ผมมีระบบย่อยสลายในวันสิ้นโลก - บทที่ 543 ผิดพลาด
บทที่ 543 ผิดพลาด
“กบฏ มีคนก่อกบฏ ไอ้คนพวกนี้มันแต่งชุดของหอปรุงยา นี่ผู้คุมหอหวังคิดก่อกบฏงั้นรึ”
“แล้วไอ้พวกคนของหอหุ่นเชิดโลหิตกับหอปรุงยาเข้ามาในนี้ได้ยังไงกัน”
“เดี๋ยวเสร็จเรื่องแล้ว พวกเราค่อยไปถามผู้คุมหอหวังกับผู้คุมหอกงแล้วกัน”
หลังจากเฉินเฉียงได้ใช้คนของหอปรุงยาคนสุดท้ายไป เขาในตอนนี้เตรียมที่จะพุ่งเข้าในขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ของสามจักรพรรดิท่ามกลางความโกรธเกรี้ยวของเหล่าผู้อาวุโสของวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังกร่นด่าหลังจากฆ่าคนของหอหุ่นเชิดโลหิตและคนของหอปรุงยาไป
ท้ายที่สุด ฮั่นจุยที่กำลังพยายามโจมตีขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ของสามจักรพรรดิอย่างไม่ขาดมือก็ได้หยุดมือลง และมองไปยังทิศทางที่เฉินเฉียงอยู่ด้วยสายตาแหลมคม
เฉินเฉียงที่กำลังใช้ทั้งทักษะไร้ตัวตนและหลบหนีแสงอยู่นี้มั่นใจว่า ไม่ว่าฮั่นจุยจะทรงพลังขนาดไหนก็ไม่มีทางรับรู้ถึงการคงอยู่ของตนได้
นั่นก็เพราะไม่เพียงเขานั้นจะอยู่ในสภาพที่มองไม่เห็น แม้แต่กระแสจิตก็ยังไม่อาจรับรู้ได้ถึงการคงอยู่ของเขา
แต่เพียงฮั่นจุยมองกวาดผ่านและหยุดมองในทิศทางที่เฉินเฉียงอยู่ เฉินเฉียงก็รู้สึกได้ในทันทีว่าตนเองถูกพบเจอ
ไม่เพียงเท่านั้น ฮั่นจุยยังตั้งฝ่ามือมาที่เขาอีก
-เป็นไปได้ยังไงกัน-
-ไอ้เวรนี่เห็นข้าได้ยังไงกัน-
เฉินเฉียงสะดุ้งเฮือกเล็กน้อย
หลังจากไม่ได้พบเจอมาหลายปี เขาไม่นึกเลยจริงๆว่าฮั่นจุยจะแกร่งขึ้นเหนือกว่าที่เขาจะคาดคิด
แต่ในตอนนี้ เฉินเฉียงได้อยู่ในระดับบ่มเพาะราชาจอมพลขั้นต้นแล้ว ต่อให้ฮั่นจุยจะไม่ใช่เพียงราชาจอมพลขั้นกลางอีกต่อไป แต่มีหรือที่เฉินเฉียงจะยอมโดนการโจมตีนี้โดยไม่ตอบโต้
เฉินเฉียงได้ใช้คุณลักษณะพิเศษของขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ขั้นกลาง เขาปรับสภาพขอบเขตเจตจำนงให้ตกอยู่ในสภาพที่อยู่ในสถานะที่ราวกับเป็นเพียงจิตวิญญาณ พร้อมปรับสภาพร่างกายให้กลมกลืนไปกับขอบเขตเจตจำนงของเขา ปล่อยให้พลังฝ่ามือทีทรงพลังของฮั่นจุยทะลุผ่านไปโดยไม่รับผลอะไร
นี่คือพลังของขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ขั้นกลาง
หากว่าเฉินเฉียงไม่ได้ใช้ทักษะหลบหนีแสง ยามที่คนอื่นเห็นก็คงคิดว่าเขานั้นเป็นเพียงภาพลวงตา
ทั้งๆที่ในความเป็นจริงแล้วนั่นเป็นเพราะขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ของเขาที่ทำให้พลังฝ่ามือของฮั่นจุยไร้ผลไปก็ตาม
และด้วยระยะของขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ของเฉินเฉียงที่กว้างไกลนับหมื่นไมล์ ต่อให้พลังฝ่ามือของฮั่นจุยโจมตีโดนเฉินเฉียงจริง ความรุนแรงที่หลงเหลือก็จะไม่ได้ต่างไปจากการโจมตีจากนักรบสายเลือดระดับนายพลคนหนึ่งมาโจมตีเขา
ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม ในครั้งนี้ เขาจะต้องดูดซับพลังงานจากร่างของราชาจักรพรรดิทั้งสามให้จงได้
แต่เฉินเฉียงนั้นไม่คิดว่าหลังจากฮั่นจุยได้โจมตีออกมาแล้ว มันจะไม่ได้หยุดโจมตี แต่ได้ส่งฝ่ามือมาอีกครั้งหนึ่งแล้วพูดออกมา “ไอ้พวกโง่ โจมตีไปทางนั้น”
“นี่พวกแกไม่รู้รึไงวะว่าคนที่หลุดเข้ามาได้เป็นผู้ทรงพลังน่ะ ห้ะ”
“ถึงพวกแกจะไม่เห็นไอ้คนที่เข้ามา แต่มันได้เผยตัวออกมาแล้วนะโว้ย พวกแกลองเพ่งจิตดีๆไปที่ตรงนั้นเดี๋ยวพวกแกก็เห็นแล้ว”
“นี่แสดงว่าไอ้คนที่อยู่ตรงนั้นมันทรงพลังมากก็จริง”
“แต่หากพวกเราโจมตีมันพร้อมกัน พวกเราจะทำให้มันแสดงตนออกมาได้”
เป็นตอนนี้ที่เหล่าผู้อาวุโสทั้งหกร้อยหกสิบหกคนเมื่อได้ยินก็ได้สติกลับมา ทุกคนได้พยักหน้ารับและโจมตีไปยังจุดที่เฉินเฉียงอยู่พร้อมๆกัน
หากไม่ใช่เพราะได้ยินคำพูดของฮั่นจุย เฉินเฉียงก็คงจะไม่เข้าใจว่ามันผู้นี้พบเจอเขาได้ยังไง มันไม่ใช่เพราะฮั่นจุยนั้นทรงพลังมากขึ้น แต่เป็นเพราะความคิดนอกกรอบที่ทำให้พบเจอตัวเขาได้
เมื่อเฉินเฉียงรับรู้ในเรื่องนี้ เฉินเฉียงก็รีบเคลื่อนไหวในทันทีโดยไม่ได้ผว้าผวงในสิ่งใด หลังจากหลบการโจมตีระลอกหลังไปแล้ว เฉินเฉียงก็ได้ตั้งจิตมั่นและใช้เคลื่อนย้ายพริบตาพุ่งเข้าใส่ขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ของราชาจักรพรรดิทิ้งสาม
“ปัง”
สิ่งที่เฉินเฉียงไม่ได้คาดคิดได้บังเกิดขึ้นมาหลังจากที่เขาได้ใช้ทักษะเคลื่อนย้ายพริบตาไป ทักษะที่ทำให้เขาไปที่ไหนก็ได้มาโดยตลอด ได้ล้มเหลวเป็นครั้งแรก
ไม่เพียงเขาจะไม่อาจเข้าไปยังขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ของทั้งสามจักรพรรดิได้แล้ว เขายังได้รับผลหนึ่งย้อนกลับมาอีก
นั่นคือการหลุดออกจากสถานะของทักษะหลบหนีแสง
เฉินเฉียงที่นั่งก้นจ้ำเบ้าอยู่กับพื้นอย่างสับสนอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงคนแก่ที่คำรามลั่นอยู่ไม่ไกล “ผู้คุมหอหวังรึ นี่เป็นแกไปได้ยังไง”
“ก็ดี ในเมื่อเป็นแกจริงๆล่ะก็ ไอ้เวรตะไลเอ๊ย กล้าแข็งข้อต่อหอหลักงั้นรึ รนหาที่ตายโดยแท้”
“ผู้คุมหอหวัง แกนี่แสร้งตีหน้าได้เก่งจริงๆ ไม่เพียงจะทำตัวเป็นข้าทาสของพวกข้าทุกคน แต่แกยังสละชีวิตของคนในหอปรุงยาของแกเองทั้งหมดเพียงเพื่อเข้ามาที่นี่เพียงเท่านั้น”
“ทุกคน สังหารไอ้เวรตะไลผู้นี้ให้ข้าผู้เป็นจ้าวแห่งวิหารศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้ซะ”
เมื่อสิ้นคำสั่งของฮั่นจุย ผู้อาวุโสของวิหารศักดิ์สิทธิ์กว่าหกร้อยหกสิบหกคนก็ได้พุ่งเข้าใส่เฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ของผู้คุมหอหวังในทันที
เฉินเฉียงที่กำลังนั่งงงอยู่นี้ ได้หันไปมองฮั่นจุยที่มีใบหน้าโกรธเกรี้ยว จากใบหน้าที่นิ่งเรียบก็ได้แสยะยิ้มออกมา
นี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งสองได้พบเจอกัน
ด้วยการที่เฉินเฉียงอยู่ในรูปลักษณ์ของผู้คุมหอหวังทำให้ฮั่นจุยไม่อาจจดจำได้
แต่ด้วยสายตาที่แสดงออกมาด้วยความเกลียดชังอย่างที่สุด กลับทำให้ฮั่นจุยรู้สึกอกสั่นขวัญแขวนขึ้นมาในตอนนี้
-ไอ้แก่ตรงหน้าข้ามันเป็นห่าเหวอะไรกัน-
-ต่อให้มันมีลูกสาวที่งดงาม แต่นับจากข้าเข้ามาที่นี่ ข้าก็ยังไม่เคยคิดเรื่องนี้เลยนี่หว่า-
-ต่อให้มันเกี่ยวจริง แล้วทำไมมันถึงได้แสดงสายตาที่เกลียดชังออกมาได้ถึงขนาดนี้กัน-
เป็นตอนนี้ที่ฮั่นจุยนึกอะไรขึ้นมาได้
ใครจะสนว่าอีกฝ่ายจะเกลียดชังเขาขนาดไหน หลังจากโดนโจมตีจากผู้อาวุโสทั้งหกร้อยหกสิบหกคนนี้ไป ต่อให้เป็นราชาจักรพรรดิก็ยังต้องตกตายอย่างไม่ต้องสงสัย
อย่างไรก็ตาม เพียงวินาทีต่อมา ดวงตาของฮั่นจุยก็แทบจะถลนออกมาจากเบ้า
นั่นก็เพราะฮั่นจุยได้เห็นอย่างชัดเจนว่าการโจมตีจากคนของตนที่ทรงพลังกว่าหกร้อยหกสิบหกคนที่ทั้งรวดเร็ว รุนแรง และหนักหน่วงเข้าใส่ผู้คุมหอหวังที่ยังคงนั่งนิ่งประดุจยอมรับชะตากรรม แต่ร่างของเขากลับไม่มีร่องรอยอันใด และที่น่ากลัวกว่าสิ่งใดก็คือ ระดับบ่มเพาะของผู้คุมหอหวังยังไม่ได้อยู่ในระดับจอมราชันย์แต่อย่างใด
ฮั่นจุยเห็นอย่างชัดเจนว่าการโจมตีทั้งหมดทะลุผ่านตัวผู้คุมหอหวังไป ราวกับเขาไร้ซึ่งตัวตน นี่ทำให้ฮั่นจุยรู้สึกตะลึงงันไปพร้อมกับของเหลวที่แทบจะไหลออกมาจากหว่างขา
แต่ด้วยการที่ฮั่นจุยเป็นถึงจ้าววิหาร เขาทำได้เพียงสั่งออกไปอย่างห้าวหาญเพียงเท่านั้น
“ฆ่า ฆ่ามัน ฆ่ามันสิโว้ย ฆ่ามันให้จงได้”
ฮั่นจุยสั่งออกมาแม้ขนหัวของตนจะเกือบตั้งแล้วก็ตาม
นับจากที่เขาได้เข้ามายังโลกปีศาจ เขายังไม่เคยได้พบเห็นสิ่งที่ทำให้เขานั้นไร้ซึ่งหนทางจะตอบโต้ได้ถึงขนาดนี้มาก่อน
เขาบอกได้เลยว่าในช่วงเวลาสองปีมานี้ สิ่งที่เขาทำล้วนแล้วแต่เป็นไปได้อย่างราบรื่น ด้วยของเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ของเขานั้นได้ทำให้เอาชนะผู้คนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไม่ยากเย็น และด้วยเทคโนโลยีการผลิตแผ่นแก่นพลังงานของมนุษย์กลายพันธุ์ที่ได้มา เขาเชื่อว่าจะควบคุมคนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างสมบูรณ์
ถึงแม้เขาจะไม่มั่นใจว่าจะกลายเป็นตัวตนอันดับหนึ่งในโลกปีศาจได้ แต่ตราบใดก็ตามที่เขามีเวลาพอที่จะสามารถเข้าถึงร่างของราชาจักรพรรดิทั้งสามและเปลี่ยนให้เป็นหุ่นเชิดซากศพที่แข็งแกร่งที่สุดได้ ไม่ว่าจะเป็นโลกปีศาจหรือโลกมนุษย์ เขาย่อมเป็นอันดับหนึ่งได้อย่างแน่นอน
แต่ผู้คุมหอหวังตรงหน้าเขากลับทำให้แผนการของเขาต้องมีรอยด่างพร้อย
ไม่ว่ายังไงก็ตาม เขาต้องฆ่ามันผู้นี้ให้ได้