื่นกระแสจิตหนึ่งที่พุ่งตรงมาอย่างรวดเร็ว
นี่ทำให้เม่ยหลัวหลันยิ้มออกมาได้ในทันที
เมื่อเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเม่ยหลัวหลัน ราชาพยัคฆ์ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “คนสวย เจ้าจะรีบดีใจเกินไปรึเปล่า ต่อให้ไอ้คนที่มาช่วยเจ้าจะมีระดับบ่มเพาะที่สูงล้ำ ก็ไม่ใช่ว่ามันผู้นั้นจะช่วยเจ้าได้ทันหรอกนะ”
ในความคิดของราชาพยัคฆ์นั้น ด้วยความเร็วของเฉินเฉียงพุ่งตรงเข้ามานี้ ต่อให้เฉินเฉียงสามารถส่งกระแสจิตมาถึงจุดนี้ได้ก่อนก็ตาม แต่นั่นก็ช่วยแค่ทำให้ราชาพยัคฆ์รับรู้ถึงการมาถึงของเฉินเฉียงเพียงเท่านั้น
มาถึงแล้วยังไงกัน
ด้วยระยะห่างนับหลายร้อยไมล์ ราชาพยัคฆ์มั่นใจว่าตัวมันนั้นสามารถฆ่าเม่ยหลัวหลันได้ก่อนที่เฉินเฉียงจะปรากฏ
ด้วยความทรงพลังที่สูงล้ำของมัน ราชาพยัคฆ์เชื่อว่ามันจะสามารถฆ่าเม่ยหลัวหลันตอนไหนก็ได้ที่มันต้องการ
แต่แล้ว ราชาพยัคฆ์ก็ต้องรู้สึกไม่เชื่อในหูของตัวเองเมื่อมันได้ยินเสียงหนึ่งในตอนที่มันเตรียมที่จะลงมือสังหารเม่ยหลัวหลัน มันได้ยินเสียงหนุ่มที่เย็นยะเยียบพูดออกมาอย่างดังก้อง
“ไอ้แมวเหมียวโง่เง่า ข้าอยากรู้เหมือนกันว่าเป็นเจ้าฆ่าเม่ยหลัวหลันได้ก่อน หรือเจ้าจะตกตายในมือฆ่าได้ก่อน”
ราชาพยัคฆ์ก่อนหน้านี้มันเห็นชัดๆกับตาตนเองว่าเฉินเฉียงนั้นยังคงอยู่ในอีกสามร้อยไมล์ห่างออกไป แต่ในตอนนี้มันกับได้ยินเสียงของเฉินเฉียงใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว
กับระยะทางขนาดนี้ ต่อให้เฉินเฉียงยิงธนูมาอีก มันก็ยังไม่อาจหยุดให้ราชาพยัคฆ์ฆ่าเม่ยหลัวหลันได้เลยด้วยซ้ำ
นี่จึงทำให้ราชาพยัคฆ์ได้หันไปมองเฉินเฉียงที่กำลังพุ่งตัวเข้ามาอย่างดูแคลนปราดหนึ่ง ก่อนที่จะยกกรงเล็บของตนทั้งห้า หมายปลิดชีวิตเม่ยหลัวหลัน
และในครั้งนี้ ราชาพยัคฆ์ไม่มีท่าทีจะอิดออดอีกต่อไป และเชื่อว่าด้วยระดับที่ห่างกันนี้ การลงมือของตนจะปลิดชีวิตของเม่ยหลัวหลันได้
ส่วนเม่ยหลัวหลันนั้น ในตอนนี้เธอก็รับรู้ว่าตนเองถูกกระแสจิตของราชาพยัคฆ์บังคับให้ไม่อาจหนีไปไหนได้ ต่อให้เธออยากหนีไปขนาดไหนก็ตาม
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่แปลกประหลาดที่สุดในโลก ก็พลันเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาราชาพยัคฆ์
เม่ยหลัวหลันที่กำลังตื่นตระหนกและหวาดกลัวจนเธอต้องหลับตาแน่นขนัด เพียงแค่ชั่วเสี้ยววิ สาวงามที่กำลังหวาดกลัวก็ได้หายไปจากตรงหน้าของมันอย่างไร้ร่องรอย