ผมมีระบบย่อยสลายในวันสิ้นโลก - บทที่ 535 เดินทางปลอดภัย
บทที่ 535 เดินทางปลอดภัย
ทาสที่หมอบกราบเลียแทบเท้า
คำคำนี้ผุดขึ้นมาในทันทีเมื่อเฉินเฉียงได้เห็นฉากนี้ เพียงเพื่อรักษาตำแหน่งของตนในวิหารศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ให้ได้ถึงกับต้องทำตัวเลวทรามได้ถึงขนาดนี้ นี่ทำให้มุมมองของเฉินเฉียงที่มีต่อวิหารศักดิ์สิทธิ์ย่ำแย่เสียยิ่งกว่าเดิม โดยเฉพาะเวลามองคนที่ไร้ยางอายที่ยอมหักหลังมนุษย์ไปเข้าร่วมกับปีศาจชั่วร้ายแบบนี้
นี่ขนาดเป็นแค่หอย่อยในวิหารศักดิ์สิทธิ์นะ แล้วในหอหลักไม่ยิ่งกว่านี้รึไงกัน
ถ้าหยุนอ่าวได้รับรู้ในสิ่งที่ผู้คุมหอหวังกระทำ ไม่เพียงเขานั้นจะไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ เขาคงจะสิ้นหวังในชีวิตเลยทีเดียวที่ยังคงยึดมั่นในวิหารศักดิ์สิทธิ์แบบนี้
เมื่อผู้คุมหอกงได้ยินก็พยักหน้ารับแล้วพูดออกมา “ไม่ต้องกังวลไปหรอกท่านพี่หวัง ข้าเชื่อว่าผลงานของท่านในครั้งนี้จะไปเตะตาท่านจ้าววิหารอย่างแน่นอน”
เฉินเฉียงได้พูดแทรกขึ้นมาในตอนนี้ “ในเมื่อพี่หวังคิดจะไปในทันที แล้วท่านจะพาคนไปสักเท่าไหร่ล่ะนั่น”
หลังจากได้รับคำอนุญาตในแผนการ พร้อมกับได้รับคำชมจากผู้คุมหอกง ผู้คุมหอหวังก็ตื่นเต้นประหนึ่งจะลืมเนื้อลืมตัวได้ทำการใช้ฝ่ามือตบอกตัวเองอย่างตื่นเต้นยินดีแล้วพูดออกมา “ในเมื่อครั้งนี้เป็นโอกาสอันดีที่หอปรุงยาของข้าจะได้สร้างผลงานให้กับวิหารศักดิ์สิทธิ์ ข้าจึงคิดที่จะนำคนของหอปรุงยาทั้งแปดร้อยคนไปที่นั่นทั้งหมด”
“หลังจากไปจัดการปัญหาในต่างเขตแดนเสร็จแล้ว พวกข้าจะได้รับความดีความชอบอย่างเท่าเทียมเอ๊ยเพื่อช่วยกันแบ่งเบาภาระให้กับวิหารศักดิ์สิทธิ์”
เมื่อได้ยินแบบนี้ ทั้งเฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ผอ.จ้งและผู้คุมหอกงต่างก็ตบมือพร้อมกันแล้วพูดออกมา “ท่านพี่หวังช่างจงรักภักดีกับวิหารศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก”
เมื่อได้ยินเสียงตบมือนี้แล้ว ผู้คุมหอหวังก็ได้ป้องมือขึ้นมาอีกครั้งแล้วพูดออกมา “ในเมื่อเรื่องราวได้รับการอนุญาตแล้ว ข้าขอตัวกลับไปยังหอปรุงยาเพื่อรวบรวมคนของข้าแล้วจะได้ไปทำภารกิจให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว”
เมื่อพูดจบ ผู้คุมหอหวังได้เดินจากไปด้วยท่าทางที่เต็มเปี่ยมไปด้วยใจที่ฮึกเหิม
หลังจากผู้คุมหอหวังจากไป ผู้คุมหอกงก็ได้หัวเราะออกมาอย่างดูแคลน “ในเมื่อไม่ได้เดินอยู่บนเส้นทางเดียวกันก็อยู่ด้วยกันยากหน่อยล่ะนะ”
“พี่จ้ง ก็อย่างที่ท่านเห็น ต่อให้ไอ้หวังผู้นี้ทำภารกิจสำเร็จ ข้าก็ยังจะให้มันตกตายอยู่ที่ฟากฝั่งนั้นอยู่ดี ข้าไม่อยากจะให้ไอ้คนแบบนี้มาแย่งผลงานจากข้าแต่อย่างใด”
เมื่อได้ยินแบบนี้ มุมปากของเฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ผอ.จ้งก็ยกตัวสูงขึ้นมา ก่อนจะพูดออกมาในทันที “พี่กงพูดได้ถูกต้องแล้ว มีเพียงผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตเท่านั้นที่ควรจะได้โอกาสทำผลงานแบบนี้”
“เอ้อ จริงสิ พี่กง ตอนข้ามานั้นคนของท่าน…รู้สึกจะเป็นหัวหน้าหน่วยลาดตระเวนที่สี่ที่ชื่อซุนฉิงนะ เขาเข้ามาต้อนรับข้าเป็นอย่างดีและบ่นออกมาอย่างเสียดายว่าอยากไปร่วมดื่มกินอาหารโลหิตในภารกิจที่ป่าใต้ดิน ข้าก็เลยสงสัยว่าท่านคิดเห็นเป็นเช่นไรบ้างกับชายคนนี้”
เฉินเฉียงนั้นแน่นอนว่าย่อมไม่ต้องการจะสานสัมพันธ์อันดีกับพวกเลวชาติแบบนี้ เขานั้นอยากจะฆ่าผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตให้หมดสิ้นตั้งแต่ในทันทีที่เห็น
แต่ด้วยการที่ที่นี่นั้นคืออาณาเขตของวิหารศักดิ์สิทธิ์ หากเขาทำอะไรไปอย่างไม่ระมัดระวัง ต่อให้เขาพาคนไปกำจัดที่ภายนอก แต่ปัญหาย่อมตามมา
เมื่อได้ยินแบบนี้ ผู้คุมหอกงก็ได้หัวเราะออกมา
“ฮี่ฮี่ฮี่ พี่จ้ง ท่านสามารถตัดสินใจเรื่องนี้ได้เลยนะนั่น”
“กลุ่มของซุนฉิงเหรอ ไอ้เวรนั่นคงจะเบื่อหน่ายที่มัวแต่คอยเฝ้าทางเข้านั่นแหละนะ ถ้าพี่จ้งไม่ว่าอะไรก็ให้ซุนฉิงพาพวกของเจ้านั่นไปดื่มเลือดสักหน่อยก็ดี”
หลังจากพูดจบ ทั้งสองก็เดินออกมาจากห้องโถงตรงไปยังทางออก
“ซุนฉิง หากเจ้าต้องการจะไปเล่นสนุก เพียงแค่บอกข้าก็พอ ไม่เห็นจะต้องไปรบกวนผอ.จ้งเลยนี่หว่า”
“เอาอย่างนี้แล้วกัน เจ้าเองก็พาคนของเจ้าติดตามผอ.จ้งไปแล้วกัน”
ซุนฉิงที่กำลังรอคอยอยู่ด้านนอกตลอดเวลานั้นไม่คิดว่าผอ.จ้งที่พึ่งจะได้ทำความรู้จัก จะเอ่ยปากช่วยเขาในเรื่องนี้จริงๆ นี่จึงทำให้เขาแสดงออกมาด้วยท่าทางยินดียิ่งและรีบพยักหน้ารับในทันที “ขอบคุณท่านผู้คุมหอครับ ขอขอบคุณท่านด้วยครับ ท่านผอ.จ้ง”
เฉินเฉียงเห็นแบบนี้จึงได้ถือโอกาสเอ่ยลา “ในเมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว พี่กง พวกเราขอตัวก่อน”
เฉินเฉียงและซุนฉิงได้เดินจากไปพร้อมกัน
ระหว่างทาง เฉินเฉียงได้นัดแนะกับซุนฉิง “ซุนฉิง หลังจากที่เจ้าไปตามคนมาแล้ว เจ้าก็ไปรอข้าอยู่ที่ตีนเขาแล้วกัน”
“ระหว่างนั้นห้ามไม่ให้พวกเจ้าไปยังป่าใต้ดินก่อนที่ผอ.ผู้นี้จะกลับมารับ”
“เข้าใจรึเปล่า”
“ท่านผอ.จ้ง อย่าได้เป็นกังวล ข้าผู้นี้จะปฏิบัติตามคำสั่งของท่านเป็นอย่างดีและไม่บิดพลิ้วแต่อย่างใด”
เมื่อเฉินเฉียงออกจากเขาโรคาไป เขาก็รีบดำดินลงไปซ่อนตัวในทันที
หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ผู้คุมหอหวังและคนจากหอปรุงยาอีกแปดร้อยคนก็ได้ปรากฏอยู่ในระยะขอบเขตกระแสจิตของเฉินเฉียง
ในกลุ่มคนเหล่านี้ นอกจากผู้คุมหอหวังที่อยู่ในระดับราชาเหนือราชาขั้นกลาง ทุกคนอย่างมากก็มีระดับบ่มเพาะเพียงแค่ระดับราชาขั้นกลางเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้นคือ ด้วยการที่หอปรุงยานั้นมุ่งเน้นไปที่การปรุงยาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ความสามารถในการต่อสู้ของคนเหล่านี้จึงน้อยเสียจนไม่ต้องเอ่ยถามออกมา
อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้ต้องสะดุดตาต่อคนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ เฉินเฉียงจึงไม่คิดที่จะลงมือในตอนนี้
หลังจากเห็นทิวแถวของเหล่าคนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ในหอปรุงยาที่กำลังบินตรงไปยังหุบเขาเสียงกระซิบแล้ว เฉินเฉียงก็ได้ออกมาจากใต้ดิน ก่อนจะเปลี่ยนรูปลักษณ์เป็นคนของหอปรุงยาที่บินรั้งท้าย หลังจากนั้นก็ได้ใช้พลังเหนือมนุษย์หลบหนีแสงระดับเก้า แล้วเข้าไปแทนที่อย่างง่ายดาย
หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมง เหล่าคนของหอปรุงยาที่ในตอนนี้มีท่าทางตื่นเต้นยินดีอยู่ตลอดทางนี้ก็ได้มาถึงด้านนอกของหุบเขาเสียงกระซิบ
“ทุกคนจงฟัง”
ผู้คุมหอหวังในตอนนี้ได้หันหน้าไปพูดคุยของตนด้วยเสียงอันดังลั่น “แม้หุบเขาเสียงกระซิบจะอยู่ตรงหน้าพวกเรา แต่ในเมื่อพวกเรากินยาขับไล่โลหิตเข้าไปแล้ว พวกเราก็จะไม่ต้องกลัวสัตว์ปีศาจข้างในนั้นอีกต่อไป”
เมื่อพูดจบ เหล่าคนของหอปรุงยาต่างก็นำเม็ดยาสีเลือดขึ้นมากินต่อหน้าเขากันหมดทุกคน
ถึงแม้เฉินเฉียงจะไม่เคยได้ยินหรือเห็นเม็ดยานี้มาก่อน แต่เมื่อได้ยินทั้งชื่อและคำพูดของผู้คุมหอหวัง เขาจึงเชื่อว่ายานี้สามารถป้องกันไม่ให้สัตว์ปีศาจเข้ามากลืนกินผู้ที่กินยานี้เข้าไป
นี่จึงทำให้เฉินเฉียงนำยาปลอมขึ้นมาเม็ดหนึ่งแล้วโยนเข้าปากไป
หลังจากผ่านไปพักหนึ่ง ผู้คุมหอหวังก็ได้นำคนของตนเข้าไปหุบเขาเสียงกระซิบ
เฉินเฉียงนั้นยังไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไหร่ว่าทำไมเมื่อครู่ก่อนที่จะเข้าไปในหุบเขาฟานหยิน ทำไมผู้คุมหอหวังต้องทิ้งช่วงไว้ไม่พาเข้าไปตรงๆ
แถมในตอนนี้เขานั้นยังเดินตรงไปช้าๆพลางกุมมือของตนไปมาอย่างพะว้าพะวังอย่างที่สุด
ราวกับกำลังเดินสวดมนต์แผ่เมตตายังไงอย่างนั้น
พร้อมกับที่คนของหอปรุงยาที่แทบจะหมอบกรอบไปมาในทุกๆทิศทาง
เมื่อเห็นฉากนี้ เฉินเฉียงที่หน้าตากระอักกระอ่วนอย่างที่สุดก็ได้ฉวยโอกาสที่ทุกคนไม่ได้สนใจรีบดำดินลงไปในทันที
ในตอนนี้ ผู้คุมหอหวังนั้นแทบจะทุกก้าวเดินนั้นได้ทำการทำในสิ่งที่คล้ายๆการขับไล่ภูตผีไม่ก็การสวดภาวนาของนักบวช
หลังจากผ่านไปหนึ่งกิโลเมตร เฉินเฉียงในตอนนำดาบดั้นเมฆกระชับในมือพลางบ่นพึมพำออกมาพลางคิดว่าจะลงมือเลยดีรึเปล่าเพราะเริ่มรำคาญในหัวใจ
คนของหอปรุงยาเหล่านี้ไม่ได้แตกต่างไปจากหยุนอ่าว ต่อให้พวกเขาได้เข้ามาในวิหารศักดิ์สิทธิ์ไปแล้วก็ตาม
ขนาดผู้ที่ต้องเผชิญหน้ากับพวกเลวชาติมานานเพื่อที่จะรั้งตำแหน่งของตนไว้อย่างผู้คุมหอหวังก็ยังไม่หลงลืมกำพืดในเรื่องแบบนี้
และด้วยการเคลื่อนไหวที่ช้าเชื่องของผู้คุมหอหวังและคนของหอปรุงยานี้เองทำให้หลังจากผ่านไปอีกสองชั่วโมง ทั้งหมดถึงพึ่งจะถึงริมทะเลสาบ
ระหว่างนี้ เฉินเฉียงได้สังหารสัตว์ปีศาจไปอย่างมากมาย
บนพื้นดิน ผู้คุมหอหวังได้หันมาพูดกับคนของตน “ทุกคน ตามที่ผู้คุมหอหุ่นเชิดโลหิตได้บอกข้าไว้ ทางข้ามไปยังอีกเขตแดนหนึ่งนั้นอยู่ใต้ทะเลสาบแห่งนี้”
“หลังจากพวกเจ้าได้กินยากลมกลืนสายน้ำเข้าไป พวกเจ้าต้องรีบติดตามข้าตรงไปยังทางข้ามเขตแดนนั่น รอจนกว่าทางข้ามเขตแดนจะเปิดออก”
“และเมื่อพวกเราข้ามฝั่งไปแล้ว ข้าจะแบ่งศพพิษที่อยู่ในแหวนวงนี้ หลังจากนั้น พวกเราก็จะแสดงพลังของเหล่าผู้ปรุงยาให้ไอ้พวกเขตแดนนั้นได้ประจักษ์ในฝีมือ”
เมื่อคนของหอปรุงยาทุกคนได้ยินแบบนี้แล้วก็ได้ส่งเสียงเชียร์เฮโลดังลั่นในทันที หลังจากนำยากลืมกลืนสายน้ำขึ้นมายัดใส่ปากแล้ว ต่างก็รีบกระโดดลงน้ำไป
เฉินเฉียงที่ลอบสังเกตการณ์ด้วยกระแสจิตของตนอยู่นั้นก็นึกขึ้นมาได้ว่า ถึงแม้ผู้บ่มเพาะบนเส้นทางปรุงยาเหล่านี้จะเป็นเพียงราชาขั้นกลาง แต่ด้วยจำนวนขนาดนี้ เขาคงไม่อาจจะจัดการคนเหล่านี้ในคราวเดียวได้
แต่ในน้ำนี้แตกต่างกันไป
นั่นก็เพราะ ด้วยพลังเหนือมนุษย์ควบคุมสายน้ำระดับเก้าแล้ว ย่อมไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา