ผมมีระบบย่อยสลายในวันสิ้นโลก - บทที่ 541 ลองอีกที
บทที่ 541 ลองอีกที
บนอากาศ เฉินเฉียงที่กำลังลอยคว้างอยู่ประดุจดั่งเรือน้อยในห่าพายุโหมกระหน่ำสาดซัดใส่แนวหินโสโครกก็ได้พ่นเลือดสีแดงกระจายไปทั่ว
“ครืดดดดดด”
บนพื้นในจุดที่ห่างไกลจากปากทางเข้าหุบเขาเสียงกระซิบ เฉินเฉียงที่ร่างไถลไปบนพื้นได้นอนนิ่งพร้อมพ่นเลือดออกจากปากพลางยกหัวขึ้นมองปากทางเข้าหุบเขาฟานหยินด้วยใจที่ตกตะลึง
-เกิดอะไรขึ้นฟะ-
ต้องอย่าลืมว่าเฉินเฉียงในตอนนี้มีระดับบ่มเพาะอยู่ในระดับราชาจอมพลขั้นต้น
ไม่เพียงเท่านั้น ต่อให้ศัตรูเป็นราชาเหนือราชาขั้นสูง เฉินเฉียงก็ยังเคยฆ่ามาแล้วด้วยซ้ำ
ด้วยวิธีการและทักษะมากมายของเขา ต่อให้เขาต้องเผชิญหน้าซึ่งๆหน้ากับผู้ที่อยู่ในระดับราชาเหนือราชาขั้นสูงสองสามคนพร้อมกัน เขาก็ยังมั่นใจว่าจะชนะได้
ถึงแม้ว่าเฉินเฉียงจะไม่กล้าเข้าไปยังวิหารศักดิ์สิทธิ์ด้วยตัวคนเดียวก็ตาม แต่เขานั้นมีความมั่นใจอย่างมากหากว่าต้องอยู่ในหุบเขาเสียงกระซิบนี้ทั้งวันทั้งคืนแล้วต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ปีศาจอย่างรอบทิศตลอดเวลาก็ตาม
แต่กับผู้ทรงพลังที่อยู่ๆก็พึ่งปรากฏขึ้นมานี้ หากไม่ใช่ว่าเขากำลังปล่อยขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้เอาไว้อยู่ล่ะก็ การโจมตีเมื่อครู่เพียงพอที่จะทำให้เขาตกตายได้ทันที
หลังจากสะบัดหัวไปมาหลังจากลุกขึ้นนั่งเพื่อเรียกสติ หลังจากสะกดข่มคลื่นพลังที่กำลังปั่นป่วนภายในร่างเสร็จแล้ว เฉินเฉียงก็ได้นั่งขมวดคิ้วพลางย้อนนึกถึงฉากเหตุการณ์เมื่อครู่
มันก็แค่เขาได้ฆ่าผู้คุมหอหวัง กรีดเฉือนผืนดินในหุบเขาเสียงกระซิบ ฆ่าฟันสัตว์ปีศาจด้วยดาบดั้นเมฆ กับแค่จับนำพิษจากศพพิษกรอกใส่ปากสัตว์ปีศาจระดับราชาสัตว์ปีศาจตนหนึ่งเพียงเท่านั้น
หลังจากนั้นเขาก็ถูกดีดกระเด็นออกมาที่นี่
ด้วยประสบการณ์ที่เขาได้รับจากเขาโรคา ทุกครั้งที่เฉินเฉียงจะเริ่มลงมือ เขาจะต้องเปิดใช้ขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ในทุกๆครั้งไป
นี่ขนาดเขาได้เปิดใช้ทักษะขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้อยู่นะ แม้จะอย่างนี้แล้วแต่เขาก็ยังถูกโจมตีอย่างรุนแรงจนเกือบจะตกตายไป
เฉินเฉียงมั่นใจอย่างมากว่าสิ่งที่ทำร้ายได้นี้ย่อมไม่ใช่ราชาสัตว์ปีศาจตัวก่อนหน้า
….อย่าบอกนะว่าเป็นแม่ของพวกมัน
เป็นเพราะเขาข่มเหงรังแกลูกของมันเลยคิดจะฆ่าเขาให้ตกตายไปงั้นรึ
ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม เฉินเฉียงไม่มีอารมณ์จะมาคิดถึงมันในตอนนี้
ไอ้เจ้าสิ่งนี้ที่สามารถทำร้ายเขาได้ด้วยการลงมือโจมตีเพียงครั้งเดียวทั้งๆที่เขาใช้ทักษะขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้อยู่นี้ เขาเชื่อว่าต้องเป็นระดับที่เหนือกว่าราชาเหนือราชาขั้นสูง
เป็นไปได้ว่า…..จอมราชันย์ไม่ก็ราชาจักรพรรดิงั้นรึ
เมื่อคิดมาถึงจุดนี้ เฉินเฉียงรู้สึกเสียวสันหลังใจทันที
ในโลกปีศาจใบนี้กลับมีสิ่งที่ทรงพลังได้ถึงขั้นนั้น
หรือว่าอีกฝ่ายนั้นจะอยู่ในระดับกึ่งจอมราชันย์
แต่หากเป็นอย่างนั้นจริง ทำไมถึงปล่อยให้ราชาจักรพรรดิทั้งสามเหยียบย่างเข้ามาที่เขตแดนฝั่งนี้ได้กัน
แล้วถ้าหากสิ่งนี้ทรงพลังได้ถึงขนาดนั้น แล้วทำไมถึงไม่คิดครองโลกปีศาจใบนี้ไปเลยล่ะ
ไหนจะเรื่องที่ว่ามาหลบซ่อนอยู่ในหุบเขาเสียงกระซิบแห่งนี้ไม่ออกไปยังโลกภายนอกอีก
จะบอกว่าเจ้าสิ่งที่ทรงพลังนี้เป็นสัตว์ปีศาจอย่างนั้นรึ
ไม่มีทาง
ไม่มีทางเป็นไปได้แน่ๆ
เฉินเฉียงส่ายหน้าไปมาปฏิเสธความคิดนี้
หากว่าไอ้เจ้าสิ่งนี้เป็นสัตว์ปีศาจจริง เขาเองก็ได้เข้ามายังหุบเขาเสียงกระซิบนี้มามากมายหลายครั้ง เข่นฆ่าสัตว์ปีศาจไปอย่างนับไม่ถ้วน มันก็ควรจะฆ่าเขาตั้งแต่ตอนนั้นไปแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้นคือ เขานั้นไม่เคยประมาทที่จะไม่ตรวจสอบทุกสิ่งโดยรอบโดยกระแสจิตของตน และในทุกๆครั้ง เขาก็ไม่เคยรับรู้ถึงตัวตนที่อันตรายเลยสักครั้งเดียวแม้แต่ในครั้งนี้
แต่การที่เขาถูกโจมตีในครั้งนี้ ดูเหมือนว่าจะเป็นเพราะการกระทำของเขาในครั้งนี้จะไปกระตุกต่อมอะไรบางอย่างเสียมากกว่า
หลังจากคิดอยู่นาน เฉินเฉียงก็ยังสรุปคำตอบไม่ได้อยู่ดี
เป็นไปได้ว่า เจ้าสิ่งที่โจมตีเขานี้พึ่งจะมาถึงได้เพียงไม่นาน
ด้วยการที่เขาขาดสติหมายที่จะระบายความรู้สึกของตนมากเกินไปของเขานี้อาจจะทำให้อีกฝ่ายโดนรบกวนจนทำให้รู้สึกโกรธเคียงจนดีดเขากระเด็นออกมาอย่างรำคาญ……….ละมั้ง
ด้วยการที่เฉินเฉียงยังไม่รู้ว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นมิตรหรือศัตรู เฉินเฉียงจึงไม่กล้าคิดจะหาเรื่องใส่ตัวแต่อย่างใด
หากอีกฝ่ายเป็นผู้บ่มเพาะเผ่าพันธุ์มนุษย์ นั่นก็ยังถือว่าดีไป แต่หากอีกฝ่ายนั้นเป็น……
หากอีกฝ่ายเป็นไปอย่างที่เขาคิดในอย่างหลัง เขาบอกได้เลยว่ายังไงก็ต้องเข่นฆ่ากันให้ตายไปข้างหนึ่ง
-รอก่อนเถอะเอ็ง-
-หลังจากจัดการเรื่องทุกอย่างเสร็จสิ้น ดูเหมือนเขาต้องกลับมามุ่งเน้นในการบ่มเพาะของเขาอีกแล้วสินะ-
เมื่อสรุปความคิดได้ เฉินเฉียงก็ได้ยืนขึ้นแล้วทำกายปัดฝุ่นบนร่างกายไปมา ก่อนที่จะหันหน้าพุ่งตรงกลับเขาโรคาไป
ก่อนหน้านี้ เฉินเฉียงได้ให้สัญญากับซุนฉิงไว้ว่าเขานั้นจะพาคนของซุนฉิงไปรับผลประโยชน์เล็กๆน้อยๆในภารกิจที่ป่าใต้ดิน นี่เขาก็ปล่อยให้รอมากว่าสี่ชั่วโมงแล้ว ไม่รู้ว่าซุนฉิงกับพวกยังรอเขาอยู่รึเปล่า
ด้วยระดับความเร็วของเฉินเฉียงแล้ว เพียงแค่ชั่วพริบตา เขาก็ได้ปรากฏอยู่ที่หน้าทางเข้าเขาโรคาแล้ว
ที่นี่ ซุนฉิงได้นำคนของหอหุ่นเชิดโลหิตสองร้ายกว่าคนได้ยืนเข้าแถวเรียงรายอย่างไม่ไหวติง
ดูเหมือนว่าคนเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ยากที่จะได้รับโอกาสอันดีแบบนี้ นี่จึงทำให้ทุกคนไม่คิดจะเล่นตุกติกกับคำบอกของเฉินเฉียงแต่อย่างใด
แต่ด้วยการที่คนเหล่านี้อย่างมากก็มีระดับบ่มเพาะเพียงแค่ระดับราชาเหนือราชาขั้นต้น เฉินเฉียงจึงไม่ได้คิดหยุดพูดคุย เขาทำเพียงกระโจนเข้าหาแล้วยัดทุกคนใส่เขาไปในโลกใบเล็กของตนในทันที
ในโลกใบเล็กของเขาในตอนนี้ นอกจากผู้คนบนโลกของเขาจากทั้งสามเผ่าพันธุ์แล้ว ในตอนนี้จะมีก็เพียงคนของหอหุ่นเชิดโลหิตที่ถูกนำเข้ามาเมื่อครู่และคนของหอปรุงยาที่ลักพามาก่อนหน้านี้ไม่นานนัก
แต่ด้วยการที่เฉินเฉียงนั้นได้ควบคุมการเคลื่อนไหวของคนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ด้วยขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ของเขาเอาไว้ นี่จึงทำให้คนเหล่านี้ไม่อาจทำอะไรได้มากมายนัก
หลังจากยัดคนของหอหุ่นเชิดโลหิตเข้าไปแล้ว เฉินเฉียงก็ไม่ได้อยู่เฉย เขาได้พุ่งตรงเข้าไปในเขาโรคา พร้อมเปลี่ยนรูปลักษณ์เป็นผู้คุมหอหวังที่แสยะยิ้มตลอดเวลา
แม้ในตอนนี้เฉินเฉียงจะรู้แล้วว่าฮั่นจุยนั้นกำลังลงมือทำในสิ่งที่โง่งมประดุจนกโง่ที่กินปลาในน้ำไม่เป็น แต่เฉินเฉียงที่กำลังเดือดดาลในหายนะที่ฮั่นจุยนำพาไปยังโลกมนุษย์อย่างไม่ขาดทำให้เขาคิดจะลงมือ
ไหนจะความแค้นของพ่อของตนที่ยังคงคั่งค้างในใจเขาอีก
จากข้อมูลที่เฉินเฉียงได้ฟังมาจากผู้คุมหอหวัง เขารับรู้แล้วว่าต่อให้เขาเข้าถึงตัวฮั่นจุยได้ แต่เขาก็ยังคงไม่อาจทำอะไรฮั่นจุยได้
แต่ถึงแม้ว่าเขาจะทำอะไรไม่ได้ แต่มันก็คงดีกว่าที่เขาไม่ทำอะไรเลย
ในเมื่อเขารู้เป้าหมายของศัตรู มันก็คงไม่ยากหากว่าเขาจะคิดก่อกวนกระมัง
แถมในครั้งก่อน เขายังไม่ได้พบเจอร่างของสามราชาจักรพรรดิเลยสักนิด นี่ทำให้ในครั้งนี้ เขามีเป้าหมายในการหาร่างของราชาจักรพรรดิทั้งสาม
“ฝุ่บ”
ในทันทีที่เฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ผู้คุมหอหวังได้เข้าไปยังกำแพงเขตแดนที่วางไว้รอบเขาโรคา หน่วยลาดตระเวนที่เป็นคนของหอหุ่นเชิดโลหิตก็ได้ปรากฏตัว
“ใครกล้าบุกรุกวิหารศักดิ์สิทธิ์วะ ห้ะ”
แต่เพียงคนคนนี้ได้เห็นใบหน้าของเฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ผู้คุมหอหวัง ชายคนนี้ก็ถึงตีหน้านิ่งเย็นในทันใด
“เป็นผู้คุมหอแห่งหอปรุงยานี่เอง ทำไมท่านถึงไม่แสดงป้ายคำสั่งก่อนเข้ามากัน ข้าเกือบคิดจะลงมือเพราะคิดว่าเป็นศัตรูไปแล้ว นะเนี่ย ถึงแม้ว่าข้ายากจะลงมือพลาดก็เถอะนะ แต่มันก็คงทำให้ข้าต้องลำบากไม่น้อยเลยทีเดียว”
เมื่อได้ยินแบบนี้ คนของหน่วยลาดตระเวนที่เหลือก็ได้หัวเราะลั่น
ดูเหมือนว่าไอ้ตำแหน่งของผู้คุมหอหวังนี่ไม่ได้อยู่ในสายตาของคนของหอหุ่นเชิดโลหิตเลยสินะ
แต่ก็อีกล่ะนะ ผู้คุมหอหวังทำตัวป่วยจิตแบบนั้น หากมีคนยำเกรงก็แปลกล่ะ
การจะทำให้ผู้คนยำเกรง จำเป็นต้องทำตนให้แม้แต่ตัวเองก็ยังต้องยำเกรงตัวเองก่อนเหนือคนอื่นใด
เพราะไม่ว่ายังไงก็ตาม ผู้คุมหอหวังก็ยังเป็นหนึ่งในเสาหลักของวิหารศักดิ์สิทธิ์ หากทำตัวให้สมกับฐานะล่ะก็ มีหรือที่แม้แต่คนชั้นล่างของหอหุ่นเชิดโลหิตจะมากล้าแสดงท่าทางอวดดีเช่นนี้
เฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ผู้คุมหอหวังบนฝากฟ้าเหนือบริเวณทางเข้าเขาโรคาในตอนนี้ก็ได้หันหลังกลับไปแล้วสบถออกมาทีหนึ่ง ก่อนที่จะใช้ทักษะการโจมตีทางจิตวิญญาณดาบสะบั้นวิญญาณออกไปหกครั้ง พุ่งตรงไปยังหน่วยลาดตระเวนทั้งหกคนในทันที
“อ๊ากกกกกก”