ผมมีระบบย่อยสลายในวันสิ้นโลก - บทที่ 537 แขนหาย
บทที่ 537 แขนหาย
เฉินเฉียงได้มองตามของเหลวสีเหลืองไปอย่างสับสน
หากพูดกันตามตรง กับคนแก่ขี้ขลาดที่ต้องขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนที่จะเข้ามายังหุบเขาเสียงกระซิบแบบนี้ สมควรจะไม่กล้าใช้ศพพิษภายในทะเลสาบแห่งนี้
เฉกเช่นเดียวกับเหอเชินราชเลขากรมครัวเรือนในสมัยราชาวงศ์เฉียนหลง ที่มีจักรพรรดิเฉียนหลงคอยอุ้มชูจนทำให้เขานั้นไม่กล้าจะขัดจักรพรรดิเฉียนหลงเลยสักอย่างเดียว
และผู้คุมหอหวังที่อยู่ตรงหน้าเขานี้สมควรจะนับถือสัตว์ปีศาจประดุจดั่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แล้วกับคนเช่นนี้จะคิดวางยาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่เต็มทะเลสาบได้ยังไง
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้คุมหอหวังได้พูดออกมานั้นทำให้เฉินเฉียงนั้นเข้าใจ
“ไอ้เวรตะไล เออ ที่แกพูดมันก็จริง ข้านั้นกลัวจริงๆว่าพิษจากศพของข้าจะทำอันตรายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่อยู่ในทะเลสาบนี้จริง”
“แต่แกลืมไปรึเปล่าว่าเหตุผลที่ข้ากราบไหว้ไอ้พวกนั้นประดุจดั่งนับถือผีสางสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั่นก็เป็นเพราะให้พวกมันไว้ชีวิตข้า”
“ในเมื่อตัวข้ากำลังมีภัยแล้วข้าจะสนพวกมันทำไมกัน”
“ไอ้เวรตะไล ข้าไม่สนหรอกว่าแกจะเป็นใคร มาจากไหน หรือแม้แต่ทำไมคิดเล่นงานวิหารศักดิ์สิทธิ์ของข้า”
“แต่ในเมื่อแกต้องการชีวิตข้า ก็อย่าหาว่าข้าโหดร้ายแล้วกัน”
เมื่อพูดจบ ผู้คุมหอหวังก็ได้พ่นของเหลวสีเหลืองที่อยู่ในหลอดเล็กๆใส่เฉินเฉียง
อย่างไรก็ตาม ผู้คุมหอหวังหารู้ไม่ว่าเฉินเฉียงนั้นได้เตรียมพร้อมในเรื่องนี้ไว้แล้ว
ในทันทีที่ของเหลวสีเหลืองได้กระจายออกไป มันไม่ได้แพร่กระจายไปไกลหรือทั่วทุกที่แต่อย่างใด มันได้หยุดนิ่งไม่ห่างไกลจากผู้คุมหอหวังสักเท่าไหร่นัก มันลอยไปอย่างช้าเชื่องประดุจดั่งภาพสโลโมชั่น
-เป็นไปได้ยังไง-
-ต่อให้ในตอนนี้เขายังอยู่ในน้ำ แต่พิษที่ปล่อยออกไปก็ควรจะไม่เชื่องช้าแบบนี้ไม่ใช่รึ-
ภายใต้การจับจ้องของผู้คุมหอหวังที่จ้องมองอย่างฉงนสงสัยนั้นกลับรู้สึกว่า ยาพิษที่พึ่งจะปล่อยออกไปนี้ลอยกลับมาหาตนเองด้วยซ้ำ
เมื่อเห็นฉากนี้ ผู้คุมหอหวังหน้าตาตื่นในทันที
และนี่ทำให้ผู้คุมหอหวังนั้นรีบตะเกียกตะกายไปรอบๆ บางครั้งก็ตาลีตาเหลือกพยายามใช้ฝ่ามือดันน้ำตรงหน้าให้พัดพิษจากศพที่พัฒนาขึ้นมาให้ลอยออกไปไกล
พอมาถึงจุดหนึ่ง เขาก็ได้สร้างเขตแดนขึ้นมาเพื่อป้องกันตนจากพิษจากศพที่สกัดมา
อย่างไรก็ตาม ผู้คุมหอหวังที่พึ่งจะหลุดรอดจากความตายขึ้นมาอย่างโล่งใจนั้นก็ต้องเบิกตาโพลงขึ้นมาในทันที
นั่นก็เพราะเขาได้เห็นคนที่อยู่ในคราบของเชินปิงที่ถือดาบที่หนากว้างในมือนั้นไม่ได้มีท่าทีแยแสกับพิษนี้ กลับกัน เขากลับส่งรังสีอำมหิตออกมาเสียยิ่งกว่าเดิม พร้อมกับการเดิมผ่านเขตแดนที่พึ่งจะกางกั้นของเขาเข้ามาหา
และที่ทำให้ผู้คุมหอหวังทำใจให้เชื่อได้ยากเย็นยิ่งกว่าก็คือ พิษที่เขาปล่อยออกไปนั้นได้ลอยตัวหลบเชินปิงที่กำลังเดินเข้ามาราวกับว่าพวกมันมีชีวิตและเชื่องกับเชินปิงคนนี้
ไม่ใช่ว่าไอ้ตัวปลอมนี่มันจะน่ากลัวไปหน่อยรึไง
ไม่เพียงจะกวาดล้างราชาขั้นสูงนับร้อยได้ในพริบตา แถมยังสามารถควบคุมพิษจากศพพิษได้อีก
ราวกับว่ามันผู้นี้เป็นร่างอวตารของท่านจ้าววิหาร
เดี๋ยวนะ
อย่าบอกนะว่า….
ผู้คุมหอหวังที่อยู่ในเขตแดนอยู่นี้ได้เข้าใจซึ่งบางสิ่ง
วิธีการต่อสู้ของเชินปิงตัวปลอมตรงหน้าเขานั้นราวกับเป็นท่านจ้าววิหารของเขาเลยทีเดียว
ในฐานะที่เขาเป็นหนึ่งในสี่ผู้คุมหอสูงสุดของวิหารศักดิ์สิทธิ์ เขานั้นเห็นกับตาว่าท่านจ้าววิหารคนปัจจุบันนั้นได้รับตำแหน่งนี้มาด้วยทักษะที่ยากจะเข้าใจแบบนี้ได้เช่นกัน
แถม ท่านจ้าววิหารของเขานั้นก็สามารถทำให้ผู้คนนับร้อยนับพันหายไปได้ในชั่วพริบตาเช่นเดียวกัน
เป็นไปได้ว่า….ทั้งสองมีความเกี่ยวข้องกันเช่นนั้นรึ
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ผู้คุมหอหวังกำลังนิ่งคิดถึงความเป็นไปได้นี้ เฉินเฉียงก็ได้ทำการฉีกกระชากเขตแดนของผู้คุมหอหวังออกมา พร้อมกับพิษจากศพพิษที่กำลังลอยกลับไปยังที่เดิมที่พวกมันเคยลอยมา
ถึงแม้เชินปิงตัวปลอมนี่จะมีความเกี่ยวข้องกับท่านจ้าววิหารของมัน แต่ใครจะรู้ว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นมิตรหรือศัตรูกัน
แต่ด้วยสถานการณ์ตรงหน้าเขานี้ทำให้ผู้คุมหวังนั้นทำให้เขาต้องตื่นตระหนก
กำแพงเขตแดนที่ผู้คุมหอหวังนั้นได้กางกั้นขึ้นมานี้ทำขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้ตนติดพิษจากศพพิษเพียงเท่านั้นก็ตาม
แต่กำแพงเขตแดนของผู้คุมหอหวังนั้นแตกต่างจากขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ เฉินเฉียงนั้นสามารถบังคับขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ได้อย่างอิสระ แต่กำแพงเขตแดนของผู้คุมหอหวังนั้นเมื่อกางออกมาแล้วมันจะอยู่กับที่ และไม่อาจเคลื่อนย้ายไปไหนได้
และ ต่อให้ผู้คุมหอหวังนั้นจะเป็นราชาเหนือราชาขั้นกลางที่แข็งแกร่งกว่าเฉินเฉียง แต่กระนั้น ขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ของเฉินเฉียงก็หาได้ยากเย็นที่จะฉีกกระชากกำแพงเขตแดนของผู้คุมหอหวังแต่อย่างใด
นี่เองจึงทำให้ผู้คุมหอหวังที่กักตัวอยู่ในเขตแดนเฉกเช่นเต่าที่หดหัวอยู่ในกระดองนั้น ถึงกับต้องครั่นคร้ามในทันทีที่เห็นฉากนี้ แต่กระนั้น สมองของเขาก็ยังทำงานได้เร็วพอที่จะสั่งให้ตนเองนั้นหลบหนีออกจากที่นี่ไป
แต่มีหรือที่เฉินเฉียงจะปล่อยให้ผู้คุมหอหวังได้หลุดรอดเงื้อมมือ
เมื่อตอนที่เห็นผู้คุมหอหวังหลบซ่อนตัวอยู่หลังกำแพงเขตแดน เฉินเฉียงก็อดไม่ได้ที่จะบุ้ยปากออกมาอย่างดูแคลน ก่อนที่จะตวัดดาบฉีกกระชากกำแพงเขตแดนของผู้คุมหอหวังด้วยดาบดั้นเมฆในมือออกไปอย่างง่ายดายด้วยมือซ้ายของตน
หลังจากเกิดเสียงดัง “ปุ” ขึ้นมา กำแพงเขตแดนที่ผู้คุมหอหวังได้สร้างขึ้นนั้นก็ได้แตกร้าวสลายหายไปในทันที พร้อมกับใบดาบที่ยังคงตวัดเข้ามาหาร่างของผู้คุมหอหวัง จนทำให้แขนขวาของเขาได้หลุดออกไปอย่างง่ายดาย
“อ๊ากกกกก”
ผู้คุมหอหวังนั้นไม่คิดว่าใบดาบของเฉินเฉียงจะแหลมคมถึงขนาดที่ว่าเขานั้นแทบไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าแขนของตนได้ขาดไปตอนไหน
นั่นก็เพราะ ในตอนที่เขาเห็นว่ากำแพงเขตแดนของตนได้ฉีกกระชากออกนั้น มือขวาของเขาที่กำลังแตะแหวนอยู่ได้ลอยขึ้นมาผ่านหน้าของเขาลอยมุ่งตรงไปยังผิวน้ำ
เฉินเฉียงเองก็ไม่ได้เร่งรีบแต่อย่างใด เขาทำเพียงขยายขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ของเขาออก พร้อมกับกับใช้พลังควบคุมสะกิดแหวนเก็บของที่เก็บศพพิษเอาไว้ให้หลุดออกมาจากมือซ้ายของผู้คุมหอหวัง ที่กำลังตื่นตระหนกหนีไปอย่างไม่สนใจสิ่งใดออกมา หลังจากเก็บแหวนไปแล้ว เฉินเฉียงจึงได้ว่ายน้ำติดตามไป
ด้วยการที่เฉินเฉียงมีพลังเหนือมนุษย์ควบคุมสายน้ำระดับเก้า หากเขาต้องการจะจับตัวผู้คุมหอหวัง เขาก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย
แต่มีหรือที่เขาจะปล่อยให้คนเช่นนี้ไม่ได้รับรสชาติความทุกข์ทรมานก่อนตกตายไป
ไม่นาน หลังจากผู้คุมหอหวังผู้ซึ่งพึ่งจะเสียแขนไปข้างหนึ่ง ได้พุ่งตัวออกจากทะเลสาบ หมายจะบินออกไปจากหุบเขาเสียงกระซิบ
ตราบใดที่เขาบินออกจากหุบเขาเสียงกระซิบได้ เขาก็จะมีโอกาสรอด
ถึงแม้ว่าเขาจะทำภารกิจที่ทางวิหารศักดิ์สิทธิ์มอบให้ไม่สำเร็จ ถึงแม้คนของหอปรุงยาจะหายไปจนหมดสิ้น หรือแม้แต่การสูญเสียผลงานสุดท้ายอย่างศพพิษไปแล้วก็ตาม
แต่ตราบใดที่เขายังคงอยู่ เขาจะสร้างศพพิษเท่าไหร่ก็ได้
และด้วยการที่เขานั้นคือผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวของหอปรุงยา เขาบอกได้เลยว่าตำแหน่งของเขาจะไม่มีวันหลุดลอยไปอีก
หากมองจากจุดนี้ เขาคงจะต้องขอบคุณเชินปิงตัวปลอมนั่นอย่างสุดหัวใจ
ด้วยสถานการณ์ในตอนนี้ นอกจากผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตแล้ว ไม่มีใครที่คิดที่จะยอมรับนับถือวิหารศักดิ์สิทธิ์ได้นอกจากเขาอีกแล้ว
และนี่จะทำให้ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม ทั้งท่านจ้าววิหารและเหล่าผู้บ่มเพาะของวิหารศักดิ์สิทธิ์จะต้องไว้ชีวิตของเขาเอาไว้เพื่อใช้งานต่อไป
อย่างที่เขาว่ากันว่า โอกาสอันดี ยิ่งวิหารศักดิ์สิทธิ์อับจนสิ้นผู้คนนับถือมากเท่าไหร่ พวกนั้นก็จะยิ่งเห็นดีเห็นงามในการคงอยู่ของเขาอย่างที่สุด หรือแม้แต่อาจจะมอบรางวัลให้เขาด้วยซ้ำไป
แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่า เขาจะต้องรอดออกจากหุบเขาเสียงกระซิบและกลับไปยังวิหารศักดิ์สิทธิ์ได้ ต่อให้เขาต้องพบความอัปยศแต่เขาก็จะตอบแทนมันผู้นี้ให้สาสมกับที่มันทำเอาไว้กับเขา
เมื่อคิดได้แบบนี้ ความเจ็บปวดที่เกิดจากการพ่ายแพ้อย่างหมดรูปพร้อมกับแขนขวาที่เสียไปของผู้คุมหอหวังก็ดีขึ้นจนราวกับเขาไม่เคยมีแขนมาก่อนอยู่แล้ว พร้อมกับเร่งความเร็วออกจากหุบเขาเสียงกระซิบไป
แต่ความฝันดีๆไม่อาจคงอยู่ได้นาน
ยังไม่ทันที่ผู้คุมหอหวังจะได้บินออกไปจากหุบเขาเสียงกระซิบ ผู้คุมหอหวังก็รู้สึกได้ในทันทีว่าการบินของเขานั้นแทบจะไม่ได้ไปไหนเลย
มันเหมือนกับว่าเขาในตอนนี้เป็นว่าวที่ลอยตัวอยู่บนท้องฟ้า ไม่ว่าเขาจะมองยังไงก็ตามเขาก็รู้สึกว่ามีมือของใครบางคนที่เขามองไม่เห็นคอยรั้งเขาไว้
เขารู้สึกได้ว่าบรรยากาศรอบตัวของเขานั้นมันดูเหนียวหนืดประดุจดั่งเขากำลังแหวกว่ายอยู่ในโคลนตมที่กว้างใหญ่ ไม่ว่าเขาจะพยายามบินฝ่าออกไปขนาดไหนก็ตาม ไม่เพียงจะไม่ขยับออกไป แถมยังรู้สึกว่าอากาศมันหนืดยิ่งขึ้นจนยากจะขยับตัว
เมื่อผู้คุมหอหวังหันกลับไปดูข้างหลังก็พบว่าเฉินเฉียงที่ยังคงอยู่ในรูปลักษณ์ของเชินปิงได้แสยะยิ้มออกมาอย่างน่าขนลุก