ผมมีระบบย่อยสลายในวันสิ้นโลก - บทที่ 546 ผลจากการไม่คิด
บทที่ 546 ผลจากการไม่คิด
เฉินเฉียงถึงพึ่งหนีออกมาจากวิหารศักดิ์สิทธิ์ ไม่ได้รับรู้เลยว่าสิ่งที่ตนกระทำไปอย่างไม่ยังคิดนี้ได้ทำให้ฮั่นจุยที่ได้ถอดใจในการเปิดขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ของสามราชาจักรพรรดิไปแล้วนั้น ได้ค้นพบวิธีในที่สุดเพราะการกระทำของเขา
ฮั่นจุยผู้ซึ่งหลุดรอดจากความตายที่ควรจะตื่นตระหนกในเหตุการณ์ ได้ใช้วิธีการที่เฉินเฉียงคิดใช้จัดการตนไปจัดการขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ของสามราชาจักรพรรดิในทันที
ขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ของสามราชาจักรพรรดิที่อยู่ยงมาถึงสี่ร้อยปีนี้ได้ทำให้ฮั่นจุยถึงกับปวดเศียรเวียนเกล้ามาตลอดนับแต่ได้ขึ้นเป็นจ้าววิหารศักดิ์สิทธิ์
หากมันไม่อาจทำให้ขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ของสามราชาจักรพรรดิหายไปได้ แล้วมันจะเป็นทั้งสามให้กลายเป็นหุ่นเชิดซากศพได้ยังไง
โชคดีที่ในระหว่างที่กำลังสิ้นหวัง มันกลับได้รับยาดีจากเฉินเฉียง
แต่เดิม ฮั่นจุยคิดว่า หลังจากที่ราชาจักรพรรดิทั้งสามได้ตกตายไปนานหลายปี ตราบใดที่มันโจมตีได้หนักหน่วงพอ ขอบเขตดังกล่าวจะหายไป
อย่างไรก็ตาม หลังจากโจมตีอย่างไม่หยุดมาปีกว่า ขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ที่อยู่ตรงหน้ากลับไม่สะเทือนแม้แต่น้อย นี่ทำให้มันสิ้นหวังและคิดว่าต่อให้หายไปจริงก็คงไม่ได้อยู่ในช่วงชีวิตของมัน
มันคิดอย่างนั้นจนกระทั่งเฉินเฉียงมาโจมตีมันถึงที่ในวันนี้ และนี่ทำให้มันได้รู้สึกตัว
ในเมื่อขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ของมันยังต้องใช้พลังงานจากโลกใบเล็กและพลังจิตในการคงสภาพ แล้วทำไมขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ของสามราชาจักรพรรดิจะไม่ได้ใช้พลังดังกล่าวเฉกเช่นเดียวกัน
ถึงแม้สามราชาจักรพรรดิจะตกตายไป แต่ทั้งสามยังคงอยู่ในรูปแบบของจิตวิญญาณในอีกสถานที่หนึ่ง
และสถานที่ที่ว่าก็สมควรจะเป็นเขตแดนจักรพรรดิ
นั่นหมายความว่าเมื่อใดก็ตามที่พวกมันค้นพบต้นกำเนิดของพลังและทำลายลงได้ ขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ตรงหน้ามันย่อมหายไป
เมื่อคิดได้แบบนี้ ฮั่นจุยจึงตัดสินใจที่จะโจมตีทุกช่องทางที่ทำได้ด้วยคนของวิหารศักดิ์สิทธิ์อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นทางกำแพงแสงและเขตแดนจักรพรรดิเพื่อเร่งให้พลังของราชาจักรพรรดิทั้งสามหมดสิ้นไปโดยเร็ว
นี่เรียกได้ว่าฮั่นจุยแก้ปัญหาได้ตรงจุดอย่างที่สุด
นี่จะทำให้ร่างวิญญาณของสามราชาจักรพรรดิหมดสิ้นพลังโดยเร็ว
แน่นอนว่าหากเฉินเฉียงรับรู้เรื่องนี้ย่อมไม่ปล่อยให้มันลงมือ
แต่เฉินเฉียงยังไม่รู้ในเรื่องนี้
หลังจากเฉินเฉียงออกจากวิหารศักดิ์สิทธิ์มาก็อ่อนแรงเต็มทน โดยในตอนนี้เขาได้ฝังตัวอยู่ใต้ดินแล้วใช้ทุกสิ่งที่มีเพื่อฟื้นคืนพลังของตน
ยังดีที่ก่อนออกมา เฉินเฉียงได้ดูดซับพลังจากราชาเหนือราชาขั้นสูงขึ้นมาได้โดยระบบย่อยสลายซากศพ นี่ทำให้ร่างกายได้รับการฟื้นฟูอย่างเต็มที่
แต่ความเหนื่อยล้าทางจิตของเขายากจะฟื้นคืน
จะกล่าวว่าเขานั้นไม่มีเวลาจะฟื้นฟูความเหนื่อยล้าทางจิตในเวลานี้ได้จะดีกว่า
นั่นก็เพราะหยุนอ่าวยังคงรอฟังข่าวจากเขาที่เมืองตั้วหลัวหยิง
หลังจากใช้เวลาหนึ่งวันให้หลังในการกลับไปถึง เฉินเฉียงก็พบว่าคนกว่าครึ่งเมืองได้ตกตายกลายเป็นศพพิษ
หยุนอ่าวผู้ซึ่งกำลังร้อนรนกระวนกระวายก็รับรู้ได้ในทันทีที่เฉินเฉียงผู้ซึ่งตอนนี้อยู่ในรูปลักษณ์ผอ.จ้งได้กลับมาถึง
“ท่านผอ. เป็นยังไงบ้าง”
“เอ่อออ แล้วไหนคนของหอปรุงยาล่ะ”
“ไม่มีใครจากหาปรุงยาคิดจะช่วยพวกเรารึ”
-พวกมันตายหมดแล้ว-
แน่นอนว่าเฉินเฉียงไม่อาจตอบด้วยคำพูดนี้ได้
“ผู้อาวุโสหยุนอ่าว อย่าพูดถึงพวกมันจะดีกว่า” เฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ผอ.จ้ง ได้ถอดถอนลมหายใจออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ “ท่านไม่รู้สินะว่าศพพิษพวกนี้มาจากไหน”
“มันถูกพัฒนาขึ้นมาโดยหอปรุงยาด้วยมือของผู้คุมหอหวังและคนของมัน”
“แล้วท่านยังคิดว่าพวกมันคิดจะช่วยพวกเราอีกรึไง”
หยุนอ่าวที่ได้ยินก็หน้าถอดสีตื่นตระหนกและรีบเถียงออกมา
“ไม่ เป็นไปไม่ได้ ข้าคุ้นเคยกับผู้คุมหอหวังเป็นอย่างดี เขาเป็นถึงเสาหลักของพวกเราเหล่าผู้ปรุงยา เป็นอัจฉริยบุคคลชนิดที่ร้อยปีจะปรากฏขึ้นมาสักคน แล้วเขาจะทำเรื่องอย่างนี้ได้ยังไงกัน”
เฉินเฉียงรู้ดีว่าหยุนอ่าวต้องไม่เชื่อเขา เขาจึงได้โยนกำไลสื่อสารวงหนึ่งให้แล้วพูดออกมา “ข้าได้ลอบบันทึกการสนทนาด้วยสิ่งนี้ตอนที่ข้าเข้าไปหาผู้คุมหอหวังและผู้คุมหอกงที่เป็นผู้คุมหอหุ่นเชิดโลหิต ท่านดูเอาเองก็แล้วกัน”
กำไลสื่อสารเป็นสิ่งที่เหมาะกับงานแบบนี้อยู่แล้ว ทุกครั้งที่เฉินเฉียงมีโอกาส เขาจะบันทึกสิ่งที่นำมาใช้ประโยชน์ได้เอาไว้
โดยเฉพาะการนำมาใช้กับคนเฉกเช่นหยุนอ่าว ผู้ซึ่งไม่เชื่อในสิ่งที่ไม่ได้รับรู้ด้วยตนเอง
เมื่อหยุนอ่าวได้ยินการสนทนาระหว่างเฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ผอ.จ้ง ผู้คุมหอหวัง และผู้คุมหอกง ใบหน้าของเขาก็ซีดเผือดในทันที
“เป็นแบบนี้ได้ยังไง มันเป็นแบบนี้ได้ยังไง”
“นี่คือชีวิตของผู้บริสุทธิ์นับร้อยล้านชีวิตเลยนะ”
“พวกวิหารศักดิ์สิทธิ์คิดจะทำอะไรกันแน่”
“จะบอกว่าพวกมันต้องการทำลายล้างโลกปีศาจด้วยน้ำมือตัวเองงั้นรึ”
“มันจบแล้ว”
“หากไม่มียารักษาพิษจากศพพิษนี่ เหล่าคนธรรมดาเหล่านี้ต้องตกตายจนหมดเป็นแน่แท้”
หยุนอ่าวที่ตกอยู่สภาพเวิ้งว้างราวกับไม่หลงเหลือสิ่งใดในตอนนี้ไม่ได้อยู่ในสภาพผู้บ่มเพาะที่ดูทรงเกียรติอีกต่อไป เขาใช้มือกุมใบหน้านั่งทรุดลงกับพื้นพร้อมร้องไห้ออกมา
เป็นตอนนี้ที่เฉินเฉียงนึกขึ้นมาได้ถึงตอนที่เขาเคยนำพิษจากศพพิษไปขุนพวกสัตว์ปีศาจ นี่ทำให้เขารีบถามออกมา “ ท่านผู้อาวุโสหยุนอ่าว ไม่ใช่ว่าพิษจากศพพิษนี้จะไม่อาจรักษาได้สักทีเดียว”
หยุนอ่าวผู้ซึ่งกำลังสิ้นหวังอย่างไร้เรี่ยวแรงไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองแต่อย่างใด เขายังคงร้องไห้ออกมาเบาๆ
ถึงแม้ผอ.จ้งจะเป็นผอ.ของสำนักเต๋าสวรรค์ชั้นฟ้า แต่เขา หยุนอ่าวผู้นี้เป็นผู้อาวุโสสูงแผนกปรุงยาเลยนะ
เขาย่อมรู้จักพิษจากศพพิษนี้ดีกว่าผอ.จ้งอย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้นคือ เสียงบทสนทนาจากกำไลสื่อสารที่เขาพึ่งจะได้ยิน ผู้คุมหอหวังก็พูดออกมาอย่างชัดเจนว่าแม้แต่ตัวมันเองที่เป็นผู้สร้างศพพิษก็ยังไม่มียารักษาติดตัว แถมในระหว่างการสร้าง น่าจะสูญเสียคนของตนไปอย่างมากมายเพื่อสร้างพิษนี้
หากว่ามียาแก้พิษนี้ได้จริง แล้วคนอย่างผู้คุมหอหวังจะปล่อยให้คนของตนตายไปทำไม
อย่างไรก็ตาม หยุนอ่าวหารู้ไม่ว่าผอ.จ้งตรงหน้าเขานั้นหาใช่ผอ.จ้งคนเดิมที่เขารู้จัก
ถึงแม้ว่าเฉินเฉียงจะไม่ได้ศึกษาการปรุงยามามากมายอะไร แต่กลับคนทั่วไปแล้ว ระดับเฉินเฉียงไม่ได้ต่างไปจากระดับสุดยอด
อีกทั้งเขายังเห็นมากับตาว่าไอ้พวกสัตว์ปีศาจพวกนั้นไม่เกรงกลัวพิษนี้แม้แต่น้อย นี่ทำให้เขาคิดอะไรบางอย่างออก
เฉินเฉียงไม่คิดที่จะพูดเรื่องเกี่ยวกับทักษะการปรุงยาของตนออกไป แต่เขากลับพูดออกมาในสิ่งที่เขาได้พบเห็น “ท่านผู้อาวุโสหยุนอ่าว กล่าวตามตรง ในตอนที่ไอ้ผู้คุมหอหวังนั่นเตรียมจะนำศพพิษที่ทำลายผู้คนบนโลกนี้ไปยังโลกอีกฟากเขตแดนนั้น มันได้ตกตายที่หุบเขาเสียงกระซิบแล้ว”
“ฆ่าได้ดี”
เมื่อได้ยินแบบนี้ หยุนอ่าวรีบผุดลึกขึ้นมา และคำรามลั่นประหนึ่งดังอยากจะสาปแช่งไล่หลัง
เฉินเฉียงก็ได้พูดต่อ “ไม่เพียงเท่านั้น ผอ.ผู้นี้ยังได้ใช้พิษจากศพพิษที่มันผู้นั้นได้พัฒนาขึ้นมาจัดการตัวของมันเองไป”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ดาบนั้นคืนสนอง ท่านได้ทำถูกแล้ว”
มุมปากของเฉินเฉียงได้ยับย่น เพราะเขานั้นไม่คิดว่าหยุนอ่าวที่พึ่งจะได้รับความบาดเจ็บทางจิตใจจะแสดงท่าทางออกมาราวกับหน้ามือเป็นหลังเท้าแบบนี้ ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะทำให้ตัวตนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่สูงส่งที่คอยประทับไว้ในจิตใจของเขาได้ถูกดีดกระเด็นไปจนหมดสิ้น
ที่น่าขำยิ่งกว่าก็คือ ก่อนหน้านี้ หยุนอ่าวพึ่งจะขอให้เขาไปกราบกรานไอ้เวรตะไลวิหารศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยเหลืออยู่เลย
ช่างบ้าบอสิ้นดี
เฉินเฉียงได้พูดต่อ “ใช่ สิ่งที่ผู้คุมหอหวังทำต่อผู้คนราวกับไม่เห็นค่าของชีวิตผู้อื่น ข้าจึงคิดจะให้มันได้ลิ้มรสผลงานของตนเองดูบ้าง”
“นอกจากนั้น ข้าได้เห็นไอ้ผู้คุมหอหวังนั่นกราบกรานกราบไหว้สัตว์ปีศาจที่อยู่ในหุบเขาเสียงกระซิบนั่นประดุจสิ่งศักดิ์สิทธิ์และทวยเทพของมัน แค่จึงป้อนมันที่ติดพิษจากศพพิษแล้วให้ทวยเทพของมันกินไป”
“แต่ท่านรู้รึเปล่าว่ามันเกิดอะไรขึ้น”
เมื่อมาถึงจุดนี้ เฉินเฉียงได้เว้นช่วงที่จะพูดต่อ