ผมมีระบบย่อยสลายในวันสิ้นโลก - บทที่ 547 เศษเสี้ยวแห่งความหวัง
บทที่ 547 เศษเสี้ยวแห่งความหวัง
-จะเป็นอะไรได้อีกล่ะ-
หยุนอ่าวสบถขึ้นมาในใจ
“ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าไอ้เลวระยำนั่นต้องถูกสัตว์ปีศาจกลืนกินจนแห้งผาก จะดีกว่านี้หากไม่เหลือขี้เถ้าของมันเอาไว้ให้รกโลก”
เฉินเฉียงพยักหน้ารับ “ที่ท่านพูดมามันก็ถูกต้องอยู่ ไอ้ผู้คุมหอหวังนั่นไม่เหลือแม้แต่ขี้เถ้าแล้วล่ะ เพราะร่างของมันถูกกัดกินโดยสัตว์ปีศาจนับสิบตน”
“แต่สิ่งที่ทำให้ข้าต้องประหลาดใจก็เพราะ สัตว์ปีศาจที่กัดกินมันผู้นั้นมันอยู่ดีจนแม้แต่ข้าก็ยังนึกหมั่นไส้”
“ตามที่ท่านได้บอกข้าไว้ก่อนหน้านี้ ท่านบอกว่าหลังจากพิษเข้าไปในร่างแล้ว พิษควรจะแพร่ไปทั่วร่างอย่างรวดเร็วไม่ใช่รึ แล้วทำไมไอ้พวกสัตว์ปีศาจพวกนั้นมันไม่เป็นอะไรเลยล่ะ”
เมื่อพูดจบ เฉินเฉียงที่ได้มองไปที่หยุนอ่าว
หยุนอ่าวที่ได้ยินก็หันไปมองเฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ผอ.จ้งเช่นกัน
“ท่านผอ. ท่านหมายความว่า…..”
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา หยุนอ่าวก็รีบก้มหน้าคิดในทันที
อย่างที่เฉินเฉียงคาดไว้ เพียงแค่ร่องรอยเล็กน้อยก็เพียงพอที่จะจุดประกายความคิดให้หยุนอ่าวผู้นี้
“ข้าเข้าใจล่ะ ท่านผอ.จ้ง มันมีสิ่งหนึ่งที่เป็นคุณลักษณะพิเศษที่สุดของสัตว์ปีศาจ นั่นก็คือเลือดปีศาจ”
“เลือดปีศาจในร่างของพวกมันแตกต่างเลือกของมนุษย์และสัตว์วิญญาณ พวกมันสามารถดูดกลืนเลือดของสิ่งมีชีวิตอื่นได้”
“สัตว์ปีศาจจะต้องกลืนกินเลือดที่ติดพิษของไอ้เวรตะไลนั่นไปเป็นแน่”
“หรือจะให้บอกอีกอย่างก็คือ เลือดของพวกมันกลืนกินเลือดที่ติดพิษได้โดยไม่ได้รับผลกระทบอะไร”
“ถ้าจะกล่าวให้เจาะจงยิ่งกว่าคือพิษถูกย่อยสลายโดยเลือดปีศาจเหล่านั้นไป”
“อย่างไรก็ตาม ไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่จะใช้เลือดปีศาจในการรักษาชีวิตผู้คนที่ติดพิษจากศพพิษนั่น”
“หากพวกเราใช้มันจริง ข้าเกรงว่าผู้คนจะถูกดูดกินจนเหือดแห้งก่อนที่พิษจะย่อยหมดเสียก่อน”
“จะว่าไปแล้ว ท่านผอ.จ้ง ท่านบอกว่าท่านไม่กลัวเลือดพิษนี่ไม่ใช่รึ”
“จะเป็นไปได้รึเปล่าว่าบอลเลือดปีศาจในร่างท่านเองจะมีผลในการกลืนกินพิษนี่ด้วยเหมือนกัน”
กับเรื่องนี้เฉินเฉียงไม่รู้เลยจริงๆ
หลังจากที่เฉินเฉียงดูดซับพลังจากสัตว์ปีศาจเข้าไป เฉินเฉียงรู้เพียงว่าต่อให้เขาไม่ได้ดูดซับผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตที่ได้รับสมุนไพรหมุนเวียนโลหิตไป เพียงแค่พลังสายเลือดของเขาก็ไม่ได้มีผลต่อพิษนี้อยู่ดี
แต่อย่างน้อยๆที่เขามั่นใจก็คือมันเกี่ยวกับเลือดของเขาอย่างแน่นอน
นั่นก็เพราะเลือดของเขาเป็นพิษที่ร้ายแรงอย่างที่สุด
“ท่านผู้อาวุโสหยุนอ่าว ข้าขอพูดตามตรง เลือดของข้านั้นแตกต่างจากคนอื่นอย่างมาก มันเป็นพิษที่ร้ายแรงเหนือพิษใด”
“แต่เดิมข้าก็คิดเพียงว่าเป็นเพราะเลือดที่พิเศษของข้าที่ทำให้ข้าไม่ต้องกลัวพิษจากศพพิษ”
หยุนอ่าวที่ได้ยินก็รู้สึกยินดีจนแทบจะกระโดดโลดเต้น
“ใช่แล้ว ผอ.จ้ง ข้อสงสัยของข้าถูกต้องแล้ว มันเป็นไปได้อย่างมากหากว่าพวกเราจะใช้พิษต้านพิษ”
หลังจากพูดจบ หยุนอ่าวก็รีบพูดต่อ “แต่ว่านะ ท่านผอ.จ้ง ถึงแม้เลือดของท่านจะมีผลในการขจัดพิษจากศพพิษได้ก็จริง แต่ในตอนนี้มีเมืองนับร้อยและผู้คนนับร้อยล้านที่ติดพิษนี่ พวกเราจะสามารถช่วยคนได้สักเท่าไหร่กันในเมื่อเลือดของท่านก็มีจำนวนที่จำกัดแบบนี้”
“ข้าเกรงว่าผู้คนที่พวกเราช่วยได้จะน้อยนิดต่อให้พวกเราดูดเลือดของท่านออกมาจนแห้งก็ตาม”
เฉินเฉียงยกมือขึ้นห้ามปรามในคำพูดก่อนจะพูดแทรก “มันไม่ใช่ว่าจะต้องดูดเลือดข้าให้หมดไปทุกหยาดหยดในทุกๆวันสักหน่อย กับเรื่องนี้ข้าไม่เป็นไร”
เฉินเฉียงที่รู้จักการบริจาคเลือดอยู่ก่อนแล้ว สำหรับเขานี่ถือเป็นเรื่องธรรมดาอย่างมาก
ตราบใดที่เขาไม่ได้ถูกสูบเลือดมากไป เขาจะฟื้นคือสภาพได้ในเวลาเพียงสองสามชั่วโมงเท่านั้น
หลังจากหันไปมองผู้คนโดยรอบที่กำลังโอดครวญอยู่ทั่วทั้งเมือง หยุนอ่าวก็ได้กัดฟันแล้วพูดออกมา “ท่านผอ.จ้ง ข้าคงต้องล่วงเกินท่านแล้ว”
เมื่อพูดจบ หยุนอ่าวได้นำหลอดบางอย่างออกมาจากแหวนเก็บของ พร้อมกับเตรียมกรีดผิวของเฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ของผอ.จ้งด้วยกระบี่ที่อยู่ข้างกายหมายจะเก็บเลือดไป
เฉินเฉียงรีบร้องห้ามปรามในทันที “หยุดก่อนเลยท่านผู้อาวุโสหยุนอ่าว เลือดของข้าเป็นพิษเหนือกว่าที่ท่านคิดมากนัก”
“ขนาดผู้ที่อยู่ในระดับราชาเหนือราชาขั้นสูงเมื่อสัมผัสเลือดของข้าไปแล้วยังต้องตกตายเกือบจะในทันทีเลยนะ”
“ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการนำเลือดของข้าไปหรือว่าจะเป็นกระบวนการทำยาแก้พิษ ท่านก็ต้องระวังอย่างที่สุด”
“ไม่อย่างนั้นล่ะก็ ต่อให้เง็กเซียนฮ่องเต้ลงมาโปรดก็ยังไม่อาจช่วยคนคนนั้นได้”
หยุนอ่าวได้นิ่งกึกพร้อมเหงื่อที่ไหลรินในทันทีที่ได้รับฟัง หลังจากนั้นเขาเปลี่ยนจากกระบี่เป็นมีดเล็กๆ แล้วเฉือนปลายนิ้วของเฉินเฉียงไปแล้วรองเลือดของเฉินเฉียงในทันที
“ท่านผอ. อย่าได้เป็นกังวล หากพวกเราสร้างยาแก้พิษตั้งต้นได้ ข้าเชื่อว่าพวกเราจะสามารถสร้างยาแก้พิษจากยาแก้พิษตั้งต้นนี้ต่อได้อย่างรวดเร็ว”
เฉินเฉียงเมื่อได้ยินก็รู้สึกโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง
ถึงแม้ว่าเขาไม่ได้กลัวที่จะเสียเลือดมาก แต่หากเขาต้องเสียเลือดอย่างต่อเนื่องล่ะก็ นั่นย่อมไม่เป็นผลดี
ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ ในตอนนี้ เฉินเฉียงต้องการเพิ่มระดับบ่มเพาะของตนให้เร็วที่สุด เขาย่อมไม่ยากเสียเวลาไปกับเรื่องอื่นมากนัก
หยุนอ่าวได้นำเลือดของเฉินเฉียงเข้าไปยังห้องปรุงยา พร้อมกับเรียกศิษย์แผนกปรุงยาทุกคนให้เข้ามาหา แล้วแจกแจงงานในทันที
ด้วยการที่สายเลือดของเฉินเฉียงแตกต่างจากคนทั่วไป แถมสายเลือดของเฉินเฉียงนั้นยังยกระดับกลายเป็นขั้นสูงไปแล้ว เรียกได้ว่าสายเลือดของเขาอยู่ในระดับสูงสุดของทุกสายเลือดก็ว่าได้
และด้วยสายเลือดของเขานี้ทำให้เขานั้นไม่ต้องเกรงกลัว แม้กระทั่งการเผชิญหน้ากับพิษจากศพพิษได้
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพิษจากศพพิษนี้จะไม่มีผลกับเขา ก็ไม่ใช่ว่าพิษจากเลือดของเขานั้นจะไม่แพร่กระจายได้แบบพิษของศพพิษ
ถึงแม้ว่าผู้คุมหอหวังจะบอกเอาไว้ว่าพิษจากศพพิษไม่มียาแก้พิษ แต่นั่นก็ไม่ใช่เลยสักทีเดียว
นั่นก็เพราะก่อนที่จะตกตาย ผู้คุมหอหวังได้บอกเอาไว้ว่าศพพิษนี้สร้างมาจากการนำศพจากคนที่ตายจากโรคนับร้อยมากองรวมกันไว้ หากจะให้กล่าวตรงๆล่ะก็ หากต้องการจะสร้างยาถอนพิษด้วยมันเป็นเรื่องที่ใช้เวลานาน และอีกอย่างหนึ่งคือ วิหารศักดิ์สิทธิ์ไม่ต้องการให้มีหนทางรักษา
โดยเฉพาะกับฮั่นจุยที่ไม่เคยเห็นค่าในชีวิตของผู้ใดนอกจากตนเอง
ยังไม่รวมถึงที่ว่าหากมีการสร้างยาถอนพิษเอาไว้แล้วถูกช่วงชิงไป นั่นก็เทียบได้กับการล้มล้างแผนการใหญ่ลงได้อย่างง่ายดาย
กล่าวตามตรง ต่อให้ไม่ได้ทำยารักษาไว้ แต่หากผู้สร้าง ได้บันทึกวิธีการพัฒนาศพพิษเอาไว้ล่ะก็ หากได้รับการสอบทวนกระบวนการดีๆ การสร้างยาถอนพิษย่อมเป็นไปได้
ที่หยุนอ่าวและศิษย์แผนกปรุงยาทั้งหลายไม่อาจจะทำยาถอนพิษขึ้นมาได้ นั่นเป็นเพราะพวกเขาไม่รู้ที่มาที่ไปของพิษนี้ จึงไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มจากตอนไหน
แต่ด้วยเลือดของเฉินเฉียงนี้ มันเทียบได้กับการที่พวกเขาใช้วิธีการตัดตรงไปในทันที และนี่จะทำให้พวกเขามีโอกาสสร้างยาถอนพิษขึ้นมาได้
และนี่เองทำให้หากยาพิษตั้งต้นสำเร็จ พวกเขาจะไม่ต้องการเลือดของเฉินเฉียงอีกต่อไป
ที่เฉินเฉียงไม่กลัวพิษจากศพพิษเป็นเพราะว่าเลือดของเขาเป็นพิษที่รุนแรงกว่าพิษจากศพพิษ มันจึงไม่มีผลอะไรกับร่างกายเขา
แต่หากหยุนอ่าวคิดจะใช้เลือดของเขาโดยตรง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคนที่ได้รับต้องตกตายลงไปในทันที
นี่ทำให้หยุนอ่าวที่รับรู้เรื่องนี้อยู่ก่อน จึงได้ทำการเจือจางเลือดของเฉินเฉียงออกเป็นร้อยส่วน
หลังจากนั้นเขาก็ได้ทำการเจือจางซ้ำๆในแต่ละส่วนจนได้เลือดของเฉินเฉียงที่เจือจางแล้วนับร้อยส่วน ก่อนจะนำไปใส่ในร่างกายของคนป่วย แล้วทำการสังเกตอาการทีละคน จนในที่สุด เมื่อทราบปริมาณเลือดที่พอเหมาะของเฉินเฉียงที่จะใช้ จึงจะเริ่มดำเนินการผลิตยาต้านพิษจากสัดส่วนที่เหมาะสม แล้วนั่นจะทำให้ได้ยาถอนพิษที่สมบูรณ์