ผมมีระบบย่อยสลายในวันสิ้นโลก - บทที่ 549 โดดเดี่ยวกลางสายน้ำ
บทที่ 549 โดดเดี่ยวกลางสายน้ำ
หรือว่ายาขจัดพิษสำเร็จแล้ว
หลังจากหนึ่งเดือนผ่านไป เฉินเฉียงนั้นคิดว่ามันน่าจะเป็นไปได้ที่หยุนอ่าวและศิษย์แผนกปรุงยาจะทำสำเร็จแล้ว
เมื่อเห็นเฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ผอ.จ้งเปิดประตูออกมา หยุนอ่าวรีบก้มหัวขอโทษในทันที “ข้าขอโทษครับท่านผอ. เสียงตะโกนของพวกข้าคงจะไปรบกวนการบ่มเพาะของ…”
เฉินเฉียงในรูปลักษณ์ผอ.จ้งได้ยกมือขึ้นห้ามปรามอย่างไม่ถือสาแล้วพูดออกมา “ไม่เป็นไร สถานที่แห่งนี้ยังไงซะก็ไม่ได้เหมาะสมกับการบ่มเพาะอยู่แล้ว ว่าแต่ท่านผู้อาวุโสหยุนอ่าว ยาขจัดพิษเป็นยังไงบ้าง”
เมื่อได้ยินคำถามนี้ หยุนอ่าวรีบตอบออกมาด้วยท่าทางยินดี “ใช่แล้ว ท่านผอ. หลังจากผ่านไปกว่าเดือน พวกเราก็สร้างยาขจัดพิษได้”
หลังจากพูดออกมา หยุนอ่าวก็ได้ปาดน้ำตาแห่งความยินดีของตนแล้วพูดต่อ “น่าเสียดายนักที่ในระหว่างทาง ผู้คนมากมายได้ตกตายไป พวกข้าไม่อาจช่วยพวกเขาไว้ได้”
“ท้ายที่สุดแล้วไม่มีใครในเมืองแห่งนี้เลยสักคนที่รอดชีวิต”
“พวกข้าช่างไร้ความสามารถนัก”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เฉินเฉียงในรูปลักษณ์ผอ.จ้ง ถึงกับต้องขมวดคิ้วแล้วพูดออกมาด้วยเสียงที่นิ่งเรียบแต่ก้องกังวาน “ผู้อาวุโสหยุนอ่าว ท่านปล่อยให้เกิดเรื่องนี้ได้ยังไง”
“นี่ท่านไม่เข้าใจจริงๆหรือว่าสิ่งแรกที่ต้องทำคือการคัดแยกผู้ป่วยออกมาก่อนน่ะ”
“ในฐานะที่ท่านเป็นถึงผู้อาวุโสสูงแห่งแผนกปรุงยาของสำนักเรา แล้วท่านจะไม่เข้าใจความสำคัญของเรื่องนี้ได้ยังไง”
“และในตอนนี้ ผลของมันคือการทำให้ผู้คนมากมายต้องเสียชีวิต ความผิดของท่านยากที่จะปฏิเสธได้”
ก็ไม่แปลกที่เฉินเฉียงจะโกรธเกรี้ยว นั่นก็เพราะต่อให้พัฒนายาขจัดพิษจากศพพิษขึ้นมาได้ แต่กลับไม่มีคนอยู่รอดให้ใช้รักษาอีกต่อไป
และนี่ทำให้จากท่าทีตื่นเต้นยินดีของหยุนอ่าวก่อนหน้าก็เปลี่ยนเป็นด้านชาราวกับถูกน้ำใส่น้ำแข็งราดหัวในทันที เป็นอีกครั้งที่เขากลับมามีสีหน้าสำนึกผิดพร้อมกับทรุดเข่าลงไปกับพื้นแล้วพูดออกมา “ผู้ใต้บังคับบัญชายอมรับความผิดในเรื่องนี้ ท่านผอ.โปรดลงโทษข้าด้วย”
“ท่านผอ.จ้ง โปรดอย่าโทษท่านผู้อาวุโสหยุนเลยครับ”
ศิษย์แผนกปรุงยาคนหนึ่งที่ยืนอยู่เคียงข้างได้ก้าวขึ้นหน้าออกมาแล้วเอ่ยคำอธิบาย “ท่านผอ.จ้ง ท่านอาจจะยังไม่รู้ว่าต่อให้มีการคัดแยกผู้ป่วย แต่ด้วยสภาพพื้นที่แล้วมันไม่ได้อำนาจต่อการป้องกันการแพร่กระจายของโรคแม้แต่น้อย”
“ยิ่งไปกว่านั้นคือสิ่งแรกที่ท่านผู้อาวุโสหยุนให้เราทำนั้นก็คือสิ่งที่ท่านกล่าวมาแล้ว เพื่อไม่ให้โรคนี้ลุกลามไปใหญ่”
“น่าเสียดายนักที่ตอนพวกเราได้มาถึง เหล่าผู้คนที่นี่ก็ได้ติดโรคนี้ไปหมดแล้ว แม้แต่พวกเราเหล่าศิษย์แผนกปรุงยาจากสำนักต่างๆเองก็ตกตายไปเกือบครึ่ง”
“ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา บอกได้ว่าคนป่วยที่พวกเรากำลังรักษาอยู่ที่นี่ก็คือพวกเราเหล่าศิษย์แผนกปรุงยานี่เอง”
“ถึงแม้พวกข้าอยากจะแจ้งเรื่องนี้กับท่าน แต่ท่านผู้อาวุโสหยุนเองก็บอกไปว่าอย่าได้รบกวนการบ่มเพาะของท่าน ไม่อย่างนั้นหากตื่นมากลางคันอาจทำให้ท่านธาตุไฟเข้าแทรกได้ แถมในตอนนั้นเอง แม้ผู้คนในเมืองจะตกตายไปหมดแล้ว แต่พวกเราเหล่าศิษย์แผนกปรุงยาเองก็เริ่มติดโรคนี้กันแล้ว จะดีกว่าหากพวกเราได้เร่งผลิตยาขจัดพิษได้ก่อนที่ท่านจะตื่นจากภวังค์การบ่มเพาะ”
“การทดสอบยาโดยปกติ แต่เดิมก็เป็นเรื่องอันตรายถึงตายอยู่แล้ว ยังไม่ต้องพูดถึงว่าพิษจากศพพิษนี้คือพิษที่ไม่เคยมีใครพบเห็นมาก่อนอีก”
“ท่านลองดูสิว่าตอนนี้ศิษย์แผนกปรุงยาจำนวนมากมายก่อนหน้านี้เหลือเพียงแค่ไม่กี่สิบเท่านั้น”
“ส่วนที่เหลือเกินครึ่งก็ได้ตกตายไประหว่างการสร้างยานี้”
“ยังไม่รวมถึงการทดสอบครั้งสุดท้าย ผู้อาวุโสหยุนที่ไม่อาจทนได้อีกต่อไปได้ใช้ตนเองเป็นผู้ทดสอบ ท่านยอมติดพิษจากศพพิษแล้วเป็นผู้รับยาขจัดพิษแขนงนี้ด้วยตนเอง แล้วมันก็ได้สำเร็จขึ้นมา”
เมื่อได้ยินเฉินเฉียงก็เข้าใจว่าตนเองได้ทำเรื่องผิดอย่างมหันต์และรีบได้ก้มตัวลงพยุงหยุนอ่าวขึ้นมา “ข้าขอโทษ เป็นผอ.ผู้นี้ที่เข้าใจท่านผิดไป”
หยุนอ่าวส่ายหน้าไปมาในทันทีพร้อมดวงตาที่เปียกชื้น “ไม่ ท่านผอ. ในฐานะที่ท่านเป็นผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิต ท่านจะมีใจเมตตาเช่นนี้ไม่ได้ ทั่วทั้งโลกปีศาจ ไม่มีใครที่อยู่บนเส้นหุ่นเชิดโลหิตแล้วจะเป็นเช่นท่านเลยสักคน”
“สิ่งที่ข้า หยุนอ่าวผู้นี้เกลียดอย่างที่สุดคือทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับวิชาหุ่นเชิดโลหิต”
“แต่ท่าน ท่านกำลังทำให้ความคิดของข้าสับสนยิ่ง”
“แถมท่านยังให้ความเมตตาไว้ชีวิตข้า ข้า หยุนอ่าว ขอสวามิภักดิ์ต่อท่าน”
“นับจากนี้ ข้า หยุนอ่าวผู้นี้ จะคงอยู่เพื่อท่าน”
หลังจากที่หยุนอ่าวได้พูดจบลง เหล่าศิษย์แผนกปรุงยาที่หลงเหลืออีกสามสิบก็ได้ก้มหัวโค้งคำนับและพูดออกมาพร้อมกัน “พวกเราขอทำตามคำสั่งของท่านผอ.จ้งไปชั่วชีวิต”
จนมาถึงตอนนี้ หยุนอ่าวก็ยังไม่ได้รับรู้ว่าตัวตนของผอ.จ้งตรงหน้านั้นคือเฉินเฉียง หากว่าเขารู้ว่า ผอ.จ้งตัวจริงดับสิ้นไปนานแล้ว เขาก็คงจะยกเฉินเฉียงไว้ในใจเสียยิ่งกว่านี้
อย่างไรก็ตาม สำหรับเฉินเฉียงแล้ว ตัวตนของเขาไม่ได้สำคัญอีกต่อไป
ด้วยการกระทำของวิหารศักดิ์สิทธิ์ เหล่าผู้บ่มเพาะบนโลกปีศาจต่างก็ปวดใจจากการกระทำขององค์กรที่ทุกคนได้ยึดมั่น แม้แต่ศิษย์แผนกปรุงยาจากสำนักต่างๆในตอนนี้เอง พวกเขาก็หลงเหลือเพียงใจที่ต้องการช่วยผู้คนเพียงเท่านั้น
“ดี”
เฉินเฉียงที่รู้สึกประทับใจของคำกล่าวของหยุนอ่าวและศิษย์แผนกวิชายุทธเหล่านี้ก็ได้พูดออกมาและพูดต่อ “ท่านผู้อาวุโสหยุนอ่าว ในเมื่อยาขจัดพิษเสร็จสิ้นแล้ว จงรีบปรุงมันขึ้นมาและแจกจ่ายไปทั่วแว่นแคว้น มันจะดีกว่าหากพวกเราสามารถป้องกันไม่ให้พิษร้ายนี้แพร่กระจายไปมากกว่านี้และช่วยเหลือคนป่วยที่หลงเหลือให้หายดี”
ในตอนนี้ แม้หยุนอ่าวจะเข้าใจถึงคุณลักษณะของพิษจากศพพิษเป็นอย่างดีและสามารถสร้างยาขจัดพิษได้แล้วก็ตาม แต่ผู้คนบนโลกปีศาจเองก็ดับสิ้นไปกว่าห้าถึงหกส่วน หรือก็คือประชากรตกตายไปกว่าครึ่งโลกก็ว่าได้
หากว่าไม่ใช่เพราะเฉินเฉียงมัวแต่วุ่นวายอยู่กับการจัดการสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ที่ฮั่นจุยสร้างขึ้น ไม่สิ ต้องบอกหากโลกปีศาจไม่ได้รับความช่วยเหลือจากเฉินเฉียงและกองกำลังเทียนเว่ยที่เฉินเฉียงพามา ทุกชีวิตบนโลกปีศาจใบนี้ก็คงจะสิ้นสูญไปแล้ว
ในตอนที่เฉินเฉียงพากองกำลังของตนมาที่นี่ พวกเขาต่างก็ตั้งใจว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวของผู้คนบนโลกใบนี้
เพราะผู้คนบนโลกใบนี้ไม่ได้ต่างไปจากคนแปลกหน้าสำหรับพวกเขา
แต่มาในตอนนี้ พวกเขากลับได้รับรู้ว่า เทพพิทักษ์ของโลกปีศาจที่ผู้คนต่างก็ยอมรับนับถือและเคารพประดุจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำใจ กลับกลายเป็นปีศาจร้ายที่ต้องการเข่นคร่าทุกชีวิตบนโลกปีศาจจนหมดสิ้น
และกองกำลังเทียนเว่ยของเขาที่แม้ตัวตายก็ยินดีหากต้องต่อสู้กับผู้คนทั้งโลกปีศาจ กลับกลายเป็นผู้คนที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการช่วยเหลือผู้คนบนโลกนี้
แม้แต่เฉินเฉียงเองก็ยังเสี่ยงชีวิตเข้าไปที่เขาโรคาหลายครั้งหลายหนเพราะเรื่องนี้
ไม่เพียงแค่หอกองโจรหมาป่าหรือหอปรุงยา ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้เข้าไปในวิหารศักดิ์สิทธิ์โดยไม่ใช่ผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิต เมื่อเวลาผ่านไปหากพวกเขาไม่คล้อยตามจนกลายเป็นปีศาจร้ายไปก็ต้องตกตายหายสาบสูญ
ส่วนผู้คนที่มีใจภักอย่างที่สุดแต่กลับรู้ความจริงในเรื่องของพวกมัน ไม่เพียงจะตกตายกลายเป็นอาหารโลหิต หากแม้จะต้องการถอนตัวก็ยังไม่แคล้วถูกไล่ฆ่าล่าสังหารไป เฉกเช่นหลิวฉิงหยุน
กับผู้คนที่หัวเก่าคร่ำครึอย่างหยุนอ่าวและศิษย์แผนกปรุงยาหลายๆคน การที่พวกเขาไม่อาจเข้าวิหารศักดิ์สิทธิ์ได้ นี่ถือว่าเป็นโชคดีสำหรับเขาและศิษย์ที่ไม่ได้ถูกเสนอชื่อเหล่านั้น ไม่อย่างนั้นล่ะก็ หากไม่ตกตายกลายเป็นอาหารเลือดแสนโอชะก็คงจะจบลงที่การกลายเป็นหนูลองยาอยู่ดี
เมื่อเห็นว่าหยุนอ่าวและศิษย์แผนกปรุงยาเริ่มที่จะลงมือปรุงยาขจัดพิษจากศพพิษ เฉินเฉียงก็ไม่ได้เข้าไปช่วยเหลือแต่อย่างใด
เพราะเขายังมีเรื่องสำคัญที่ต้องกระทำอยู่อีก
เขาไม่ได้รับข่าวคราวใดๆจากป่าใต้ดินเลยสักนิด
แม้มันจะดูเป็นเรื่องที่ดีก็ตาม
เขาเชื่อว่าด้วยความสามารถของตงติ๋น หยานเสวี่ย เมิ่งน้อย จางหยวน และหนี่เฟิง ผู้ซึ่งอยู่ในระดับราชาจอมพลและราชาเหนือราชา พวกเขาควรจะจัดการปัญหาที่ป่าใต้ดินได้
แต่นอกจากป่าใต้ดินแล้ว ยังมีสถานที่อีกมากมายที่สิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ได้ปรากฏ
อย่างเช่นที่แม่น้ำตงเตียน(ข้ามผ่านฟ้า)ที่ทอดผ่านภูมิภาคกลางแบ่งแยกสองฟากฝั่งโลกปีศาจ แม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดบนโลกใบนี้ ที่นั่นเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นสัตว์วิญญาณกลายพันธุ์หรือสัตว์คลั่ง
ด้วยการที่เฉินเฉียงมุ่งไปที่จัดการสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ที่ป่าใต้ดิน ปัญหาสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ที่แม่น้ำตงเตียนจึงไม่ได้รับการแก้ไข
ยังดีที่สิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์เหล่านี้ไม่อาจออกมาจากแม่น้ำได้โดยง่าย จึงเป็นเรื่องยากที่จะพบเจอพวกมันทำร้ายสิ่งมีชีวิตบนแผ่นดิน
อย่างมาก พวกมันก็ทำอันตรายได้เพียงเหล่าชาวประมงและผู้คนที่สองฟากฝั่งแม่น้ำเท่านั้น
แถมหลังจากที่เกิดปัญหานี้ขึ้นมา เหล่าชาวประมงก็ได้อพยพไป
เอาจริงๆต่อให้ตงติ๋นและคนอื่นๆจัดการปัญหาสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ที่ป่าใต้ดินได้ พวกเขาก็ทำอะไรกับสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ที่แม่น้ำตงเตียนไม่ได้อยู่ดี
จะมีสักกี่คนที่สามารถสู้ในน้ำได้เฉกเช่นเฉินเฉียงกันล่ะ