ผมมีระบบย่อยสลายในวันสิ้นโลก - บทที่ 538 น้ำตาจระเข้
บทที่ 538 น้ำตาจระเข้
“ผู้คุมหอหวัง ทำไมเจ้าไม่ลองบินให้แรงกว่านี้อีกสักหน่อยล่ะ หื้ม”
เฉินเฉียงได้ลอยตัวพร้อมมือที่ไพล่หลังและรอยยิ้มที่แสยะออกมา
ผู้คุมหอหวังตกตะลึงในทันทีที่เห็น
เขาไม่ใช่คนโง่งมแต่อย่างใด
จากท่าทางของเชินปิงตัวปลอมที่เขาเห็นอยู่นี้ เขาบอกได้เลยว่าการที่เขาไม่อาจบินต่อไปได้เป็นเพราะเชินปิงตัวปลอมคนนี้
ส่วนจะด้วยวิธีการใดนั้น เขาเชื่อได้ว่าต่อให้เป็นท่านจ้าววิหารของเขามาเองก็ยังไม่อาจล่วงรู้ได้
เชินปิงตัวปลอมคนนี้มันจะอัศจรรย์พันลึกเกินผู้คนเกินไปแล้ว
แต่ก็ยังมีสิ่งที่ทำให้ผู้คุมหอหวังต้องตกตะลึงไปยิ่งกว่า
นั่นก็คือในตอนนี้ ศพพิษ ได้ทำตัวดั่งทารกตัวน้อยที่ลอยละล่องอยู่ในครรภ์มารดา พวกมันกำลังลอยอยู่ข้างตัวเชินปิงตัวปลอมอยู่
แน่นอนว่าพิษของมันนั้นไม่มียาถอนพิษแต่อย่างใด
แล้วทำไมพวกมันถึงได้ล่องลอยราวกับเป็นผู้บ่มเพาะที่มีชีวิตอยู่ได้กัน
นี่มันจะไม่ทรงพลังเกินไปหน่อยแล้วรึไงวะ
เฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์เชินปิงซึ่งกำลังลอยตัวอยู่หน้าผู้คุมหอหวังอยู่นี้ได้เผยรอยยิ้มละไมออกมา
แต่ท่าทางพร้อมรอยยิ้มนี้เปรียบได้ดั่งฝันร้ายของผู้คุมหอหวังจนทำให้เขาหวาดกลัวอย่างที่สุด
อย่างไรก็ตาม เป็นตอนนี้ที่ผู้คุมหอหวังเริ่มรู้สึกได้ว่า บรรยากาศรอบตัวของเขาหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ
จากก่อนหน้านี้ที่เขายังพยายามตะเกียกตะกายแขนซ้ายไปบนอากาศได้ แต่ในตอนนี้พวกมันกลับขยับได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แม้แต่นิ้วของเขาก็ยังไม่อาจกระดิกไปได้อีก
เฉินเฉียงในตอนนี้ได้ใช้พลังควบคุมจากโลกใบเล็กของเขา พร้อมกับกระแสจิตของเขาได้ยึดตรึงร่างของผู้คุมหอหวังไม่ให้กระดิกกระเดี้ยอะไรได้อีก
ช่างอ่อนแอนัก
พลังการต่อสู้ของผู้บ่มเพาะในระดับราชาเหนือราชาขั้นกลางยังไม่อาจเทียบได้กับพลังของผู้บ่มเพาะทั่วไปที่อยู่ในระดับราชาจอมพลขั้นต้นแต่อย่างใด
ภายใต้การควบคุมของเฉินเฉียง เขานั้นสามารถจัดการผู้คุมหอหวัง ผู้ซึ่งเป็นถึงหนึ่งในสี่เสาหลักของวิหารศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างง่ายดาย
“บอกข้ามาว่าไอ้ฮั่นจุยนั่นมันไปเป็นจ้าววิหารของพวกแกได้ยังไง”
เฉินเฉียงคำรามลั่นออกมาอย่างทรงพลัง
ผู้คุมหอหวังที่เผชิญหน้ากับเฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ของเชินปิง ผู้ซึ่งแสดงความทรงพลังออกมาในตอนนี้ ทำให้เขารับรู้ได้ในทันทีว่าชีวิตของเขานั้นจะอยู่หรือไปก็ขึ้นอยู่กับเชินปิงตัวปลอมตรงหน้าเขา
นี่ทำให้ผู้คุมหอหวังผู้ซึ่งห่วงใยในชีวิตของตนเหนือสิ่งอื่นใด ได้แสดงความต้องการที่จะตอบคำถามของเฉินเฉียงเป็นครั้งแรก
“อืมมมมม ดูเหมือนว่าหากข้าไม่ให้หลักประกันอะไรกับแกสักอย่าง แกคงจะไม่คิดจะพูดสินะ”
เฉินเฉียงในตอนนี้ได้ตวัดดาบดั้นเมฆในมือออกไปด้วยใบหน้าที่นิ่งเรียบ ตัดแขนอีกข้างของผู้คุมหอหวังออกในทันที
“อ๊ากกกกก”
ผู้คุมหอหวังได้กรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด พร้อมใบหน้าที่เต็มไปด้วยเหงื่อที่โชกออกมาจนท่วมล้น
กับเดนคนเช่นนี้ เฉินเฉียงไม่คิดที่จะให้ความเห็นอกเห็นใจแต่อย่างใด หลังจากนั้น เขาก็ได้ตวัดดาบไปอีกทีหนึ่งและตัดขาท่อนล่างของผู้คุมหอหวังออกไป
หยุดเลือดที่ไหลรินออกมาจากร่างของผู้คุมหอหวังได้ร่วงหล่นไปที่พื้นดิน และนี่ทำให้เหล่าสัตว์ปีศาจระดับราชาสัตว์ปีศาจจำนวนมากมายถึงกับต้องดิ้นพร่านไปมากับพื้นแย่งกันดื่มกินเลือดที่ไหลรินนี้
เมื่อเห็นฉากนี้ เฉินเฉียงได้ชี้ไปที่สัตว์ปีศาจเบื้องล่างแล้วพูดออกมาประหนึ่งดั่งจะถากถาง “ผู้คุมหอหวัง แกเห็นนั่นรึเปล่า ไอ้พวกสัตว์ปีศาจเบื้องล่างที่แกเคารพบูชานักหนาน่ะ อยากได้ตัวแกจนตัวสั่นไปหมดเลยละเว้ยเฮ้ย”
“ดูเหมือนว่าพวกมันนั้นอยากจะดูดเลือดแกจนตัวสั่นไปหมดแล้วนะนั่น”
“ตราบใดที่ข้าปล่อยแกไป ร่างของแกจะตกตายกลายเป็นอาหารโลหิตให้กับไอ้ตัวที่แกศรัทธาอย่างเลิศรสเป็นแน่แท้”
ถึงแม้ว่าผู้คุมหอหวังจะไร้สิ่งแขนขาจนหมดสิ้น แต่ตราบใดที่เขารอดออกไปจากที่นี่ได้ เขาก็ยังหาทางรอดได้อยู่ดี เขานั้นไม่โง่พอที่จะยอมตายอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน
กับคนอย่างผู้คุมหอหวังผู้ซึ่งเห็นชีวิตตนสำคัญกว่าผู้ใด ชีวิตของเขานั้นย่อมมีค่าอย่างที่สุด
“ท่านผู้ห้าวหาญ โปรดอย่าข่มเหงข้าไปกว่านี้อีกเลย ข้าพูดเรื่องของท่านจ้าววิหารไม่ได้จริงๆ ไม่อย่างนั้นข้าต้องตายอย่างน่าอเนจอนาถเป็นแน่”
เมื่อได้ยินแบบนี้ เฉินเฉียงก็ได้หัวเราะออกมาก่อนจะพูดต่อ “ผู้คุมหอหวัง ข้าล่ะแปลกใจยิ่งนักว่าคนอย่างแกนี่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้คุมหอปรุงยาของวิหารศักดิ์สิทธิ์ได้ยังไงกัน”
“หากว่ากันตามตรงแล้ว ในวิหารศักดิ์สิทธิ์แล้ว นอกจากจ้าววิหารของพวกแกและผู้คุมหอคนอื่นแล้ว แก สมควรจะมีใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเป็นมนุษย์เสียยิ่งกว่าใคร”
“แต่แก”
“ไอ้ตัวขี้ขลาดเช่นแกนั้นกลับกลัวตาย ถึงแม้จะเป็นเสือร้าย แต่เมื่อเผชิญหน้ากับปีศาจชั่วชาติถึงกับละทิ้งความเป็นเสือร้าย ยอมเข่นฆ่าผู้คนบริสุทธิ์ไปนับไม่ถ้วนเพียงเพื่อที่จะเอาใจไอ้พวกปีศาจ แถมยังเทิดทูนพวกมันไม่ต่างไปจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสียอีก”
“กับคนเช่นแกนั้น อยู่ไปก็เปลืองอากาศเสียเปล่า”
“ในฐานะผู้บ่มเพาะบนเส้นทางปรุงยาแล้ว ไอ้ศักดิ์ศรีและความจองหองของแกไปไหนหมดวะ ห้ะ”
“หากข้าไม่ฆ่าแกในวันนี้ แล้วข้าจะมีหน้ากลับไปโลกภายนอกอีกได้ยังไงกัน”
เฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ของเชินปิงได้กล่าวคำสาปแช่งออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน จนทำให้ให้ใบหน้าที่ซีดเขียวของผู้คุมหอหวังต้องกลับกลายเป็นสีแดงฉานอย่างเหลืออด
“ท่านผู้ห้าวหาญ ท่านคิดว่าข้าอยากจะทำเช่นนี้รึไงกัน”
ถึงแม้ว่าผู้คุมหอหวังจะเสียแขนและขาไปแล้ว แต่ในตอนนี้ ดวงตาของเขากลับเอ่อล้นออกมาอย่างไม่อาจหยุดยั้งที่มุมสายตา
“ใครบนโลกปีศาจนี้ไม่รู้บ้างว่าผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตนั้นโหดร้ายขนาดไหน ผู้บ่มเพาะบนเส้นทางสายรักษาเช่นข้านั้นแม้จะไม่คิดจะข้องเกี่ยวกับเส้นหุ่นเชิดโลหิตเลยด้วยซ้ำ แต่เดิมที่เขาไปยังวิหารศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นเพียงเพื่อแสวงหาอนาคตเพียงเท่านั้น”
“ใครจะไปคิดว่าในวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่สูงล้ำ กลับเชิดชูเพียงแค่ผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตกัน”
“นับครั้งไม่ถ้วนที่ข้าต้องเห็นผู้ที่เดินบนเส้นทางเดียวกันกลายเป็นหุ่นเชิดซากศพ ไม่เพียงแค่หอของข้าเท่านั้น แม้แต่คนของหอวัตถุวิญญาณและหอกองโจรหมาป่าที่เดินบนเส้นทางยุทธก็ยังตกอยู่ในสภาพไม่ต่างกัน”
“ในสายตาของผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิต ผู้บ่มเพาะบนเส้นทางอื่นก็เปรียบได้ดั่งชนชั้นล่าง”
“ไม่สิ แม้แต่ชนชั้นล่างก็ยังดีกว่า”
“ตราบใดที่พวกเขาต้องการ หากไม่ใช่ผู้บ่มเพาะบนเส้นทางเดียวกัน พวกข้าก็เป็นได้เพียงอาหารที่รอคอยวันสุกงอมเพื่อเก็บกิน”
“กับสภาพเช่นนี้ ข้า ผู้รักใคร่ชีวิตตัวเองก็ทำได้แค่เพียงลบเลือนศักดิ์ศรีไปทีละน้อย และในที่สุด เพื่อให้มีโอกาสรอด ข้าไม่มีทางเลือกจึงทำได้เพียงนับถือผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำใจได้เพียงเท่านั้น”
“และเพื่อให้ผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตพึงพอใจ ต่อให้สิ่งที่ข้าทำมันผิด ข้าก็ต้องยอมทำเพื่อให้ได้รอดชีวิต”
“มีเพียงทางนี้เท่านั้นที่ข้าจะรอดมาได้จนถึงตอนนี้”
“แล้วข้านั้นทำสิ่งใดผิดกัน”
“หรือท่าจะบอกให้ข้ายอมตกตายอย่างน่าอเนจอนาถเช่นนั้นกัน”
“ข้าไม่ยอมตายด้วยเหตุผลแบบนั้นอย่างแน่นอน”
หากว่าในตอนนี้ ผู้คุมหอหวังไม่ได้สูญเสียแขนขาไปแล้ว เขาก็คงจะใช้ชิ้นส่วนสักอย่างของเขามาปาดน้ำตาที่กำลังไหลรินจนอาบสองข้างแก้ม
แต่เฉินเฉียงนั้นรู้ดีว่าน้ำตาของคนเช่นนี้ไม่ได้ต่างไปจากน้ำตาจระเข้
เฉินเฉียงย่อมไม่หลงกลเสียทีให้แต่อย่างใด
แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อที่ให้คนเช่นนี้ต้องได้รับความทุกข์ทรมานอย่างสาสม เขาจึงคิดจะเล่นตามน้ำไปให้ถึงที่สุด
ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม เขาจะไม่ยอมให้คนที่ยอมทำทุกอย่างแม้แต่การสูญเสียความเป็นคน เพียงเพื่อทำให้ไอ้พวกเลวชาติหุ่นเชิดโลหิตพึงพอใจแบบนี้หลุดรอดไปได้
เพียงเพื่อให้ได้รับความพึงพอใจจากผู้คุมหอหุ่นเชิด มันผู้นี้ยอมล้างผลาญชีวิตนับล้านเปลี่ยนให้ทุกร่างกลายเป็นศพพิษ แถมยังมีหน้าจะนำศพพิษไปแพร่กระจายบนโลกมนุษย์อีก
กับคนที่จิตใจโหดร้ายจะต้องได้รับการตอบแทนอย่างสาสม
อยากจะใช้น้ำตาจระเข้เปลี่ยนใจคนเช่นเขางั้นรึ
มันไม่ได้ต่างไปจากการคิดฝันเป็นรูปเป็นร่างไปเอง
ในตอนนี้ เฉินเฉียงได้นึกถึงฉากที่เห็นในเมืองตั้วหลัวหยิงที่อยู่ในภูมิภาควุ่ยใต้ คนที่ไม่รู้เรื่องราวต้องพบเจอกับความตายโดยไม่อาจจะหลีกหนีได้ต่อให้รักษาตัวเองอย่างสุดความสามารถก็ตาม และสุดท้ายคือสายตาที่ยอมแพ้พ่ายให้กับโรคภัยของหยุนอ่าวและศิษย์คนอื่นในแผนกปรุงยาจากสำนักเต๋าต่างๆทั่วทั้งโลกปีศาจนั่นอีก
เมื่อนำสิ่งเหล่านั้นมาชั่งเทียบกับน้ำตาของไอ้พวกเลือดเย็นที่โหดร้ายยอมทำทุกอย่างเพื่อเอาตัวรอดไปได้ เฉินเฉียงนั้นรู้สึกรังเกียจเดียดฉันท์อย่างที่สุดกับคนเช่นนี้
“ต่อให้มันไม่มีทางเลือกก็ตาม ผู้คุมหอหวัง แกก็เลือกเส้นทางที่แกกำลังเดินอยู่ด้วยตัวของแกเอง”
“ไม่ว่าแกจะมีเหตุผลมากมายขนาดไหน แต่สิ่งที่แกไม่ควรกระทำนั้น ก็ยังเป็นสิ่งที่แกไม่ควรกระทำอยู่วันยังค่ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การล้างผลาญชีวิตของผู้คนนับล้านล้านชีวิต เพียงเพื่อให้ตัวแกนั้นต้องมีชีวิตอยู่”
“ดั่งคำที่เขากล่าวกันว่า สวรรค์นั้นมีตา”
“แกก็จงลิ้มรสสิ่งที่แกได้สร้างขึ้นมาด้วยตนเองก็แล้วกัน”