ผมมีระบบย่อยสลายในวันสิ้นโลก - บทที่ 528 งอกได้
บทที่ 528 งอกได้
โดยปกติแล้ว สมองของสิ่งมีชีวิตถือได้ว่าเป็นอวัยวะภายในที่สำคัญที่สำหรับสิ่งมีชีวิตทั้งหมด
ถ้าเจ้าสัตว์ปีศาจหุ่นเชิดโลหิตตัวนี้มีพลังฟื้นฟูสูงล้ำจริงล่ะก็ หลังจากเขาดูดซับมันไปแล้ว เขาจะเป็นพวกตายยากเหมือนกันรึเปล่านะ
อย่างไรก็ตาม เพียงชั่วพริบตา เฉินเฉียงก็รับรู้ได้ถึงความผิดปกติ
นั่นก็เพราะ เหตุผลที่หุ่นเชิดโลหิตตนนี้ไม่ตายจริงๆแล้วเป็นเพราะบอลเลือดปีศาจที่อยู่ในหัวสมองของมันนั้นหมุนเวียนอย่างไม่หยุดสิ้น ป้องกันไม่ให้สมองของมันได้รับความเสียหาย
นี่ทำให้มันแตกต่างจากสัตว์ปีศาจหุ่นเชิดโลหิตและสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น เฉกเช่นการที่สัตว์ปีศาจไม่มีลูกตาแต่มีประสาทสัมผัสที่เฉียบคม
และนี่สมควรจะเป็นขีดจำกัดของพลังฟื้นฟูร่างกายนี้
-อืมมมม สมควรจะเป็นเช่นนี้สินะ-
หากฮั่นจุยสามารถสร้างแผ่นแก่นพลังงานที่มีความสามารถท้าทายสวรรค์ได้จริงล่ะก็ การจัดการฮั่นจุยและวิหารศักดิ์สิทธิ์ก็คงจะเป็นปัญหาใหญ่จริงๆ
สัตว์ปีศาจหุ่นเชิดโลหิตที่กำลังตะเกียกตะกายดิ้นรนกับการเผชิญหน้ากับความตายอยู่นี้ก็ยังไม่ได้แสดงออกถึงความหวาดกลัวที่มีต่อเฉินเฉียง กลับกัน มันกลับวิ่งพุ่งเข้าใส่
เฉินเฉียงสบถออกมาทีหนึ่ง ก่อนที่จะเก็บดาบดั้นเมฆที่อยู่ในมือขวาไป
ด้วยค่าสถานะร่างกายที่สูงล้ำของเฉินเฉียง ต่อให้เขาต้องสู้กับหุ่นเชิดโลหิตตนนี้แบบประลองกำลังกัน เขาก็ยังโค่นล้มมันได้อยู่ดี
แต่ในตอนนี้ ด้วยการที่เขานั้นหมายที่จะจัดการต้นเหตุแห่งหายนะให้หมดสิ้นโดยเร็ว จึงไม่มีความคิดที่จะเล่นด้วยกับผู้ใดในยามนี้ และนี่ทำให้เขาชี้นิ้วของตนออกไป พร้อมกับใช้ห้านิ้วพิศวงระดับเก้าของตน พุ่งตรงไปยังหัวของสัตว์ปีศาจหุ่นเชิดโลหิตตนนี้
ด้วยการที่ทักษะประเภทสายฟ้าเป็นของแสลงของสัตว์ปีศาจหุ่นเชิดโลหิตอยู่แล้ว ไม่สิ ต้องบอกว่าแพ้ทางเสียยิ่งกว่าทักษะประเภทไฟซะอีก
และด้วยพลังเหนือมนุษย์ห้านิ้วพิศวงของเฉินเฉียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังสายฟ้าที่ทรงพลัง ยามที่คลื่นพลังของห้านิ้วพิศวงสัมผัสเข้ากับสมองของสัตว์ปีศาจหุ่นเชิดโลหิต สายฟ้าที่ทรงพลังก็ได้แลบลั่นไปทั่วสมองจนทำลายสมองของมันไปอย่างไม่เหลือชิ้นดี
ในขณะเดียวกัน เฉินเฉียงก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นในหัวสมองของขา
ติ้ง ดูดซับราชันย์สัตว์ปีศาจเสร็จสิ้น
-เป็นทักษะฟื้นฟูจริงๆด้วยแฮะ-
เฉินเฉียงที่ได้ยินเสียงระบบ เมื่อได้ตรวจสอบทักษะของตนก็ต้องแสดงออกมาด้วยท่าทางดีใจในทันทีเมื่อได้เห็น
ทุกครั้งที่เฉินเฉียงได้ทักษะใหม่ เขามักจะรีบทดสอบในทุกครั้งๆ
แต่หลังจากมองมือของตัวเองอยู่พักหนึ่ง เขาก็รู้สึกถึงความกดดันในใจที่ไม่เคยพบเจอเวลาตัดแขนของคนอื่น
ถึงแม้เขานั้นคิดจะอยากทดสอบความสามารถใหม่ แต่มันก็คงจะบ้าเกินไปที่ยอมทำร้ายตัวเอง
ยิ่งไปกว่านั้นคือ เมื่อเขานึกถึงราชาพยัคฆ์และหุ่นเชิดโลหิตของมัน เขานั้นยังเหลือราชาแห่งป่าพร้อมทั้งหุ่นเชิดโลหิตของพวกมันที่ยังสร้างความปั่นป่วนอยู่ที่นี่อยู่
ก่อนหน้านี้ เม่ยหลัวหลันทำได้เพียงนำศิษย์และผู้อาวุโสที่มีระดับบ่มเพาะต่ำกว่าระดับราชาไปอยู่ในโลกใบเล็กของเธอ แต่ในหมู่คนเหล่านี้ก็ยังมีระดับเทียบเท่าราชาขุนพลเช่นเธออยู่ด้วยเหมือนกัน เช่นราชาขั้นกลางหกคนที่ยังคงต่อสู้กับศัตรู
นอกจากนี้ยังมีผู้คนอีกนับร้อยที่ถูกสังหารไปโดยหุ่นเชิดสัตว์วิญญาณระดับราชาทั้งสี่ในตอนแรกเพราะโดนลอบโจมตี แต่ในเมื่อศพของคนเหล่านั้นกลายเป็นหุ่นเชิดซากศพไปแล้ว นั่นก็เทียบเท่ากับพวกเขาคือศัตรูของพวกเขา
เฉินเฉียงได้มองไปรอบๆก็ได้เห็นสัตว์วิญญาณสามตนในร่างมนุษย์ที่กำลังถูกกระหน่ำโจมตีจากคนอื่นๆ
ถึงแม้ว่าสัตว์วิญญาณในร่างมนุษย์ทั้งสามจะอยู่ในระดับราชาขั้นสูง แต่เมื่อต้องพบเจอการกระหน่ำโจมตีจากราชาขั้นกลางทั้งหกก็ยังไม่อาจที่จะหลบหนี
อีกทางหนึ่ง หุ่นเชิดโลหิตของพวกมันที่อยู่ในระดับราชาปีศาจขั้นสูง พวกมันได้รับการฝังแก่นแผ่นพลังงานเอาไว้เช่นเดียวกัน และนี่จึงทำให้ไม่มีใครสามารถหยุดยั้งพวกมันจนทำให้พวกมันก่อความปั่นป่วนไปทั่วสนามรบ
เพียงแค่ปีกสีเงินบนหลังของพวกมันก็เพียงพอที่จะทำให้ราชานับสิบคนต้องบาดเจ็บหนักในการโจมตีครั้งเดียว
แม้ว่าจะมีบางคนที่ลอบโจมตีพวกมันจนได้รับบาดเจ็บไปบ้าง แต่ด้วยการที่พวกมันเองก็มีพลังเหนือมนุษย์ในการกระตุ้นร่างกายให้ซ่อมแซมฟื้นฟูและงอกชิ้นส่วนได้อย่างรวดเร็ว ทำให้พวกมันสามารถฟื้นคืนสภาพตัวเองได้ในชั่วพริบตา
เมื่อเห็นแบบนี้ เฉินเฉียงก็ไม่ได้รีบเร่งโจมตีหุ่นเชิดโลหิตเหล่านี้แต่อย่างใด แต่เขานั้นกลับรีบรุ่งพุ่งเข้าใส่ ราชาสัตว์วิญญาณทั้งสามในทันที
หลบหนีแสงระดับเก้า คลื่นเสียงทำลายวิญญาณ เคลื่อนย้ายพริบตา
เฉินเฉียงในตอนนี้เคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็วประดุจประกายแสงพุ่งตรงเข้าใส่ราชาสัตว์วิญญาณทั้งสาม กว่าทั้งสามจะรู้ตัวว่ามีใครบางคนมาเยือน ก็เป็นตาที่ร่วงหล่นไปกองกับพื้นเรียบร้อยแล้ว
“เร็วเข้า”
เมื่อเห็นว่าราชาสัตว์วิญญาณทั้งสามได้ล้มลงไปกองกับพื้นอย่างรวดเร็ว เหล่าศิษย์และผ้าอาวุโสที่อยู่ในระดับราชาขั้นกลางทั้งหกก็ทำได้เพียงมองนิ่งอึ้งตามร่างที่ร่วงหล่นไป จนทำให้เฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ผอ.จ้งต้องรีบพูดเตือนสติ
เมื่อทุกคนเร่งหลีกทางออกไปแล้ว หุ่นเชิดโลหิตของราชาสัตว์วิญญาณทั้งสามที่กำลังสู้ติดพันกับราชาขั้นกลาง อยู่ๆ พวกมันก็ทำตัวราวกับได้รับกลิ่นหอมที่ยั่วยวนที่สุดในโลกาและรีบพุ่งไปทางหนึ่งในทันที โดยไม่สนใจว่ามันกำลังติดพันการต่อสู้อยู่ แน่นอนว่าพวกมันกำลังพุ่งตรงกลับไปหาเจ้าของของพวกมัน
นี่คือเหตุผลที่เฉินเฉียงไม่คิดจัดการพวกมันในตอนแรก
การรับมือกับหุ่นเชิดโลหิตทั้งสามตัวนี้ตรงๆไม่ใช่เรื่องยาก แต่ด้วยการที่เขาเฉินเฉียงนั้นเข้าใจลักษณะนิสัยของหุ่นเชิดโลหิตเหล่านี้เป็นอย่างดี และการจัดการ ราชาสัตว์วิญญาณทั้งสามนั้นง่ายดายกว่า เฉินเฉียงจึงคิดจะใช้ส่งนี้เพื่อล่อลวงหุ่นเชิดโลหิตทั้งสาม และเขาจะได้จัดการพวกมันได้ง่ายขึ้น
“เร็วเข้า รีบไปจัดการหุ่นเชิดสัตว์ซากศพซะ แล้วก็อย่าลืมเก็บแก่นหุ่นเชิดด้วยล่ะ”
เฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ผอ.จ้งทุกคนรีบไปจัดการที่เหลือต่อ ก่อนที่เขานั้นจะใช้พลังเหนือมนุษย์ ห้านิ้วทะลวงวิญญาณพุ่งทำลายหุ่นเชิดโลหิตทั้งสามที่กำลังง่วนอยู่กับร่างอดีตเจ้านายของมัน
เพียงชั่วพริบตา หลังจากเฉินเฉียงจัดการหุ่นเชิดโลหิตทั้งสามได้แล้ว เฉินเฉียงจึงพาเม่ยหลัวหลันออกมาจากโลกใบเล็ก
ด้วยการที่เม่ยหลัวหลันกินยาเม็ดฟื้นฟูไปตั้งแต่ตอนที่เข้าไปในโลกใบเล็กของเฉินเฉียง ทำให้ในตอนนี้ อาการบาดเจ็บของเธอก็ได้ทุเลาลง
“กัปตัน พวกเรายังมีคนบาดเจ็บอยู่อีกมากมายนัก..”
เม่ยหลัวหลันโทษตัวเองอย่างชัดเจนเท่าที่เฉินเฉียงเห็น
เฉินเฉียงจึงได้พูดปลอบเธอกลับไป “พี่หลัวหลัน นี่ไม่ใช่ความผิดของพี่หรอก ถึงแม้ว่าพี่จะให้มอบอาวุธของมนุษย์กลายพันธุ์ให้กับคนเหล่านี้ไปแล้ว ต่อให้พวกเขามีเคล็ดวิชาบ่มเพาะที่ดีกว่านี้ก็ตาม แต่ยังไงซะ นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้พบเจอกับสัตว์ปีศาจหุ่นเชิดโลหิตที่ฝังแผ่นแก่นพลังงานเข้าไป ยิ่งไปกว่านั้นคือ พวกมันยังมีทักษะฟื้นฟูร่างกายที่สูงล้ำชนิดที่แขนขาก็ยังงอกออกมาได้อย่างรวดเร็วอีก”
“นับแต่นี้พวกท่านก็เพียงจดจำไว้ว่าเมื่อได้พบเจอหุ่นเชิดโลหิตที่ฝังแผ่นแก่นพลังงานไว้ล่ะก็ ให้รีบตัดหัวมันให้เร็วที่สุดแล้วกัน”
เมื่อพูดจบ เฉินเฉียงก็รีบส่งข้อความทำนองนี้ไปหาทุกคนผ่านกำไลสื่อสาร
ในการทำภารกิจที่ป่าใต้ดินในครั้งนี้นั้น แม้พวกเขาจะได้พบเจอสถานการณ์มาแล้วมากมาย แต่ก็ยังไม่มีสถานการณ์ใดที่อยู่นอกเหนือจากที่คาดคิดไว้แม้แต่น้อย จะมีก็เรื่องนี้เท่านั้นที่พวกเขาพึ่งจะได้พบเจอ นี่จึงถือได้ว่าเป็นสถานการณ์ที่เกินกว่าจะควบคุมได้อย่างทันท่วงที
อย่างไรก็ตาม เป็นเพราะว่าเฉินเฉียงและคนอื่นๆในกองกำลังเทียนเว่ยรู้จักฮั่นจุยเป็นอย่างดี นี่จึงทำให้พวกเขานั้นพอจะคาดเดาสถานการณ์ที่อาจพบเจอได้มากขึ้นอีก
ฮั่นจุยนั้นสมควรจะใช้แผ่นแก่นพลังงานผนวกเข้ากับระบบบ่มเพาะของโลกปีศาจ
และความปั่นป่วนวุ่นวายทั้งหมดที่เกิดขึ้นในโลกปีศาจในตอนนี้ ล้วนแล้วแต่เกิดจากฮั่นจุย
ในตอนนี้ พวกเขาทำได้เพียงมุ่งตรงต่อไปพร้อมกับเผชิญหน้ากับทุกสิ่งที่ถาโถมเข้ามา หลังจากนั้นจึงค่อยแก้ปัญหา และแพร่กระจายวิธีการรับมือให้กับคนอื่นๆผ่านกำไลสื่อสาร
“พี่สาวหลัวหลัน ให้ผู้บ่มเพาะพวกนั้นออกมาจากโลกใบเล็กของท่านด้วย”
“แต่….” เม่ยหลัวหลันได้มองลงไปยังเหล่าผู้คนที่เคยเป็นพวกพ้องแล้วถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นหุ่นเชิดซากศพในการต่อสู้เมื่อครู่อย่างไม่อยากจะทำ “ผู้บ่มเพาะที่อยู่ในโลกของข้าล้วนแล้วแต่มีระดับบ่มเพาะที่ต่ำ แล้วจะให้ข้าปล่อยพวกเขามาเผชิญหน้ากับความตายเช่นนี้งั้นรึ”
เฉินเฉียงส่ายหัวไปมาพร้อมกับพูดตอบด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม “พวกเราทุกคนเกิดมาล้วนแล้วแต่ต้องพบเจอปัญหา หากพวกเราซ่อนพวกเขาเอาไว้ใต้ปีกของพวกเราตลอดเวลา ต่อให้พวกเขาจะรอดแต่ก็คงยากที่จะเติบใหญ่ไปได้ในภายภาคหน้า”
“ปล่อยให้พวกเขาเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องนี้ด้วยตัวเองเถิด”